- หน้าแรก
- ทุกคนคิดว่าผมเป็นจอมมาร แต่ความจริงผมแค่แอบทำความดีเพื่อเอาชีวิตรอด
- บทที่ 470 - เด็กน้อยเซียวเหยา
บทที่ 470 - เด็กน้อยเซียวเหยา
บทที่ 470 - เด็กน้อยเซียวเหยา
บทที่ 470 - เด็กน้อยเซียวเหยา
เซี่ยชิงหยางอำลาผู้คนในโลกชาวปักษา ระหว่างทางก็ ‘ปล่อย’ ชาวปักษาที่อยู่ในภาพซานเหอเซ่อจี้กลับสู่โลกชาวปักษาไปด้วย จากนั้นจึงรีบมุ่งหน้ากลับมายังเมืองเจินอู่ เมื่อได้เห็นเหล่าเทพธิดารับใช้ที่เจริญหูเจริญตาของบ้านตัวเอง เขาถึงรู้สึกผ่อนคลายลงได้
แม้อีกาทองคำน้อยทั้งสิบตัวจะส่งเสียงจิ๊บๆ จั๊บๆ เอะอะไปบ้าง แต่อาเซียนก็ลงมือใช้เชือกฮว๋างจินมัดปากพวกมันไว้จนหมด จากนั้นก็สงบสุข
ยังมีเด็กหญิงงูน้อย หลิงเอ๋อร์... เวลาสิบปีไม่ได้ทำให้นางโตขึ้นมากนัก เพียงแต่เปลี่ยนจากขนาดเท่าฝ่ามือมาเป็นความยาวเท่าท่อนแขนเท่านั้น
นางเป็นเสมือนภูติน้อยไร้เดียงสา ร่อนเร่ไปตามซอกมุมต่างๆ ของเมืองเจินอู่อย่างมีความสุข
ก็มีแต่ที่เมืองเจินอู่นี่แหละ ผู้คนและสัตว์วิเศษนานาชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว จึงสามารถยอมรับรูปลักษณ์ครึ่งคนครึ่งงูของหลิงเอ๋อร์ได้เป็นอย่างดี
ส่วนภูติและสัตว์วิเศษในเมืองเจินอู่นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกมันรักใคร่ทายาทพระแม่หนี่ว์วาผู้นี้อย่างเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว
ถึงขั้นมีข่าวลือว่า ภายในพระราชวังเมืองเจินอู่ กษัตริย์สกุลมั่วแห่งแคว้นเฮยหลินในยุคปัจจุบัน ต้องการจะแต่งตั้งให้หลิงเอ๋อร์เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว!
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือ กษัตริย์พระองค์นั้นได้ส่งคนมาสอบถามความเห็นจากทางเซวี่ยซือแล้ว เพียงแต่เซวี่ยซือเอาแต่บ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่านายท่านไม่อยู่
ตอนนี้เซี่ยชิงหยางกลับมาแล้ว นางก็เลยนำเรื่องนี้มาเล่าให้เขาฟัง...
เซี่ยชิงหยางพยักหน้าพลางกล่าว “นี่เป็นเรื่องดี ทำแบบนี้หลิงเอ๋อร์ก็จะกลายเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์วิเศษอย่างแท้จริง... ว่าแต่ ตัวนางเองมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง?”
เซวี่ยซือกล่าว “นางน่ะหรือ... ดูออกว่าความจริงแล้วนางชอบสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านคึกคัก แน่นอนว่านางก็ชอบเล่นกับสัตว์วิเศษด้วย... ว่ากันตามนี้แล้ว เมืองเจินอู่ช่างเหมาะกับนางจริงๆ”
เซี่ยชิงหยางพยักหน้าพลางกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ปล่อยให้นางไปเถอะ”
“อย่าลืมเตือนกษัตริย์ด้วยว่า หลิงเอ๋อร์มีฐานะสูงส่งมาก ต้องดูแลนางให้ดีเป็นอันขาด”
เซี่ยชิงหยางก็เป็นห่วงเป็นใยพอสมควร อย่างไรเสียถึงแม้นี่จะเป็นทายาทของพระแม่หนี่ว์วา แต่คนที่ต้องรับทัณฑ์สวรรค์ก็คือเขานี่นา
ทายาทพระแม่หนี่ว์วาที่ชื่อหลิงเอ๋อร์... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ‘พี่เซียวเหยา’ ของนางอยู่ที่ไหนกันนะ?
เซี่ยชิงหยางคิดอย่างหดหู่ใจเล็กน้อย
ทว่าในตอนนั้นเอง เขาก็ได้รับการเรียกหาอย่างกะทันหัน: ศิษย์ตัวน้อย รีบมาหาข้าเร็วเข้า!
ปรมาจารย์ทงเทียนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังหัวหมุนวุ่นวาย...
เซี่ยชิงหยางรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
นับตั้งแต่ควักลูกตาตัวเองข้างหนึ่งไปให้อาจารย์ของตัวเอง เขาก็เริ่มไม่ค่อยกล้าไปพบอีกฝ่ายตามลำพังแล้ว... ในใจรู้สึกซับซ้อน ยากที่จะเผชิญหน้า
แต่ตอนนี้ในเมื่อท่านอาจารย์เรียกหาอย่างเร่งด่วน แน่นอนว่าเขาก็ทำได้แค่ไปดูเท่านั้น
อย่างจนใจ เขาทำได้เพียงออกเดินทางอีกครั้งทั้งที่เพิ่งจะกลับมาได้ไม่นาน
แต่ยังดีที่ดูจากท่าทางของอาจารย์ทงเทียน เหมือนมีเรื่องอยากให้เขาไปเป็นที่ปรึกษาให้ ไม่ใช่เรื่องอื่นใด เขาจึงไม่ได้บอกคนอื่น
เขาเพียงให้จิตวิญญาณดั้งเดิมออกจากร่าง จากนั้นก็เข้าสู่สวรรค์ซ่างชิงในชั่วพริบตาภายใต้การนำทางของป้ายคำสั่งหลิงเป่าเทียนจุน และได้พบกับปรมาจารย์ทงเทียน
“ท่านอาจารย์ ท่านเรียกข้ามามีธุระอะไรหรือ?”
ปรมาจารย์ทงเทียนมีท่าทางหัวหมุนวุ่นวาย เมื่อเขาเห็นเซี่ยชิงหยางก็ราวกับได้พบผู้ช่วยชีวิต “ศิษย์ตัวน้อย ได้ยินมาว่าที่นั่นของเจ้าเลี้ยงเด็กไว้มากมาย เจ้าถนัดเรื่องเลี้ยงเด็กใช่ไหม?”
เซี่ยชิงหยางพยักหน้าเงียบๆ “ใช่ขอรับ ข้าเลี้ยงเจ้าตัวเล็กไว้ไม่น้อยเลย...”
ในใจของเขาเริ่มระแวดระวังขึ้นมาทันที หรือว่าอาจารย์ผู้พึ่งพาไม่ได้ท่านนี้จะให้เขาช่วยเลี้ยงเด็กอีกแล้ว?
ช่วงนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าไปโดนดวงซวยอะไรมา ช่าง ‘สมปรารถนา’ ไปเสียทุกเรื่องจริงๆ
เมื่อปรมาจารย์ทงเทียนได้ยินเช่นนั้นก็รีบพยักหน้ารับทันที “ดีเลย ข้ามีเจ้าตัวแสบอยู่ที่นี่คนหนึ่ง ฝากเจ้าจัดการด้วยแล้วกัน!”
เมื่อสิ้นเสียง เขาก็เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งมือดึงหนวดปลาดุกยักษ์ ขี่โฮ่วขนทองอันน่าเกรงขามพุ่งพรวดพราดเข้ามาอย่างไม่เกรงใจใคร...
“พี่ชายท่านนี้ ท่านเป็นเพื่อนของท่านพ่อหรือ?”
เซี่ยชิงหยาง: “...”
ปลาดุกยักษ์ตัวนั้นคือมหาเซียนอูอวิ๋นใช่ไหม?
โฮ่วขนทองตัวนั้น คือเซียนจินกวงใช่ไหม?
ท้ายที่สุดก็ไม่พ้นชะตากรรมการกลายเป็นพาหนะสินะ
น่าสมเพชจริงๆ
แต่ประเด็นสำคัญคือเด็กน้อยคนนี้... เขาเรียกใครว่าท่านพ่อกัน?
ปรมาจารย์ทงเทียนกระแอมไอเบาๆ “เด็กคนนี้คือสิ่งที่ข้าได้รับมาโดยบังเอิญขณะทำความเข้าใจมรรคาใหญ่ เขาถือกำเนิดจากครรภ์เทวะที่สวรรค์ประทานให้... เพราะเห็นว่าเขาเฉลียวฉลาดน่ารัก จึงเลี้ยงดูไว้ข้างกาย”
เซี่ยชิงหยางทำหน้าตายพลางรับฟังไปแกนๆ... เขามั่นใจแล้วว่า ทัณฑ์สวรรค์ครั้งล่าสุดของเขาเป็นเพราะเด็กคนนี้นี่เอง
คิดแล้วก็เหนื่อยใจ ทำไมเวลานักปราชญ์อยากจะ ‘มีลูกหลง’ เขาถึงต้องโดนฟ้าผ่าด้วยเล่า?
แต่พอลองคิดดู นี่คือลูกของอาจารย์ตัวเองนะ ข้ามเรื่องที่ว่าเขาเกิดมาได้อย่างไรไปก่อนแล้วกัน เขานวดหน้าตัวเองให้คลายตัว เผยรอยยิ้มที่เป็นมิตรแล้วถามว่า “เจ้าชื่ออะไรหรือ?”
เด็กน้อยทำหน้าขึงขังจริงจัง “ก่อนจะถามคนอื่น ต้องตอบคำถามคนอื่นก่อนสิถึงจะถูก!”
อ้อ เมื่อครู่นี้เด็กคนนี้ก็เพิ่งถามเซี่ยชิงหยางไปประโยคหนึ่งจริงๆ นั่นแหละ
เซี่ยชิงหยางสัมผัสได้ถึงความรับมือยากของเด็กน้อยคนนี้แล้ว เขาทำได้เพียงยิ้มแล้วกล่าวว่า “อ้อ ข้าคือศิษย์ของอาจารย์ทงเทียน ชื่อเซี่ยชิงหยาง... จะว่าไป เจ้าต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่นะ”
เมื่อเด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็กล่าวอย่างอารมณ์ดี “ท่านพ่อเรียกข้าว่าเซียวเหยา หวังให้ข้าใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี ไร้กังวล อายุยืนยาวในฟ้าดินแห่งนี้... ทว่าในเมื่อเป็นศิษย์พี่ เช่นนั้นมีของขวัญแรกพบไหมเล่า?”
เซี่ยชิงหยางหันขวับไปมองอาจารย์ยาจกของตัวเองทันที เด็กคนนี้ไปเรียนรู้วิธีเปิดปากขอของขวัญแรกพบมาจากไหนกัน?
อีกอย่าง เขาถึงกับชื่อ ‘เซียวเหยา’ งั้นหรือ?!
ปรมาจารย์ทงเทียนเกาหัวอย่างกลัดกลุ้ม ถึงจะน่าขายหน้า แต่เขาก็เลือกที่จะทำเป็นไม่เห็นสายตาของศิษย์ตัวเอง
เด็กน้อยเซียวเหยาดูเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จึงเปลี่ยนเรื่องคุย “ถ้าไม่ได้เตรียมมาก็ไม่เป็นไร งั้นศิษย์พี่ชิงหยางมาเล่นกับข้าได้ไหม?”
ดีมาก เขาพอจะรู้แล้วว่ามหาเซียนอูอวิ๋นและเซียนจินกวงตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร ต้องถูกจุดอ่อนนี้เล่นงานจนต้องคืนร่างเดิมมาเล่นกับเด็กคนนี้แน่ๆ
โชคดีที่เซี่ยชิงหยางมีวิธีรับมือจริงๆ เขาคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “งั้นเซียวเหยาเจ้ารอสักประเดี๋ยว ที่มานี่เป็นแค่จิตวิญญาณดั้งเดิมของข้า รอให้ร่างต้นของข้าส่งของมาให้ก่อนนะ”
เมื่อสิ้นเสียง จิตวิญญาณดั้งเดิมของเขาก็กลับคืนสู่ร่างต้น จากนั้นก็ครุ่นคิดในใจอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ เขาก็ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพซานเหอเซ่อจี้
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบเรียก ‘ช่างเทคนิค’ ประจำบ้านอย่างศิษย์น้องสิบเอ็ดมาบอกเล่าความคิดของตนเองทันที...
เมื่อศิษย์น้องสิบเอ็ดเห็นดังนั้นก็พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ จากนั้นก็เริ่มรวบรวมวัตถุดิบหลอมสร้างจำนวนนับไม่ถ้วน... เป็นเพียงวัตถุดิบธรรมดา ทว่าสิ่งที่เซี่ยชิงหยางต้องการให้นางทำ คือการหลอมวัสดุก่อสร้างธรรมดาจำนวนนับไม่ถ้วนเหล่านี้ให้กลายเป็นเม็ดเล็กจิ๋วรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์
ส่วนเซี่ยชิงหยางเองก็ค้นหาผลึกพิเศษบางอย่างจากของสะสมของตนเอง นำมาหลอมให้กลายเป็นวัตถุที่มีลักษณะคล้ายลูกแก้วคริสตัล
ลูกแก้วคริสตัลนี้ นอกจากวัตถุดิบจะล้ำค่าแล้ว ในด้านอื่นก็ไม่มีอะไรพิเศษเลยจริงๆ
ทว่าเมื่อศิษย์น้องสิบเอ็ดรีบร้อนนำเม็ดลูกบาศก์จำนวนนับไม่ถ้วนที่ศิษย์ลัทธิเจี๋ยเร่งมือหลอมขึ้นมาให้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เม็ดลูกบาศก์เหล่านี้ถูกเซี่ยชิงหยางเก็บเข้าไปในลูกแก้วคริสตัล จากนั้นพวกมันก็ก่อตัวเป็นรูปร่างของภูเขาและผืนปฐพีอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็ใช้กฎเกณฑ์มรรคาต่างๆ ตกแต่งและแต่งแต้มสีสันให้มัน... ไม่นานมันก็ดูราวกับเป็นโลกใบเล็กๆ ของจริง
“เอาล่ะ เอาตามนี้ไปก่อนก็แล้วกัน ข้าจะเอาไปรับหน้าก่อน... ถ้าเป็นแค่เด็กเล็กๆ ‘โลกของข้า (มายคราฟ)’ นี่ก็น่าจะพอแล้ว” เซี่ยชิงหยางรีบร้อนกลับไปยังสวรรค์ซ่างชิงอีกครั้ง
นี่เป็นแค่การแก้ขัดไปก่อนเท่านั้น รอให้เขาว่างกลับมาเมื่อไหร่ จะต้องเรียกศิษย์ร่วมสามสำนักมาปรึกษาหารือกันเรื่องใหญ่เสียแล้ว... ลูกของอาจารย์ทงเทียนเชียวนะ จะจัดการอย่างไรดี?
[จบแล้ว]