- หน้าแรก
- ผมก็แค่แพทย์ฝึกหัดที่มีระบบสุดเทพ
- บทที่ 302 - เล่นใหญ่สักรอบ
บทที่ 302 - เล่นใหญ่สักรอบ
บทที่ 302 - เล่นใหญ่สักรอบ
ณ บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ต้าหลง
เมื่อวานนี้ทั้งวัน ฉินต้าอี้เอาแต่นั่งรอให้ติงเกอคลานมาคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาอยู่ที่บริษัท
แต่สิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังก็คือ ติงเกอกลับไม่โผล่หัวมาเลย
"ท่านประธานครับ" เสียงเลขาคนหนึ่งดังขึ้นเบาๆ
พอฉินต้าอี้ได้ยินเสียงนั้น ก็ตื่นจากภวังค์ทันที
"ติงเกอมาแล้วเหรอ?"
"เอาแบบนี้นะ ให้ติงเกอยืนรออยู่ข้างนอกสักชั่วโมงนึงก่อน คราวที่แล้วกล้าหักหน้าฉันขนาดนั้น ครั้งนี้ฉันจะจัดหนักให้มันดู"
ฉินต้าอี้หลงนึกไปเองว่าติงเกอมาหาเขาแล้ว
เมื่อเลขาได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
ติงเกอเนี่ยนะ?
ติงเกอไม่ได้มาที่นี่เลยสักนิด!
"เอ่อ ท่านประธานครับ ติงเกอไม่ได้มาครับ"
"แถมเราเพิ่งได้ข่าวมาว่า ตอนนี้พวกติงเกอตกลงร่วมมือกับบริษัทยาต่างชาติเรียบร้อยแล้วครับ"
"และทางนั้นก็อัดฉีดเงินลงทุนมาให้ตั้งหนึ่งพันล้านหยวนเลยด้วย" เลขารายงานด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ
ใช่ ฉินต้าอี้ยิ่งใหญ่ในประเทศก็จริง
แต่คุณมีอำนาจไปถึงต่างประเทศเลยเหรอ?
หึ คิดจะแบนติงเกองั้นเหรอ? ก็ต้องดูด้วยนะว่าตัวเองมีน้ำยาพอหรือเปล่า
"บริษัทต่างชาติ?"
"เป็นไปไม่ได้!" ฉินต้าอี้ได้ยินแบบนั้นก็เด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาทันที
"ท่านประธานใจเย็นๆ ก่อนครับ"
"ผมได้ยินมาว่าไอ้เงินหนึ่งพันล้านนั่นก็มีเงื่อนไขพ่วงมาด้วยนะครับ พวกเขากำหนดให้ติงเกอต้องวิจัยยารักษามะเร็งแบบเฉพาะเจาะจงให้ได้สิบชนิด ภายในเวลาแค่สามสัปดาห์เท่านั้น"
"ถ้าทำไม่สำเร็จ เงินหนึ่งพันล้านนั่นก็ต้องโดนยึดคืนหมดครับ" เลขารีบอธิบายต่อ
นี่คงจะเป็นข่าวดีในหมู่ข่าวร้ายล่ะมั้ง
"นายพูดจริงเหรอ?" พอฉินต้าอี้ได้ยินแบบนั้น บนใบหน้าก็กลับมามีความหวังอีกครั้ง
ตกใจหมดเลย!
นึกว่าติงเกอจะได้เงินพันล้านไปฟรีๆ ซะอีก สรุปก็แค่นี้เองเหรอ?
ชิ แบบนี้มันต่างอะไรกับไม่ได้เงินล่ะ? ฮ่าๆๆ
"จริงแท้แน่นอนครับ" เลขารีบพยักหน้ารับ
"ติงเกอมันคงจะแค่หน้ามืดตามัวเพื่อซื้อเวลาเท่านั้นแหละ ถึงได้ยอมตกลงรับเงื่อนไขบ้าๆ แบบนั้น"
"แต่ไอ้หมอนี่มันไม่ได้ดูสภาพตัวเองเลย ฝีมืออย่างมันจะไปทำสำเร็จได้ยังไง?" ฉินต้าอี้แสยะยิ้มเย้ยหยัน
ต่อให้แกจะยื้อเวลาไปได้อีกสามสัปดาห์ แต่พอครบสามสัปดาห์ แกก็ต้องซมซานกลับมาคุกเข่าขอร้องฉันอยู่ที่นี่อยู่ดี! หึๆ
"เอาแบบนี้ นายรีบไปจ้างกองทัพหน้าม้ามาด่วนเลย"
"ปล่อยข่าวลือไปในเน็ตซะ บอกว่าตั้งแต่ติงเกอขึ้นเป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลอันดับหนึ่งก็ขาดทุนย่อยยับ เงินขาดบัญชีอย่างหนัก"
"แล้วเพื่อจะปกปิดความผิด ติงเกอก็เลยกุเรื่องภารกิจวิจัยที่ไม่มีทางทำสำเร็จได้ขึ้นมา เพื่อจะหลอกเอาเงินลงทุนจากต่างประเทศ" ฉินต้าอี้สั่งการเสียงเย็น
ติงเกอ แกไม่ได้กำลังดังเป็นพลุแตกอยู่หรอกเหรอ?
