- หน้าแรก
- โลกมหายุทธ์ รับคุณสมบัติจักรกลเวทสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง
- บทที่ 5 วันแห่งการปลุกพลัง
บทที่ 5 วันแห่งการปลุกพลัง
บทที่ 5 วันแห่งการปลุกพลัง
บทที่ 5 วันแห่งการปลุกพลัง
"ซวยแล้ว ซวยแล้ว ซวยแล้ว!"
หลู่เฉิงใส่เกียร์หมาสับฝีเท้าอย่างสุดชีวิตพลางก้มเช็กเวลาบนโทรศัพท์มือถือ หัวสมองของเขาแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
7:46 น.
ทว่าวันนี้ไม่ใช่สัปดาห์เรียนตามปกติทั่วไป
แต่มันคือวันแห่งการปลุกพลังอันเป็นหนึ่งเดียวของเหล่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก!
การมาสายในวันสำคัญแบบนี้ แทบไม่ต่างอะไรกับการนอนตื่นสายในวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยสักนิด
เขา กระชับกระเป๋านักเรียนแน่นแล้วพุ่งตัวผ่านหัวมุมถนน ภาพประตูโรงเรียนปรากฏสู่สายตา ป้ายชื่อสีดำสลับทองของโรงเรียนมัธยมปลายหมายเลขสามสะท้อนแสงแดดยามเช้าวิบวับจนแสบตา
พนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนยืนเฝ้าอยู่ตรงประตูโรงเรียน คอยกักตัวนักเรียนสองสามคนที่แต่งกายไม่ถูกระเบียบเพื่อลงชื่อประวัติ
ทันทีที่หลู่เฉิงพุ่งตัวเข้าไป เขาก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยวัยกลางคนพุงพลุ้ยที่อยู่ข้างป้อมยามคว้าตัวไว้ทันควัน
"หยุดก่อน! จะรีบวิ่งไปไหนกันฮะ อยู่ห้องไหนเราน่ะ"
หลู่เฉิงเบรกจนหัวทิ่ม เกือบจะพุ่งตัวลงไปนอนในพุ่มไม้ริมทาง เขา รีบปั้นหน้ายิ้มประจบประแจงทันที "น้าครับ ผมหลู่เฉิงจากห้องเจ็ด ม.หก ครับ ผมมีธุระด่วนจริงๆ ครับน้า"
พนักงานรักษาความปลอดภัยกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางขมวดคิ้วมุ่น
"หลู่เฉิง? ทำไมถึงเป็นแกอีกแล้วฮะไอ้หนู"
ดูท่าทางแล้ว ใบหน้าของเจ้าของร่างเดิมน่าจะเป็นบุคคลเฝ้าระวังอันดับต้นๆ ของระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
มุมปากของหลู่เฉิงกระตุกวูบ คิดในใจว่าชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของร่างนี้มันเน่าเฟะในทุกๆ ด้านจริงๆ
"น้าครับ หลู่เฉิงคนเก่าได้ตายจากไปแล้วครับ ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าน้าคือหลู่เฉิงเวอร์ชันอัปเกรดใหม่ล่าสุดครับ!"
พนักงานรักษาความปลอดภัย: "..."
พนักงานรักษาความปลอดภัยรุ่นน้องที่อยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวและหลุดขำพรืดออกมา
ส่วนคนพุงพลุ้ยยังคงปั้นหน้านิ่งสนิท "เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว แกไม่รู้หรือไงว่าวันนี้เป็นวันอะไร พิธีปลุกพลังจัดขึ้นพร้อมกันทั้งโรงเรียน และคณะอาจารย์ก็เข้าไปข้างในกันหมดแล้ว แกยังกล้ามาสายอีกเหรอ"
หลู่เฉิงรีบยกมือไหว้ปลกๆ "น้าครับ เมตตาผมสักครั้งเถอะครับ พอดีเมื่อกี้ผมผดุงความยุติธรรม… เอ๊ย ไม่ใช่สิ ผมไปห้ามทัพคนทะเลาะกัน… ก็ยังไม่ใช่ เอาเป็นว่าสถานการณ์มันซับซ้อนมากครับน้า เอาไว้เดี๋ยวผมค่อยมาเขียนรายงานชี้แจงแปดร้อยคำส่งน้านะครับ"
พนักงานรักษาความปลอดภัยแค่นเสียงหึ "แปดร้อยคำ? อย่างแกน่ะเหรอจะเขียนได้"
"ถ้าผมเขียนไม่ได้ เดี๋ยวผมลอกมาส่งให้นะครับน้า"
"รีบไสหัวเข้าไปเลย!"
"รับทราบครับผม!"
หลู่เฉิงรู้สึกราวกับได้รับประกาศสิทธิ์อภัยโทษ เขารีบคว้ากระเป๋าแล้วพุ่งตัวเข้าไปข้างในทันที วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ยังอุตส่าห์หันกลับมาตะโกนบอก "น้าครับ วันนี้น้าดูหล่อมากเลยครับ! พรุ่งนี้ต้องได้ปลุกพลังระดับเอแน่นอนครับ! อ้าว ไม่ใช่สิ ผมหมายถึงขอให้ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือนนะครับน้า!"
"ไอ้เด็กเวรนี่!"
...
บริเวณหน้าอาคารเรียนของเหล่านักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย เสียงพูดคุยสนทนาดังเซ็งแซ่ไปทั่ว
วันนี้คือวันแห่งการปลุกพลัง และบรรยากาศทั่วทั้งโรงเรียนก็แตกต่างไปจากยามปกติอย่างสิ้นเชิง
ตามแนวสนามโรงเรียน ในระเบียงทางเดิน และตรงชานพักบันได มีนักเรียนยืนรวมกลุ่มกันห้องละสองสามคนอยู่ทุกหนทุกแห่ง
บางคนดูตื่นเต้นจนเหงื่อชุ่มมือ บางคนใบหน้าแดงก่ำด้วยความเบิกบานใจ และบางคนก็ทำเป็นพูดว่าปล่อยให้มันเป็นไปแต่ขาทั้งสองข้างกลับสั่นพั่บๆ ราวกับเครื่องร่อน
ถึงอย่างไร ในยุคสมัยนี้ พรสวรรค์ก็แทบจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต
การที่คนเราจะก้าวไปได้ไกลแค่ไหนในเส้นทางนักสู้ การที่จะได้รับทรัพยากรบ่มเพาะพลังหรือไม่ และกระทั่งการที่จะสามารถก้าวข้ามชนชั้นได้ในอนาคตหรือไม่ บ่อยครั้งก็ขึ้นอยู่กับชั่วขณะสำคัญในวันนี้ทั้งสิ้น
ทันทีที่หลู่เฉิงพุ่งตัวขึ้นมาถึงชั้นสาม หลิวไห่เฟิงอาจารย์ประจำชั้นก็ยืนปั้นหน้าทมิฬราวกับก้นหม้ออยู่ตรงประตูห้องเจ็ดเรียบร้อยแล้ว
"หลู่เฉิง!"
สิ้นเสียงตะโกนนี้ ระเบียงทางเดินที่เคยดังเซ็งแซ่ก็พลันเงียบกริบลงไปชั่วขณะ
หลู่เฉิงชะงักฝีเท้าและหันหน้าไปหัวเราะแห้งๆ "อาจารย์หลิว อรุณสวัสดิ์ครับ"
หลิวไห่เฟิงจ้องมองเขาเขม็ง เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ
"แกยังรู้จักรอดชีวิตมาเรียนอีกเหรอ รู้ไหมว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอะไร"
"ทราบครับ วันแห่งการปลุกพลังครับ"
"ในเมื่อรู้ แล้วทำไมยังมาสายอีกฮะ?!"
หลู่เฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อาจารย์ครับ ความจริงแล้วผมไม่ได้ตั้งใจจะมาสายเลยครับ แต่โลกใบนี้มันช่างเต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายต่อผมเหลือเกิน"
หลิวไห่เฟิงแทบจะหลุดขำออกมาด้วยความโมโห
ห้องเจ็ดเป็นห้องเรียนธรรมดา ไม่เหมือนกับห้องเรียนศิลปะการต่อสู้สายตรงที่เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าอัจฉริยะ ระเบียบวินัยจึงค่อนข้างควบคุมยากอยู่แล้ว และหลู่เฉิงก็เป็นนักเรียนเจ้าปัญหาที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่สุดของห้องมาก่อนหน้านี้
ตอนที่เขาเข้าเรียนชั้นมัธยมสี่ใหม่ๆ ผลการเรียนของเขาอยู่อันดับต้นๆ ของโรงเรียน แต่ต่อมาเขากลับเริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัว และนิสัยใจคอก็กู่ไม่กลับ
"เลิกพูดมากได้แล้ว รีบเข้าไปนั่งที่ซะ" หลิวไห่เฟิงพูดพลางระงับความโกรธ "ถ้ามีครั้งหน้าอีก แกก็ไม่ต้องมาเข้าเรียนคาบของฉันอีกเลย"
"รับทราบครับ อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ครั้งหน้าผมจะพยายามหาข้ออ้างมาสายที่ดูมีอารยธรรมมากกว่านี้ครับ"
หลู่เฉิงจะไปกล้ารับปากอาจารย์เป็นมั่นเป็นเหมาะเกี่ยวกับเรื่องการมาสายได้อย่างไร
"..."
หลิวไห่เฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วโบกมือ "รีบเข้าไปได้แล้ว"
หลู่เฉิงผลุบหายเข้าไปในห้องเรียนในชั่วพริบตา
ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูห้อง เสียงพูดจาเกินจริงก็ดังมาจากแถวหลังสุดทันที
"โย่ นึกว่าใคร ที่แท้ก็คนดังอันดับหนึ่งของห้องเจ็ดมาปรากฏตัวในฉากจบอันยิ่งใหญ่นี่เอง"
หลู่เฉิงเงยหน้าขึ้นแล้วหัวเราะหึๆ
คนที่พูดเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด สันจมูกโด่ง เบ้าตาลึกเล็กน้อย และมีเส้นผมสีทองตามธรรมชาติที่ส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงแดดในยามเช้า เครื่องหน้าของเขาดูประณีตราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นอย่างไรอย่างนั้น
ไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็คือหนุ่มหล่อลูกครึ่งอย่างแท้จริง
แต่ทว่า เขากลับมีชื่อว่าหม่าต้าชุน
การเอาชื่อนี้มาวางคู่กับใบหน้าแบบนี้ ช่างมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงราวกับระเบิดนิวเคลียร์ไม่มีผิด
หลู่เฉิงโยนกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะ นั่งลงข้างๆ อีกฝ่าย แล้วจงใจลากเสียงยาว "อรุณสวัสดิ์ ต้าชุน"
ใบหน้าของหม่าต้าชุนเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำทันควัน
"เชี่ยเอ๊ย! แก ลองเรียกชื่อนั้นอีกทีสิฮะ"
หลู่เฉิงปั้นหน้าซื่อ "มีอะไรเหรอต้าชุน ชื่อนี้พ่อแม่ตั้งให้แกไม่ใช่เหรอต้าชุน"
"หุบปากเลยนะ!" หม่าต้าชุนกัดฟันกรอด "กรุณาเรียกฉันว่าชาร์ลส์ด้วย ขอบคุณ"
"ชาร์ลส์งั้นเหรอ" หลู่เฉิงกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า "เมื่อวันก่อนแกยังบอกว่าตัวเองชื่ออาเธอร์อยู่เลยไม่ใช่เหรอ"
"นี่คือชื่อภาษาอังกฤษที่ฉันเพิ่งเปลี่ยนใหม่โว้ย มันคือเรื่องของรสนิยม มันคือทัศนวิสัยระดับสากล มันคือความล้ำหน้า แกเข้าใจไหมฮะ"
"อ้อ" หลู่เฉิงพยักหน้ารับ "ได้เลย หม่าต้าชุน"
หม่าต้าชุนโมโหจนแทบจะคว่ำโต๊ะเรียน
"หลู่เฉิง ฉันขอบอกแกไว้เลยนะ วันนี้เป็นวันแห่งการปลุกพลัง ฉันไม่อยากเห็นเลือดตกยางออก"
หลู่เฉิงตบหัวไหล่ของเขาเบาๆ "เลิกพ่นภาษาอังกฤษครึ่งๆ กลางๆ ของแกได้แล้ว มันดูไม่เป็นภาษาไทยแล้วก็ไม่เป็นภาษาอังกฤษเลย แกออกจะหล่อเหลาปานนี้ การมีชื่อพื้นๆ บ้านๆ ถือเป็นกลไกสร้างความสมดุลของชีวิตโว้ย"
"ไสหัวไปเลย"
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดจาหยอกล้อกัน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในห้องเรียนก็ยิ่งดังอื้ออึงขึ้นเรื่อยๆ
"ฉันได้ยินมาว่าพวกห้องคิงเขาไปรับการทดสอบความเข้ากันได้ของจิตวิญญาณล่วงหน้ากันมาแล้ว และโจวหลี่เจ๋อก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้พลังระดับเอ"
"จริงเหรอฮะ ระดับเอเลยเหรอ นั่นหมายความว่าเขาจะได้เข้าสู่รายชื่อผู้ได้รับการฝึกฝนหลักของเมืองโดยตรงเลยใช่ไหม"
"จะไปโกหกทำไม ระดับเอนี่ถือว่าแข็งแกร่งมากแล้ว ทั้งโรงเรียนปีนึงอาจจะมีไม่กี่คนด้วยซ้ำ"
"แล้วซูหวานล่ะ ฉันได้ยินมาว่าความเข้ากันได้ของพลังโลหิตของเธอสูงจนน่ากลัวเลยนะ"
"เธออยู่ห้องหนึ่ง เป็นทั้งดาวโรงเรียนและอัจฉริยะด้านการเรียน ถ้าเธอได้ปลุกพลังระดับสูงขึ้นมาจริงๆ ก็ถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว..."
