- หน้าแรก
- ยอดระบบเส้าหลิน ผิดศีลแล้วไร้พ่าย!
- ระบบผิดศีล 420 คลื่นใต้น้ำทะเลปั๋วไห่
ระบบผิดศีล 420 คลื่นใต้น้ำทะเลปั๋วไห่
ระบบผิดศีล 420 คลื่นใต้น้ำทะเลปั๋วไห่
ระบบผิดศีล 420 คลื่นใต้น้ำทะเลปั๋วไห่
ทะเลปั๋วไห่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจิ่วโจว จากมณฑลจี้โจว มณฑลเหยี่ยนโจว และชิงโจว ล้วนสามารถนั่งเรือไปยังทะเลปั๋วไห่ได้
ทว่าสามมณฑลใหญ่ที่เชื่อมต่อกับทะเลปั๋วไห่นี้ กลับไม่กล้าบุกเบิกทรัพยากรในทะเลปั๋วไห่มากจนเกินไป
หากจะแบ่งพื้นที่ทั้งหมดในฟ้าดินออกเป็นเขตต้องห้าม เช่นนั้นเขตต้องห้ามที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทร ย่อมมีมากกว่าบนบกมากนัก
และทะเลปั๋วไห่ ก็เป็นหนึ่งในเขตต้องห้ามทางทะเลที่อยู่ใกล้แผ่นดินมากที่สุดอย่างแน่นอน!
ตำนานของมังกรฟ้าทะเลบาปได้วนเวียนอยู่ข้างหูของชาวประมงทั้งสามมณฑลมานานกว่าพันปีแล้ว
หากเป็นเพียงการจับปลาในเขตน้ำตื้น ก็ไม่เป็นไร
แต่เรือลำใดที่เข้าไปลึกในทะเลปั๋วไห่ ไม่มีลำใดสามารถกลับมาได้เลย!
เคยมีสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงสร้างกองเรือขนาดใหญ่ หวังจะออกทะเลไปสำรวจให้รู้แน่ชัด
ผลที่ได้กลับมาคือความพิโรธของ "เทพสมุทร"
สึนามิพัดถล่ม ทำให้พื้นที่ชายฝั่งของทั้งสามมณฑลต้องประสบภัยพิบัติ
นอกเหนือจากนี้ บนทะเลปั๋วไห่ก็มักจะมีสัตว์ทะเลระดับอสูรวิญญาณปรากฏตัวอยู่บ่อยครั้ง เรื่องที่เรือถูกโจมตีก็เกิดขึ้นอยู่เสมอ
ดังนั้นในน่านน้ำที่ไกลออกไปสักหน่อย มีเพียงราชสำนักและขุมอำนาจขนาดใหญ่ ที่มีผู้บำเพ็ญยุทธ์ที่แข็งแกร่งเพียงพอคอยคุ้มกัน จึงจะถือว่าปลอดภัย
ด้วยเหตุนี้ ต่อให้เป็นมณฑลจี้โจวและมณฑลเหยี่ยนโจว เรือขนาดใหญ่ก็มีน้อยมาก
แต่ชิงโจว ตอนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของโหวพิทักษ์ชายแดนหลัวอี้!
หลัวอี้จงรักภักดีต่อราชวงศ์อย่างแท้จริง การขอให้เขาช่วย ก็เป็นเพียงคำพูดประโยคเดียวของเซี่ยเหยาเกอเท่านั้น!
ไม่อย่างนั้นจะพูดได้อย่างไรว่าขอเพียงเกาะเศรษฐินีได้ดี เพิ่งจะโตเป็นผู้ใหญ่ก็เริ่มใช้ชีวิตวัยเกษียณได้แล้ว?
เซี่ยเหยาเกอก็ได้ปูทางให้ตั้งมิกไว้ก่อนแล้ว เมื่อหนึ่งปีก่อนได้มีคำสั่งลับให้โหวพิทักษ์ชายแดนหลัวอี้สร้างเรือลำเล็กที่ทนต่อคลื่นลมได้
สาเหตุที่ไม่สร้างเรือลำใหญ่...
