เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 - จือจือฝึกเคล็ดวิชามารกลืนนภา

บทที่ 90 - จือจือฝึกเคล็ดวิชามารกลืนนภา

บทที่ 90 - จือจือฝึกเคล็ดวิชามารกลืนนภา


บทที่ 90 - จือจือฝึกเคล็ดวิชามารกลืนนภา

★★★★★

พอจือจือเห็นรูปภาพก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นั่งไม่ติดที่เสียแล้ว

นางคลานเข้าไปกระซิบข้างหูเจียงเย่ "น้องชาย เคล็ดวิชาของข้าหาศิษย์ลุงสามเจอแล้ว พวกเราไปช่วยเขากันเถอะ ถ้าพวกเราไม่รีบไปช่วยเขา เขาต้องโดนปีศาจจับกินแน่ๆ"

เจียงเย่มองจือจือด้วยความประหลาดใจ "เจ้ารู้จริงๆ หรือว่าอาจารย์ข้าอยู่ที่ไหน"

จือจือพยักหน้าหงึกๆ หันซ้ายหันขวามองดูตานไป่เฉ่ากับอวิ๋นเซี่ยงหยางที่กำลังเพลิดเพลินกับการกินเนื้อย่าง แล้วแอบล้วงรูปภาพสองใบออกมาจากแขนเสื้อ

รูปแรกเป็นภาพศิษย์ลุงสามถูกจับมัดในสภาพน่าเวทนา ส่วนรูปที่สองเป็นภาพสาวงามในชุดแดงราวกับนางจิ้งจอกกำลังเชิดหน้าอย่างได้ใจ ในมือของนางถือหินวิญญาณก้อนใหญ่เท่ากำปั้นอยู่ด้วย

พอเจียงเย่น้อยเห็นรูปภาพสองใบนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ อาจารย์กำลังจะเสียความบริสุทธิ์แล้ว!

เขารู้ดีว่าวิชาปราณอันเที่ยงธรรมที่อาจารย์ฝึกฝนนั้น เป็นวิชากุมารทอง

หากสูญเสียหยางบริสุทธิ์ไป พลังบำเพ็ญจะถูกถ่ายโอนไปยังอีกฝ่ายถึงครึ่งหนึ่ง จากระดับวิญญาณก่อกำเนิดก็จะร่วงหล่นลงมาเหลือแค่ระดับแก่นทองคำ การจะควบแน่นวิญญาณก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่นั้นยากลำบากแสนสาหัส

ในขณะที่เจียงเย่กำลังตกตะลึงกับรูปภาพอยู่นั้น ระบบลิงแก่ก็โผล่มาอยู่ข้างกายจือจือ

[ตรวจพบว่านายน้อยกำลังซุ่มกินเนื้อย่างอยู่ที่ภูเขาด้านหลัง ซุ่มได้เนียนมาก ระบบจึงขอประทานรางวัลเป็น 'เคล็ดวิชามารกลืนนภา' หนึ่งฉบับ]

จือจือตกใจจนขนหัวลุกพอง มองดูระบบลิงแก่ด้วยความหวาดผวา

"นั่นมันเคล็ดวิชามารเลยนะ เจ้าจะให้ข้าฝึกเคล็ดวิชามารงั้นหรือ"

ระบบลิงแก่ช่วยลูบผมจือจือให้เรียบแป้: [นายน้อยใจเย็นๆ ก่อนสิ คนอื่นฝึกเคล็ดวิชามารก็กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายมาร แต่ท่านไม่ต้องลงมือฝึกเองนี่นา เดี๋ยวเคล็ดวิชามันก็ไปหาวิธีฝึกของมันเองแหละ

'เคล็ดวิชามารกลืนนภา' จำแลงกายเป็นมนุษย์จิ๋วสีดำขนาดเท่านิ้วโป้ง บนหัวมีเขา ด้านหลังมีหาง มันอยู่ในฝ่ามือของท่าน กอดนิ้วของท่านไว้แล้วเอาแก้มถูไถอย่างออดอ้อน ก่อนจะหมุนตัวแล้วบินจากไป!

ฝากข้อความ: หม่าม้า พุงน้อยๆ ของหนูร้องจ๊อกๆ แล้ว หนูไปหาข้าวหม่ำก่อนนะ!]

จือจือมองดูฝ่ามือน้อยๆ อวบอูมขาวผ่องของตัวเองที่ว่างเปล่าด้วยความตกตะลึง เจ้าตัวเล็กสีดำเมื่อกี้คือเคล็ดวิชางั้นหรือ?

[ระบบลิงแก่สุดยอดสายซุ่ม เอามือไพล่หลังแล้วเตือนจือจือ: นายน้อยก็ซุ่มต่อไปนะ ทาสเฒ่าจะไปดูโฆษณาสักหน่อย]

จือจือ: "ข้าอุตส่าห์สมัครสมาชิกพรีเมียมแล้วไง ทำไมถึงยังมีโฆษณาอยู่อีก"

[คุณฟัน ฉันฟัน ของดีฟันราคากลับบ้านสบายๆ เป็นพี่น้องกันก็มาช่วยกันฟันสิ!] (แอปลดแหลกแจกแถม)

จือจือ: ??? คำขอแบบนี้ เพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเลยแฮะ

เจียงเย่น้อยเก็บรูปภาพลงไป เขานั่งไม่ติดที่แล้ว สองมือน้อยๆ กำหมัดแน่น ข้าจะปกป้องความบริสุทธิ์ของอาจารย์เอง!

"จือจือ เจ้ารู้จริงๆ ใช่ไหมว่าอาจารย์อยู่ที่ไหน"

จือจือพยักหน้ารับ "รู้สิ!"

"ดี งั้นพาข้าไปเดี๋ยวนี้เลย!"

จือจือปรายตามองเด็กน้อยสองคนที่กำลังนั่งกินเนื้อย่าง "แล้วพวกเขาล่ะจะทำยังไง"

เจียงเย่หยิบยันต์ส่งสารออกมา แล้วส่งข้อความหาเซียนหญิงหลานเวย

ไม่นานนักเซียนหญิงหลานเวยก็ปรากฏตัวขึ้น

"ศิษย์ลุงน้อยทั้งสองเรียกหาข้ามีธุระอะไรหรือเจ้าคะ"

เจียงเย่หยิบถุงมิติใบหนึ่งส่งให้นาง

"ข้ากับจือจือจะไปเก็บตัวฝึกเพียรสักสองเดือน ฝากท่านช่วยดูแลเด็กสองคนนี้ให้หน่อย อย่างช้าสุดไม่เกินครึ่งปีพวกเราก็จะออกจากค่ายกลแล้ว"

เซียนหญิงหลานเวยรับถุงมิติมา แผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปตรวจสอบ ก็ต้องตกใจที่ศิษย์ลุงน้อยอายุแค่นี้ก็รู้จักการผูกมิตรด้วยของกำนัลแล้ว ในถุงมีหินวิญญาณและเนื้อย่างเสียบไม้มากมาย เนื้อย่างพวกนี้ล้วนเป็นเนื้อสัตว์อสูรระดับสองและระดับสาม ซึ่งมีประโยชน์ต่อการฝึกเพียรของนางมาก ดีกว่าการกินโอสถเป็นไหนๆ

"ศิษย์ลุงน้อยทั้งสองโปรดวางใจ ข้าจะช่วยดูแลสหายตัวน้อยทั้งสองให้เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ"

ตานไป่เฉ่ากับอวิ๋นเซี่ยงหยางวิ่งเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสอง

ตานไป่เฉ่า: "พวกเจ้าจะไปไหนกันหรือ"

"ข้ากับน้องชายจะไปเก็บตัวฝึกเพียร พวกเจ้าบรรลุระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลางกันหมดแล้ว เก่งมากๆ เลย พวกเราก็ต้องขยันฝึกเพียรบ้างแล้วล่ะ!"

อวิ๋นเซี่ยงหยางล้วงมือเข้าไปในถุงมิติของตัวเอง ควานหาอยู่พักหนึ่งก็หยิบแป้นค่ายกลออกมาหนึ่งอันแล้วเอ่ยขึ้น

"ข้ามีค่ายกลรวบรวมพลังวิญญาณกับค่ายกลป้องกันอยู่ ให้พวกเจ้าเอาไปใช้ตอนเก็บตัวนะ"

พอได้ยินอวิ๋นเซี่ยงหยางพูดแบบนั้น ตานไป่เฉ่าก็รีบเสนอตัวบ้าง

"ข้าก็มีโอสถอยู่ เป็นโอสถที่ท่านพ่อท่านแม่ให้มา พวกเจ้าเอาไปใช้ตอนเก็บตัวเถอะ!"

เมื่อเห็นกองของวิเศษที่เหมาะสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมลมปราณ จือจือก็รับไว้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ

"ตกลง ขอบใจพวกเจ้ามากนะ ไว้ตอนพวกเราออกจากค่ายกล พวกเราจะต้องเก่งเหมือนพวกเจ้าแน่ๆ พวกเจ้ารอพวกเราออกจากค่ายกลนะ!"

หลังจากกอบโกยของที่พวกเขาให้มา จือจือกับเจียงเย่ก็แอบหลบออกจากภูเขาด้านหลังไปอย่างเงียบเชียบ

[เจ้าหยดน้ำน้อยส่ง【รูปภาพ】มาให้ เป็นเส้นทางที่เร็วที่สุดไปยังเมืองหมื่นปีศาจ บนแผนที่มีจุดสีแดงระบุตำแหน่งเมืองโบราณหมังฮวงของพวกเขา และมีจุดสีน้ำเงินระบุตำแหน่งเมืองหมื่นปีศาจ]

"น้องชายเจ้าดูสิ นี่คือแผนที่ที่เคล็ดวิชาของข้าส่งมาให้ ชาติก่อนเจ้าเคยไปที่นี่ไหม"

เจียงเย่ต่อให้มีชีวิตอยู่มาถึงสองชาติ ก็ยังไม่เคยเห็นเคล็ดวิชาที่สามารถส่งรูปภาพได้ แถมยังช่วยมาร์กเส้นทางที่เร็วที่สุดให้เสร็จสรรพ นี่มันยอดวิชาระดับเทพเจ้าอะไรกันเนี่ย

ดูท่าในโลกที่จือจือเคยใช้ชีวิตอยู่เมื่อสิบปีก่อน คงจะมีสุดยอดปรมาจารย์ยุคดึกดำบรรพ์อยู่มากมายเป็นแน่ ถึงได้มีเคล็ดวิชาที่ทวนกระแสสวรรค์เช่นนี้

"ไม่ต้องใช้แผนที่นี่หรอก ชาติก่อนข้าเคยไปที่เมืองหมื่นปีศาจ ข้าค่อนข้างคุ้นเคยกับที่นั่น ตามข้ามาเลย!"

จือจือกับเจียงเย่น้อยขี่หลังเสืออ้วนไปด้วยกัน พอจือจือเห็นเจียงเย่ปล่อยหมีกลับเข้าป่าดึกดำบรรพ์หมังฮวงไป นางก็เดาได้ทันทีว่าเขาคงไม่ชอบมัน และยังคงอยากได้เจ้างูยักษ์เฟินหยวนที่เป็นสัตว์เลี้ยงของเขาในนิยายมากกว่า

เด็กน้อยทั้งสองลอบออกจากเมืองโบราณหมังฮวงอย่างเงียบเชียบ ตอนนี้เสืออ้วนบินได้อย่างมั่นคงแล้ว เพียงแต่ความเร็วของมันยังไม่ทันใจเจียงเย่น้อยที่กำลังร้อนใจอยากไปช่วยอาจารย์

จือจืออุ้มขวดนมนั่งอยู่ด้านหน้า ส่วนเจียงเย่น้อยยืนอยู่ด้านหลังนาง เขายกมือขึ้นปลดปล่อยพลังวิญญาณ วาด 'อักขระค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามมิติ' ขึ้นกลางอากาศ

เจียงเย่น้อยร่ายเวท ทันใดนั้นวงเวทแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เสืออ้วนกระพือปีกบินเข้าไปในวงเวทนั้น เพียงพริบตาเดียวพวกเขาก็โผล่ออกมาจากความว่างเปล่าของวงเวทแสงสีทอง ซึ่งทัศนียภาพเบื้องหน้าได้เปลี่ยนไปเป็นอีกสถานที่หนึ่งโดยสิ้นเชิง

ตอนนี้พวกเขากำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า เบื้องล่างเป็นเมืองที่คึกคักพลุกพล่าน จือจือร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น "ว้าว สุดยอดไปเลยน้องชาย!

นี่มันวิชาอะไรกันเนี่ย"

"อักขระค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามมิติ ไว้กลับไปข้าจะสอนเจ้า แต่ก่อนอื่นเจ้าต้องวาดอักขระกลางอากาศให้ได้เสียก่อนนะ"

เจียงเย่น้อยพูดพลางก้มมองลงไปเบื้องล่าง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน

"ไม่ถูกสิ ที่นี่ไม่ใช่เมืองหมื่นปีศาจนี่นา ถ้าข้ายังอยู่ระดับแปลงวิญญาณล่ะก็ ก้าวเดียวก็ถึงเมืองหมื่นปีศาจแล้ว แต่ตอนนี้ที่นี่ยังอยู่ห่างจากเมืองหมื่นปีศาจอีกไกลเลย เมื่อกี้ข้าใช้พลังวิญญาณไปเยอะมาก ต้องขอเติมพลังสักหน่อย ให้เสืออ้วนบินต่อไปก่อนนะ"

จือจือหันไปมองเขาที่กำลังนั่งดื่มนมจากขวดเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณ นางเปิด 【รูปภาพ】 ที่เจ้าหยดน้ำน้อยส่งมาให้ดู ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาได้สองในสามของระยะทางทั้งหมดแล้ว

"เสืออ้วน บินต่อไป สู้ๆ นะ!"

ในตอนที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้นเหนือเมืองเบื้องล่าง ก็มีคนในเมืองสังเกตเห็นพวกเขาแล้ว

เมื่อแผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นเด็กน้อยสองคนกำลังขี่พยัคฆ์เหินเวหาอยู่ และเมื่อเห็นว่าพยัคฆ์เหินเวหาตัวนั้นอยู่แค่ระดับสอง ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนก็รีบพุ่งทะยานตามพวกเขามาทันที

ผู้บำเพ็ญเพียรชายคนหนึ่งเหยียบกระบี่บินมาประกบข้างพวกเขา พอเห็นเด็กทารกสองคนที่ไม่มีพลังบำเพ็ญใดๆ สีหน้าของเขาก็ดูพิลึกพิลั่น

"เด็กน้อย ผู้ใหญ่บ้านพวกเจ้าไปไหนเสียล่ะ"

เจียงเย่นั่งดื่มนมอยู่ด้านหลังจือจือ ส่วนจือจือกำลังก้มหน้าดูแผนที่ด้วยความกังวลว่าจะหลงทาง พอได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรชายคนนั้นเอ่ยถาม นางก็เห็นว่าหน้าตาเขาดูไม่น่าไว้วางใจ แถมยังมองพวกเขาด้วยสายตาประสงค์ร้าย นางจึงแค่นเสียง "หึ" และหันหน้าหนีไม่สนใจเขา

"อ้าว ไอ้เด็กนี่ หยิ่งนักนะ ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย

เด็กน้อย ข้ามีผลไม้เคลือบน้ำตานแสนอร่อยด้วยนะ พวกเจ้าอยากกินไหม"

ผู้บำเพ็ญเพียรชายคนนั้นหน้าตาแหลมเสี้ยมเหมือนหนู พูดพลางขยับเข้ามาใกล้พวกเขา จือจือขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยปากเตือนเสียงแข็ง

"เจ้าอย่าเข้ามานะ!

พวกเราไม่ใช่เด็กสามขวบที่หลอกง่ายๆ หรอกนะ พวกเราเพิ่งจะสองขวบ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 90 - จือจือฝึกเคล็ดวิชามารกลืนนภา

คัดลอกลิงก์แล้ว