- หน้าแรก
- ใครว่านักอัญเชิญกระจอก เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์พันธสัญญาปีศาจแบบจัดเต็ม
- บทที่ 330 - ระดับขั้นอัครสาวก ราชาแห่งยมโลก!
บทที่ 330 - ระดับขั้นอัครสาวก ราชาแห่งยมโลก!
บทที่ 330 - ระดับขั้นอัครสาวก ราชาแห่งยมโลก!
บทที่ 330 - ระดับขั้นอัครสาวก ราชาแห่งยมโลก!
☆☆☆☆☆
หลังจากเข้าสู่ช่วงที่สามของขุมนรกดั้งเดิม เจิ้งอวี่ก็ไม่สามารถอัญเชิญอสูรอัญเชิญตัวใดออกมาได้เลย แม้แต่ราชาแห่งยมโลกก็ยังแตกต่างไปจากราชาแห่งยมโลกผู้มีกลิ่นอายของราชันที่เขารู้จักอย่างสิ้นเชิง
ราชาแห่งยมโลกในตอนนี้ดูเผินๆ เหมือนกับตัวมาร์มอทโง่ๆ ตัวหนึ่งเลย
นอกจากกินแล้ว
ก็ไม่รู้อะไรเลย
ยังดีที่ราชาแห่งยมโลกยังคงรักษาความจงรักภักดีต่อเจิ้งอวี่อย่างเต็มเปี่ยม และเชื่อฟังคำสั่งของเจิ้งอวี่ทุกอย่าง
แต่ปัญหาคือ นี่มันคือขุมนรกดั้งเดิมของราชาแห่งยมโลก ข้อมูลทุกอย่างควรจะหาได้จากราชาแห่งยมโลกสิ
ตอนนี้สมองของราชาแห่งยมโลกดันฝ่อไปซะแล้ว จะไปหาข้อมูลอะไรได้ล่ะ
ก็เลยต้องเดินเตร็ดเตร่ไปมาในนรกที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้อย่างไม่มีจุดหมาย
กร้วม!
ราชาแห่งยมโลกกัดลูกปีศาจน้อยย่างเกรียมจนแหลกละเอียด แล้วก็หันมาจ้องของในมือเจิ้งอวี่ เจิ้งอวี่ถอนหายใจ ก่อนจะโยนให้ราชาแห่งยมโลกไป
"ถ้าไม่ใช่เพราะระบบเปิดไม่ได้ล่ะก็ ฉันจะอัดวิดีโอตอนที่นายเอาแต่กินไม่รู้จักอิ่มนี่ไว้ ให้เฟินเทียนหัวเราะเยาะนายไปตลอดชีวิตเลย"
เจิ้งอวี่บ่นอุบ
นึกไม่ถึงเลยว่าราชันแห่งยมโลก จะกลับคืนสู่ธาตุแท้ดั้งเดิมเมื่ออยู่ในขุมนรกดั้งเดิมแบบนี้
ถึงแม้รูปร่างหน้าตาจะยังคงเป็นยมทูตแบบเดียวกับราชาแห่งยมโลก แต่บุคลิกท่าทางกลับกลายเป็นเหมือนอสูรวิญญาณบาปไปซะสนิท
"อสูรวิญญาณบาปงั้นเหรอ"
ความเข้าใจบางอย่างสว่างวาบขึ้นในหัวเจิ้งอวี่
"หรือว่าความหมายของขุมนรกดั้งเดิม ก็คือแบบนี้"
เจิ้งอวี่ลุกขึ้นยืน แล้วตบไหล่ราชาแห่งยมโลก "เลิกกินได้แล้ว"
ราชาแห่งยมโลกวางลูกปีศาจน้อยครึ่งตัวที่ยังมีน้ำมันสีดำไหลเยิ้มลงอย่างแสนเสียดาย
"นายลองนึกดูดีๆ ซิว่า ตอนนั้นนายเคยเป็นเพชฌฆาตอยู่ใต้สังกัดของปีศาจตัวไหน"
ราชาแห่งยมโลกส่ายหน้า
"งั้นฉันเปลี่ยนคำถามใหม่"
"ตอนนี้นายมีความรู้สึกอยากจะปีนป่ายขึ้นไปสู่จุดที่สูงกว่านี้บ้างไหม"
เจิ้งอวี่ค่อยๆ ตะล่อมถาม
ราชาแห่งยมโลกมองเจิ้งอวี่ด้วยความงุนงง แถมยังแอบชำเลืองมองลูกปีศาจย่างครึ่งตัวบนกองไฟด้วยซ้ำ
เจิ้งอวี่พูดอย่างโมโห "นายมันหมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ นายยอมเป็นแค่ปีศาจชั้นต่ำในนรกแห่งนี้ คอยกินแต่ของน่าสะอิดสะเอียนพวกนี้ไปวันๆ งั้นเหรอ"
