- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกบทบาทในโลกสุดบรรลัย
- บทที่ 1: กลายเป็นแสงจันทร์ขาวผู้แสนอ่อนแอของท่านประธาน 1
บทที่ 1: กลายเป็นแสงจันทร์ขาวผู้แสนอ่อนแอของท่านประธาน 1
บทที่ 1: กลายเป็นแสงจันทร์ขาวผู้แสนอ่อนแอของท่านประธาน 1
คำเตือนก่อนอ่าน: นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองพระเอกเป็นหลัก ตัวเอกเก่งกาจทั้งคู่ นักอ่านสายคลั่งพระเอกหรือคลั่งนายเอกแบบสุดโต่งโปรดใช้วิจารณญาณ และจุดนี้คือจุดรับฝากสมอง
ณ คฤหาสน์ริมทะเลแห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มในชุดนอนสีดำสนิททอดฝ่าเท้าเปลือยเปล่าลงบนพื้น เผยให้เห็นข้อเท้าได้รูปงดงามวับแวม
รูปร่างของเขาสูงโปร่งเป็นพิเศษ สัดส่วนสมบูรณ์แบบรับกับค่านิยมความงามในยุคปัจจุบัน เนื้อผ้าบางเบาของชุดนอนไม่อาจปิดบังมัดกล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องที่เผยให้เห็นรำไรได้มิด
สองขาค่อยๆ ก้าวเดินไปยังหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดเพดาน นิ้วเรียวกดรีโมตคอนโทรล ผ้าม่านสีน้ำตาลกาแฟอบอุ่นเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนเบื้องนอก
ชายหนุ่มยืนนิ่งเงียบอยู่หน้าบานกระจก ทอดสายตามองทัศนียภาพที่แปรเปลี่ยน ทว่ากลับไม่มีสีสันใดสะท้อนเข้ามาในแววตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
เนิ่นนานนับอึดใจ เขาจรดปลายนิ้วลงบนบานกระจกแผ่วเบา ประกายอารมณ์สายหนึ่งพาดผ่านนัยน์ตา ก่อนจะสลายกลายเป็นหมอกควันไปในชั่วพริบตา
"ถึงเวลาแล้ว"
ราวกับเป็นการยืนยันคำพูดนั้น ร่างสูงโปร่งซวนเซเล็กน้อย ก่อนจะหงายหลังล้มลงบนเก้าอี้พักผ่อนที่อยู่ด้านหลังอย่างไม่อาจควบคุมได้
เขายันตัวขึ้นบนเก้าอี้ได้เพียงครู่เดียว ทว่าคล้ายกับเรี่ยวแรงถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น สองแขนร่วงหล่นลงอย่างหนักหน่วง หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เส้นเลือดดำตรงขมับและลำคอปูดโปน บ่งบอกถึงสัญญาณของวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ถึงกระนั้นแววตาของเขากลับสงบนิ่งอย่างถึงที่สุด ราวกับไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดๆ เพียงแค่รอคอยความตายที่กำลังมาเยือนอย่างเงียบเชียบ
[กำลังโหลดระบบ... จับเป้าหมายสำเร็จ... กำลังยืนยันการผูกมัด... ผู้ถูกผูกมัด... เผยอวี้...]
[ผูกมัดสำเร็จ...]
[ยินดีต้อนรับ...]
ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบ สิ่งสุดท้ายที่เผยอวี้ได้ยินคือเสียงเครื่องจักรอันแสนเย็นชาในหัว
[ชื่อ: เผยอวี้
เพศ: ชาย
อายุ: 25 ปี
ส่วนสูง: 189 ซม.
น้ำหนัก: 76 กก.
...]
