- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 895 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 139
บทที่ 895 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 139
บทที่ 895 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 139
บทที่ 895 เกมเทพเจ้า: เปลี่ยนไพ่ 139
เป็นไปตามที่เธอคาดไว้ แทบจะหลังจากประกาศของเกมดังขึ้นไม่ถึงครึ่งนาที บนท้องฟ้าก็มีเสียงมังกรคำรามดังขึ้น โมซาซอรัสตัวหนึ่งที่เกือบจะบดบังท้องฟ้าไปกว่าครึ่งซีกปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
หัวเหมือนมังกร แต่ลำตัวกลับเหมือนจระเข้ยักษ์ สถานที่ที่มันบินผ่านไป จะมีน้ำค้างแข็งร่วงหล่นลงมา สถานที่ที่มันหยุดนิ่ง ผิวน้ำทะเลด้านล่างจะเกิดพายุนาคเล่นน้ำขึ้นมา
ในเวลาเดียวกัน เบื้องหน้าของอวี๋สวินเกอก็มีหน้าต่างแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา
[สิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดของคุณ - จู๋รื่อ ได้ตอบตกลงเข้าร่วมในเกมรอบนี้แล้ว อีก 5 นาที โมซาซอรัสจะลงสู่ทะเล ขอให้ผู้เล่นเตรียมตัวให้พร้อม]
ข้อความแจ้งเตือนนี้ยังปรากฏอยู่ทางด้านขวาของหน้าจอมูนไลท์เวทแลนด์ - สวินเกอด้วยเช่นกัน
บลัดเอลฟ์สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ไม่สนแม้แต่จะแกล้งโง่อีกต่อไป เธอหันขวับไปพูดกับคนแคระผมชมพูโดยตรงว่า "นั่นมันคือเปลวไฟแห่งวิญญาณเลยนะ! เธอรับประกันได้เหรอว่ายัยนั่นจะชนะได้?"
คนแคระผมชมพูนั่งอยู่ในเก้าอี้ผู้ชมตัวใหญ่ เป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ เล็กยิ่งกว่าลูกอ่อนของสิ่งมีชีวิตหลายชนิดเสียอีก ทว่าในวินาทีที่คุณสบตากับเธอ คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่าคุณไม่มีทางโน้มน้าวให้เธอเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจใดๆ ที่เธอทำลงไปแล้วได้อย่างเด็ดขาด
จู๋รื่อพูดว่า "ฉันรับประกันไม่ได้หรอก แต่ฉันยินดีที่จะเดิมพันด้วยทุกสิ่งไปกับเธอ"
บลัดเอลฟ์ถูกประกายแสงบางอย่างในแววตาของจู๋รื่อที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูกทำเอาตกตะลึงจนพูดไม่ออก มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่เธอคิดว่า ผ่านไปกว่าสี่สิบปี เธอก็ยังคงเป็นจู๋รื่ออยู่ดี
เธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
เธอช่างขัดแย้งในตัวเองเหลือเกิน ในเกมก่อนหน้านี้ไม่ยอมมอบความอ่อนโยนและการเติมเต็มให้แม้แต่น้อยนิดเหมือนอย่างอาจารย์คนอื่นๆ ทว่าในเวลานี้...ในเวลานี้ กลับกลายเป็นตัวตนเพียงหนึ่งเดียวที่ยอมตอบตกลงเข้าร่วมเกม
ใช่แล้ว เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เหนือเนินเขาสีทอง มีกฎของเกม [เดิมพันด้วยทุกสิ่ง] ลอยอยู่ พร้อมกับจำนวนผู้เข้าร่วมเกม: [1]
จู๋รื่อ...จู๋รื่อ......
