เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 รถใหม่ที่ไม่เตะตา

บทที่ 9 รถใหม่ที่ไม่เตะตา

บทที่ 9 รถใหม่ที่ไม่เตะตา


บทที่ 9 รถใหม่ที่ไม่เตะตา

ในขณะที่ซูหนานเกอกำลังซื้อรถอย่างสบายใจ ภายในสาขาเล็ก ๆ ของธนาคารเชียนเจียง เย่ถิงถิงกลับรู้สึกมึนงงเล็กน้อยตั้งแต่การประชุมช่วงเช้าจบลง

ไม่รู้ทำไม หัวหน้าสาขาถึงได้ชมเชยเธออย่างมากมายเมื่อเช้านี้

พวกเขาบอกว่าถึงแม้เธอจะเพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่วัน แต่ผลงานของเธอกลับยอดเยี่ยมมาก โดยมียอดเงินฝากเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งล้านหยวนเมื่อวานนี้

เย่ถิงถิงรู้สึกทำอะไรไม่ถูก บางทีคนเรียบง่ายอาจจะได้รับพรที่เรียบง่ายก็ได้มั้ง บางทีอาจเป็นเพราะเธอไม่ได้ก้าวไปในเส้นทางที่ผิด สวรรค์จึงเริ่มเข้าข้างเธอ

ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เย่ถิงถิงก็คิดทบทวนอย่างหนักเช่นกันว่าตัวเองกระตือรือร้นกับความสำเร็จและผลกำไรที่ได้มาอย่างรวดเร็วเกินไปหรือเปล่า

ซูหนานเกอพูดถูกแล้ว หลังจากมาทำงานที่ธนาคาร เธอได้เห็นจำนวนเงินที่ในชีวิตนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง

ถึงแม้เธอจะรู้ว่าเงินพวกนั้นไม่ใช่ของเธอ แต่ก็คงไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านทานสิ่งล่อใจเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย

บวกกับเพื่อนร่วมงานรอบตัวและลูกค้าที่เธอต้องเผชิญหน้าในแต่ละวัน เธอเริ่มจะหลงทางไปจากความตั้งใจเดิมของตัวเองเสียแล้ว

ดังนั้น เธอจึงรู้สึกผิดต่อซูหนานเกอมาก

ตอนนี้ เมื่อช่วงเช้าที่วุ่นวายผ่านพ้นไป เคาน์เตอร์ก็เริ่มว่างลง

เย่ถิงถิงหยิบใบนำฝากที่หัวหน้าแจกให้เมื่อเช้านี้ออกมาดู อยากจะรู้ว่าใครคือลูกค้ารายใหญ่ที่จู่ ๆ ก็เอาเงินหนึ่งล้านหยวนมาฝากเข้าบัญชีกระแสรายวัน

นอกจากนี้ หัวหน้ายังสั่งให้เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาลูกค้าคนนี้ไว้ และโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนเงินทุนเป็นเงินฝากประจำหรือผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งให้ได้

ตอนแรกมันก็ดูไม่มีอะไร แต่ทันทีที่เย่ถิงถิงเหลือบไปเห็นชื่อบนใบนำฝาก เธอก็ตัวแข็งทื่อไปทันที

ลูกค้ารายใหญ่คนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนที่เธอคุ้นเคยที่สุดในชีวิต

ทะ... ทำไมถึงเป็นซูหนานเกอไปได้ล่ะ?

ความรู้สึกของเย่ถิงถิงซับซ้อนไปหมด แน่นอนว่าเธอตื่นเต้น แต่มันก็เจือปนไปด้วยความไม่สบายใจ

ซูหนานเกอไปเอาเงินตั้งเยอะแยะมาจากไหน? เขาคงไม่ได้ขายอพาร์ตเมนต์นั่นหรอกใช่ไหม?

ดวงตากลมโตของเย่ถิงถิงสั่นไหว เธอรู้สึกว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ

คนบ้าเอ๊ย เขากล้าขายสิ่งเดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้เขาได้ยังไงกัน?

หรือว่า... การจากไปของเธอจะไปกระตุ้นเขาเข้า?

เย่ถิงถิงอยากจะโทรไปถามให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอคิดดูอีกที เธอก็ลดมือลง

เธอจะทำแบบนั้นในฐานะอะไรล่ะ? เธอเป็นคนเดินออกมาเอง เธอเป็นคนที่จากมาโดยไม่บอกลา แล้วตอนนี้เธอยังอยากจะไปก้าวก่ายชีวิตเขาอีกเหรอ?

เย่ถิงถิงถอนหายใจ เธออยากจะหาโอกาสอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ซูหนานเกอฟังให้ชัดเจน

ตั้งแต่คืนนั้น ในหัวของเธอก็ยุ่งเหยิงไปหมด เธอรู้ตัวดีว่ายังรักซูหนานเกออยู่ แต่เธอก็ไม่กล้าไปสู้หน้าเขา

ในขณะเดียวกัน ซูหนานเกอก็ฮัมเพลงเบา ๆ กลับมาที่บริษัท

เมื่อผู้จัดการหลิวเห็นเขา ก็เอ่ยถามขึ้น

"เสี่ยวซู กลับมาเร็วจังนะ? ปฐมนิเทศที่บริษัทช่วงนี้เป็นไงบ้างล่ะ?"

ซูหนานเกอตอบกลับ

"ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ ผู้จัดการหลิว พอดีผมไปเลือกรถไว้เมื่อหลายวันก่อน วันนี้ก็เลยไปจ่ายเงินมาครับ พอจัดการเอกสารเสร็จก็รีบกลับมาเลย"

หลิวตงชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ไอ้เด็กนี่เพิ่งเรียนจบแท้ ๆ แต่ซื้อรถแล้วงั้นเหรอ? เห็นได้ชัดว่าที่บ้านคงซื้อให้แน่ ๆ

ถ้าเป็นแบบนั้น ที่บ้านของไอ้เด็กนี่คงมีฐานะดีไม่เบา แต่ก็นะ ในเมื่อเขารู้จักกับผู้จัดการโจว ก็คงไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ หลิวตงจึงพูดจาสุภาพมากยิ่งขึ้น

"เสี่ยวซูเป็นคนหนุ่มที่อนาคตไกลจริง ๆ! ตั้งใจทำงานเข้านะ ฉันคาดหวังในตัวเธอไว้สูงเลยล่ะ! ไปเถอะ ไปทำงานต่อได้แล้ว"

ซูหนานเกอพยักหน้ารับแล้วกลับไปที่โต๊ะทำงาน เขาทำตัวเป็น 'คนหูหนวกตาบอด' ต่อไป ก้มหน้าก้มตาเตรียมงานของเขาเงียบ ๆ

ทว่า การที่เขาพูดเปรยเรื่องซื้อรถเมื่อครู่นี้ ได้ดึงดูดความสนใจจากพวกที่ชอบแอบฟังไปไม่น้อย

เพื่อนร่วมแผนกของเขารู้ดีว่ามีพนักงานใหม่เข้ามา แต่ก็ไม่มีใครเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายเขาก่อนเลย

ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว เขาก็เป็นแค่เด็กจบใหม่ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง

พวกเขาแค่ไม่คิดว่าเขาจะมีกำลังทรัพย์ถึงขนาดนี้

ไม่นานนัก เพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักทาย

"เสี่ยวซู สวัสดี ฉันชื่อตู้หมิงนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย"

ซูหนานเกอพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

"ตกลงครับ ขอบคุณมากครับคุณชายตู้!"

พอได้ยินแบบนั้น ตู้หมิงก็หัวเราะลั่น

"คุณชายซูนี่อารมณ์ขันจริง ๆ! เรียกฉันว่าตู้หมิงก็พอ ฉันอายุมากกว่านายหน่อยนึง จะเรียกพี่ก็ได้นะ"

ซูหนานเกอตอบรับ "ได้เลยครับ ๆ"

ที่ซูหนานเกอเรียกเขาว่าคุณชายตู้ ไม่ใช่แค่การประจบสอพลอไปอย่างนั้น

เขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าในแผนกนี้ ตู้หมิงแต่งตัวจัดจ้านที่สุด ชุดของเขาอาจจะไม่ใช่แบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ แต่ก็เป็นแบรนด์กีฬาชื่อดังที่ราคาหลักพันขึ้นไปแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น นาฬิกาโอเมก้าบนข้อมือและกุญแจรถบนโต๊ะ ก็บ่งบอกถึงฐานะที่ไม่ธรรมดาของเขา

ดังนั้น คำว่า 'คุณชายตู้' จึงเหมาะกับเขาที่สุดแล้ว

ในบรรดาเพื่อนร่วมงานเหล่านี้ ตู้หมิงมีโอกาสที่จะอิจฉาซูหนานเกอน้อยที่สุด

ดังนั้น การที่เขาเป็นคนแรกที่เข้ามาทักทาย จึงไม่ได้เหนือความคาดหมายของซูหนานเกอเลย

จากนั้นก็มีเสียงผู้หญิงดังลอยมา เป็นเสียงของสาวสวยในชุดยูนิฟอร์มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซูหนานเกอ

เธอแนะนำตัว "ฉันชื่อเจียงอวี่ค่ะ สวัสดีค่ะ!"

ซูหนานเกอตอบกลับอย่างสุภาพ "อาจารย์เจียงเรียกผมว่าเสี่ยวซูก็ได้ครับ"

เจียงอวี่ดูอายุไม่ถึง 30 ปี และสวมแว่นตา ในแผนกนี้ มีแค่เธอและเพื่อนร่วมงานชายอีกคนเท่านั้นที่ใส่ยูนิฟอร์มของบริษัทอย่างเคร่งครัด เธอจึงดูเหมือนคุณครูจริง ๆ

ตู้หมิงหัวเราะหึ ๆ "คุณชายซูตาถึงจริง ๆ เจียงอวี่มีการศึกษาสูงที่สุดในแผนกเราเลยนะ เธอจบปริญญาโทด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยโครงการ 985 เชียวนะ"

ทุกคนรู้ดีว่าในเมืองเชียนเจียง มีมหาวิทยาลัยในโครงการ 985 อยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ซูหนานเกอแสร้งทำเป็นเขินอาย "โชคดีนะที่ผมไม่ได้เรียกผิดไป ผมมันก็แค่เด็กจบใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นสามธรรมดา ๆ รู้สึกละอายใจจังเลยครับที่ได้มายืนอยู่ต่อหน้าปริญญาโทแบบนี้"

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงอวี่ "งั้นก็มาจากมหาวิทยาลัยซิตี้คอลเลจสินะคะ มหาวิทยาลัยของเราก็มาจากรากเหง้าเดียวกันนั่นแหละ ไม่ต้องเรียกฉันว่า 'อาจารย์' หรอกค่ะ เรียกรุ่นพี่ก็พอ"

จู่ ๆ ตู้หมิงก็ทำตัวสนิทสนมขึ้นมาทันที เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่ซูหนานเกอ

"ว้าว คุณชายซูได้รับการปฏิบัติอย่างดีเลยนะเนี่ย พวกเราอยากเรียกเธอว่ารุ่นพี่มาตั้งนานแล้ว แต่เธอไม่เคยยอมเลย"

ซูหนานเกอรู้สึกขบขันเล็กน้อย ถ้าเขาไม่ได้หลุดปากเรื่องซื้อรถไปล่ะก็...

คนพวกนี้ก็คงจะทำเหมือนเขาไร้ตัวตนและมองข้ามเขาไปเหมือนเดิมนั่นแหละ

ตอนนี้ ซูหนานเกอสัมผัสได้ว่าตู้หมิงดูเหมือนจะสนใจเจียงอวี่อยู่บ้าง

ในแผนกมีทั้งหมดแปดคน และอีกไม่กี่คนที่เหลือก็เข้ามาแนะนำตัวเช่นกัน

ทว่า กลับมีเสียงแหลม ๆ ดังขัดขึ้นมา:

"คนหนุ่มสาวอย่างพวกเราควรจะพึ่งพาตัวเองมากกว่านะ ไม่ใช่เอะอะก็พึ่งแต่ครอบครัว ต่อให้ครอบครัวจะฐานะดีแค่ไหน นั่นก็คือครอบครัว ไม่ได้หมายความว่านายจะเก่งตามไปด้วยสักหน่อย"

คนพูดคือผู้ชายสวมแว่น...คนที่ใส่ยูนิฟอร์มบริษัทเหมือนกับเจียงอวี่

เขาดูอายุมากกว่าซูหนานเกอเล็กน้อย น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับตู้หมิง

ซูหนานเกอไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรกับคำพูดประชดประชันแบบนี้ เขายังคงตอบกลับอย่างสุภาพ

"อาจารย์ท่านนี้พูดถูกแล้วครับ ผมขอน้อมรับคำติชม!"

แต่ตู้หมิงกลับพูดสวนขึ้นมา "คุณชายซู ในที่สุดนายก็เรียกคนผิดจนได้ หมอนี่ชื่อหลี่เฟิง ไม่ได้จบจากมหาลัยดังอะไรหรอก แค่ทนเห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้เท่านั้นแหละ"

หลี่เฟิงตะโกนอย่างโกรธจัด "ตู้หมิง แก! ฮึ พวกแกมันก็แค่เกิดมาบ้านรวยกว่า มีอะไรน่าภูมิใจนักหนาฮะ? ถ้าแน่จริง ก็ทำยอดขายให้ชนะฉันให้ได้สิ!"

ในเมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียด ซูหนานเกอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพูดขัดขึ้น

"เอาเถอะครับ พวกเราอยู่แผนกเดียวกันทั้งนั้น ยังไงในอนาคตผมก็ต้องขอความช่วยเหลือจากทุกคนอยู่ดี เย็นนี้ผมขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวทุกคนดีไหมครับ?"

ตู้หมิงตอบรับเป็นคนแรก "ดูความใจป้ำของคุณชายซูสิ! เอาสิ มีของกินฟรีทั้งที พวกเราไม่พลาดอยู่แล้ว"

คนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย

มีเพียงหลี่เฟิงที่ไม่ได้ตอบว่าจะไปหรือไม่ เขาหันกลับไปสนใจงานของตัวเองต่อ

ขณะที่ซูหนานเกอกำลังลังเลว่าจะเข้าไปชวนเขาแยกต่างหากดีไหม ตู้หมิงก็กระซิบ

"หลี่เฟิงมาแน่ ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ก็เพื่อช่วยหมอนั่นแหละ"

ซูหนานเกอยิ้มและพยักหน้า

ทว่า ผู้หญิงอายุมากกว่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ซูหนานเกอกลับพูดขึ้นมา

"เสี่ยวซู คืนนี้ไม่ต้องชวนผู้จัดการหลิวนะ ไม่งั้นฉันไม่ไปด้วยหรอก"

ผู้หญิงคนนี้ชื่อติงชวี่เซียว เธออายุประมาณ 40 ปี หน้าตาค่อนข้างดี แต่มีสีหน้าเคร่งขรึมมาก

ตู้หมิงสนับสนุน "คุณชายซู พี่ติงพูดถูกแล้วล่ะ ไม่ต้องชวนหลิวตงหรอก"

ซูหนานเกอรู้สึกขำอยู่ในใจ ภาพลักษณ์ของหลิวตงในสายตาเพื่อนร่วมแผนกมันแย่ขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย

เวลาเลิกงานมาถึงอย่างรวดเร็ว และก็ตามคาด หลี่เฟิงก็เดินตามมาด้วย

ตู้หมิงเอ่ยขึ้น "ในแผนกเรามีแค่เราสองคนที่ขับรถไป งั้นก็พอดีเลย"

ซูหนานเกอพยักหน้า มีทั้งหมดแปดคน รถสองคันก็ไม่เบียดกันเกินไป

แต่จะแบ่งกันนั่งยังไงนี่สิปัญหา

ซูหนานเกอไม่คาดคิดว่าพี่ติงจะเป็นฝ่ายก้าวออกมาก่อนและพูดว่า

"เสี่ยวซู งั้นฉันนั่งรถเธอไปก็แล้วกัน"

ซูหนานเกอรีบพยักหน้ารับ "ได้เลยครับพี่ติง"

ตู้หมิงเอ่ยชวน "อาจารย์เจียง นั่งรถผมไปไหมครับ?"

เจียงอวี่มีท่าทีลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง

ตู้หมิงชวนคนอื่นไปอีกสองคน ทิ้งหลี่เฟิงไว้ให้ไปกับซูหนานเกอ

ซูหนานเกอไม่ได้ใส่ใจอะไรและเดินตรงไปยังลานจอดรถใต้ดิน

คาดไม่ถึงว่ารถของตู้หมิงและซูหนานเกอจะจอดอยู่ตรงข้ามกันพอดี

เมื่อตู้หมิงเห็นซูหนานเกอหยิบกุญแจออกมาและปลดล็อกรถ เขาก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

"คุณชายซู นี่รถนายเหรอ?"

ซูหนานเกอแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง "ใช่ครับ"

ตู้หมิงไม่พูดอะไรอีกและรีบต้อนกลุ่มของเขาขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว

ตู้หมิงขับรถ 5 Series ซึ่งก็ถือว่าเป็นจุดสูงสุดสำหรับคนธรรมดาทั่วไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตู้หมิงก็ไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิด ป้าย 'LS600h' ที่ท้ายรถของซูหนานเกอเมื่อกี้มันเด่นหราเกินไปจริง ๆ

ตู้หมิงรู้สึกว่ารถของเขาดูเหมือนเรื่องตลกไปเลยเมื่อมาเทียบกับรถของซูหนานเกอ

ในบางเรื่อง ยิ่งคุณเข้าใจมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้น คุณรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรเคารพและยำเกรง

แต่บางคนที่มีความรู้แค่หางอึ่ง กลับชอบวิพากษ์วิจารณ์และชี้นิ้วสั่งคนนู้นคนนี้ไปทั่ว

ทำตัวราวกับว่ารู้ไปเสียทุกเรื่อง

อย่างเช่นหลี่เฟิง เขาพูดอย่างดูแคลน

"ก็แค่ Lexus ธรรมดา ๆ ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตื่นเต้นเลย~"

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 9 รถใหม่ที่ไม่เตะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว