- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่โลกยอดยุทธ์ เริ่มต้นด้วยการเก็บตกดาวโรงเรียน
- บทที่ 7 รางวัลคริติคอล กลายเป็นนักศิลปะการต่อสู้ในชั่วข้ามคืน!
บทที่ 7 รางวัลคริติคอล กลายเป็นนักศิลปะการต่อสู้ในชั่วข้ามคืน!
บทที่ 7 รางวัลคริติคอล กลายเป็นนักศิลปะการต่อสู้ในชั่วข้ามคืน!
บทที่ 7 รางวัลคริติคอล กลายเป็นนักศิลปะการต่อสู้ในชั่วข้ามคืน!
ภายในห้องพักราคาถูกอันคับแคบ บรรยากาศในอากาศคล้ายจะหยุดนิ่งไปสิ้น
แสงจันทร์จากด้านนอกหน้าต่างสาดส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านผืนบาง เคลือบผิวพนักหัวเตียงอันสลัวให้กลายเป็นคราบสีเงินยวงจางๆ
【ละเนื้อหาเนื่องจากความไม่เหมาะสม】
เธอย่อมรู้ชะตากรรมของตัวเองในคืนนี้ดีอยู่แล้ว
อย่างไรเสีย วันนี้ก็ต้องมาถึงไม่ช้าก็เร็ว
... 【ละเนื้อหาเนื่องจากความไม่เหมาะสม】 ...
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด
ภายใต้แสงจันทร์อันเย็นเยียบด้านนอกหน้าต่าง ซูชิงเกอกำลังขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแน่นราวกับทารกที่กำลังตื่นตระหนก เหลือทิ้งไว้เพียงเส้นผมอันยุ่งเหยิงที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมาเท่านั้น
ใบหน้าของเธอที่เคยเย็นชาและงดงามปานล่มเมือง บัดนี้กลับขึ้นสีแดงซ่าน และที่หางตายังคงมีคราบน้ำตาที่แห้งเหือดหลงเหลืออยู่
ดวงตาทรงเสน่ห์ของเธอจ้องเขม็งไปยังเฉินเย่ที่นอนอยู่ข้างกาย ราวกับต้องการจะเจาะร่างของเขาให้เป็นรูอย่างไรอย่างนั้น
"คนกะล่อน!"
"คนลวงโลก!"
... เซลล์ทุกส่วนในร่างกายกำลังโห่ร้อง เลือดในกายกำลังเดือดพล่าน
บนแผงหน้าจอข้อมูล แถบแสดงอัตราการพัฒนาพันธุกรรมกำลังกระโดดข้ามตัวเลขอย่างบ้าคลั่ง
ในโลกใบนี้ ร้อยละสิบคือเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการสอบเข้าวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ ทว่าในยามนี้ เฉินเย่กลับทะยานขึ้นไปถึงร้อยละสิบสี่จุดเก้าแล้ว...
หากนำตัวเลขนี้ไปเปรียบเทียบในห้องเรียนเดิมของเขา มันจะต้องเป็นข้อมูลระดับหัวกะทิที่สามารถการันตีตำแหน่งห้าอันดับแรกได้อย่างมั่นคงแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น ความประหลาดใจยังไม่ได้หมดลงเพียงเท่านี้
เมื่อ เคล็ดวิชาลมหายใจเสียงอสนีบาต ถูกหลอมรวมเข้าสู่ร่างกาย จังหวะการหายใจของเฉินเย่ก็แปรเปลี่ยนไปในทันที
"สูดลมหายใจเข้า... ระบายลมหายใจออก..."
ในทุกๆ ห้วงลมหายใจ คล้ายกับมีเสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังสะท้อนอยู่ในทรวงอก และอวัยวะภายในของเขาก็กำลังถูกขัดเกลาและเสริมความแข็งแกร่งผ่านแรงสั่นสะเทือนอันแปลกประหลาดนี้
นี่คือเคล็ดวิชาการฝึกฝนภายในของแท้!
หัวใจของเฉินเย่สั่นสะท้อนอย่างรุนแรง
ต้องรู้ก่อนว่า กายบริหาร ที่โรงเรียนสอนสั่งนั้น เป็นเพียงเคล็ดวิชาพื้นฐานระดับล่างสุดที่แพร่หลายทั่วไปเท่านั้น
ทว่า เคล็ดวิชาลมหายใจเสียงอสนีบาต นี้ คือของระดับสูงของแท้ที่สามารถขัดเกลาอวัยวะภายในและเพิ่มพูนพลังปราณและโลหิตได้!
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ระดับเริ่มต้น แต่สำหรับสามัญชนระดับล่างสุดเช่นเฉินเย่ ลำพังแค่คิดจะเรียนก็ไม่มีปัญญาแล้ว
เพราะค่าเล่าเรียนมันแพงมหาศาลจนเกินเอื้อมจริงๆ!