ต่อหน้าสึนามิอันไร้ขอบเขต เรือลำใหญ่แค่ไหนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่ต้องจมลงสู่ก้นทะเลได้
การข้ามทะเล ตั้งมิกย่อมมีวิธีที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว!
การเดินทางมายังชิงโจวของตั้งมิกนั้นเป็นความลับอย่างยิ่ง
แม้แต่ผู้ที่มารับผิดชอบต้อนรับตั้งมิก ก็ยังเป็นบุตรชายแท้ๆ ของหลัวอี้ ทวนเย็นหน้าตายหลัวเฉิง!
หลัวเฉิงชื่นชอบวรยุทธ์ หลังจากพบตั้งมิกก็อยากจะขอคำชี้แนะจากตั้งมิกเป็นพิเศษ
ตั้งมิกเดินทางรอนแรมมาไกลจนถึงชิงโจว จำเป็นต้องพักผ่อนสักวันสองวัน
ดังนั้นจึงตอบตกลง
หลัวเฉิงประมือกับตั้งมิกไปทั้งหมดสามครั้ง
แม้ว่าหลัวเฉิงจะก้าวเข้าสู่ระดับตระหนักฟ้าแล้ว วิชาทวนตระกูลหลัวก็ขั้นบรรลุถึงแก่น
แต่ทุกครั้งที่แทงทวนออกไป ย่อมต้องถูกตั้งมิกใช้กระบวนท่าดรรชนีของ 'ดรรชนีไร้ลักษณ์' หนีบเอาไว้!
สิ่งนี้ทำให้หลัวเฉิงถูกโจมตีจิตใจอย่างหนัก
หลังจากนั้นตั้งมิกเป็นฝ่ายป้อนกระบวนท่าให้ หลัวเฉิงก็ยังไม่สามารถยืนหยัดได้เกินร้อยกระบวนท่า
ส่วนหลัวอี้ในช่วงสองวันนี้ ท่าทีที่มีต่อตั้งมิกนั้นราวกับปฏิบัติต่อพี่ชายแท้ๆ ของตนเองก็ไม่ปาน
ขอเพียงตั้งมิกเอ่ยปาก หลัวอี้ก็จะคิดหาวิธีนำมาให้ตั้งมิกจนได้
แม้จะมาจากสนามรบ แต่หลัวอี้ก็คลุกคลีอยู่ในราชสำนัก
ด้วยสถานะและพลังอำนาจของตั้งมิกในปัจจุบันนี้ จะปฏิบัติต่อเขาดีแค่ไหนก็ไม่ถือว่าเกินไป!
ขุมอำนาจอื่นๆ ต่างก็ปรารถนาให้ตั้งมิกไปเป็นแขกทั้งนั้น!
ยอดฝีมือระดับเร้นจิต ต่อให้พูดถึงแก่นแท้ของมรรคยุทธ์เพียงสองสามประโยค ก็เพียงพอให้กลุ่มยอดฝีมือในสำนักขบคิดไปได้หลายปีแล้ว!
และเรือลำเล็กที่หลัวอี้สร้างให้ตั้งมิก ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจเช่นกัน
ขนาดของเรือลำเล็กไม่ใหญ่นัก ภายในแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ
ส่วนหนึ่งใช้สำหรับนอน มีขนาดประมาณเตียงคู่หนึ่งเตียง
อีกส่วนหนึ่งใช้สำหรับรับประทานอาหาร
นอกจากนี้ที่หัวและท้ายเรือยังมีดาดฟ้า สามารถวางโต๊ะหนึ่งตัวและเก้าอี้สองสามตัวได้
หากเป็นในชาติก่อน ของสิ่งนี้ควรจะเรียกว่า "เรือยอร์ชส่วนตัวขนาดเล็ก"
ตั้งมิกพอใจมาก เก็บมันเข้าไปในลูกประคำซูมิของตนเองด้วยรอยยิ้ม
พื้นที่ภายในลูกประคำซูมิเดิมทีมีไม่น้อยที่ถูกเจียวพลิกสมุทรยึดครองไป
แต่หลังจากสังหารเจียวพลิกสมุทรแล้ว ตั้งมิกก็มอบมันให้กับเซี่ยเหยาเกอในภายหลัง
อย่างไรเสียก็เป็นมังกรเจียวที่กำลังจะกลายเป็นมังกรแท้ แม้เจียวพลิกสมุทรจะแก่ชรา แต่ทั่วทั้งร่างก็ยังคงเป็นสมบัติ!