ถึงแม้ราชาแห่งยมโลกอยากจะเถียงเจิ้งอวี่ใจจะขาด ว่าไอ้ของพวกนี้มันไม่ได้น่าสะอิดสะเอียนเลยสักนิด
แต่จู่ๆ ราชาแห่งยมโลกก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ดวงตาของเจิ้งอวี่เป็นประกาย
"ลองคิดดูให้ดีๆ ตอนนี้นายต้องการอะไรมากที่สุด"
สิ่งที่ทำให้ราชาแห่งยมโลกแตกต่างจากอสูรอัญเชิญตัวอื่นๆ ก็คือ ราชาแห่งยมโลกมักจะมีอุดมการณ์ของตัวเองอยู่เสมอ อุดมการณ์ที่อยากจะทำให้นรกแห่งนี้กลายเป็น 'ดินแดนแห่งความเท่าเทียม'
ถึงแม้ว่าอุดมการณ์นี้จะเปลี่ยนไปในตอนที่เขาได้กลายเป็นราชาของนรกแห่งนี้อย่างแท้จริงก็ตาม
ก็เพราะว่าความเท่าเทียมที่แท้จริง... คำพูดนี้มันก็งี่เง่าอยู่แล้ว
แต่อย่างน้อยเขาก็เคยพยายามทำมัน
พูดอีกอย่างก็คือ สิ่งที่หล่อหลอมให้เกิดราชาแห่งยมโลกขึ้นมา ก็คืออุดมการณ์ที่ออกจะ 'ไร้เดียงสา' ของเขานั่นแหละ
"ปีศาจที่มีอุดมการณ์ ไม่ควรมานั่งจุ้มปุ๊กแทะไอ้ของพวกนี้ แล้วใช้ชีวิตไปวันๆ ในนรกหรอกนะ นายคือปีศาจที่จะได้เป็นราชาเชียวนะ"
เจิ้งอวี่พยายามใช้จิตวิทยาเข้าสู้
ช่วยไม่ได้นี่นา เขาไม่อยากเสียเวลาในขุมนรกดั้งเดิมนี้อีกต่อไปแล้ว แถมยังไม่มีของรางวัลดีๆ อะไรให้ลุ้นอีก การรีบผ่านด่านให้เร็วที่สุดถึงจะสำคัญที่สุด
ในเมื่อขุมนรกแห่งนี้ได้ชื่อว่าขุมนรกดั้งเดิม
ถ้าแปลตามตัวอักษรแล้ว ก็น่าจะหมายถึงการค้นหาความหมายที่แท้จริงในการดำรงอยู่ของอสูรอัญเชิญ หรือก็คือตัวตนที่แท้จริงนั่นแหละ
การปล่อยให้อสูรอัญเชิญที่คอยทำตามคำสั่งของเจ้านายทุกอย่าง ไปตามหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง สำหรับสายอาชีพอื่นแล้วมันคงดูไร้สาระน่าดู
แต่เจิ้งอวี่คือคนที่เห็นพัฒนาการของราชาแห่งยมโลกมาด้วยตาตัวเอง ตั้งแต่ตอนที่เป็นแค่อสูรวิญญาณบาปที่เก่งกว่าตัวอื่นนิดหน่อย เลื่อนขั้นเป็นเพชฌฆาต กลายเป็นราชัน และก้าวขึ้นเป็นราชาในท้ายที่สุด
เขาเห็นแม้กระทั่งพัฒนาการทางความคิดของมัน
ขั้น 10 มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นขั้นที่ทำให้อสูรอัญเชิญกลายเป็นอสูรอัญเชิญที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ท้ายที่สุดแล้ว อสูรวิญญาณบาปที่นักอัญเชิญทุกคนอัญเชิญออกมาก็หน้าตาเหมือนกันหมด และเมื่ออสูรวิญญาณบาปพัฒนาขึ้นไป มันก็กลายเป็นเพชฌฆาตเหมือนกันหมด
ผลลัพธ์จากการใช้จิตวิทยาไม่ได้ผลดีอย่างที่เจิ้งอวี่คิดไว้
ราชาแห่งยมโลกยังคงดูงุนงงไม่รู้เรื่องรู้ราว
ดูเหมือนว่าคงต้องใช้ไม้แข็งซะแล้ว
เจิ้งอวี่ตัดสินใจหารังของปีศาจชั้นสูงแห่งหนึ่ง แล้วโยนราชาแห่งยมโลกเข้าไปข้างใน พร้อมกับยึดมงกุฎและเคียวซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะของราชาแห่งยมโลกเอาไว้
ไม่กี่วันต่อมา...
รังของปีศาจแห่งนี้ ก็เต็มไปด้วยความพินาศย่อยยับ
สาเหตุเป็นเพราะเมื่อปราศจากอำนาจข่มขวัญจากมงกุฎและเคียว ปีศาจพวกนี้ก็เริ่มคิดไม่ซื่อกับเจิ้งอวี่ ในนรกแห่งนี้ สถานะความเป็นมนุษย์ของเจิ้งอวี่มันดู... สดใหม่น่าหม่ำเกินไปแล้ว
เมื่อเทียบกับลูกปีศาจน้อยที่มีแต่น้ำมันสีดำเยิ้มๆ สำหรับปีศาจพวกนี้แล้ว การมีอยู่ของเจิ้งอวี่ก็เปรียบเสมือนซัคคิวบัสที่ยั่วยวนมนุษย์จนยากจะต้านทานได้
ราชาแห่งยมโลกไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด
เขารู้แค่ว่า มนุษย์ที่อยู่ข้างกายเขาคนนี้ คือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา เป็นหนึ่งเดียวไม่มีสอง
และปีศาจชั้นสูงในรังแห่งนี้ ก็รับมือราชาแห่งยมโลกไม่ได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว
"รู้สึกสะใจไหมล่ะ"
เมื่อมองดูผืนดินที่กลายเป็นเถ้าถ่าน และปีศาจทั้งหมดที่กลายมาเป็นค่าประสบการณ์ เจิ้งอวี่ก็เอ่ยปากถามขึ้น
"..."
"นายมีความแข็งแกร่ง สามารถปกป้องคนที่นายอยากปกป้องได้ นายแข็งแกร่งจนถึงขั้นที่ว่า ถ้ามีอะไรไม่สบอารมณ์นิดหน่อย ก็สามารถฆ่าล้างบางคนทั้งเมืองได้เลย"
"แต่นายสังเกตเห็นไหม พอไม่มีมงกุฎที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ และไม่มีเคียวที่เป็นสัญลักษณ์ของกำลังรบ พวกมันก็ไม่กลัวนายเลยสักนิด"
"นรกแห่งนี้ไม่มีกฎเกณฑ์"
"เพราะขาดราชาที่จะมาปกครองที่นี่"
"นายเก่งมากก็จริง แต่ถ้านายอยากจะก้าวขึ้นไปยืนในจุดที่เป็นขั้น 10 นายจะต้องรู้ซึ้งถึงความหมายของมงกุฎบนหัวและเคียวในมือของนายเสียก่อน"
"พวกมันไม่ใช่แค่เครื่องประดับ"
"พวกมันคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจของราชา"
หลังจากนั้น เจิ้งอวี่ก็พาราชาแห่งยมโลกตระเวนไปตามรังของปีศาจชั้นสูงอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นปีศาจระดับซูเปอร์ที่มีพละกำลังมหาศาล หรือปีศาจเจ้าถิ่นที่มีพลังสุดแสนจะแปลกประหลาด
ทั้งหมดก็ล้วนเป็นไปตามคาด คือแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อราชาแห่งยมโลกอย่างรุนแรง
ส่วนปีศาจที่อ่อนแอกว่า ก็จะพุ่งเป้าความปรารถนามาที่เจิ้งอวี่
เจิ้งอวี่พาราชาแห่งยมโลกตะลุยไปทั่ว โดยทำแค่เรื่องเดียวเท่านั้น
เข่นฆ่า!
