- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 915 ฉันอาจจะไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตอนเด็กๆ
บทที่ 915 ฉันอาจจะไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตอนเด็กๆ
บทที่ 915 ฉันอาจจะไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตอนเด็กๆ
บทที่ 915 ฉันอาจจะไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตอนเด็กๆ
การนอนหลับครั้งนี้อวี๋สวินเกอก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน แต่เมื่อตื่นขึ้นมาคำสาปที่เกิดจาก [เส้นทางอันทุลักทุเล] ก็หายไปหมดแล้ว
แมวสีส้มขาวมุดออกมาจากผ้าคลุม อาจารย์ทั้งสองที่นั่งอยู่หน้าเรือก็มองมาพร้อมกัน
ในที่สุดอวี๋สวินเกอก็มีอารมณ์เริ่มสังเกตทิวทัศน์ของแม่น้ำแห่งกาลเวลา
แต่วินาทีต่อมาเธอก็ถูกมือข้างหนึ่งจับหลังคอแล้วหิ้วขึ้นมา หิ้วมาไว้ตรงกลางเรือลำเล็ก เพื่อให้เธอเผชิญหน้ากับอาจารย์ทั้งสอง
เมื่อเผชิญกับสายตาที่เต็มไปด้วยข้อหาของลูกศิษย์ จู๋รื่อก็ชี้ไปที่เทียนหูหาวชี "หล่อนมีเรื่องจะคุยกับเธอ"
อวี๋สวินเกอยืนตัวตรงทันที รอฟังคำพูดของเทียนหูหาวชี เธอรู้ว่ามันต้องสำคัญมากแน่ๆ
เทียนหูหาวชีทอดถอนใจ:
"ทุกครั้งที่ฉันเห็นเธอฉันมักจะคิดอยู่เสมอ ว่าถ้าตอนนั้นฉันไปที่คาราดอมด้วยก็คงจะดี น่าเสียดายที่ไม่มีคำว่าถ้า..."
"ดังนั้นตอนที่จู๋รื่อบอกกับฉันว่า ถ้ามาตามหาเธอพร้อมกับหล่อน ขอแค่เธอตกลง ฉันก็สามารถกลายเป็นอาจารย์อย่างเป็นทางการอีกคนของเธอได้ ฉันก็ไปขอลางานกับชั่วต๋าโดยไม่ลังเลเลย"
"ตอนที่เธอกลับไปเข้าร่วมการแข่งขันอาจจะต้องปวดหัวสักพักหน่อยนะ เพราะช่วงที่ฉันไม่อยู่ ชั่วต๋าเป็นคนสอนแทนฉัน..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงที่เหมือนการพูดคุยเล่นของเธอก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของลูกศิษย์ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ความจริงแล้วเดิมทีฉันคิดว่า เธอในตอนเด็กคือลูกศิษย์ที่ฉันต้องการมากที่สุด"
ความจริงแล้วอวี๋สวินเกอก็พอจะเดาออกลางๆ ตั้งแต่ประโยคที่ว่า "ฉันมาหาลูกศิษย์ของฉัน" ของเทียนหูหาวชีตอนอยู่ที่ไจ้จิ่วแล้ว ท้ายที่สุดแล้วเทียนหูหาวชีก็พูดทุกปีว่าอยากให้ตัวเองเป็นลูกศิษย์
แต่ในตอนนี้เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของเทียนหูหาวชี เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย เธอมองไปยังอาจารย์ท่านนี้ที่มีสไตล์แตกต่างจากจู๋รื่ออย่างสิ้นเชิง เธอกำลังรอคำว่า "แต่" ของเธอ
"แต่" เทียนหูหาวชีให้คำว่าแต่มา เธอพูดว่า "เมื่อได้เห็นเธอที่เติบโตขึ้น ฉันถึงได้พบว่าฉันเปลี่ยนใจง่ายกว่าที่ตัวเองคิดไว้เสียอีก เธอที่เติบโตขึ้นแล้วต่างหาก คือลูกศิษย์ที่ฉันต้องการมากที่สุด เธอเต็มใจจะเป็นลูกศิษย์ของฉันไหม? จากที่นี่จนกว่าจะถึงจุดเวลาของอัสตรานายังต้องใช้เวลาอีกแปดสิบกว่าวัน ฉันสามารถสอนวิชาดรูอิดให้เธอได้ หรือว่าเธอยังอยากเรียนอะไรอย่างอื่นอีก?"