"สมแล้วที่เป็นบุตรสาวสายตรงของตระตูลซู..."
เฉินเย่ลอบอุทานออกมาจากใจจริง
นี่คือรากฐานอันล้ำค่าของพวกบุตรหลานตระกูลใหญ่
เฉินเย่สัมผัสได้ถึงความทรงจำของกล้ามเนื้อในสมอง ราวกับว่ามันผ่านการเคี่ยวกรำมาแล้วนับพันนับหมื่นครั้ง
ภายใต้ผลลัพธ์คริติคอลของระบบ เขาได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขต ระดับชำนาญ ในพริบตา!
นี่หมายความว่าความเข้าใจที่เขามีต่อ เคล็ดวิชาลมหายใจเสียงอสนีบาต นั้น อาจจะลึกซึ้งยิ่งกว่าตัวของซูชิงเกอเองเสียด้วยซ้ำ!
ซูชิงเกอพากเพียรศึกษาศึกษาเคล็ดวิชานี้มานานถึงสิบห้าปี แต่กลับอยู่เพียงแค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้น
เธอคงจะสูญเสียเงินทองไปไม่ต่ำกว่าห้าแสนคะแนนเครดิตเป็นแน่
ส่วนระดับความชำนาญของเขานั้น มีมูลค่ามหาศาลจนประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว!
"ทว่า อย่างไรเสียสิ่งนี้ก็ไม่มีลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง"
ท่ามกลางความตื่นเต้นยินดี เฉินเย่ก็ดึงสติกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว
ในโลกใบนี้ การคุ้มครองลิขสิทธิ์ของเคล็ดวิชาการฝึกฝนนั้นเข้มงวดกวดขันเป็นอย่างยิ่ง
หากผู้ใดแอบลักลอบเรียนรู้เคล็ดวิชาที่ไม่ได้ซื้อสิทธิ์อย่างถูกต้องและถูกจับได้ จะต้องเผชิญหน้ากับโทษปรับเงินจำนวนมหาศาล
หากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับล่ะก็
กลไกการล้มละลายทางเครดิตจะถูกเปิดใช้งานในทันที และจะต้องถูกลากตัวเข้าสู่เส้นตายการบังคับคดีทันที!
"ในอนาคตยามที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาลมหายใจนี้คงต้องระมัดระวังให้ดี... รอไว้เมื่อไหร่ที่มีเงินทองมากพอ ค่อยรีบไปซื้อใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่ออุดรอยรั่วข้อนี้เสีย"
เฉินเย่อยู่ในอารมณ์ที่เบิกบานยิ่งนัก เมื่อมองไปยังใบหน้าอันงดงามปานล่มเมืองของซูชิงเกอ เขาก็โน้มตัวเข้าไปหาในทันที
"จุ๊บ!"
"คุณคือแม่นางคลังสมบัติของผมจริงๆ เลย!"
"ภรรยาครับ! ผมรักคุณจังเลย!"
ซูชิงเกอตัวแข็งทื่อไปทั้งร่างกับคำสารภาพรักที่จู่ๆ ก็โผงผางออกมาของเฉินเย่ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เมื่อมองไปยังใบหน้าของเฉินเย่ที่กำลังส่งยิ้มให้อย่างโง่งม เธอกลับรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาในใจ
"หมอนี่ประสาทกลับหรือเปล่านะ"
"เพิ่งจะรังแกฉันไปแท้ๆ ตอนนี้กลับมาทำท่าทางแบบนี้อีกอย่างนั้นหรือ"
"ไสหัวไปเลยนะ!"
ซูชิงเกอเอ่ยด่าทอด้วยความอับอายและโกรธเคือง เธอขยับเท้าเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มแล้วเตะออกไปที่ร่างของเฉินเย่อย่างแรง
ทว่าน่าเสียดายที่ลูกเตะนั้นกลับอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเหลือเกิน แทนที่จะเรียกว่าการเตะ มิสู้เรียกว่าเป็นการหยอกเย้ากันเสียยังจะดีกว่า
เฉินเย่อาศัยจังหวะนี้คว้าข้อเท้าอันขาวเนียนและนุ่มนวลของเธอเอาไว้ก่อนจะดึงมาหยอกล้ออยู่ในฝ่ามือ
ช่างขาวละมุนและเนียนละเอียดเหลือเกิน...
"เตียงนอนมันกว้างแค่นี้เอง คุณจะให้ผมไสหัวไปนอนที่ไหนกันล่ะครับ"
"เรื่องนี้ต้องโทษตัวคุณเองนั่นแหละครับภรรยา ที่เกิดมางดงามน่ามองขนาดนี้... ตัวผมก็เป็นผู้ชายปกติธรรมดาคนหนึ่งนะ จะไปอดใจไหวได้อย่างไรกัน"
"เรื่องนี้จะมาโทษผมไม่ได้หรอกครับ หากอยากจะโทษ ก็ต้องโทษเสน่ห์อันล้นเหลือของคุณเองนั่นแหละ"
"คุณ..."
ซูชิงเกอถึงกับจุกจนพูดไม่ออกด้วยความโกรธ
เธอไม่เคยพบเคยเห็นใครที่หน้าหนาและไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้มาก่อนเลยในชีวิต!
เรื่องราวทั้งหมดมันเป็นความผิดของเขาชัดๆ ยามนี้กลับโยนมาให้เป็นความผิดของเธอเสียอย่างนั้น?
"ปล่อยฉันนะ!"
ซูชิงเกอออกแรงกระชากเท้าของตัวเองกลับคืนมาพลางตลบผ้าห่มออก ตั้งท่าจะก้าวลงจากเตียงนอน
"ฉันจะไปอาบน้ำค่ะ!"
เธอไม่อยากจะทนอุดอู้อยู่บนเตียงหลังนี้ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันน่าอับอายขายหน้าต่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ทว่า
ทันทีที่เธอหยัดกายลุกขึ้นยืน ความรู้สึกปวดเมื่อยและอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอย่างไม่อาจอธิบายได้ก็พลันเข้าจู่โจมร่างกายของเธอในทันตา
"ว้าย..."
ซูชิงเกอร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอเสียหลักล้มพับลงไปด้านล่างอย่างควบคุมไม่ได้
วินาทีต่อมา
ฝ่ามืออันหนาและร้อนผ่าวคู่หนึ่งก็เข้ามาโอบประคองร่างของเธอเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
ในขณะที่ทัศนวิสัยโดยรอบหมุนคว้าง ซูชิงเกอก็ตกลงสู่ในอ้อมกอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายฮอร์โมนเพศชายอีกครั้งหนึ่ง
"ภรรยาครับ ระวังหน่อยสิ"
เฉินเย่ก้มหน้าลงมองโฉมงามในอ้อมแขน แววตาเต็มไปด้วยความหยอกเย้า "เหตุใดแม้แต่เดินยังเดินไม่มั่นคงเลยล่ะครับ ดูท่าคุณคงจะขาดการออกกำลังกายนะเนี่ย"
"หุบปากไปเลยนะ!"
ใบหน้าของซูชิงเกอแดงซ่านจนแทบจะมีหยดเลือดซึมออกมา เธอพยายามดิ้นรนดึงดันจะลุกขึ้นยืนให้ได้
ทว่าในวินาทีต่อมา สีหน้าของเธอก็ต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
เพราะเธอค้นพบว่าฝ่ามือของเฉินเย่ที่โอบรอบเอวบางของเธอยู่นั้น เริ่มที่จะอยู่ไม่เป็นสุขขึ้นมาอีกครั้งแล้ว
...
แววตาเช่นนี้...
เธอคุ้นเคยกับมันดีเหลือเกิน!
"เฉินเย่! คุณ... คุณจะทำอะไรคะ!"
น้ำเสียงของซูชิงเกอสั่นเครือ ฝ่ามือทั้งสองข้างออกแรงยันแผ่นอกของเขาไว้แน่น
"ปล่อยฉันลงนะ!"
"ไม่ปล่อยครับ"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเฉินเย่ เขาไม่เพียงแต่จะไม่ปล่อยมือเท่านั้น แต่กลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก จนร่างของคนทั้งสองแทบจะหลอมรวมแนบชิดติดกัน
"เมื่อครู่นี้มันเป็นเพียงแค่ของว่างรองท้องเท่านั้นเอง พวกเราเป็นคู่แต่งงานใหม่นะ อย่างไรเสียก็ต้องมีอาหารจานหลักสิครับจริงไหม"
"คุณมันบ้าไปแล้ว! คุณไม่จำเป็นต้องพักผ่อนบ้างหรืออย่างไรคะ!"
"เป็นไปได้ไหมครับว่าตัวผมพักผ่อนมามากพอแล้ว..."
ซูชิงเกอเบิกตากว้าง ราวกับแมวน้อยป่าที่กำลังถูกต้อนให้จนมุม เธอเผยอริมฝีปากออกจนเห็นฟันขาวเรียงตัวสวยดุจดั่งเม็ดข้าวโพดพลางเอ่ยขู่ขวัญ
"คุณจะไม่ปล่อยจริงๆ ใช่ไหมคะ! ฉัน... ฉันจะกัดคุณให้ตายเลยคอยดู!"
เมื่อมองดูท่าทางอันดุดันแกมน่ารักน่าเอ็นดูของดาวโรงเรียน เฉินเย่ก็รู้สึกเพียงแค่ว่าเปลวไฟในใจกำลังลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เขาหัวเราะร่าออกมาลั่นห้อง
"จะกัดผมอย่างนั้นหรือครับ"
"ได้เลยครับ! แต่ก่อนหน้านั้น..."