เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 305 - ฉันสู้ติงเกอไม่ได้

บทที่ 305 - ฉันสู้ติงเกอไม่ได้

บทที่ 305 - ฉันสู้ติงเกอไม่ได้


"หึๆ"

"คนที่มีจิตใจคับแคบ ทนเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเองไม่ได้อย่างแก ชาตินี้ก็คงไม่มีวันเจริญหรอก" ชายชราตอกกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"หัวหน้าครับ เมื่อกี้คุณเพิ่งจะบอกเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าผมพูดถูกน่ะ?" นักวิจัยหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับหน้าเหวอไปเลย

"ที่ฉันบอกว่าแกพูดถูก ก็เพราะฉันยอมรับว่าฉันสู้ติงเกอไม่ได้จริงๆ ไงล่ะ" ชายชราตอบเสียงเรียบ

ติงเกอสามารถค้นคว้ายาเฉพาะทางตัวนี้ได้สำเร็จด้วยตัวคนเดียว นั่นก็พิสูจน์แล้วว่าเขาเก่งกว่าฉันจริงๆ

การยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น มันเป็นเรื่องน่าอายตรงไหนกันล่ะ?

พูดจบ ชายชราก็เริ่มรัวนิ้วพิมพ์คีย์บอร์ด

"สวัสดีครับทุกคน ผมคือพานหนิง จากศูนย์วิจัยมะเร็งกระดูก"

"จากการเฝ้าติดตามชมไลฟ์สดเมื่อครู่นี้ ผมขอเอาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของผมเป็นประกันเลยว่า ยาตัวนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งกระดูกในระยะเริ่มต้นได้อย่างดีเยี่ยมครับ" พานหนิงเอาชื่อเสียงของตัวเองออกมาการันตีให้ติงเกอ

"เอ๊ะ? ระดับคุณปู่พานหนิงยังออกมายืนยันเองขนาดนี้ แสดงว่ายานี่ต้องเป็นของจริงชัวร์เลย!"

"พวกข้างบนนี่ปัญญาอ่อนหรือเปล่า เขาพิมพ์บอกว่าเป็นพานหนิง พวกแกก็เชื่อกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? ฉันว่าไอ้หมอนี่ต้องเป็นตัวปลอมแน่ๆ"

"ใช่แล้ว ระดับปรมาจารย์อย่างคุณปู่พานหนิง จะเอาเวลาว่างที่ไหนมานั่งดูไลฟ์สดปาหี่ของพวกตัวตลกอย่างมันกันล่ะ"

"จุ๊ๆๆ ติงเกอนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ เล่นละครตบตาได้เนียนสุดๆ"

"เดี๋ยวนะ พวกนายว่าคอมเมนต์นี้ติงเกอมันเป็นคนพิมพ์เองหรือเปล่า หมอนี่อาจจะกำลังสร้างไอดีผีมาชงเองกินเองอยู่ก็ได้นะ"

"เชี่ย เป็นไปได้ว่ะ!"

กองทัพหน้าม้าในช่องแชตต่างก็ทำหน้าที่กันอย่างบ้าคลั่งเพื่อแลกกับเศษเงิน

พวกมันรุมด่าทอโจมตีใครก็ตาม ที่คอมเมนต์พูดเข้าข้างติงเกอ

"ทำไมคนพวกนี้ถึงได้ปากร้ายกันขนาดนี้นะ!" พานหนิงเห็นคอมเมนต์เหล่านั้นแล้วก็รู้สึกโกรธจนตัวสั่น

"ไม่ได้การล่ะ ติงเกอสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้กับจักรวรรดิของเราขนาดนี้ เราจะปล่อยให้พวกมันมารุมด่าเขาเสียๆ หายๆ แบบนี้ไม่ได้"

"ใครก็ได้ รีบโพสต์เวยป๋อสนับสนุนติงเกอเดี๋ยวนี้เลย"

"ไม่สิ เอาโทรศัพท์ของฉันมา ฉันจะโพสต์เอง!" พานหนิงประกาศกร้าว

ไม่เชื่อว่าเป็นฉันจริงๆ งั้นเหรอ? ได้ งั้นฉันจะใช้แอ็กเคานต์ทางการของฉันโพสต์เวยป๋อยืนยันเองเลย ดูซิว่าพวกแกยังมีหน้ามาหาว่าฉันเป็นตัวปลอมได้อีกไหม!

บนเวยป๋อ พานหนิงได้ใช้แอ็กเคานต์ที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว โพสต์คลิปวิดีโอหนึ่ง

"สวัสดีครับทุกคน นี่คือบัตรประชาชนของผมครับ ตอนนี้ทุกคนคงจะเชื่อแล้วใช่ไหมครับว่าผมคือพานหนิงตัวจริงเสียงจริง?"

"ผมขอพูดสั้นๆ ประโยคเดียวนะครับ ยาของติงเกอตัวนี้ คือของจริงแท้แน่นอน!"