บลัดเอลฟ์นึกไปถึงฉากฉากหนึ่งที่เคยเห็นเมื่อนานแสนนานมาแล้ว ภาพนั้นเธอสลัดไปจากหัวไม่ได้เลย
วันนั้นเธอได้รับการแจ้งเตือนจากจู๋รื่อ เนื่องจากความผิดพลาดระดับต่ำที่เธอก่อขึ้น การแข่งขันแบบทีมของเกมเทพเจ้าในรอบหน้า จะไม่มีเธออีกต่อไปแล้ว
เธอโกรธมาก โกรธจนโยนความหวาดกลัว ความเคารพเทิดทูน และความยำเกรงที่ตัวเองมีต่อจู๋รื่อทิ้งไว้ข้างหลังจนหมดสิ้น เธอลืมความเผด็จการของจู๋รื่อ ลืมความดื้อรั้นและความแข็งกร้าวของจู๋รื่อไปเสียสนิท
เธอตามหาไปทั่วทุกซอกทุกมุมของมูนไลท์เวทแลนด์ สุดท้ายก็ไปเจอจู๋รื่อที่กำลังฝึกซ้อมมีดสั้นอยู่ริมทะเลสาบจันทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่จู๋รื่อมักจะมาติวเข้มให้เพื่อนร่วมทีมอย่างพวกเธออยู่บ่อยๆ
จู๋รื่อไม่ได้หยุดลงเพราะการมาถึงของเธอ เธอเป็นแบบนี้เสมอ นิสัยเลวร้ายจนมีคนชอบเธอมากแค่ไหนก็มีคนเกลียดชังเธอมากแค่นั้น
แต่ก็บังเอิญมีผีเสื้อบลูทูนตัวหนึ่งบินผ่านมาพอดี มันราวกับมองไม่เห็นประกายแสงสีเงินและจิตสังหารที่เกิดขึ้นตอนที่มีดสั้นกรีดร้องแหวกอากาศ มันบินโซซัดโซเซเข้าไปใกล้จู๋รื่อ
ในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ จู๋รื่อก็หยุดความเคลื่อนไหว เธอรั้งการโจมตีกลับแล้วยืนตัวตรง ยืนอยู่ริมทะเลสาบด้วยท่วงท่าตามสบายและเกียจคร้าน ชูมีดสั้นเล่มที่ต้องเช็ดถูวันละหลายสิบปืนนั้นขึ้น รองรับผีเสื้อบลูทูนที่ปีกได้รับบาดเจ็บตัวนั้นเอาไว้ ปล่อยให้มันหยุดพักอยู่บนคมมีด
ร่มเงาไม้ทอดตกลงบนใบหน้าของเธอ ทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของเธอดูไม่ชัดเจนขึ้นมา
ภาพนั้นมันส่งผลกระทบต่อจิตใจมากเกินไป มากเสียจนทำให้เธอลืมความโกรธแค้นไปจนหมด เหลือทิ้งไว้เพียงความเสียใจเท่านั้น
หากในส่วนลึกของหัวใจของเจ้าคนเลือดเย็นไร้ความปรานีคนนี้มีความอ่อนโยนอยู่สายหนึ่งจริงๆ เธอกลับยอมมอบมันให้กับผีเสื้อบลูทูนที่บาดเจ็บตัวหนึ่งมากกว่าที่จะมอบให้กับตัวเองงั้นเหรอ
เธอไม่ได้พูดกับจู๋รื่อต่ออีกแม้แต่ครึ่งประโยค มันไม่มีความหมายแล้ว เรื่องที่จู๋รื่อตัดสินใจลงไปไม่มีใครหน้าไหนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เธอจึงหันหลังเดินจากไปโดยตรง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เวลาที่สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกนับครั้งไม่ถ้วน ภาพเหตุการณ์นั้นก็มักจะปรากฏขึ้นมาในหัวของเธอเสมอ
สุดท้ายแล้วผีเสื้อที่อยู่บนมีดสั้นตัวนั้นเป็นยังไงบ้าง?
จู๋รื่อรักษามันแล้วปล่อยให้มันบินจากไปงั้นเหรอ? หรือว่าในวินาทีต่อมาหลังจากที่ตัวเองเดินจากไป ก็ตวัดมีดสั้นมอบความหลุดพ้นให้กับมันไปเลย?
คำถามนี้มักจะคิดหาคำตอบไม่ได้เสมอ
ถ้าเป็นจู๋รื่อ ดูเหมือนว่าคำตอบแบบไหนก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
ในใจของเธอ ภาพที่หยุดนิ่งในวินาทีนั้นรวมถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดของคำถามนี้ มันเพียงพอที่จะอธิบายความหมายของจู๋รื่อในใจเธอได้แล้ว——ทั้งโหดร้ายและโรแมนติก
สำหรับจู๋รื่อแล้ว สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกใบนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับผีเสื้อที่หยุดพักอยู่บนคมมีดตัวนั้นเลย
บลัดเอลฟ์ไม่ได้พูดอะไรอยู่นาน ตกอยู่ในภวังค์ความทรงจำของตัวเอง แต่วิญญาณเร่ร่อนที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า "ถ้าเกิดว่าศิษย์ของเธอไม่อยากเล่นเกมนี้ล่ะ? โมซาซอรัสเลเวล 100 มันเกินจริงไปหน่อยจริงๆ นะ..."
จู๋รื่อพูดว่า "เธอยินดี"
ในหน้าจอ ปู้หลู่หลานปานตัวนั้นกระโดดพ้นผิวน้ำขึ้นมาอย่างร่าเริง เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ทว่าการกระทำของเธอก็เพียงพอที่จะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างได้แล้ว
จู๋รื่อหัวเราะเบาๆ ออกมาคำหนึ่ง "เห็นไหมล่ะ เธอยินดี"
จู่ๆ บลัดเอลฟ์ก็ถามคำถามที่ขัดจังหวะความสุขเอามากๆ ออกมาข้อหนึ่ง แต่สายตาที่เธอมองไปยังคนแคระผมชมพูนั้นจริงจังเสียจนทำให้คนอื่นไม่สามารถโกรธเคืองเธอได้ลง เธออยากรู้จริงๆ ไม่ใช่เพื่อขัดจังหวะความสุขไปอย่างนั้น
เธอถามว่า "ถ้าเกิดเธอทำพลาดล่ะ เธอจะผิดหวังในตัวหล่อนไหม? เธอจะลงโทษหล่อนหรือเปล่า?"
ในหน้าจอ ปลาเทวดาคีฟเฟอร์ตัวหนึ่งว่ายเข้ามาข้างกายปู้หลู่หลานปาน แล้วถามเธอว่าจู๋รื่อตอบตกลงเข้าร่วมเกมนี้ใช่หรือเปล่า
การที่โมซาซอรัสปรากฏตัวขึ้นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีคนยินดีเข้าร่วมในเกมนี้
น่าสนุกจริงๆ ราวกับว่าเมื่อทุกคนคิดว่าเรื่องบางเรื่องมันบ้าบอคอแตกเกินไป ทันใดนั้นก็พบว่ามีคนลงมือทำเรื่องนี้จริงๆ งั้นจู๋รื่อก็คือเป้าหมายที่น่าสงสัยที่สุด
น้ำเสียงของปู้หลู่หลานปานแฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด เธอพูดว่า "ใช่แล้วล่ะ จู๋รื่อตอบตกลงแล้ว"
ปลาเทวดาคีฟเฟอร์พูดอย่างกังวลใจว่า "ฉันไม่ได้อยากแช่งเธอหรอกนะ แล้วก็ไม่ได้ไม่เชื่อมั่นในความสามารถของเธอด้วย...เอาเถอะ ฉันหมายความว่า ถ้าเกิดมันล้มเหลวขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ? จู๋รื่อคงจะผิดหวังมากแน่ๆ เลยใช่ไหม"
"แน่นอนสิ เธอจะต้องทั้งโกรธทั้งผิดหวัง และก็คงจะลงโทษฉันด้วยแหละ นี่มันไร้เหตุผลสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ?"
