- หน้าแรก
- พลิกชะตาทารกวิญญาณ กระดูกราชันสะท้านสวรรค์
- บทที่ 130 - ปีศาจชายอยู่ข้างนอกก็ต้องปกป้องตัวเองให้ดี
บทที่ 130 - ปีศาจชายอยู่ข้างนอกก็ต้องปกป้องตัวเองให้ดี
บทที่ 130 - ปีศาจชายอยู่ข้างนอกก็ต้องปกป้องตัวเองให้ดี
บทที่ 130 - ปีศาจชายอยู่ข้างนอกก็ต้องปกป้องตัวเองให้ดี
★★★★★
"พี่ชายใหญ่สู้ๆ นะ!"
ชางหยวนหันไปมองเด็กน้อยนั่นแวบหนึ่ง เด็กคนนั้นคือลูกของผู้หญิงคนนั้น เป็นทารกวิญญาณที่มีร่างจำแลงหลิวโบราณไท่ซวีตั้งแต่เกิด น่ารักดีเหมือนกัน เพียงแต่นางดูโง่เขลาไปหน่อย โดนหินวิญญาณระดับสูงสุดก้อนเดียวก็ถูกหลอกให้มาที่นี่ได้แล้ว
"จำชื่อข้าไว้ ข้าชื่อชางหยวน!"
ผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ตรงข้ามตื่นตระหนก "ชางหยวน เจ้า..."
"เจ้ารู้มากเกินไปแล้ว!"
ดวงตาของชางหยวนคมกริบ วินาทีต่อมาเขาก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้น มือของเขาปล่อยพลังมารสีดำออกมาและเข้าห่อหุ้มชายคนนั้นไว้ทันที
เจ้านั่นถึงจะเป็นระดับวิญญาณก่อกำเนิดขั้นกลางก็ไม่ได้กระจอกขนาดนั้น ในร่างของเขาระเบิดพลังมารออกมาเป็นกลุ่มก้อน
"ชางหยวน แม้แต่คนของข้า เจ้าก็กล้าแตะต้องงั้นหรือ?!"
จือจือถือถังหูลู่ค้างไว้อยู่ในมือครึ่งไม้ เมื่อถูกหัวกะโหลกที่เกิดจากพลังมารอันแข็งแกร่งจู่โจมก็ตกใจจนมือสั่น ถังหูลู่ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังแปะ
จือจือก้มมอง "ถังหูลู่ของข้า!"
นางรีบยื่นมือน้อยๆ ออกไปหยิบถังหูลู่บนพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ไม่เกินสามวินาที ยังกินได้อยู่!
ทว่าจือจือกำลังโกรธจัด นางจ้องมองหัวกะโหลกสีดำในกลุ่มหมอกสีดำตรงหน้าด้วยความโมโห
"เจ้ากะโหลกเหม็น! เจ้าทำถังหูลู่ของข้าร่วง เจ้าต้องชดใช้ถังหูลู่ให้ข้านะ!"
เด็กน้อยน้ำเสียงใสแจ๋วแต่ดุดันยืนแอ่นพุงกลมๆ ของนางด้วยมือน้อยข้างหนึ่งเท้าเอว ส่วนอีกข้างก็ชี้ไปที่หัวกะโหลกสีดำในกลุ่มหมอกตรงหน้า
"เจ้า! เจ้ารู้ไหมว่าการทิ้งขว้างอาหารมันน่าละอายขนาดไหน?!
เจ้าทำให้ถังหูลู่ของข้าร่วง แถมเมื่อกี้ยังจะมาจับตัวข้าอีกใช่ไหม?!
เห็นข้าเป็นเด็กแล้วจะรังแกกันง่ายๆ หรือไง!
บอกไว้ก่อนเลยว่าข้าไม่ใช่เด็กสามขวบนะ ข้าไม่มานั่งพูดเหตุผลกับเจ้าหรอก!
เจ้าวิหคเพลิงแดง เผามันให้ข้า!"
จือจือโกรธจริงๆ แล้วนะ เจ้าสิ่งนี้ทำถังหูลู่ของนางร่วง ให้อภัยไม่ได้!
[เจ้าวิหคเพลิงแดงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าจือจือทันที มันกระพือปีกจนตัวใหญ่ขึ้นและพุ่งเข้าหาหัวกะโหลกในหมอกดำนั่น
จูเชว่ผลาญสวรรค์ สรรพสิ่งคืนสู่ความว่างเปล่า!
ข้อความทิ้งท้าย: เจ้านาย ถ้าวันหลังไม่ให้ไฟไฟไปเผาเตาหลอม จะให้ไฟไฟทำอะไรก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องชกต่อย!