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เผยอวี้ก็เห็นหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนลอยอยู่เบื้องหน้า บนนั้นปรากฏข้อมูลส่วนตัวของเขาอย่างชัดเจน ทว่ามีอยู่บรรทัดหนึ่งที่เขียนว่า ‘พิษชนิดพิเศษ’ ถูกเน้นด้วยสีแดงเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก
ในช่วงเวลาที่เขาหลับลึก ระบบได้ทำการส่งมอบข้อมูลส่วนใหญ่ให้เขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ระบบนี้สังกัดอยู่ภายใต้องค์กรที่มีชื่อว่า ‘สาดเลือดสุนัข’ ซึ่งก็ตรงตามชื่อ มันคือองค์กรที่รวบรวมพล็อตเรื่องน้ำเน่าเคล้าน้ำตาไว้มากมาย หน้าที่ของเขาคือการสวมบทบาทเป็นตัวละครในเรื่องราวเหล่านั้น และใช้ชีวิตของพวกเขาไปอย่างสงบสุขราบรื่น
หากทำภารกิจลุล่วง เขาจะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งใดก็ได้ตามปรารถนา
ทว่าหากล้มเหลว เขาจะถูกลบเลือนไปอย่างสมบูรณ์ ไม่เหลือแม้แต่สิทธิ์ในการคงอยู่ของดวงวิญญาณ
"โฮสต์ ต้องการเข้าสู่โลกใบแรกเลยหรือไม่" ลูกบอลแสงสีขาวอุ่นลอยอยู่ตรงหน้าเผยอวี้ เปล่งประกายแสงนุ่มนวล
"ตกลง"
สิ้นคำตอบของชายหนุ่ม สีสันเบื้องหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป สติสัมปชัญญะเริ่มจมดิ่ง ก่อนที่เขาจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครา
[กำลังโหลด... โหลดโลกสำเร็จ... กำลังผูกมัดเป้าหมายภารกิจ... ผูกมัดสำเร็จ...]
[ยืนยันโลก: ‘ตัวแทนคนรักของท่านประธาน’ ...]
ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งเมืองหลวงประเทศ Z ผู้คนเดินขวักไขว่พลุกพล่าน เสียงประกาศเที่ยวบินสลับกับเสียงจอแจของผู้คนดังก้องผสานกันไปทั่วบริเวณ
ชายหนุ่มในเสื้อเทรนช์โค้ตสีน้ำตาลกาแฟลากกระเป๋าเดินทางก้าวเดินออกมาพร้อมกับกลุ่มผู้โดยสารขาเข้า เขาคือจุดสนใจที่ใครๆ ก็ต้องเหลียวมองท่ามกลางฝูงชนอย่างไม่ต้องสงสัย รูปร่างสูงโปร่ง ช่วงขายาวสลวย แม้จะสวมเสื้อโค้ตที่ค่อนข้างหนา ทว่ากลับดูสง่างามและรับกับเรือนร่างของเขาได้อย่างไร้ที่ติ
เขามีดวงตาคู่สวยหยาดเยิ้มที่ราวกับมีประกายระยิบระยับซ่อนอยู่ ทว่าในขณะเดียวกันกลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชาและกลิ่นอายกดดันอันเป็นธรรมชาติของผู้ที่อยู่เหนือกว่า
อาจเป็นเพราะสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ ผิวพรรณของเขาจึงขาวซีดจนเกินไป ริมฝีปากที่บางเฉียบอยู่แล้ว ยิ่งดูเย็นชาไร้เยื่อใยมากขึ้นไปอีกเมื่อปราศจากสีสันของเลือดฝาด
พ่อบ้านหลี่ยืนรออยู่ตรงจุดนัดพบมาพักใหญ่แล้ว ใบหน้าเริ่มมีเหงื่อซึมด้วยความร้อนใจ
ท่านประธานสั่งให้เขามารับคุณชายเผยที่นี่ เขาอุตส่าห์มารอตั้งเนิ่นนาน ทว่าเหตุใดจนป่านนี้ถึงยังไม่เห็นตัวเลยสักที สุขภาพของคุณชายเผยยิ่งไม่ค่อยสู้ดีอยู่ด้วย หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เขาจะรับผิดชอบไหวได้อย่างไร
"ลุงหลี่"
น้ำเสียงที่ค่อนข้างเย็นชาของชายหนุ่มดังขึ้นข้างกายพ่อบ้านหลี่ ชายชรากะพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะตั้งสติได้
"คุณชายเผยหรือครับ"
ไม่ใช่ว่าพ่อบ้านหลี่จำเขาไม่ได้ เพียงแต่เผยอวี้เปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน
เมื่อสิบปีก่อนตอนที่เผยอวี้จากไป เขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยสิบหกปี ในเวลานั้นเขาส่วนสูงน้อยกว่าเจ้านายของตนอยู่เกือบครึ่งค่อนศีรษะ อีกทั้งสุขภาพที่ย่ำแย่ โครงกระดูกจึงเล็กบอบบาง ดูเผินๆ ราวกับดรุณีน้อยหน้าตาสะสวย
ทว่าบัดนี้ ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าผู้สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้านายของเขาได้ผู้นี้ ทำให้เขาไม่อาจเชื่อมโยงภาพลักษณ์ตรงหน้าเข้ากับเผยอวี้ผู้แสนอ่อนแออมโรคในอดีตได้เลยจริงๆ
"เจียงเฉินไม่ได้มาด้วยหรือ"
พ่อบ้านหลี่กำลังเอื้อมมือไปรับกระเป๋าเดินทางจากเผยอวี้ เมื่อได้ยินคำถามนั้น สีหน้าของเขาก็ปรากฏร่องรอยของความอึดอัดใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ "ช่วงนี้ที่บริษัทของประธานเจียงมีธุระให้จัดการเยอะน่ะครับ ท่านเลยให้ผมพาคุณชายไปพักผ่อนที่คฤหาสน์ก่อน แล้วคืนนี้ค่อยรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน"
"อืม"
เผยอวี้มองแววตาลุกลี้ลุกลนของพ่อบ้านหลี่พลางเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ อย่างแนบเนียน
หากคำนวณจากช่วงเวลาที่เขาเดินทางกลับประเทศ ในตอนนี้เจียงเฉินคงบีบบังคับให้สวีไจ้ไจ้เซ็นสัญญารับบทคนรักไปเรียบร้อยแล้ว และประกายไฟบางอย่างก็คงเริ่มปะทุขึ้นท่ามกลางการใกล้ชิดกันของคนทั้งสอง
ตามหลักการแล้ว เจ้าของร่างเดิมคือแสงจันทร์ขาวผู้แสนอ่อนแอ ในฐานะที่เป็นเจ้าของร่าง ตราบใดที่เผยอวี้ไม่หวนกลับมา เขาย่อมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเส้นเรื่องเดิม ดังนั้น ตลอดหลายปีนับตั้งแต่ที่เผยอวี้ข้ามมายังโลกใบนี้ นอกจากการหมั่นออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพแล้ว เขายังได้ก่อตั้งบริษัทและสั่งสมอำนาจของตนเองขึ้นมาอย่างเงียบๆ
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ระบบได้มอบหมายภารกิจใหม่ให้แก่เขา นั่นคือการช่วยเหลือตัวร้ายอย่างฉวีเสิ่นอี
หมอนี่คือตัวการสำคัญในโลกนิยายต้นฉบับ ที่รับบทเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเจียงเฉิน คอยตั้งตนเป็นศัตรูขัดขวางเจียงเฉินอยู่ตลอดเวลา และท้ายที่สุดก็ก่อเหตุลักพาตัวเจ้าของร่างเดิมและสวีไจ้ไจ้ไปเพื่อข่มขู่เจียงเฉิน ผลักดันให้เส้นเรื่องดำดิ่งสู่จุดที่ทั้งรุนแรงและปวดตับอย่างถึงที่สุด
ตามเส้นเรื่องเดิม หลังจากที่ฉวีเสิ่นอีจับตัวเจ้าของร่างเดิมไป เขาก็ลงมือทรมานสารพัดวิธี ร่างกายนี้เดิมทีก็เปราะบางอยู่แล้ว จุดจบจึงอนาถเกินบรรยาย และเมื่อลงมือฆ่าแสงจันทร์ขาวสุดที่รักของเจียงเฉินไปแล้ว ชะตากรรมของฉวีเสิ่นอีจะเป็นเช่นไรก็คงไม่ต้องเดา ย่อมต้องมีจุดจบที่น่าเวทนายิ่งกว่าเจ้าของร่างเดิมหลายเท่านัก
เจียงเฉินตกอยู่ในช่วงเวลาอันมืดมิดเนื่องจากการตายของแสงจันทร์ขาวในดวงใจ ท้ายที่สุด ด้วยความช่วยเหลือและเคียงข้างจากสวีไจ้ไจ้ เขาจึงลุกขึ้นยืนหยัดได้อีกครั้ง และตระหนักได้ว่าความรู้สึกที่มีต่อแสงจันทร์ขาวนั้น เป็นเพียงความยึดติดในสิ่งที่ไม่อาจครอบครอง จากนั้นเขาและสวีไจ้ไจ้ก็ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป
ในเส้นเรื่องดั้งเดิมไม่ได้ระบุไว้แน่ชัดว่าเหตุใดฉวีเสิ่นอีจึงตั้งหน้าตั้งตาจ้องทำลายเจียงเฉินอย่างบ้าคลั่งถึงเพียงนั้น แต่หากเป็นเพียงแค่การแข่งขันทางธุรกิจ ก็คงไม่มีความจำเป็นถึงขั้นต้องลงมือลักพาตัวอุกอาจเช่นนี้
เพราะฉะนั้น เพื่อขัดขวางไม่ให้ฉวีเสิ่นอีรนหาที่ตายอย่างบ้าคลั่ง เขาจึงจำเป็นต้องค้นหาสาเหตุที่แท้จริงให้พบ
เผยอวี้ซึ่งนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์เอื้อมมือออกไปเคาะกระจกหน้าต่างเบาๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นจางๆ
รอยยิ้มนั้นตกอยู่ในสายตาของพ่อบ้านหลี่ที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่ด้านหน้า ทำเอาหัวใจของชายชราเต้นรัวด้วยความกังวล
คุณชายเผยดูเปลี่ยนไปจากตอนเด็กราวกับเป็นคนละคน แผ่กลิ่นอายที่คาดเดาได้ยากยิ่งกว่าประธานเจียงเสียอีก หากเขาได้รู้ว่าเพื่อนสมัยเด็กของตนแอบไปเลี้ยงดูใครอีกคนไว้ และคนคนนั้นยังมีใบหน้าคล้ายคลึงกับตนเองถึงสามสี่ส่วนล่ะก็ เรื่องราวคงไม่จบสวยแน่... พ่อบ้านหลี่ลอบกลืนน้ำลาย สลัดศีรษะเบาๆ เลิกคิดฟุ้งซ่านไปเอง
"คุณชายเผย ไปอยู่ต่างประเทศตั้งนาน ทำไมจู่ๆ ถึงตัดสินใจกลับมาล่ะครับ" พ่อบ้านหลี่เอ่ยถามขึ้น
ย้อนกลับไปตอนนั้น เผยอวี้เดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ประธานเจียงเฝ้ารอคอยอยู่ทางนี้อย่างอดทน โดยหวังว่าเมื่อรักษาตัวเสร็จสิ้น เผยอวี้จะกลับมา ใครจะไปคาดคิดว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นยาวนานนับสิบปีเต็ม
"กลับมาดูอะไรนิดหน่อยน่ะครับ แล้วก็มาเยี่ยมเพื่อนเก่าด้วย"
น้ำเสียงของเผยอวี้ยังคงราบเรียบ พ่อบ้านหลี่มีคำถามจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก แต่ท้ายที่สุดก็เลือกที่จะกลืนมันลงไป
เพื่อนเก่าคนไหนกัน ประธานเจียง หรือว่าคนของตระกูลเผย
รถยนต์หรูแล่นเข้าสู่เขตคฤหาสน์ระดับไฮเอนด์อย่างเชื่องช้า หลังจากขับตรงไปได้ระยะหนึ่ง ก็เลี้ยวไปตามเส้นทางอีกสองสามโค้ง ก่อนจะจอดนิ่งสนิทลงที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่สุด
"คุณชายเผยเข้าไปก่อนได้เลยครับ เดี๋ยวผมเอารถไปเก็บที่โรงรถใต้ดิน รหัสผ่านประตูคฤหาสน์คือ... วันเกิดของคุณชายครับ"
"..."
เผยอวี้ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายพฤติกรรมของเจียงเฉินดี สรุปสั้นๆ ก็คือพวกจับปลาสองมือ
คนก็ยังไม่ทันตายแท้ๆ กลับรีบร้อนหาตัวแทนมาปรนเปรอความสุขให้ตัวเอง แล้วยังจะมาเสแสร้งเล่นบทคนรักผู้ภักดี ช่างน่าสะอิดสะเอียนเสียจริง
พ่อบ้านหลี่เดินกลับเข้ามา จัดแจงห้องพักให้เผยอวี้ และหลังจากนำกระเป๋าเดินทางไปเก็บเรียบร้อยแล้วก็เอ่ยขึ้น "เวลายังเช้าอยู่เลย คุณชายเผยพักผ่อนปรับตัวกับเวลาที่ต่างกันก่อนเถอะครับ คืนนี้ประธานเจียงก็จะกลับมาแล้ว"
"อืม"
เผยอวี้หลุบตาลงต่ำ ใต้ดวงตาแฝงรอยความเหนื่อยล้าจางๆ
การเดินทางบนเครื่องบินยาวนานนับสิบชั่วโมงชวนให้อ่อนเพลียจริงๆ
ทันทีที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จและล้มตัวลงนอนบนเตียง เผยอวี้ก็จมสู่ห้วงนิทราไปในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