"ส่วนพวกเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลาย ผมขอร้องล่ะครับ ช่วยระวังปากไว้บ้าง เก็บปากไว้กินข้าวเถอะครับ ถือซะว่าทำบุญให้พ่อแม่และลูกหลานของพวกคุณเอง"

"อย่ารอให้ถึงวันที่ตัวเองล้มป่วย แล้วค่อยมาร้องห่มร้องไห้อ้อนวอน ขอยาปลอมๆ ของติงเกอมารักษาชีวิตตัวเองเลยครับ"

"ถึงตอนนั้น พวกคุณจะไม่รู้สึกกระดากใจบ้างหรือไง?"

พานหนิงเป็นที่เลื่องลือเรื่องความใจร้อนและอารมณ์ฉุนเฉียวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ดังนั้น ในคลิปวิดีโอความยาวหนึ่งนาทีนี้ เขาจึงใช้เวลาด่ากราดไปซะห้าสิบวินาทีแล้ว!

กลับมาที่ช่องแชตในไลฟ์สด

"เชี่ยเอ๊ย! ทุกคนรีบไปดูในเวยป๋อเร็ว คุณปู่พานหนิงออกมาโพสต์สนับสนุนติงเกอแล้ว!"

"เวรล่ะ นั่นคุณปู่พานหนิงตัวจริงเสียงจริงเลยนี่หว่า!"

"ถ้าอย่างนั้น ยาตัวนี้ก็ต้องเป็นของจริงน่ะสิ!"

พอกองทัพหน้าม้าเห็นคลิปนั้น ก็พากันรูดซิปปากเงียบกริบ

ปรมาจารย์ระดับท็อปของวงการแพทย์ยังออกมารับประกันยาของติงเกอขนาดนี้ ขืนพวกเขาไปคอมเมนต์ด่าต่อ ก็โดนทัวร์ลงยับน่ะสิ?

เพื่อแลกกับเงินแค่หนึ่งหยวนห้าเหมา แต่ต้องมาโดนรุมด่าเปิงแบบนี้ มันได้ไม่คุ้มเสียเลยนะ

แต่พวกหน้าม้าพวกนี้กลับไม่ทันฉุกคิดเลยว่า ที่พวกมันมาด่าติงเกอก็เพื่อแลกกับเศษเงินหนึ่งหยวนห้าเหมาตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือไง? เหอะๆ

"แม่งเอ๊ย! ไอ้แก่พานหนิง เรื่องนี้มันไปเกี่ยวอะไรกับแกวะเนี่ย! แส่ไม่เข้าเรื่องเลยจริงๆ!" ฉินต้าอี้เห็นเวยป๋อนั้นแล้วก็โกรธจัดจนเขวี้ยงโทรศัพท์ลงพื้น

แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้หรอก

เพราะพานหนิงมีอิทธิพลและบารมีสูงมาก ลูกศิษย์ลูกหาของเขาก็กระจายอยู่ตามตำแหน่งใหญ่โตในวงการแพทย์เต็มไปหมด

ถ้าขืนไปล่วงเกินพานหนิงเข้าล่ะก็ บริษัทของเขาคงเตรียมตัวเจ๊งได้เลย

"ท่านประธานคะ ดิฉันว่างานนี้ติงเกออาจจะยัดเงินใต้โต๊ะเพื่อซื้อตัวตาแก่คนนี้ก็ได้นะคะ" เลขาสาวรีบเสนอหน้า

เพียะ!

สิ้นเสียงของเลขา ฉินต้าอี้ก็ตบหน้าเธอฉาดใหญ่ทันที

"แกนี่มันโง่หรือบ้าฮะ?"

"ซื้อตัวพานหนิงเนี่ยนะ? ถ้าแกคิดว่าแค่ใช้เงินก็สามารถซื้อตัวคนอย่างพานหนิงได้ล่ะก็ งั้นตำแหน่งประธานบริษัทนี่ แกก็มานั่งแทนฉันเลยไหมล่ะ!" ฉินต้าอี้ด่ากราด

ซื้อตัว? ยัยเลขาคนนี้มันจะโง่เง่าเต่าตุ่นไปถึงไหน ถึงได้พ่นคำพูดปัญญาอ่อนแบบนี้ออกมาได้

"ฉัน..." เลขาสาวโดนตบไปฉาดใหญ่ ก็ถึงกับเงียบกริบพูดไม่ออก

เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจสุดๆ

เธออุตส่าห์พูดเอาใจหวังจะให้ท่านประธานอารมณ์ดีแท้ๆ แต่ทำไมท่านประธานถึงได้อารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิมล่ะเนี่ย

นี่เธอประจบสอพลอผิดจังหวะใช่ไหมเนี่ย

"ฉันคงประเมินไอ้ติงเกอต่ำไปสินะ ไม่นึกเลยว่าหมอนี่จะซ่อนไพ่ตายเป็นยาเฉพาะทางไว้อีกตัวนึง"

"แต่แล้วยังไงล่ะ?"