แววตาของอวี๋สวินเกอทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เธอรู้ดีว่าตัวเธอในเกมเปลี่ยนไพ่นั้นเป็นอย่างไร เธอไม่มีทางทำตัวกระตือรือร้น จริงใจ และไม่ระแวดระวังแบบนั้นได้ตลอดไปหรอก... ตอนที่เพิ่งขึ้นเรือพวกเธอไม่ได้กำลังโกรธเรื่องนี้กันอยู่เหรอ?
เธอเงียบไปนานมาก ถึงได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาท่ามกลางสายตาที่คาดหวังของเทียนหูหาวชีว่า "ฉันอาจจะไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตอนเด็กๆ นะ"
แน่นอน เธอไม่ได้คิดที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อสิ่งที่เรียกว่า "น่ารักน่าเอ็นดู" เธอรู้สึกว่าตัวเองก็ดีอยู่แล้ว ต่อให้จะทำให้คนอื่นโกรธหรือทำให้คนอื่นเสียใจ... ก็... ก็ไม่ใช่ปัญหาของเธอสักหน่อย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็กลับมามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมอีกครั้ง เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเทียนหูหาวชีอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ
ถ้าไม่ใช่อาจารย์ทั้งสองท่านนี้ข้ามผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลามาหาเธอล่ะก็ เธอคงไม่พูดคำขอโทษสองประโยคนั้นออกมาด้วยซ้ำ!
"รบกวนช่วยตัดคำว่า 'อาจจะ' ออกไปทีเถอะ" จู๋รื่อทนไม่ไหวจนต้องพูดแทรกขึ้นมาในที่สุด แถมเธอยังยื่นนิ้วชี้ออกมากดหน้าผากแมวอย่างร้ายกาจจนแทบจะทำเอาแมวหงายหลัง
ชั่วพริบตาเทียนหูหาวชีก็กลายร่างเป็นหมีจันทราที่สูงถึง 4 เมตร พร้อมกับเสียงคำรามของหมี ขาของหมีจันทราก็ยกขึ้นสูง แล้วกระทืบลงบนเท้าของจู๋รื่ออย่างแรง
จู๋รื่อพยายามอย่างมากที่จะรักษาใบหน้าให้ตึงเครียด แต่อวี๋สวินเกอก็ยังพอมองออกว่าเครื่องหน้าของเธอบิดเบี้ยวเล็กน้อย มือที่เมื่อครู่นี้ยังวางพาดบนหัวเข่าอย่างเกียจคร้าน บัดนี้ได้กำหมัดแน่นจนแข็งเป๊กไปแล้ว
อวี๋สวินเกอ: !!!
ถึงกับมีการโจมตีที่จู๋รื่อหลบไม่พ้นด้วยเหรอ? นี่จะต้องเป็นเทคนิคการต่อสู้ขั้นสูงรูปแบบหนึ่งอย่างแน่นอน!
แมวที่ยืนอยู่ตรงกลางเรือลำเล็กกระโดดเด้งตัวอยู่กับที่โดยตรง แล้วไปเกาะอยู่บนเท้าอีกข้างของหมีจันทรา
เธอใช้ขาหลังยืนขึ้น กรงเล็บแมวกอดขาของหมีจันทราไว้แน่น แหงนหน้าขึ้นแล้วตะโกนเรียกด้วยความกระตือรือร้นเสียงดังว่า "อาจารย์!!! อาจารย์ อาจารย์ อาจารย์ อาจารย์ อาจารย์!"
จู๋รื่อ: ......
......