"ผู้แข็งแกร่งแย่งชิงอำนาจ ผู้อ่อนแอแย่งชิงตัณหา"
"ปีศาจชั้นต่ำพวกนี้ ทั้งที่รู้ว่านายอยู่ข้างกายฉัน แต่ก็ยังควบคุมความปรารถนาของตัวเองไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่ามันงี่เง่า แต่ก็ยังดึงดันจะทำ"
"เหมือนกับพวกลัทธิจุตินั่นแหละ"
เจิ้งอวี่หันไปมองราชาแห่งยมโลก
"นายอาจจะเป็นอสูรอัญเชิญขั้น 10 ตัวแรกของฉัน ฉันหวังว่านายจะกลายเป็นในแบบที่ฉันจินตนาการไว้นะ"
"มาช่วยสร้างกฎเกณฑ์ ให้กับโลกที่ไร้ระเบียบแห่งนี้กันเถอะ"
"พวกผู้ปลุกพลังอาชีพจากลัทธิจุติพวกนั้น คุกเข่ามานานเกินไปแล้ว ซึ่งนั่นก็คือวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเขา เป็นพวกที่ยอมจำนนให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ใช้ชีวิตเลื่อนลอยไปวันๆ ละทิ้งอุดมการณ์"
"ถึงได้เลือกหนทางอันอ่อนแออย่างการสวามิภักดิ์ต่อเทพเจ้ายังไงล่ะ"
ในตอนนั้นเอง เจิ้งอวี่ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามงกุฎและเคียวที่เขาเก็บไป ไม่รู้ว่ากลับไปอยู่บนหัวและในมือของราชาแห่งยมโลกตั้งแต่เมื่อไหร่
ท้องฟ้าทั่วทั้งนรกกำลังปั่นป่วน ราวกับกำลังเฉลิมฉลองการจุติของราชาที่แท้จริง
เมื่อเห็นราชาแห่งยมโลกทวงคืนอำนาจควบคุมนรกกลับมาได้อีกครั้ง
ในที่สุดเจิ้งอวี่ก็เข้าใจความหมายของขุมนรกดั้งเดิม หรือก็คือเส้นทางสู่การเลื่อนระดับเป็นขั้น 10
ไม่ใช่การอัปเลเวล
แต่เป็นการสร้างโอกาสให้อสูรอัญเชิญได้กลายเป็นเทพเจ้าต่างหาก
การทำให้ราชาแห่งยมโลกกลายเป็นอสูรอัญเชิญที่มีเพียงหนึ่งเดียว
ถ้าบอกว่าเส้นทางจากอสูรวิญญาณบาป ไปเป็นเพชฌฆาต และไปเป็นราชาแห่งยมโลก สามารถมองได้ว่าเป็นภาพย่ออดีตของอสูรวิญญาณบาปตัวนี้
กระบวนการวิวัฒนาการนั้น ถูกนักอัญเชิญนำมาใช้ประโยชน์
ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้เส้นทางของอสูรวิญญาณบาปของนักอัญเชิญทุกคนออกมาเหมือนกันหมด
ราชาแห่งยมโลก ก็คือราชาแห่งยมโลก สิ่งที่บรรดานักอัญเชิญได้รับ ก็คือเสี้ยวหนึ่งในอดีตของราชาแห่งยมโลก เป็นเพชฌฆาต เป็นราชันแห่งยมโลก เป็นราชาแห่งยมโลก
แต่ราชาแห่งยมโลกในตอนนี้ต่างหาก ถึงจะเป็น 'การดำรงอยู่' ที่แท้จริง!
[จบแล้ว]