นอกหน้าจอ จู๋รื่อตอบคำถามของบลัดเอลฟ์ในเวลาแทบจะพร้อมกัน
"ทำสิ ฉันจะผิดหวัง และฉันก็จะลงโทษเธอด้วย" จู๋รื่อไม่ได้พูดอ้อมค้อม เธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการคำตอบแบบไหน และเธอก็รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายยังคงติดใจกับเรื่องเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนไม่หาย แต่เธอขี้เกียจจะปลอบใจใคร และก็ขี้เกียจที่จะต้องมาโกหกในวันนี้ซึ่งเวลาผ่านไปหลายปีแล้วเพื่อชดเชยบาดแผลในใจของใครด้วย
"ด้วยความสามารถของเธอ เกมนี้เธอจะไม่มีวันแพ้ ฉันทำได้ เธอก็ต้องทำได้เหมือนกัน"
"แต่นักเรียนของฉันจะไม่มีวันโกรธแค้นหรือน้อยใจเพราะความผิดหวังและการลงโทษของฉันอย่างเด็ดขาด"
"เธอไม่ต้องการอ้อมกอดหรือการปลอบโยน...เอาเถอะ บางทีเธออาจจะต้องการมันแหละ...แต่ถ้าเกิดเธอพลาดพลั้งขึ้นมาจริงๆ จนทำให้ฉันต้องสูญเสียเปลวไฟแห่งวิญญาณไป ต่อให้ฉันเกิดบ้าคลั่งขึ้นมากะทันหันแล้วประกาศว่าเธอไม่ใช่ศิษย์ของฉันอีกต่อไป เธอก็จะไม่หันปลายหอกแห่งความโกรธแค้นมาที่ฉัน"
"เธอจำหยาดเหงื่อแรงกายและความรู้สึกทั้งหมดที่ฉันทุ่มเทให้กับเธอได้ เธอจะไม่มีวันปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเพียงเพราะเธอไม่ได้ในสิ่งที่เธอต้องการหรอก"
"จู้กวง ฉันจะบอกให้ว่าเธอจะทำยังไง เธอจะคิดหาวิธีทุกวิถีทางเพื่อตามหาวิธีฟื้นฟูเปลวไฟแห่งวิญญาณให้กับฉัน จนกระทั่งถึงวันนั้นจริงๆ เธอจะประคองเปลวไฟแห่งวิญญาณของฉันมาหาฉัน แล้วถามฉันว่ายินดีที่จะเป็นอาจารย์ของเธอต่อไปไหม"
"เธอจะชดเชยผลที่ตามมาหลังจากความล้มเหลวของเธอ ต่อให้ผลลัพธ์นี้จะไม่ได้เกิดจากเธอเพียงคนเดียว ฉันเองก็มีส่วนรับผิดชอบด้วยก็ตาม แทนที่จะมาโกรธแค้นความเย็นชาของฉัน และตั้งคำถามกับฉันว่าทำไมถึงไม่ให้อภัยเธอ ทำไมถึงไม่ให้โอกาสเธอเป็นครั้งที่สอง"
แมวดำถึงกับไม่กล้าพูดอะไรออกมาแล้ว มันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของจู้กวงหลั่งเลือดออกมา
จู๋รื่อไม่ได้พูดถึงข้อเสียของจู้กวงเลยแม้แต่น้อย ทว่าทุกๆ ประโยคที่เธอพูดเพื่อศิษย์ของเธอนั้น ล้วนทิ่มแทงเข้าไปในใจของจู้กวงอย่างแม่นยำ
......
อู้เริ่นไม่รู้จะพูดยังไงดี กลับกลายเป็นเฝยเอ๋อที่ตามมาด้วยเหตุผลเดียวกันเป็นคนพูดสถานการณ์ที่อู้เริ่นกังวลใจจริงๆ ออกมา
เขาพูดว่า "แค่ลงโทษน่ะยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดจู๋รื่อโมโหขึ้นมาแล้วไม่เอาศิษย์อย่างเธอแล้วจะทำยังไงล่ะ?"
อวี๋สวินเกอมองดูโมซาซอรัสบนท้องฟ้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า "ถ้าเกิดฉันแพ้ได้ทุเรศเกินไป ทำผิดพลาดในเรื่องที่ไม่ควรพลาดมากเกินไป มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นี่นา"
"แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ?"
"ทำยังไงน่ะเหรอ? คงจะ...คงจะหาทางฟื้นฟูเปลวไฟแห่งวิญญาณของจู๋รื่อให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมก่อนมั้ง จากนั้นก็ถามเธอว่ายังยินดีจะเป็นอาจารย์ของฉันต่อไปหรือเปล่า? อาจจะต้องใช้เวลาหลายปี นานขนาดนี้ เธอคงจะหายโกรธแล้วล่ะมั้ง"
โมซาซอรัสที่ขอบฟ้าได้ว่ายดิ่งลงมาตามพายุนาคเล่นน้ำแล้ว อวี๋สวินเกอพูดประโยคสุดท้ายกับเพื่อนพ้องของตัวเองก่อนจะเผ่นหนี
"ถึงแม้ฉันจะคิดว่าถ้าเกิดทำพลาดขึ้นมาจริงๆ เธอก็ต้องรับผิดชอบไปครึ่งหนึ่งก็เถอะ แต่ใครใช้ให้เธอเป็นอาจารย์ของฉันล่ะ"