เพื่ออวดฝีมือของตัวเอง เจ้าวิหคเพลิงแดงก็ใส่พลังเต็มสูบพุ่งเข้าไป]
ชางหยวนเห็นเพลิงหนานหมิงหลีฮั่วปรากฏขึ้นกะทันหันก็รีบถอยหลังเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนลูกหลง เขาเอียงคอด้วยความสงสัยมองจือจือที่กำลังพองแก้มทำหน้าตาดุดันเป็นพิเศษ
เมื่อครู่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กดูเรื่องสนุกๆ อยู่เลย ไฉนตอนนี้ถึงได้ดุร้ายขนาดนี้ หรือเพราะถังหูลู่ครึ่งไม้นั่น
ไม่นึกเลยว่านางจะมีเพลิงประหลาดระดับสูงอย่างเพลิงหนานหมิงหลีฮั่ว ใครเป็นคนให้นางกัน
เด็กเล็กขนาดนี้กลับให้ครอบครองเพลิงประหลาดที่มีอานุภาพรุนแรงถึงเพียงนี้ ไม่กลัวว่านางจะเอาไปเล่นซนจนเกิดเรื่องหรือไง
ร่างจำแลงจูเชว่ขนาดมหึมาห่อหุ้มผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นไว้ "อ๊ากกก ช่วยด้วย!"
กะโหลกที่อยู่บนตัวผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นจ้องมองชางหยวนด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
"ชางหยวน เจ้าไม่คิดจะช่วยข้าหรือ จะปล่อยให้ร่างแยกของข้าถูกเด็กน้อยนี่เผาตายงั้นหรือ อย่าลืมจุดประสงค์ของพวกเราครั้งนี้สิ ถ้าร่างแยกของข้าถูกเผา..."
[เจ้าวิหคเพลิงแดงบ่นอุบอิบ ขี้บ่นจริง คิดว่าไฟอย่างข้าเป็นแค่ของประดับหรือไง]
กะโหลกสีดำยังพูดไม่ทันขาดคำก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา ทั้งตัวผู้บำเพ็ญเพียรและกะโหลกนั่นต่างถูกเจ้าวิหคเพลิงแดงเผาจนไม่เหลือซาก!
[ตัวร้ายตายเพราะพูดมากจริงๆ เจ้านาย นี่คือของที่ยึดมาได้ ข้าเอามาให้ท่าน!]
จือจือมองดูแหวนมิติและรองเท้าล่องลมที่เจ้าวิหคเพลิงแดงกวาดกลับมา
นางมองดูรองเท้าที่สูงถึงเอวของนาง ขนาดใหญ่เกินไป นางใส่ไม่ได้หรอก
นางจึงส่งรองเท้าให้ชางหยวน
"พี่ชายใหญ่ รองเท้านี้ให้ท่านใส่ ท่านช่วยข้าไว้ ท่านเป็นคนดี ถือว่าเป็นการตอบแทนจากข้านะ!"
ชางหยวนมองนางด้วยรอยยิ้มแฝงนัย
"ตอบแทนข้าแค่รองเท้าเนี่ยนะ แถมยังเป็นของที่คนอื่นเคยใส่มาแล้ว
เมื่อครู่เจ้าน่ะ... น่าจะได้ยินที่มันพูดแล้วไม่ใช่หรือ"
จือจือทำหน้าตาไร้เดียงสาส่ายหน้าทันที
"ไม่เห็นรู้เรื่องเลย ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันพูดอะไร ข้ารู้แค่ว่าท่านช่วยข้า พวกเขาจะจับตัวข้า ท่านดีกว่าพวกเขา ท่านเป็นคนดี
ถ้างั้นข้าให้ถังหูลู่อีกครึ่งไม้กับท่าน เอาไหม?"
จือจือพูดพร้อมกับหยิบถังหูลู่ครึ่งไม้ที่ร่วงบนพื้นขึ้นมา
ความจริงใจก็มีอยู่บ้าง แต่ไม่เยอะเท่าไหร่!
ชางหยวนมองถังหูลู่ครึ่งไม้นั่นที่ยังมีฝุ่นติดอยู่ มุมปากภายใต้หน้ากากยกขึ้นเล็กน้อย
"เจ้านี่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดแรงไม่ใช่เล่น สองคนนั้นเจ้ายังจัดการได้ แล้วทำไมถึงจะจัดการข้าไม่ได้ล่ะ"
จือจือกะพริบตา พยักหน้าบ้างส่ายหน้าบ้าง
เห็นชางหยวนตรงหน้าหัวเราะออกมา จือจือจึงถือรองเท้าและถังหูลู่เดินเข้าไปใกล้ กะจะโผเข้ากอดเขา
แต่ร่างของคนตรงหน้ากลับหายวับไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น
"อาจารย์อาหญิงน้อยจือจือ ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือขอรับ ท่านนักพรตชิงเหิงกำลังตามหาท่านให้ทั่วเลย!"
จ้าวคั่วพบว่าบริเวณนี้มีคลื่นพลังวิญญาณผิดปกติ จึงรีบพาทหารลาดตระเวนมาดู
เมื่อเห็นว่าจือจือปลอดภัยดีก็โล่งใจ ทันใดนั้นชิงเหิงก็วิ่งเข้ามาและคว้าตัวจือจือเข้าไปกอด
"สัตว์เลี้ยงมนุษย์ตัวน้อยของข้า เจ้าไปวิ่งเล่นที่ไหนมา ทำให้ข้าเกือบหาเจ้าไม่เจอ เมื่อครู่มีจังหวะหนึ่งที่ข้าสูญเสียการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณกับเจ้าไป ทำเอาข้าตกใจแทบตายเลย
เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม
เจออันตรายอะไรหรือเปล่า?"
จือจือถูกชิงเหิงอุ้มขึ้นมาตรวจดูซ้ายขวา จือจือจึงยัดถังหูลู่ในมือเข้าปากเขา แล้วชูรองเท้าคู่นั้นขึ้นมา
"ท่านดูสิ ข้าไปซื้อรองเท้าล่องลมมาให้ท่าน ได้ยินมาว่าใส่แล้ววิ่งไวมาก วิ่งไล่ตามลมยังทันเลยนะ!"
ชิงเหิงมือข้างหนึ่งกอดรองเท้าล่องลม อีกข้างกอดจือจือไว้
"ฮือๆๆ ข้าซึ้งใจเหลือเกิน จือจือเจ้าดีกับข้าจริงๆ แต่ต่อไปห้ามออกมาคนเดียวอีกนะ มันอันตรายมาก ต้องเรียกข้าไปด้วย
รองเท้าล่องลมคู่นี้ดูดีมาก รสนิยมเจ้าเยี่ยมจริงๆ!"
ชิงเหิงวางจือจือลงบนพื้นแล้วลองสวมรองเท้าล่องลม
"สีขาวเข้ากับชุดสีแดงของข้าได้ดีจัง เอ๊ะๆๆ ไฟลุกแล้ว ไฟลุกแล้ว ทำไมรองเท้าคู่นี้ถึงไฟลุกล่ะ"
ในมุมมืดชางหยวนที่สวมหน้ากากอยู่ นัยน์ตาสีครามฉายแวววับ รองเท้าที่เด็กน้อยให้เขาแท้ๆ สัตว์เลี้ยงวิญญาณอย่างมันมีสิทธิ์อะไรมาใส่
จือจือทำหน้าตกใจมองชิงเหิงที่กระโดดโลดเต้นไปมา เพราะรองเท้านั่นไฟลุกจริงๆ
ให้ตายสิ นี่มันเรื่องอะไรกัน
นางหันไปมองรอบๆ ไม่เห็นเงาของชางหยวน แต่รู้สึกได้เลยว่าต้องเป็นฝีมือของเขาแน่ๆ
[เจ้าวิหคเพลิงแดงส่งกระแสจิตหาจือจือ: ชางหยวนแอบดูอยู่ในมุมมืด เป็นฝีมือเขาเอง เขาอันตรายมากและกลิ่นอายของเขาก็คล้ายกับมารร้ายที่ข้าเพิ่งเผาไปเมื่อครู่มาก
ต่อไปเจ้าเจอเขาต้องระวังตัวให้มากนะ]
จือจือรับทราบ รีบให้เจ้าหยดน้ำน้อยช่วยดับไฟให้ชิงเหิง
โชคดีที่อีกฝ่ายไม่มีเจตนาจะเผาชิงเหิงให้ตาย แค่เผารองเท้าให้กลายเป็นเถ้าถ่าน ชิงเหิงเลยต้องกระโดดเท้าเปล่าไปมา
"ใครกัน ใครกันที่แอบเล่นงานข้าลับหลัง แน่จริงก็ออกมาสู้กันตัวต่อตัวสิ!"
จือจือรีบส่งกระแสจิตบอก "ท่านเลิกพูดเถอะ คนผู้นั้นเป็นถึงผู้ทรงพลังระดับวิญญาณก่อกำเนิดขั้นปลายเชียวนะ ท่านจะไปสู้กับเขาตัวต่อตัวเนี่ยนะ"
ชิงเหิงมองจือจือ "เจ้ารู้หรือว่าเขาเป็นใคร"
จือจือเหลือบมองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธ
"เมื่อครู่มีคนจะจับตัวข้า เขาช่วยข้าไว้ เขาทำดีไม่หวังผลตอบแทน แล้วเขาก็ไปแล้ว!"
ชิงเหิงมองรอบๆ แล้วถามต่อ "แล้วรองเท้าข้าเป็นอะไรไปล่ะ ทำไมเขาต้องเผารองเท้าข้า
อา หรือว่าเขาจะมีรสนิยมแปลกๆ"
พูดจบก็รีบหยิบรองเท้าจากแหวนมิติมาสวมทันที
"ให้ตายสิ ปีศาจชายอย่างข้า เวลาอยู่ข้างนอกก็ต้องรู้จักปกป้องตัวเองให้ดี!"
จือจือ: สมเหตุสมผล!
[จบแล้ว]