"หลังจากเรียนรู้หัวใจแห่งดรูอิดแล้ว จะสามารถสลับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ คือรูปแบบสัตว์ป่า รูปแบบนักล่า และรูปแบบธรรมชาติ ทั้งสามรูปแบบนี้ล้วนต้องเสียสละความสามารถบางส่วนไป เพื่อให้ความสามารถอีกด้านได้รับการเสริมพลังอย่างมหาศาล"
"อย่างเช่นรูปแบบสัตว์ป่าของฉัน - หมีจันทรา จะเสียสละความว่องไวและปัญญาบางส่วน เพื่อให้พละกำลังและการป้องกันของฉันเพิ่มขึ้นอย่างมาก"
"รูปแบบนักล่าของฉัน - เสือดำแห่งเงา จะเสียสละพละกำลัง การป้องกัน และปัญญา เพื่อเสริมความว่องไว ความปราดเปรียว และดาเมจคริติคอลของฉัน รูปแบบนี้เชี่ยวชาญการซุ่มซ่อน การล่าสังหาร และการบุกโจมตีอย่างหนักหน่วง"
"รูปแบบธรรมชาติของฉัน - ผีเสื้อเศษดาว จะเสียสละพละกำลัง การป้องกัน และการโจมตีทางกายภาพ เพื่อเสริมปัญญาและประสิทธิภาพการรักษาของสกิลรักษา รูปแบบนี้จะมีความเร็วในการร่ายสกิลเป็นสามเท่าของรูปแบบอื่น และเวลาคูลดาวน์ของสกิลก็จะสั้นลงครึ่งหนึ่งด้วย"
"ทั้งสามรูปแบบสามารถสลับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ ไม่มีคูลดาวน์"
"สกิลนี้อาจจะไม่ได้ถือว่าล้ำลึกสุดยอดอะไร แต่มันล้ำค่ามาก มาจากเผ่าพันธุ์ของฉัน ไม่เกี่ยวข้องกับอ้าวฝ่า เธอไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาของเธอ"
"รูปแบบดรูอิดของแต่ละคนล้วนเกี่ยวข้องกับธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเอง"
เมื่อนานมาแล้วตอนที่ฝึกซ้อมการต่อสู้กับเทียนหูหาวชีเธอก็ชอบสกิลจำแลงร่างแบบนี้มาก เพียงแต่ตอนนั้นเธอรู้ว่านี่คือเทคนิคการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่อให้เทียนหูหาวชีในฐานะอาจารย์ของมูนไลท์เวทแลนด์ก็คงจะไม่สอนให้กับนักเรียนทั่วไป ดังนั้นเธอจึงไม่เคยถาม
หลังจากฟังการแนะนำสกิลจบ อวี๋สวินเกอก็แทบจะอดใจรอเริ่มเรียนไม่ไหวแล้ว
เธอถามด้วยความสงสัยว่า "สกิลนี้มีคนเรียนสำเร็จเยอะไหม?"
"ไม่เยอะหรอก ไม่เพียงเพราะว่าน้ำยาเวทมนตร์ที่จำเป็นต้องใช้ในการเรียนดรูอิดนั้นมีราคาแพงลิบลิ่ว แต่ยังเป็นเพราะความเข้าใจในสกิลนี้นั้นต้องใช้จินตนาการและกระแสสำนึกเป็นพิเศษ ที่สำคัญที่สุดคือในระหว่างการเรียนดรูอิดตลอดทั้งกระบวนการจำเป็นต้องให้ดรูอิดระดับอาวุโสอีกคนคอยดูแลตลอดเวลา" เทียนหูหาวชีสรุป
"เอาเป็นว่า ถ้าออกจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาไปแล้ว ฉันก็อาจจะหาเวลามาสอนหัวใจแห่งดรูอิดให้เธอไม่ได้เยอะขนาดนี้..."
เธอหยิบกล่องใบหนึ่งออกมา ด้านในมีน้ำยาเวทมนตร์วางอยู่ 7 ขวด "นี่คือน้ำยาเวทมนตร์ทั้งหมดของฉัน ต้นทุนด้านเวลาของน้ำยาเวทมนตร์แต่ละขวดไม่ต่ำกว่า 10 ปี ทุกปีหลังจากที่ฉันรวบรวมวัตถุดิบได้เพียงพอฉันก็จะลองปรุงดู แต่สุดท้ายที่ทำสำเร็จก็มีแค่ 7 ขวดนี้ นั่นก็หมายความว่า เธอมีโอกาสแค่ 7 ครั้งเท่านั้น"
ก็นน่าจะพอแหละมั้ง?
ปัญหาเดียวก็คือ แอนิเมกัสเวอร์ชันหรูหรานี้... ไม่ใช่สิ หัวใจแห่งดรูอิดนี้ หลังจากที่เธอเรียนรู้แล้วจะยังสามารถนำไปใช้ที่อัสตรานาได้ไหม?
ถ้าเป็นเมื่อก่อน แน่นอนว่าเธอย่อมอยากให้สกิลระดับเทพแบบนี้ถูกเก็บไว้ใช้นอกเกมมากกว่า แต่หลังจากเริ่มเดิมพันกับปีศาจแล้ว อันดับผลการแข่งขันในเกมเทพเจ้าก็มีความสำคัญต่อเธอมาก
และด้วยผลงานที่เธอทำไว้ในเกมเทพเจ้าอัสตรานาก่อนหน้านี้ ขอเพียงการแข่งขันเกมเทพเจ้ารอบสุดท้ายเธอไม่พังทลายลงไป ความเป็นไปได้ที่จะคว้าอันดับหนึ่งก็มีสูงมาก
คำตอบของเทียนหูหาวชีสำหรับเรื่องนี้ก็คือ "ไม่ได้ แต่รอจนเข้าสู่ช่วงเวลาของอัสตรานา ฉันจะสอนเธอใหม่อีกครั้ง ฉันอยากรู้เหลือเกินว่ารูปแบบดรูอิดในสองช่วงเวลาของเธอจะมีความแตกต่างกันยังไง —— ถ้าหากเธอสามารถเรียนจนสำเร็จได้อะนะ"
นี่แน่นอนว่าต้องดีที่สุดแล้ว
สิ่งที่อวี๋สวินเกอเริ่มเรียนเป็นอย่างแรกคือรูปแบบสัตว์ป่า ตามที่เทียนหูหาวชีกล่าวไว้ รูปแบบนี้น่าจะเหมาะสมกับเธอในตอนนี้มากที่สุด
หลังจากที่ทำความเข้าใจลวดลายเวทมนตร์จำแลงร่างที่เธอถ่ายทอดมาให้อย่างถ่องแท้แล้ว เทียนหูหาวชีก็หยิบปากกาขนนกและน้ำยาเวทมนตร์ออกมา แล้ววาดลวดลายเวทมนตร์ที่ใช้เป็นตัวแทนของรูปแบบสัตว์ป่าลงบนแผ่นหลังของอวี๋สวินเกอ
ลวดลายเวทมนตร์นี้จะคงอยู่เพียง 21 วันเท่านั้น ในช่วงเวลา 21 วันนี้ อวี๋สวินเกอจำเป็นต้องดึงความรู้สึกไม่มั่นคงและความสิ้นหวังในใจออกมา เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นที่อยากจะมีชีวิตรอดอย่างแรงกล้า ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นในสิ่งหนึ่ง —— นอกเหนือจากตัวเธอเองแล้ว จะไม่มีใครมาช่วยเธอได้ทั้งนั้น
เมื่อลวดลายเวทมนตร์บนร่างกายสว่างขึ้น เทียนหูหาวชีก็จะร่ายเวทมนตร์ให้เธอ จนกว่าการจำแลงร่างจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของดรูอิด และก็เป็นส่วนที่ยากที่สุดเช่นกัน เพราะระยะเวลาในการจำแลงร่างของแต่ละคนนั้นไม่แน่นอน ในช่วงเวลานี้ การร่ายเวทมนตร์ของดรูอิดระดับอาวุโสจะไม่สามารถหยุดพักได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
และเพราะขั้นตอนนี้นี่เอง ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตที่เรียนรู้ดรูอิดสำเร็จมีอยู่ไม่มากนัก
นี่คือขั้นตอนทั้งหมด แต่ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถเรียนรู้รูปแบบสัตว์ป่าได้สำเร็จหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับโชคด้วย
ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นกลางคัน เทียนหูหาวชีก็จะช่วยเธอพลิกกลับสถานการณ์ได้ทันท่วงที
รูปแบบนี้เรียนง่ายที่สุดจริงๆ สำหรับเธอที่เพิ่งผ่านมหาสงครามไจ้จิ่วมาหมาดๆ การจะหวนนึกถึงความรู้สึกของตัวเองในตอนนั้นก็ทำได้อย่างง่ายดาย
เพียงแค่ไม่ถึง 3 วัน ลวดลายเวทมนตร์บนผิวหนังของอวี๋สวินเกอก็สว่างขึ้นอย่างเป็นจังหวะ
เสียงร้องเพลงอันอ่อนโยนของเทียนหูหาวชีดังก้องไปทั่วแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ในชั่วพริบตา อวี๋สวินเกอก็รู้สึกได้ว่าตัวเองเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ลวดลายเวทมนตร์เริ่มดัดแปลงโครงกระดูกและเลือดเนื้อของเธอ