"ความยิ่งใหญ่ของติงเกอ มันก็คงหยุดอยู่แค่นี้แหละ" ฉินต้าอี้พยายามเรียกสติกลับคืนมา

ยาเฉพาะทางสองตัวนี้น่าจะหมดหน้าตักของติงเกอแล้วล่ะมั้ง?

น่าจะใช่นะ

ฉินต้าอี้วาดฝันไว้อย่างสวยหรู แต่ติงเกอไม่ยอมปล่อยให้เขาได้สมหวังหรอก

เมื่อเห็นว่าในช่องแชตไลฟ์สดสงบลงแล้ว ซ่งฮว๋าก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"สำหรับการไลฟ์สดในครั้งนี้ พวกเราก็ขอจบ..." ซ่งฮว๋ากำลังจะกล่าวปิดไลฟ์สด แต่จู่ๆ ก็มีใครบางคนวิ่งพรวดพราดเข้ามา

"เดี๋ยวก่อนครับ" ผู้ชายคนนั้นร้องตะโกนเสียงหลง หอบหายใจแฮ่กๆ

เมื่อซ่งฮว๋าเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น เขาก็ถึงกับสะดุ้งโหยง

ไอ้หมอนี่มันคือคนที่เอายามาให้เขาเมื่อกี้นี้ไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่มันวิ่งกลับมาทำไมอีกล่ะ?

"เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งเข้ามานะ!" ซ่งฮว๋ารีบถอยกรูดไปจนมุมกำแพง อ้าปากค้างและกระซิบเสียงแผ่ว

พี่ชายครับ กว่าพวกผมจะทดสอบยานั่นสำเร็จมาได้เลือดตาแทบกระเด็น คุณอย่าเพิ่งส่งยาอะไรมาเพิ่มอีกเลยนะขอร้อง!

"หา? คุณหมอพูดว่าอะไรนะครับ?" ผู้ชายคนนั้นอยู่ห่างจากซ่งฮว๋าไปหน่อย ก็เลยไม่ได้ยินที่เขาพูด

ชายคนนั้นจึงรีบสับเท้าวิ่งเข้าไปหาซ่งฮว๋าให้เร็วขึ้นอีก

เมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นวิ่งตรงเข้ามา ซ่งฮว๋าก็ยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองอย่างแรง

จบกัน! หลบยังไงก็ไม่พ้นจริงๆ สินะ!

"นี่ครับ ยารักษามะเร็งเต้านมครับ" ชายคนนั้นพูดพร้อมกับฉีกยิ้มโชว์ฟันขาวจั๊วะ

เมื่อเห็นรอยยิ้มของหมอนี่ ซ่งฮว๋าก็อยากจะกระโดดเตะก้านคอให้รู้แล้วรู้รอด

ไอ้หมอนี่ มันเป็นสายลับที่ฉินต้าอี้ส่งมาป่วนพวกเราใช่ไหมเนี่ย?

"เอ่อ คือว่ายาตัวนี้..." ซ่งฮว๋ากำลังจะอ้าปากถาม แต่ก็โดนอีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

"ผอ.ติงสั่งให้ทดสอบทันทีเลยครับ" ชายคนนั้นพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

เห็นไหมล่ะ ฉันชิงตอบคำถามล่วงหน้าได้ด้วยนะ

เก่งใช่ไหมล่ะ?

"เอ่อ... ตกลงครับ" เมื่อคำถามที่ตั้งใจจะถามถูกตอบตัดหน้าไปแล้ว ซ่งฮว๋าก็ได้แต่กัดฟันตอบรับ

"มียาโผล่มาอีกแล้วเหรอ? ยาสองตัวก่อนหน้านี้สำเร็จไปแล้ว แล้วยาตัวนี้จะสำเร็จอีกไหมเนี่ย?"

"นี่... คงเป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง?"

"ต่อให้ติงเกอจะเก่งสร้างยาได้จริง แต่สันดานก็แย่เอามากๆ ดูสิ ยาที่ตัวเองเป็นคนวิจัยแท้ๆ ทำไมต้องใช้คนอื่นให้เอามาส่งด้วย!"

"ใช่แล้ว ขนาดลูกฉันอายุแค่สามขวบ ยังรู้จักช่วยเหลือตัวเองเลย แต่ติงเกอเป็นถึงผู้ใหญ่ กลับชี้นิ้วสั่งคนอื่นไปทั่ว"

"นี่คงเป็นเพราะว่าเพิ่งจะได้เป็นผู้อำนวยการสินะ ก็เลยหลงระเริง คิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้า บ้าอำนาจขึ้นมาแล้วสิ"

"ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว ว่าติงเกอข่มเหงรังแกคนอื่นในโรงพยาบาลหนักขนาดไหน"

พวกกองทัพหน้าม้าหมดมุกจะด่าเรื่องยาแล้ว ก็เลยเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีติงเกอเรื่องหยุมหยิมพวกนี้แทน

หน้าม้าพวกนี้เนี่ย... จ้างมาสองหยวนต่อคอมเมนต์ก็ยังถือว่าคุ้มอยู่นะ?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 305 - ฉันสู้ติงเกอไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว