- หน้าแรก
- อาณาจักรของหลินหย่วน เริ่มต้นจากสืบทอดฟาร์มหมู
- บทที่ 2 ขายหมู
บทที่ 2 ขายหมู
บทที่ 2 ขายหมู
เช้าตรู่วันถัดมา หลินหย่วนและหลินเจี้ยนจวินเดินทางมายังฟาร์มหมูด้วยกันเพื่อตรวจนับทรัพย์สิน
ฟาร์มหมูของตระกูลหลินในปัจจุบันมีหมูขุนที่พร้อมจำหน่ายแล้วจำนวน 100 ตัว และยังมีแม่พันธุ์อีก 13 ตัว ซึ่งถือเป็นฟาร์มหมูที่ใหญ่ที่สุดในตำบลเลยก็ว่าได้
"แม่พันธุ์สิบสามตัวนี้ มีสามตัวที่ไม่สามารถให้ลูกได้แล้ว พ่อจะขายพวกมันไปพร้อมกับหมูขุนพวกนี้ ส่วนอีกสิบตัวที่ยังให้ลูกได้ พ่อจะเหลือไว้ให้ลูก"
หลินเจี้ยนจวินยืนอยู่หน้าคอกแม่พันธุ์พลางแนะนำสถานการณ์ภายในฟาร์ม
"ตอนนี้แม่พันธุ์แต่ละตัวสามารถให้ลูกได้ปีละสองคอก คอกละไม่ต่ำกว่าสิบสองตัว พวกมันเพิ่งได้รับการผสมพันธุ์ไปเมื่อสามเดือนก่อน ช่วงนี้น่าจะทยอยตกลูกกันแล้ว พอดีลูกเรียนจบสัตวแพทย์มา ให้ลูกเป็นคนดูแลลูกหมูพวกนี้ พ่อก็เบาใจ
ถึงเหล่าโจวจะมีฝีมือดี แต่ยังไงเขาก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญสายตรง"
หลินหย่วนพยักหน้า แววตาฉายชัดถึงความยินดี จุดเริ่มต้นนี้ดีกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก
ฉินหลินอิง เจ้านายเก่าในชาติก่อนของเขา เริ่มต้นธุรกิจด้วยลูกหมูเพียง 22 ตัวเท่านั้น แต่ทุนตั้งต้นของเขามีมากกว่านั้นหลายเท่าตัวนัก
"วางใจเถอะครับพ่อ พ่อยังไม่เชื่อมือผมอีกเหรอ หลายปีมานี้เวลาหมูบ้านเราป่วย ผมก็เป็นคนจัดการให้ตลอดไม่ใช่เหรอ"
หลินเจี้ยนจวินพยักหน้าเห็นด้วย การที่เขาส่งหลินหย่วนไปเรียนสัตวแพทย์ ก็เพราะหวังจะให้ลูกชายกลับมาช่วยแก้ปัญหาในฟาร์มหมูของที่บ้านอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่นึกว่าหลินหย่วนจะถึงขั้นยอมทิ้งชามข้าวเหล็กที่รัฐจัดสรรให้ เพื่อกลับมาสืบทอดฟาร์มหมูของครอบครัวแบบนี้
"แต็ก แต็ก แต็ก"
เสียงรถไถดังแว่วมาจากด้านนอกฟาร์มหมู
"เถ้าแก่หลิวมาแล้ว นี่คือพ่อค้าหมูรายใหญ่ที่สุดในอำเภอเรา ต่อไปลูกต้องติดต่อกับเขาบ่อยๆ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่พ่อจะแนะนำให้รู้จักกันไว้"
สิ้นเสียงของหลินเจี้ยนจวิน ชายร่างกำยำคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าคนทั้งสอง
"ฮ่าๆๆ พี่หลิน ในที่สุดพี่ก็ยอมขายหมูพวกนี้เสียที ช่วงที่ผ่านมาทำเอาผมนี่ใจคอไม่ดีเลย"
หลิวจื้อกังถือกระเป๋าหนังสีดำใบโตที่ดูบวมเป่ง พลางทักทายหลินเจี้ยนจวินด้วยรอยยิ้ม
ผลกระทบจากการที่ฟาร์มหมูทยอยปิดตัวลงเป็นจำนวนมากในปี 90 และ 91 เริ่มส่งผลชัดเจนขึ้น แม้ราคาเนื้อหมูจะพุ่งสูงแบบก้าวกระโดดในปีหน้า แต่ในปัจจุบัน ตลาดเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนเนื้อหมูแล้ว
เนื้อหมูที่นำออกวางขายในแต่ละวัน มักจะถูกซื้อจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน
ตอนนี้หมูขุน 100 ตัวในมือของหลินเจี้ยนจวินจึงเป็นที่หมายปองของพ่อค้าหมูหลายต่อหลายคน เพราะมันคือกำไรที่มองเห็นได้ชัดๆ หากไม่ใช่เพราะเขามีความสัมพันธ์อันดีกับหลินเจี้ยนจวิน ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้รับงานนี้ด้วยซ้ำ
"เถ้าแก่หลิว เพราะผมเชื่อใจคุณถึงได้ยอมขายหมูพวกนี้ให้ คุณจะทำให้ผมขาดทุนไม่ได้นะ!"
หลินเจี้ยนจวินเห็นกระเป๋าหนังในมือของหลิวจื้อกังก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"เรานับถือกันมาหลายปี พี่ก็น่าจะรู้จักนิสัยใจคอของหลิวคนนี้ดี ตอนนี้ราคาหมูเป็นในตลาดอยู่ที่ชั่งละหนึ่งหยวนเจ็ดสลึง ผมให้พี่เพิ่มอีกห้าเฟิน เป็นชั่งละหนึ่งหยวนเจ็ดสลึงห้าเฟินแล้วกัน" (หมายเหตุ: ชั่งจีนเรียกอีกอย่างว่าจิน 2 ชั่ง = 1 กิโล )
เมื่อได้ยินราคาที่หลิวจื้อกังเสนอ รอยยิ้มบนหน้าของหลินเจี้ยนจวินก็ยิ่งกว้างขึ้น แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงชั่งละห้าเฟิน แต่เขามีหมูถึง 100 ตัว เงินที่เพิ่มขึ้นมานี้จึงไม่ใช่จำนวนน้อยๆ
"เหอะๆ เถ้าแก่หลิวครับ พ่อผมไม่ค่อยได้เข้าเมืองเลยไม่รู้สถานการณ์เนื้อหมูในอำเภอ แต่ผมเรียนอยู่ที่นั่นเลยพอจะรู้ว่าตอนนี้เนื้อหมูในอำเภอกำลังขาดแคลนมาก ตราบใดที่มีหมูในมือยังไงก็ทำกำไรได้แน่นอน
แถมหมูร้อยตัวนี่เป็นการขายเหมาเจ้าเดียว ไม่ต้องไปหาเก็บจากรายย่อย ต่อให้ราคาสูงกว่านี้อีกนิด พวกคุณก็ยังได้กำไรมหาศาลอยู่ดี"
หลินหย่วนเห็นหลินเจี้ยนจวินกำลังจะตอบตกลง จึงรีบพูดแทรกขึ้นมา
"นี่คงเป็นคุณชายหลินสินะ ท่าทางสง่าผ่าเผยดูมีความรู้ไม่เบา"
หลิวจื้อกังมองใบหน้าหนุ่มแน่นของหลินหย่วนด้วยความสนใจ
"ฮ่าๆ นี่หลินหย่วน ลูกชายผมเอง เรียนจบอาชีวะสัตวแพทย์ในอำเภอมา ตั้งแต่วันนี้ไปผมจะยกฟาร์มหมูให้เขาดูแล ต่อไปพวกคุณคงได้ติดต่อกันบ่อยๆ ผมก็ตั้งใจจะแนะนำเขาให้คุณรู้จักพอดี"
เมื่อพูดถึงหลินหย่วน ใบหน้าของหลินเจี้ยนจวินก็ฉายแววภาคภูมิใจออกมา "คุณชายหลินนี่ช่างกล้าหาญจริงๆ"
หลิวจื้อกังมองหลินหย่วนด้วยความฉงนยิ่งขึ้น การเรียนจบอาชีวะในอำเภอหมายถึงอะไรย่อมรู้กันดี นึกไม่ถึงว่าหลินหย่วนจะยอมทิ้งงานมั่นคงเพื่อมาทำฟาร์มหมู
"เถ้าแก่หลิวชมเกินไปแล้วครับ เรามาคุยเรื่องราคากันต่อดีกว่า ผมคิดว่าหมูของเราต่อให้ขายชั่งละหนึ่งหยวนเก้าสลึง ก็คงมีคนแย่งกันซื้อแน่นอน!"
หลินหย่วนไม่ได้สนใจจะคุยเรื่องอื่นกับหลิวจื้อกัง เขาจึงดึงบทสนทนากลับมาที่เรื่องราคา
เถ้าแก่หลิวส่ายหน้า
"คุณชายหลินสายตาแหลมคมจริงๆ แต่ราคาหนึ่งหยวนเก้านั่นสูงเกินไป พูดกันตามตรงพวกเราเป็นแค่คนกลาง ไม่ได้มีกำไรมากมายขนาดนั้น กินแค่ค่าน้ำพักน้ำแรงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง แต่เมื่อพิจารณาว่าจำนวนหมูของพวกคุณมีมากพอ ผมให้ได้เต็มที่ที่หนึ่งหยวนแปดสลึง"
หลินหย่วนและหลินเจี้ยนจวินสบตากัน ทั้งคู่ต่างเห็นความยินดีในดวงตาของอีกฝ่าย
หลินหย่วนเองก็คาดไม่ถึงว่าลองต่อราคาเล่นๆ ดูจะประสบความสำเร็จจริงๆ ดูท่าว่าวงจรราคาเนื้อหมูขยับขึ้นกำลังจะมาถึงแล้วจริงๆ
"ตกลงครับ หนึ่งหยวนแปดสลึง ดีลครับเถ้าแก่หลิว!"
