- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพผู้เก่งกาจกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่
- บทที่ 628 - ความคิดถึง
บทที่ 628 - ความคิดถึง
บทที่ 628 - ความคิดถึง
บทที่ 628 - ความคิดถึง
ตั้งแต่เซียวฉูรันบริหารกลุ่มเฉวียนเซิ่งจนเจริญรุ่งเรือง เธอก็มุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ หวังว่าสักวันบุฝานจะได้เห็นความพยายามของเธอ เธอได้ยินสวี่ฉิงบอกว่าบุฝานถูกเรียกตัวไปปฏิบัติภารกิจอะไรสักอย่าง และพวกเธอก็ไม่ได้เจอบุฝานมาเป็นเดือนแล้ว นอกจากนี้เจี้ยนตงก็ยังตามตื๊อเธอไม่เลิก ซึ่งมันทำให้เธอปวดหัวมาก
เซียวฉูรันยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องทำงานผู้บริหารชั้นบนสุดของกลุ่มเฉวียนเซิ่ง มองดูการจราจรที่พลุกพล่านอยู่เบื้องล่าง ปลายนิ้วลูบไล้กระจกเย็นเฉียบอย่างเหม่อลอย กลุ่มบริษัทภายใต้การบริหารของเธอเริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ผลประกอบการพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใครๆ ต่างก็ชื่นชมว่าเธอเป็นนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟแรงที่เก่งกาจและเด็ดขาด แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า สิ่งที่คอยประคับประคองให้เธอผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเหน็บหนาวมาได้ ไม่เคยเป็นชื่อเสียงหรือเงินทอง แต่เป็นเงาของบุฝานต่างหาก
เธอมีความรู้สึกอยู่เสมอว่า ขอเพียงตัวเองเก่งกาจและโดดเด่นมากพอ สักวันหนึ่ง บุฝานก็จะหยุดเดินและหันมามองความรู้สึกในใจเธออย่างแท้จริง
แต่ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา บุฝานกลับหายเข้ากลีบเมฆไปเลย
สวี่ฉิงบอกเพียงคร่าวๆ ว่าเขาถูกเรียกตัวไปปฏิบัติภารกิจลับ ส่วนรายละเอียดว่าไปทำอะไร ไปที่ไหน หรือจะกลับเมื่อไหร่นั้น ไม่มีใครรู้เลย เซียวฉูรันพยายามติดต่อเขาหลายครั้ง แต่โทรศัพท์ก็ไม่มีคนรับสาย ข้อความก็ไม่มีการตอบกลับ การรอคอยแต่ละครั้งที่สูญเปล่า มันเหมือนกับเข็มเล่มเล็กๆ ที่ค่อยๆ ทิ่มแทงหัวใจของเธอ ถึงจะไม่ตาย แต่มันก็เจ็บปวดทรมานเหลือเกิน
สิ่งที่ทำให้เธอรำคาญใจยิ่งกว่าคือ การตามตื๊ออย่างไม่ลดละของเจี้ยนตง
ตั้งแต่เธอเริ่มมีบทบาทในกลุ่มบริษัท เจี้ยนตงก็มักจะหาเรื่องมาเจอเธออยู่เสมอ ไม่ว่าจะมาคุยเรื่องธุรกิจ ส่งของขวัญ หรือแกล้งทำเป็นบังเอิญเจอ การแสดงความรู้สึกของเขาตรงไปตรงมาและดุดัน แฝงไปด้วยความกดดันที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เขาแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเปิดเผย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่ในใจของเซียวฉูรันถูกบุฝานครอบครองไปจนหมดแล้ว ไม่มีที่ว่างเหลือให้ใครอีกเลย
เธอปฏิเสธอย่างชัดเจนไปหลายครั้ง แต่เจี้ยนตงก็ยังคงตามตื๊อไม่เลิก ถึงขั้นใช้เรื่องงานมาเป็นข้ออ้างบีบบังคับเธอ ทำให้เธอต้องรับมือกับความกดดันทั้งเรื่องงาน และความรำคาญใจจากการตามตื๊อของเขา
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ สวี่ฉิงเดินเข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้ เธอมองแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวของเซียวฉูรัน แล้วถอนหายใจเบาๆ "ฉูรัน เธอคงกำลังคิดถึงบุฝานอยู่ล่ะสิ"