ตั้งมิกให้เซี่ยเหยาเกอมาแบ่งชิ้นส่วนศพของเจียวพลิกสมุทร
ส่วนที่คนสามารถใช้ได้ ก็มอบให้เซี่ยเหยาเกอ เอี้ยงซาเนี้ย และอิวเยียกใช้
ส่วนที่คนใช้ไม่ได้ ก็ตกเป็นของเก้าเส็งยี้และอีกาขนหมึก
แน่นอนว่า ตั้งมิกยังกำชับเซี่ยเหยาเกอเป็นพิเศษ ให้ส่งไปที่ดินแดนบรรพชนแพนด้าส่วนหนึ่งด้วย
ตั้งมิกคนนี้ยังคงมีมโนธรรมอยู่บ้าง
ก่อนหน้านี้ได้รับผลประโยชน์จากดินแดนบรรพชนแพนด้ามาไม่น้อย น้ำใจนี้ต้องตอบแทน
ผู้อาวุโสใหญ่แพนด้าอาจจะไม่ได้ใช้ ให้กั่วล่ายเจ้าตัวกินจุก็ได้
ส่วนตั้งมิกนั้น เขาไม่รีบร้อนเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรเสียเขาก็อยู่ระดับเร้นจิตแล้ว อีกทั้ง 'เปลี่ยนเส้นเอ็นล้างไขกระดูก' ก็บรรลุจุดสูงสุดแล้ว ยังผ่านการชำระล้างจากสายฟ้าเคราะห์มาถึงสามครั้ง
ต่อให้เอาเลือดของเจียวพลิกสมุทรมาอาบ ก็ไม่มีประโยชน์ต่อเขามากนักแล้ว
ส่วนอาเหลียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง
สายเลือดสัตว์ประหลาดบรรพกาล บนร่างของเจียวพลิกสมุทรนี้โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่มีอะไรที่นางใช้ได้มากนัก
เว้นเสียแต่ว่าเจียวพลิกสมุทรจะกลายเป็นมังกรแท้ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง!
มังกรและหงส์ การสืบทอดสายเลือดของทั้งสองนี้ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ แม้จะไม่ใช่การสืบทอดสายเลือดโดยตรง แต่ความยากในการขยายพันธุ์ก็ค่อนข้างสูง มังกรและหงส์ส่วนใหญ่แท้จริงแล้วล้วนเกิดจากการที่สายเลือดหวนบรรพชน
ดังนั้นแม้สายเลือดส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับสัตว์ประหลาดโบราณ แต่พลังอสูรภายในร่างกายที่แข็งแกร่งดุดัน โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถเทียบเคียงกับยุคบรรพกาลได้!
ในระดับหนึ่ง มังกรและหงส์สามารถตีความได้ว่าเท่ากับสัตว์ประหลาดบรรพกาล
มิเช่นนั้นตี่เซ็กเทียงก็คงไม่อาจมีชีวิตอยู่มาได้ถึงสี่พันปีด้วยโลหิตหงส์
ตั้งมิกฉวยโอกาสตอนดึกสงัดไร้ผู้คน ขี่ขึ้นไปบนร่างของอาเหลียน
พูดให้ถูกคือ ขี่อยู่บนหลัง
แม้ว่าท่าทางนี้จะดูดี แต่ตั้งมิกเป็นคนจริงจัง
เขาเพียงแค่ให้อาเหลียนกลายร่างเป็นร่างเดิม แล้วแบกเขาบินไปเท่านั้น
การข้ามทะเลจะไปสบายเท่าการบินบนฟ้าได้อย่างไร?