"ถ้าความสวยมันเชื่อมโยงกับพรสวรรค์ได้ งั้นทำไมในโลกนี้ถึงยังมีหนุ่มหล่อสาวงามไปทำอาชีพขายบริการอยู่อีกเล่ะ"
"ถ้าฉันได้ระดับซี ฉันก็กราบไหว้ฟ้าดินแล้ว"
"เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว แกได้ระดับดีก็บุญหัวแล้ว"
เสียงสนทนาหลากหลายดังผสมปนเปกันไป อากาศอบอวลไปด้วยความตึงเครียดและกระสับกระสับส่าย
หลู่เฉิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เขาดูสงบนิ่งกว่าคนส่วนใหญ่มาก
พรสวรรค์ไม่ได้มีความสำคัญสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตามบทบาทของเขา เขาคงจะได้ปลุกพรสวรรค์ระดับที่ห่วยแตกที่สุด และจากนั้นก็โดนพวกตัวร้ายบางคนพูดจาถากถางเอา
ในชั่วขณะนั้นเอง หลิวไห่เฟิงก็เดินเข้ามาในห้องเรียนและตบฝ่ามือลงบนโพเดียมหน้าชั้นเรียน
"เงียบๆ หน่อย!"
นักเรียนทุกคนรีบสงบปากสงบคำทันที
หลิวไห่เฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ:
"วันนี้คือวันแห่งการปลุกพลัง และมันยังเป็นหนึ่งในหลักไมล์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเธอทุกคน
อีกสักครู่ ทุกคนจะต้องไปที่อาคารฝึกซ้อมรวมเพื่อเข้ารับการทดสอบการปลุกพลังตามลำดับเลขประจำตัวนักเรียน
จำไว้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร ห้ามส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ก่อเรื่องวุ่นวาย และยิ่งห้ามใช้คำพูดหรือการกระทำที่ส่อเสียดรังแกผู้อื่นเนื่องจากระดับพรสวรรค์ของพวกเขาเด็ดขาด"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ สายตาของเขา ก็หยุดชะงักไปที่พวกตัวแสบสองสามคนเป็นพิเศษ และในท้ายที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลู่เฉิง
หลู่เฉิง: "..."
ไม่ใช่สิ อาจารย์จะมามองผมทำไมเนี่ย
"นอกจากนี้" หลิวไห่เฟิงพูดต่อ "หลังจากเสร็จสิ้นการปลุกพลังแล้ว จะมีการจัดแบ่งห้องเรียนเบื้องต้นตามระดับพรสวรรค์และข้อมูลพื้นฐาน และจะมีการจัดการทดสอบความแข็งแกร่งครั้งแรกขึ้น พวกเธอทุกคนเข้าใจไหม"
"เข้าใจครับ!"
"ไปกันเถอะ!"
...
ภายในอาคารฝึกซ้อมรวม บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยเหล่านักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
เครื่องมือปลุกพลังสีเงินขาวถูกจัดตั้งไว้ตรงใจกลางลานฝึกซ้อม มีลักษณะคล้ายกับกระเปาะโลหะขนาดย่อส่วน โดยมีอาจารย์และแพทย์ของโรงเรียนคอยทำหน้าที่บันทึกข้อมูลอยู่ใกล้ๆ
บนอัฒจันทร์ยกระดับ คณะผู้บริหารโรงเรียนและอาจารย์จากกลุ่มศิลปะการต่อสู้แทบจะมากันครบทุกคน
ห้องเจ็ดถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งแถวหลัง ทันทีที่หลู่เฉิงและหม่าต้าชุนนั่งลง ก็ได้ยินเสียงขานชื่อคนจากแถวหน้า การทดสอบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
นักเรียนคนแล้วคนเล่าเดินขึ้นไป
"พรสวรรค์ระดับดี เสริมสร้างการมองเห็น"
"พรสวรรค์ระดับอี ประสาทรับกลิ่นฉับไว"
"พรสวรรค์ระดับซี เสริมสร้างพละกำลัง"
บางคนส่งเสียงโห่ร้องยินดี บางคนใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง และบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาตรงนั้น
ไม่นานนัก ก็ถึงตาของห้องเจ็ดแล้ว