เซียวฉูรันได้ยินดังนั้น ก็ตกใจจนรีบโบกมือปฏิเสธด้วยความเขินอาย "เปล่าสักหน่อย ฉันแค่กำลังคิดเรื่องโปรเจกต์ต่อไปอยู่น่ะ แล้วก็เรื่องเจี้ยนตงด้วย ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวก่อน ตอนนี้เขาก็ตามตื๊อฉันไม่เลิกเลย"
สวี่ฉิงไหนเลยจะดูไม่ออกถึงความในใจของเธอ แต่ก็ไม่ได้ถามตรงๆ แต่พอพูดถึงเรื่องเจี้ยนตง นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพูดแบบนี้ สวี่ฉิงพูดกับเซียวฉูรันว่า "ฉูรัน ที่ฉันมาก็เพื่อจะบอกเธอว่า บุฝานกลับมาแล้วนะ ตอนนี้เขาอยู่ที่นครหลวงจิงตู ฉันกับซูอิ่งกำลังจะไปหาเขา ที่มานี่ก็เพื่อจะถามว่า เธอจะไปกับพวกเราด้วยไหม"
เซียวฉูรันส่ายหน้าเบาๆ ปลายนิ้วของเธอขาวซีด
เธอไม่ได้กลัวเล่ห์เหลี่ยมในวงการธุรกิจ หรือความยากลำบากในการทำงาน แต่เธอแค่กลัวว่าบุฝานจะเงียบหายไป และกลัวว่าความพยายามทั้งหมดของเธอ จะไม่ได้รับการตอบสนองจากเขา
ท้องฟ้าเบื้องนอกค่อยๆ มืดลง แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องเริ่มสว่างไสว สาดส่องไปทั่วทั้งเมือง แต่กลับส่องไม่ถึงก้นบึ้งของหัวใจที่กำลังกระวนกระวายและสิ้นหวังของเธอในเวลานี้
เธอไม่รู้ว่าควรจะไปกับพวกสวี่ฉิงดีไหม เธออยากไปมาก แต่ก็แอบกลัว เพราะระหว่างเธอกับบุฝานมีความผูกพันที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้ คิดไปคิดมาสุดท้ายเธอก็ส่ายหน้าปฏิเสธ
การรอคอยอันยาวนาน บวกกับการตามตื๊ออย่างไม่ลดละของเจี้ยนตง กำลังบั่นทอนความอดทนของเธอลงเรื่อยๆ ทำให้จิตใจที่เคยแน่วแน่ของเธอ เริ่มเกิดความสับสนขึ้นมาบ้างแล้ว
สวี่ฉิงเองก็เข้าใจดีว่า เซียวฉูรันยังต้องการเวลาอีกสักหน่อย จึงไม่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมอีก สวี่ฉิงถอดจี้หยกป้องกันตัวที่คอออก แล้วยื่นให้เซียวฉูรัน "ฉูรัน จี้หยกป้องกันตัวอันนี้ ตอนนี้เธอจำเป็นต้องใช้มันมากกว่าฉันอีกนะ เธอใส่ไว้เถอะ แล้วก็ห้ามถอดเด็ดขาดเลยนะ ขยับมาใกล้ๆ สิ ฉันจะบอกเคล็ดวิชาให้ ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรของเธอในตอนนี้ ต่อให้เป็นเจี้ยนตงก็ทำร้ายเธอไม่ได้หรอก"
เซียวฉูรันพูดด้วยความเกรงใจ "จี้หยกนี่มีค่ามากเลยนะ ฉัน..."
"เอาเถอะน่า! จี้หยกป้องกันตัวก็ต้องอยู่กับคนที่จำเป็นต้องใช้สิ ตอนนี้เธอสำคัญกว่าฉันอีกนะ เดี๋ยวพวกเราก็กลับมาแล้ว สัญญากับฉันนะ! ให้เวลาตัวเองและบุฝานหน่อย ฉันเชื่อว่าในใจบุฝานต้องมีเธออยู่แน่นอน"
"จริงเหรอ"
สวี่ฉิงยิ้ม เซียวฉูรันอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี หน้าแดงก่ำไปหมด หลังจากสวี่ฉิงกลับไป เซียวฉูรันก็ถอนหายใจยาว เธอมองจี้หยกป้องกันตัวที่คอ ถ้าจี้หยกนี้บุฝานเป็นคนมอบให้เธอด้วยตัวเอง มันคงจะดีไม่น้อยเลย
กว่าเซียวฉูรันจะเลิกงานก็ดึกมากแล้ว ทันทีที่เธอเดินออกจากตึก เจี้ยนตงในชุดสูทสีขาวก็ถือช่อดอกไม้เดินตรงเข้ามาหาเธอ เซียวฉูรันเห็นหน้าเขาแล้วก็รู้สึกรำคาญใจสุดๆ เธอคิดว่าต่อให้ผู้ชายทั้งโลกตายกันหมด เธอก็ไม่มีทางเลือกผู้ชายคนนี้เด็ดขาด
"ฉูรัน! ผมรอคุณมาตั้งนานแล้ว ไปดูหนังด้วยกันไหม วันนี้เป็นวัน..."
เซียวฉูรันรีบพูดแทรกเจี้ยนตงทันที "เจี้ยนตง! ฉันขอบอกคุณอีกครั้งนะ ช่วยอยู่ห่างๆ ฉันหน่อยได้ไหม ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มันก็ไม่สำคัญสำหรับฉันหรอกนะ เพราะในใจฉันมีคนอื่นอยู่แล้ว ต่อให้ไม่มี ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกตายกันหมด ฉันก็ไม่มีทางเลือกคุณเด็ดขาด ถ้าคุณยังขืนตามตื๊อฉันอีก ฉันจะไม่เกรงใจคุณแน่"
พูดจบเซียวฉูรันก็ขับรถออกไปทันที เจี้ยนตงโยนช่อดอกไม้ทิ้งด้วยความโกรธ "ในเมื่อไม่ยอมรับความหวังดี งั้นก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน"
เจี้ยนตงรีบโทรศัพท์เรียกพวกทันที เขารู้ว่าเซียวฉูรันพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง จึงเรียกยอดฝีมือมาหลายคน ตอนนี้อำนาจของเจี้ยนตงแผ่ขยายใหญ่โตขึ้นมาก ตั้งแต่สำนักมังกรดำถูกทำลาย เขาก็ได้ไปพบกับหลงซื่อไห่และไฉจื่อ หลังจากได้รับคำแนะนำจากทั้งสองคน ตอนนี้เขาก็มีลุกน้องฝีมือดีอยู่ข้างกายมากมาย และแน่นอนว่ามีเงินทองมหาศาลด้วย
สิ่งนี้ทำให้เขากลายเป็นผู้มีอิทธิพลระดับแนวหน้าของมหานครในพริบตา มีอำนาจมากกว่าสำนักมังกรดำในอดีตเสียอีก ตอนนี้เขาเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้ว เหมือนที่หลงซื่อไห่เคยบอกเขาว่า "อยากได้อะไรก็ต้องแย่งชิงมา มีแค่การแย่งชิงมาเท่านั้นถึงจะเป็นของเรา" ตอนนี้เขาเข้าใจคำพูดนี้แล้ว เขาจึงไม่มีความอดทนอีกต่อไป
บนถนน จู่ๆ ก็มีรถสีดำหลายคันขับตามหลังมา ตอนแรกเซียวฉูรันไม่ได้สังเกต แต่พอมองกระจกหลังถึงเพิ่งเห็น แต่กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว! เซียวฉูรันถูกพวกนั้นขับรถเบียดจนต้องจอด
เซียวฉูรันขมวดคิ้วแล้วลงจากรถ "พวกคุณเป็นใคร แล้วต้องการอะไร"
มีชายฉกรรจ์หลายคนลงมาจากรถ แต่ละคนมีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงกว่าเซียวฉูรันทั้งนั้น เซียวฉูรันสัมผัสได้ถึงพลังของพวกเขา จึงก้าวถอยหลังไปหลายก้าว "พวกคุณต้องการอะไร"
"คุณเซียว... ถ้าคุณรู้จักความดีความชอบ ก็เชิญตามพวกเรามาดีๆ เถอะครับ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ คุณก็เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับพลังภายในขั้นสมบูรณ์แบบเท่านั้น ส่วนพวกเราอย่างต่ำก็เป็นปรมาจารย์ขั้นก่อกำเนิดกันทุกคน คุณไม่ใช่คู่มือของพวกเราหรอกครับ"
เซียวฉูรันย่อมรู้ดี แต่เธอไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ แน่ "หึ... ฉันไม่ยอมจำนนง่ายๆ หรอกนะ จะสู้ก็เข้ามาเลย"
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจก็แล้วกัน จับตัวเธอไว้..."
ชายสองคนพุ่งเข้ามาทันที เซียวฉูรันที่คล่องแคล่วว่องไวก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่จู่ๆ ก็มีชายอีกคนพุ่งเข้ามาซัดฝ่ามือใส่จากด้านหลัง เซียวฉูรันรีบใช้กำลังทั้งหมดซัดฝ่ามือสวนกลับไป