การจะหาสถานที่ที่มังกรฟ้าทะเลบาปอยู่ ยังไม่รู้ว่าจะต้องลอยอยู่บนทะเลปั๋วไห่อีกนานเท่าใด
ดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว การให้อาเหลียนบินอยู่บนเมฆ จึงสะดวกกว่า
หากเหนื่อย ก็ค่อยร่อนลงมา นำเรือลำเล็กออกมาพักผ่อน
ก่อนออกทะเล ความจริงแล้วตั้งมิกยังได้ไปที่หอคอยสวรรค์เร้นลับเป็นพิเศษ เพื่อนำ "เข็มทิศค้นหาอสูร" มาจากคุนซ่วนจื่อ
หลังจากที่คุนซ่วนจื่อร่ายรำทำท่าทางราวกับคนทรงเจ้า เข็มทิศค้นหาอสูรนี้ก็ถูกตั้งค่าให้ตอบสนองต่อมังกรแท้เท่านั้น
เกี่ยวกับข่าวคราวของนิกายเทียนเหมิน ตั้งมิกเรียกได้ว่าไม่รู้อะไรเลย
จิ่วโจววุ่นวายเกินไป ตั้งมิกไม่มีโอกาสมากนักที่จะแฝงตัวสายลับที่พึ่งพาได้เข้าไปในนิกายเทียนเหมิน
และการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันของตี่เซ็กเทียงในครั้งนี้ ก็ทำให้ตั้งมิกตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง
จนถึงวันนี้ ตี่เซ็กเทียงออกทะเลไปแล้วหรือไม่ ตั้งมิกก็ไม่รู้เลย
แต่นี่ไม่สำคัญ
ตี่เซ็กเทียงได้ลงมือกับนิยบฮวงและโป่วเกียฮุ้นแล้ว
เจ็ดอาวุธสังหารมังกรในต้นฉบับ คืออาวุธเทพเจ็ดชิ้น
ในจำนวนนี้ไม่มีดาบเซาะอึ้มของนิยบฮวง
เพราะตามเนื้อเรื่องในต้นฉบับ ดาบเซาะอึ้มของนิยบฮวงหักไปก่อนที่จะมีการใช้เจ็ดอาวุธสังหารมังกรแล้ว
แต่ตอนนี้ กระบี่เอ็งฮย้งของบ้อเม้งยังอยู่ในมือของเกี้ยมเซ้ง เกี้ยมเซ้งไม่ได้ถูกตี่เซ็กเทียงพาตัวไป
ตอนนี้ตั้งมิกก็เคยชินกับการใช้ต้นฉบับในชาติก่อนเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงพื้นฐานเท่านั้นแล้ว
อาจเป็นเพราะดาบเซาะอึ้มยังคงสมบูรณ์อยู่ ดังนั้นนิยบฮวงจึงมาแทนที่ตำแหน่งของเกี้ยมเซ้ง
แต่คิดดูก็สมเหตุสมผล
ภูมิหลังของกระบี่เอ็งฮย้งก็ถือว่าร้ายกาจพอสมควร
ว่ากันว่าเมื่อพันปีก่อน ยอดปรมาจารย์การหลอมผู้หนึ่งได้หลอมมันขึ้นบนยอดเขาหานซาน แต่หลอมไปได้เพียงครึ่งเดียว ตัวกระบี่ก็เต็มไปด้วยทองแดง ซึ่งทองแดงนั้นแท้จริงแล้วคือหินชนิดพิเศษ
หินชนิดนี้สามารถถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลาเท่านั้น ซึ่งต้องใช้เวลาถึงพันปี!
แล้วผลลัพธ์ล่ะ?
กระบี่เอ็งฮย้งนี้ตกไปอยู่ในมือของเกี้ยมเซ้ง ตอนที่ไปยังหมู่บ้านกระบี่ไหว้เพื่อดูการถือกำเนิดของกระบี่เลิศล้ำ ได้ต่อสู้กับกระบี่เกล็ดเพลิง
หัก!
กลับไปที่ศาลาวีรชน บ้อเม้งหลอมให้ใหม่ เกี้ยมเซ้งลงจากเขา ก็ไปพบกับต๊วงลั่งอีก
สู้กันอีกครั้ง
ก็หักอีก!
หากกระบี่เอ็งฮย้งมีดวงจิตกระบี่ ดวงจิตกระบี่นี้ต้องเป็นพวกใจเสาะอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นคงไม่เอะอะก็หักเช่นนี้
เมื่อเทียบกันแล้ว ดาบเซาะอึ้มดูเหมือนจะพึ่งพาได้มากกว่า
ด้วยเหตุนี้ เจ็ดอาวุธจึงกลายเป็น:
กระบี่เลิศล้ำ ดาบเซาะอึ้ม ทานหลาง คมดาบสวรรค์ กระบี่เกล็ดเพลิง ทัณฑ์สวรรค์ เงียบสงัดสะท้าน
สอดคล้องกับหกคน:
โป่วเกียฮุ้น นิยบฮวง พั่วกุง ต๊วงลั่ง หวยคง หวงอิ่ง
ทว่า ตามนิสัยกลัวตายของตี่เซ็กเทียง การจะรับมือกับมังกรฟ้าทะเลบาป ย่อมต้องส่งยอดฝีมือของนิกายเทียนเหมินออกไปจนหมดอย่างแน่นอน!
ดังนั้นโน้วฮวงลุย แม่ทัพเทพ ราชาน้ำแข็ง เทพมารดาลั่วเซียน สี่ยอดฝีมือระดับเร้นจิตนี้ ตี่เซ็กเทียงก็ต้องพาไปด้วยอย่างแน่นอน
บวกกับพวกลูกกระจ๊อกอีกจำนวนหนึ่ง
ด้วยค่ายกลนี้ หากตั้งมิกพบเจอ ย่อมต้องเหงื่อตกอย่างแน่นอน
แต่การเดินทางครั้งนี้ของตั้งมิกไม่ได้มาเพื่อปะทะกับนิกายเทียนเหมินโดยตรง
เขาแค่มาแย่งชิงสมบัติ!
งานสกปรกงานเหนื่อยปล่อยให้นิกายเทียนเหมินทำไปให้หมด
เขาแค่รอให้มังกรฟ้าทะเลบาปตาย แล้วค่อยไปแย่งชิงผลแห่งชัยชนะมาก็พอ!
ตั้งมิกลอยอยู่บนทะเลปั๋วไห่มาครึ่งเดือน ในที่สุดเข็มทิศค้นหาอสูรในมือก็มีความเคลื่อนไหว
ด้ามช้อนบนเข็มทิศชี้ไปทางทิศตะวันออก
ตั้งมิกดีใจมาก:
"อาเหลียน เจอแล้ว! รีบไปเร็ว!"
แต่อาเหลียนกลับไม่ขยับเขยื้อน เพียงแค่กล่าวว่า:
"เจ้านาย ท่านไปไม่ได้"
ตั้งมิก: "เหตุใดล่ะ?"
อาเหลียน: "ข้าก็สัมผัสได้แล้วว่า ทางทิศตะวันออกสามสิบลี้ มีสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวตนหนึ่งดูเหมือนจะยังคงหลับใหลอยู่ ข้ามีฟ้าดินซ่อนอาย ยังสามารถเข้าไปสำรวจข้างหน้าได้ แต่หากพาเจ้านายไปด้วย..."
ตั้งมิกกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน:
"ข้ากลายเป็นตัวถ่วงไปแล้วหรือ?"