หลินเจี้ยนจวินเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ เขารีบยื่นมือไปจับกับเถ้าแก่หลิวทันที
หมูร้อยตัวนี้ เฉลี่ยแล้วน้ำหนักตัวละประมาณ 200 ชั่ง เพิ่มขึ้นมาชั่งละหนึ่งสลึง ตัวหนึ่งก็ได้เงินเพิ่มขึ้น 20 หยวน ร้อยตัวก็เท่ากับได้เพิ่มขึ้นถึง 2,000 หยวน ซึ่งนี่คือกำไรเน้นๆ
ต้องรู้ก่อนว่า งานที่รัฐจัดสรรให้หลินหย่วนนั้น มีเงินเดือนเริ่มต้นเพียงแค่ 82 หยวนเท่านั้นเอง
ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็จัดเตรียมการชั่งน้ำหนักหมู
"สองร้อยสิบชั่ง"
"สองร้อยแปดชั่ง"
"สองร้อยยี่สิบสองชั่ง"
เมื่อได้ยินตัวเลขขานออกมา ทั้งสามคนต่างก็มีรอยยิ้ม เพราะในจุดนี้ผลประโยชน์ของทุกคนสอดคล้องกัน ยิ่งหมูหนักเท่าไหร่ เงินที่ได้ก็ยิ่งมากเท่านั้น
โดยเฉพาะหลินเจี้ยนจวิน เขาคาดไม่ถึงว่าหมูที่บ้านจะตัวอ้วนสมบูรณ์กว่าที่คิดไว้มาก
ในฐานะพ่อค้าหมูรายใหญ่ที่สุดในอำเภอ หลิวจื้อกังมีความพร้อมสูงมาก เขาจัดรถไถมาถึงห้าคัน แต่ละคันบรรทุกหมูได้ 20 ตัว ทำให้ขนหมูทั้งหมดได้ภายในรอบเดียว ไม่นานนัก หมูขุน 100 ตัว และแม่พันธุ์ที่คัดออกอีก 3 ตัว ก็ชั่งน้ำหนักเสร็จสิ้น
"พี่หลิน ชั่งเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ หมูขุนหนึ่งร้อยตัว น้ำหนักรวม 21,642 ชั่ง เป็นเงิน 38,955 หยวน 6 เฟิน ส่วนแม่พันธุ์สามตัว น้ำหนักรวม 1,100 ชั่ง คิดราคาชั่งละหนึ่งหยวนสี่สลึง เป็นเงิน 1,540 หยวน
รวมทั้งหมดเป็นเงิน 40,495 หยวน 6 เฟิน ผมปัดให้เป็นสี่หมื่นห้าร้อยหยวนถ้วนเลยแล้วกัน"
หลิวจื้อกังพูดพลางเปิดกระเป๋าหนัง หยิบปึกธนบัตรใบละร้อยหยวนสีน้ำเงินดำออกมาเริ่มนับ
"สี่หมื่นหยวน... นี่มันเพิ่งปี 92 แถมมีหมูแค่ร้อยตัว การเลี้ยงหมูนี่มันมีอนาคตจริงๆ!"
แม้เงินก้อนนี้จะเป็นของหลินเจี้ยนจวิน แต่เมื่อหลินหย่วนคิดว่าในอนาคตเขาสามารถใช้การเลี้ยงหมูทำเงินได้มากกว่าตัวเลขนี้มหาศาล หัวใจเขาก็เต้นแรงด้วยความตื่นเต้นจนใบหน้าเริ่มแดงซ่าน
"ดูทำหน้าเข้า แค่เห็นเงินแค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้วเหรอ!"
หลินเจี้ยนจวินเห็นท่าทาง "ไม่ได้ความ" ของลูกชาย ก็อดไม่ได้ที่จะตบหัวหลินหย่วนเบาๆ ไปทีหนึ่ง
"ฮ่าๆ วัยรุ่นน่ะนะ ไว้ต่อไปเห็นเงินจนชินตาก็เลิกตื่นเต้นไปเองแหละ"
หลิวจื้อกังยื่นเงินให้หลินเจี้ยนจวิน แม้จะรู้สึกปวดใจเล็กน้อยที่ต้องจ่ายเงินก้อนโต แต่เมื่อคิดว่าหมูชุดนี้จะทำกำไรให้เขาอย่างน้อย 6,000 หยวน รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนหน้าเขาอย่างห้ามไม่ได้
ไม่นานนัก หลิวจื้อกังก็พารถไถขบวนใหญ่จากไป เหลือเพียงหลินหย่วนและหลินเจี้ยนจวินสองคนในฟาร์ม
"พ่อครับ เงินก้อนนี้พ่อตั้งใจจะเอาไปทำอะไรเหรอ?"
เงินจากการขายหมูได้มากกว่าที่คาดไว้มาก หลินหย่วนจึงเริ่มจ้องมองเงินก้อนนี้ เพราะตอนนี้ยิ่งมีเงินทุนมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งเลี้ยงหมูได้มากขึ้น และในอนาคตก็จะทำกำไรได้มหาศาลขึ้นตามไปด้วย
(จบตอน)