ดีเลย ฉันนี่แหละจะส่งแกให้ดังยิ่งกว่าเดิม ดังสู่ขิตไปเลย!
"รับทราบครับ" เลขาเข้าใจแผนการของเจ้านายทันที
ดูเหมือนว่าเรื่องที่ติงเกอหักหน้าเขาในคราวที่แล้ว จะทำให้ฉินต้าอี้แค้นฝังหุ่นจริงๆ คราวนี้ถึงกะจะเล่นงานติงเกอให้จมดินเลยทีเดียว
ในเมื่อแกดื้อนัก งั้นก็เตรียมตัวลงจากเก้าอี้ไปได้เลย!
และแล้ว ด้วยฝีมือการปลุกปั่นของบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ต้าหลง ข่าวลือนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
ณ โรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งมหานครโมตู
ซ่งฮว๋าวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องแล็บของติงเกอด้วยความร้อนรน
"ติงเกอ นายรีบดูข่าวพวกนี้เร็วเข้า" ซ่งฮว๋ารีบยื่นโทรศัพท์มือถือในมือส่งให้ติงเกอ
ติงเกอชะงักมือจากการทดลอง แล้วรับโทรศัพท์มาดู
"มะเร็งสิบชนิด? เป็นไปไม่ได้หรอก ถึงฉันจะเชื่อมั่นในตัวติงเกอนะ แต่เรื่องนี้ฉันว่าเขาทำไม่ไหวแน่ๆ"
"ชิ ตอนแรกฉันก็นึกว่าติงเกอจะรักชาติซะอีก ที่ไหนได้ ไอ้หมอนี่มันก็แค่พวกหมาเลียฝรั่งดีๆ นี่เอง"
"ใช่ ทำไมไม่ยอมร่วมมือกับบริษัทในจักรวรรดิ แต่ดันไปเอาใจบริษัทตะวันตก หมอนี่มันดูถูกจักรวรรดิชัดๆ"
"ฉันว่าน่าจะเป็นเพราะติงเกอรู้อยู่แก่ใจว่าโปรเจกต์นี้ไม่มีทางสำเร็จ เลยไม่อยากหลอกฟันเงินบริษัทในประเทศมากกว่าล่ะมั้ง (ใส่อีโมจิหัวหมา)"
"หลอกบริษัทต่างชาติก็ไม่ได้นะเว้ย ยังไงเงินของเขาก็คือเงินเหมือนกัน"
"แบบนี้มันทำลายภาพลักษณ์ของจักรวรรดิในสายตาชาวโลกชัดๆ!"
"นี่พวกคุณไม่เอะใจอะไรกันบ้างเหรอ? ลองคิดดูสิ ติงเกอเพิ่งจะขึ้นเป็นผู้อำนวยการได้ไม่ถึงสัปดาห์ ทำไมเงินโรงพยาบาลถึงหมดเกลี้ยงได้ล่ะ? ฉันว่าเรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำ ต้องตรวจสอบให้หนักเลย"
"เห็นด้วยเลย ฉันสงสัยว่าติงเกอมันต้องยักยอกเงินแน่ๆ"
คอมเมนต์ด้านล่างแต่ละอัน เรียกได้ว่าหยาบคายและเลอะเทอะเกินทน
"เอ้า" หลังจากติงเกออ่านคอมเมนต์เหล่านั้นจบ เขาก็คืนมือถือให้ซ่งฮว๋าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเคืองใดๆ
"หมอติง พวกเราควรจะโพสต์เวยป๋อชี้แจงเรื่องนี้สักหน่อยดีไหมครับ" ซ่งฮว๋าเสนออย่างจนใจ
ติงเกอไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้นักหนา ทำไมถึงได้ดึงดูดพวกแอนตี้แฟนได้ขนาดนี้?
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี หมอนี่โดนทัวร์ลงไปตั้งสามรอบแล้วนะเนี่ย!
"ชี้แจง?"
"ไม่เห็นมีความจำเป็นเลย" ติงเกอกล่าวเสียงเรียบ
ก็แค่พวกตัวตลกกระโดดเหยงๆ ไปมา ทำไมเขาต้องไปเสียเวลาชี้แจงให้พวกมันฟังด้วย?
รอให้ผลงานวิจัยสำเร็จเมื่อไหร่ ไอ้พวกฝูงชนไร้สมองพวกนี้มันก็หุบปากไปเองนั่นแหละ
"แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ มันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของคุณนะ..." ซ่งฮว๋ายังคงลังเล
พอติงเกอได้ยินแบบนั้น เขาก็ยื่นของชิ้นหนึ่งไปให้ซ่งฮว๋าทันที
"หา?"
"นี่มันอะไรเนี่ย?" ตอนแรกซ่งฮว๋าทำท่าจะพูดต่อ แต่พอเห็นของในมือ ก็ถึงกับช็อกไปเลย
"หมอติง นายอย่าเพิ่งคิดสั้นสิวะ!"
"นายลองคิดดูสิ พวกเราผ่านเรื่องยากลำบากมาด้วยกันตั้งมากมาย นายจะมายอมแพ้จบชีวิตตัวเองเพราะไอ้พวกเกรียนคีย์บอร์ดพวกนี้ไม่ได้นะเว้ย!" ซ่งฮว๋ามองของในมือด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
ติงเกอคงไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายใช่ไหม?
พอคิดแบบนั้น ซ่งฮว๋าก็พุ่งเข้าไปกอดติงเกอไว้แน่น
ติงเกอหน้าดำคร่ำเครียดเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
ฆ่าตัวตาย? จินตนาการของหมอนี่มันจะล้ำเลิศเกินไปแล้วมั้งเนี่ย?
"ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตาย" ติงเกอพยายามอธิบายอย่างอ่อนใจ
"นี่ไง! นายยังจะมาปฏิเสธอีกว่าไม่ได้จะฆ่าตัวตาย ถ้านายไม่ได้จะฆ่าตัวตาย แล้วนายเอายานี่มาทำไมฮะ!"
"ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องพานายไปหาจิตแพทย์ ให้พวกเขาช่วยเคลียร์สมองนายหน่อยแล้ว"
ซ่งฮว๋าไม่พูดพร่ำทำเพลง ลากแขนติงเกอเตรียมจะพาไปหาจิตแพทย์ลูกเดียว
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น ติงเกอก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"ซ่งฮว๋า ฉันว่านายมาเป็นหมอมันเสียของจริงๆ"
"ให้ตายเถอะ จินตนาการล้ำเลิศขนาดนี้ นายควรจะไปเป็นนักเขียนบทละครซะมากกว่านะ" ติงเกอประชด
ฆ่าตัวตาย? พี่ชายครับ คุณเคยเห็นใครจะฆ่าตัวตายแล้วมานั่งป่าวประกาศบอกชาวบ้านก่อนบ้างไหม?
แบบนั้นเขาเรียกว่าเรียกร้องความสนใจเว้ย!
"หา?" ซ่งฮว๋างุนงงกับประโยคนั้น
"แต่เมื่อกี้นายก็ยอมรับเองไม่ใช่เหรอ ว่าไอ้นี่มันคือยาน่ะ?" ซ่งฮว๋ามองติงเกอด้วยสายตาระแวดระวัง
"บนโลกนี้มียาแค่ชนิดเดียวคือยานอนหลับหรือไงล่ะฮะ?" ติงเกอยิ้มมุมปาก
"งั้นไอ้นี่มันคือ..." ซ่งฮว๋ากลืนน้ำลายเอื้อก
ไม่ใช่ยานอนหลับ? แล้วมันคือยาอะไรวะ?
"นี่คือยารักษาแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับโรคมะเร็งหลอดเลือดในระยะเริ่มต้น" ติงเกอตอบเรียบๆ
ไอ้พวกเกรียนคีย์บอร์ดเอ๊ย ด่ากันให้สะใจไปเลยนะ เดี๋ยวพวกเราจะมาเล่นใหญ่กันสักรอบ
มาดูกันซิว่า ถึงตอนนั้น ใครกันแน่ที่จะกลายเป็นตัวตลก!
(จบแล้ว)