อาเหลียนไม่ได้ตอบ แต่ความหมายนั้นชัดเจนแล้ว
ตั้งมิกร่อนลงบนผิวน้ำทะเล นำเรือลำเล็กออกมาจากลูกประคำซูมิ สั่งการว่า:
"ข้าจะอยู่ที่นี่ ทำไข่นกกระทาพะโล้ให้เจ้า อาเหลียน เจ้าก็ระวังตัวด้วยล่ะ"
อาเหลียนกล่าวเรียบๆ:
"อย่าผ่อนคลายจิตใจมากเกินไป น่านน้ำแถบนี้เกรงว่าคงจะอยู่ในอาณาเขตของมังกรฟ้าทะเลบาปแล้ว มังกรเฒ่าที่อยู่มาไม่รู้กี่ปีเช่นนี้ มีเผ่าสมุทรอยู่ใต้บังคับบัญชานับไม่ถ้วน ในจำนวนนั้น..."
อาเหลียนยังพูดไม่ทันจบ ตั้งมิกก็ยื่นมือไปลูบคลำบนเขาทั้งสองข้างของอาเหลียน:
"เจ้านี่นะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก ข้ามีฝีมือแค่ไหนเจ้ายังไม่รู้อีกหรือ?"
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ส่งมาจากเขาทั้งสองข้างทำให้อาเหลียนสั่นสะท้านไปทั้งตัว นางบ่นในใจ:
"ตอนกลายร่างเป็นคนก็ลูบคลำยอดเขา ตอนกลายร่างเป็นร่างเดิมก็ยังจะลูบคลำเขาอีก มือของเจ้านายนี่ไม่ซื่อตรงเอาเสียเลย!"
อาเหลียนบินหนีไปราวกับหนีเอาชีวิตรอด ส่วนตั้งมิกก็เริ่มเตรียมไข่นกกระทาพะโล้ให้อาเหลียนอย่างสบายใจ
ในเวลาเดียวกัน ในน่านน้ำที่อยู่ห่างจากตั้งมิกไปร้อยลี้ เรือยักษ์ที่มีความยาวหนึ่งร้อยจั้ง กว้างสามสิบจั้ง กำลังแล่นอยู่บนผิวน้ำทะเล
บนดาดฟ้าเรือด้านหน้าสุด ชายชุดเทาสวมหน้ากากน้ำแข็งผู้หนึ่งเอามือไพล่หลัง ยืนนิ่งเงียบอยู่
บนร่างของเขาดูเหมือนจะไม่มีความผันผวนของกลิ่นอายเลยแม้แต่น้อย
ในสายตาของใครก็ตาม เขาก็ดูเหมือนคนธรรมดาที่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะมัดไก่
แต่คนที่อยู่บนเรือต่างก็รู้ดี
ชายชราผู้นี้ ก็คือเทพแห่งตงอิ๋ง!
คำว่าหวนคืนสู่ความเรียบง่ายดั้งเดิม ได้รับการสะท้อนออกมาอย่างสมบูรณ์แบบบนร่างของเขา
เมื่อสี่พันกว่าปีก่อนข้ามทะเลมา ทำให้ประเทศเกาะเล็กๆ อย่างตงอิ๋งมีร่องรอยของมนุษย์เป็นครั้งแรก!
สวีฝู!
แต่สวีฝูชอบให้คนอื่นเรียกเขาว่าตี่เซ็กเทียงมากกว่า
เพราะทั่วทั้งจิ่วโจว มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถใช้ชื่อตี่เซ็กเทียงได้!
คนอื่นที่ใช้ชื่อนี้ ล้วนถูกฆ่าตายหมดแล้ว!
ในสายตาของสวีฝู มนุษย์ ไม่คู่ควรที่จะมีชื่อเดียวกับเทพ!
ทว่า เทพ ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงความยึดติดของสวีฝูเท่านั้น
อีกอย่าง เทพก็ใช่ว่าจะไม่แก่
มิเช่นนั้นทำไมไท่ซางเหล่าจวินถึงยังมีคำว่า "เหล่า (เฒ่า)" อยู่ด้วยล่ะ?
ผมยาวที่ปลิวไสวไปตามสายลมของสวีฝู ก็หงอกขาวไปหมดแล้ว
หากต้องให้คำจำกัดความสวีฝูว่าเป็นตัวเอกตามแบบฉบับนิยายในชาติก่อน
เช่นนั้นสวีฝู ก็ต้องเป็นตัวเอกสาย "เอาตัวรอด" ที่ได้มาตรฐานที่สุดอย่างแน่นอน!
จากราชวงศ์ราชาต้าผานจนถึงราชวงศ์ต้าเซี่ย สี่พันกว่าปี สวีฝูจากนักพรตที่ไม่มีวรยุทธ์มากนัก จนกลายมาเป็นผู้บำเพ็ญยุทธ์ระดับเร้นจิตระยะสูงสุดเพียงสามคนในฟ้าดินปัจจุบัน
ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่าสวีฝูตั้งเท่าใด ที่ถูกสวีฝูทนอยู่จนตายไปเอง
สวีฝูโอหัง แต่เขาก็ระมัดระวังตัวมากกว่า
เพราะเขากลัวตายมากเกินไป
คลื่นลูกใหม่ไล่คลื่นลูกเก่า ยุทธภพมีผู้มีความสามารถปรากฏขึ้นมากมาย สวีฝูก็เคยไร้เทียมทานในใต้หล้า แต่ในหลายยุคสมัย ก็มียอดฝีมือที่สามารถกดข่มสวีฝูได้อย่างอยู่หมัดปรากฏตัวขึ้น
แต่สวีฝูก็ยังไม่ตาย!
เขาเอาตัวรอดมาจนถึงตอนนี้!
เขารอคอยจนถึงโอกาสแห่งฟ้าดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหมื่นปีได้สำเร็จ!
พันธนาการฟ้าดินกำลังจะเปิดออก ประตูแห่งมรรคาสวรรค์เปิดกว้าง
หากกล่าวถึงพลังต่อสู้ที่แท้จริง เหลิ่งอู๋ซินและเซี่ยเสวียนซิวในปัจจุบัน อาจจะแข็งแกร่งกว่าสวีฝูขั้นหนึ่ง
แต่หากจะบอกว่าในสามคนนี้ ใครอยู่ใกล้สิ่งที่เรียกว่า "ระดับมรรคาสวรรค์" มากกว่ากัน
นั่นต้องเป็นสวีฝูอย่างแน่นอน!
เพราะเหลิ่งอู๋ซินและเซี่ยเสวียนซิวล้วนเพิ่งบรรลุระดับเร้นจิตระยะสูงสุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ส่วนสวีฝูหยุดนิ่งอยู่ในระดับนี้มานานกว่าพันปีแล้ว!
กว่าพันปี มีโลหิตหงส์และ 'เคล็ดวิชาใจศักดิ์สิทธิ์' คอยหนุนหลัง ต่อให้เอาแต่นอนหลับทุกวัน ก็เพียงพอที่จะสร้างรากฐานมรรคยุทธ์ของสวีฝูให้สมบูรณ์แบบได้
เหลิ่งอู๋ซินและเซี่ยเสวียนซิว ยังคงต้องตามหาปราณมรรคฟ้าดินอย่างยากลำบาก เพื่อหวังจะสัมผัสถึงกำแพงของระดับมรรคาสวรรค์
ส่วนหัวของสวีฝู ชนเข้ากับประตูของระดับมรรคาสวรรค์มานานแล้ว!
เขาไม่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากปราณมรรคฟ้าดินด้วยซ้ำ
"รอให้เทพผู้นี้สังหารมังกรฟ้าทะเลบาปนั่นได้ แก่นมังกรและโลหิตหงส์หลอมรวมเป็นหนึ่ง บรรลุกายาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล แม้จะไม่อาจเป็นอมตะไม่แก่เฒ่า แต่ก็ต้องอยู่ยงคงกระพันไปหมื่นปีอย่างแน่นอน!"
เมื่อคิดว่าในอนาคตตนเองจะสามารถมีร่างกายที่แข็งแกร่งไปได้อย่างน้อยหนึ่งหมื่นปี สวีฝูก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น
ในเวลานั้นเอง เทพมารดาลั่วเซียนก็มาถึงด้านหลังสวีฝู คุกเข่าลงทันที:
"ศิษย์คารวะเทพหลัก!"
สวีฝู: "เป็นอย่างไรบ้าง?"
เทพมารดาลั่วเซียน: "เฒ่าพยากรณ์สิบสองคน ตายไปแล้วหกคน"
จิ่วโจวไม่ได้มีเพียงหอคอยสวรรค์เร้นลับเท่านั้นที่มีการสืบทอดวิชาพยากรณ์
สวีฝูเพื่อมังกรฟ้าทะเลบาป หลายปีมานี้ก็ได้รวบรวมผู้มีความสามารถด้านการพยากรณ์มาไม่น้อย
ในจำนวนนั้นมีบางส่วนที่ตายไปแล้ว
และการออกทะเลครั้งนี้ สวีฝูได้พาผู้ที่มีความสามารถด้านการพยากรณ์สูงสุดสิบสองคนมาด้วย
ในจำนวนนั้น รวมถึงนี่พู่สักที่ถูกทัณฑ์สวรรค์รังควานด้วย!
สวีฝูสมกับที่เป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับสูงสุดแห่งยุค แม้แต่ทัณฑ์สวรรค์ก็ยังสามารถขจัดออกไปได้
พิษทั่วร่างของนี่พู่สักถูกสวีฝูสลายไปจนหมดสิ้น แม้กระทั่งสวีฝูยังช่วยยืดอายุขัยให้นี่พู่สักอีกหนึ่งร้อยปี!
และเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน นี่พู่สักต้องช่วยสวีฝูเป็นเวลาสิบปี ต่อให้การพยากรณ์บางอย่างจะต้องลดทอนอายุขัย ก็ต้องพยากรณ์!
ในบรรดาเฒ่าพยากรณ์สิบสองคนในครั้งนี้ ความสำเร็จด้านการพยากรณ์ของนี่พู่สักสามารถจัดอยู่ในสามอันดับแรกได้
เมื่อได้ยินว่าตายไปหกคน สวีฝูก็อดไม่ได้ที่จะโกรธเคือง:
"พวกไร้ประโยชน์! นอกจากจะสิ้นเปลืองปราณแท้ของเทพผู้นี้แล้ว ยังจะมีประโยชน์อันใดอีก?"
เทพมารดาลั่วเซียน: "เทพหลักโปรดระงับโทสะ แม้จะมีคนตายไปหกคน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย"
สวีฝูเริ่มสนใจ:
"โอ้? พยากรณ์อะไรได้ล่ะ?"
เทพมารดาลั่วเซียน: "ตำแหน่งคร่าวๆ ของอาณาเขตมังกรฟ้าทะเลบาป พยากรณ์ได้ชัดเจนแล้ว!"
"อยู่ที่ใด? รีบบอกมา!"
เทพมารดาลั่วเซียนยังไม่ทันได้ตอบ ต๊วงลั่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา:
"เรียนเทพหลัก!"
สวีฝูกล่าวอย่างรำคาญ:
"มีเรื่องอะไรอีก?"
ต๊วงลั่ง: "นี่พู่สักเพิ่งจะพยากรณ์ได้ว่า อาณาเขตของมังกรฟ้าทะเลบาปได้ให้กำเนิดปราณมรรคฟ้าดิน มันกำลังจะตื่นขึ้น ดึงดูดมหาเคราะห์ หากผ่านไปได้ ก็จะหวนคืนสู่บรรพชน เปิดมรรคาสวรรค์!"
[จบตอน]