เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 - ปะทะเดือด

บทที่ 60 - ปะทะเดือด

บทที่ 60 - ปะทะเดือด


บทที่ 60 - ปะทะเดือด

★★★★★

จือจือทำหน้าบึ้งตึง แก้มยุ้ยๆ พองออก ดวงตากลมโตจ้องเขม็งราวกับมีไฟพวยพุ่งออกมา

ในขณะที่หนานกงจิ่งยังคงเร่งเร้าไม่หยุด

"ข้าต้องการลูกทั้งสองคน ในเมื่อเป็นลูกของข้า พวกเขาก็ต้องกลับไปที่สำนักวิถีราชันกับข้า ข้าจะทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดของสำนักเพื่อสนับสนุนการฝึกฝนของพวกเขา"

เจียงเย่รู้ดีว่าคำพูดพวกนั้นเป็นเพียงคำโกหกหลอกลวง เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคือกระดูกราชันของจือจือ และต้องการ... ของเขา

เจียงเย่น้อยก้าวออกมาข้างหน้า

"ข้าบอกแล้วไงว่าข้าจะไปกับเจ้า ส่วนจือจือจะไม่มีวันไปกับเจ้าเด็ดขาด ในมือเจ้ามีตัวประกันแค่คนเดียว ก็แลกพวกเราไปได้แค่คนเดียวเท่านั้น"

หนานกงจิ่งเห็นเด็กตัวกะเปี๊ยกแค่นี้กลับรู้จักต่อรองอย่างมีเหตุผล ก็หัวเราะลั่นออกมา

"ดี สมกับที่เป็นลูกชายของข้า รู้จักต่อรองราคากับข้าเสียด้วย หากต้องเลือกเพียงคนเดียว เจ้าเป็นเด็กผู้ชายอยู่ที่นี่ก็ยังถือว่าปลอดภัย แต่ข้าขอเลือกพี่สาวของเจ้า ลูกสาวไปอยู่กับคนอื่นข้าคงไม่วางใจ ใครจะรู้ว่าพวกนั้นจะมีแผนร้ายอะไรซ่อนอยู่ สู้ให้อยู่ข้างกายพ่อแท้ๆ ย่อมปลอดภัยกว่าเป็นไหนๆ!"

ไม่ว่าคำพูดของเขาจะดูสวยหรูแค่ไหน ก็ไม่อาจปกปิดเจตนาอันชั่วร้ายของเขาได้ เสือที่ว่าร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่คู่ควรที่จะเป็นพ่อคนเลยสักนิด

ในฐานะอาจารย์ของจือจือ พอได้ยินแบบนั้น ท่านนักพรตไท่ถ่าก็โกรธจนแทบจะคว้าขวานขึ้นมาสับเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่หนานกงจิ่งก็ไวพอที่จะเรียกกระบี่บินออกมาปักลงบนหลังของอดีตเจ้าสำนักเสียก่อน

"อุ๊ยตาย ตกใจจนมือลื่นเลย!

ท่านนักพรตไท่ถ่า ขวานในมือท่านดูน่ากลัวจังเลยนะ หากท่านยังไม่เก็บมันไป ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าดาบเล่มต่อไปจะไปปักอยู่ตรงไหน อาจจะโดนแขน หรือโดนขา ขาดกระจุยกระจาย ข้าไม่รับรักษานะบอกไว้ก่อน!"

ท่านนักพรตไท่ถ่ากำด้ามขวานแน่น เส้นเลือดปูดโปนเต็มหลังมือ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมจำนน เก็บขวานกลับเข้าไปในแหวนมิติ

"โคตรจะอึดอัดเลยโว้ย นั่นมันอดีตเจ้าสำนักของพวกเจ้านะโว้ย แกทำแบบนี้กับเขา แกยังมีความเป็นคนอยู่อีกไหมวะ"

หนานกงจิ่งแค่นเสียงหยัน "เรื่องนี้จะมาโทษข้าไม่ได้หรอก เป็นพวกท่านเองต่างหากที่ดึงดันจะแย่งชิงลูกๆ ของข้าไป ไม่ยอมคืนให้ข้า กีดกันไม่ให้ครอบครัวเราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ข้าก็จนปัญญาเหมือนกันนั่นแหละ!

ส่งนังหนูนั่นมาให้ข้า แล้วข้าจะคืนตาแก่นี่ให้พวกท่าน!"

ท่านนักพรตไท่ถ่าโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาหันไปส่งกระแสจิตหาท่านนักพรตฉางหมิง

"ศิษย์พี่ ไอ้หมอนี่มันกำแหงเกินไปแล้ว เอางี้ไหม เราปิดประตูป่อยท่านอาจารย์ออกมาลุยเลยดีไหม"

ท่านนักพรตฉางหมิงยังคงถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโศกเศร้า เขาส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจ

"ท่านอาจารย์ไม่อยู่หรอก มีความเคลื่อนไหวผิดปกติจากมหาอสูรทางทิศตะวันตก ท่านอาจารย์เลยต้องออกไปตรวจสอบดู"

ท่านนักพรตซูซานเคาะพัดในมือเบาๆ แล้วหันไปตั้งคำถามกับหนานกงจิ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

"เจ้าพาผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงวิญญาณมาแค่สองคน เจ้ามั่นใจนักหรือว่าในเมืองโบราณหมังฮวงของเราไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรที่ระดับสูงกว่าแปลงวิญญาณอยู่เลย

หรือว่าเจ้ามั่นใจว่าท่านอาจารย์ของพวกข้าไม่อยู่ในเมือง แล้วทำไมเจ้าถึงได้มั่นใจขนาดนั้นล่ะ หรือว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับพวกเจ้าด้วย"

ท่านนักพรตไท่ถ่าตาโตเบิกกว้าง "ถ้ามันกล้าสมคบคิดกับพวกปีศาจทางทิศตะวันตก ข้าจะสับมันให้เละเดี๋ยวนี้แหละ!"

ท่านนักพรตซูซานใช้พัดขวางหน้าเขาไว้

"ใจเย็นๆ ถ้ามันกล้าสมคบคิดกับมหาอสูรพวกนั้นจริง โลกบำเพ็ญเพียรทั้งใบก็คงไม่มีที่ยืนให้มันหรอก!"

แต่สถานการณ์ตอนนี้ดูจะตึงเครียดมาก พวกเขาอยากจะช่วยคน แต่ก็ไม่อาจส่งตัวเด็กไปให้ได้

ส่วนทางฝั่งหนานกงจิ่ง ดูเหมือนเขาจะต้องการตัวจือจือไปมากกว่า หรือบางทีเป้าหมายหลักในการมาครั้งนี้อาจจะเป็นการมาเอาตัวเด็กคนใดคนหนึ่งไปให้ได้ ถึงขนาดยอมเสี่ยงพาตัวอดีตเจ้าสำนักที่ถูกทรมานจนมีสภาพย่ำแย่ขนาดนี้ออกมาด้วย

จือจือไม่พูดอะไร เอาแต่ก้มหน้าก้มตายัดสมุนไพรวิเศษ ผลไม้วิญญาณ และศิลาวิญญาณลงไปในขวดนม

"เฮ้ยๆ ศิลาวิญญาณใส่ลงไปไม่ได้นะ!"

เจียงเย่น้อยยืนมองเธอยัดของสารพัดอย่างลงไปในขวดนมด้วยความหวาดเสียว ต่อให้เป็นเมนูต้มตุ๋นรวมมิตรก็ไม่น่าจะใส่มั่วซั่วขนาดนี้นะ

จือจือไม่มีของวิเศษจากฟ้าดินเหลือให้ยัดแล้ว พอได้ยินว่าใส่ศิลาวิญญาณไม่ได้ เธอก็เก็บมันกลับเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นก็ปิดฝาขวดนมแล้วเริ่ม... ซด!

นมวิญญาณที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาลถูกเธอกลืนลงท้องไปอึกใหญ่ๆ หนานกงจิ่งที่อยู่ตรงข้ามยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เด็กก็คือเด็ก ไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย ในเวลาแบบนี้ยังจะมัวแต่ห่วงกินนมอยู่อีก!

[มนุษย์ดินน้อยนอนแผ่หลาอยู่ใต้ดิน ดูดซับพลังจากผืนปฐพีเพื่อบำเพ็ญเพียร เมื่อสัมผัสได้ถึงการเรียกหาของจือจือและพลังวิญญาณอันมหาศาล ด้วยความเป็นโรคกลัวสังคม มันจึงรีบกอดตัวเองแน่นด้วยความกลัว

ต้องออกไปจริงๆ เหรอ ข้างบนมีคนเยอะแยะเลย น่ากลัวจัง แต่เจ้านายกำลังแย่ มนุษย์ดินน้อยจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืน]

ทักษะจาก 'คัมภีร์ปฐพีอมตะ': วิชามุดดิน

ร่างของอดีตเจ้าสำนักที่นอนหมอบอยู่บนพื้น จู่ๆ ก็จมลงไปในดิน

มนุษย์ดินน้อยแบกฟองอากาศสุญญากาศที่ห่อหุ้มร่างของคุณตาไว้ ขาสั้นๆ สับยิกๆ จนมองแทบไม่ทัน พุ่งทะยานกลับไปทางหลังเขาอย่างรวดเร็ว]

หนานกงจิ่งและเซียนหญิงหนิงฮวนสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังวิญญาณรอบๆ ตัว สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที และเตรียมจะพุ่งเข้าไปจับกุมตัวไว้

แต่ทันทีที่พวกเขาเริ่มขยับตัว พลังวิญญาณธาตุไม้อันหนาแน่นก็ปะทุขึ้นกลางอากาศ เถาวัลย์วิญญาณสีเขียวขนาดยักษ์เท่าชามนับไม่ถ้วนถักทอประสานกันเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ ครอบร่างของพวกเขาไว้ภายใน สกัดกั้นไม่ให้พวกเขาโจมตีลงไปใต้ดินเพื่อขัดขวางการช่วยเหลือ

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงวิญญาณคนหนึ่งเรียกของวิเศษออกมาเตรียมจะฟันตาข่ายเถาวัลย์ แต่ก็ถูกปี่ซัวน่าของท่านนักพรตฉางหมิงสกัดไว้เสียก่อน ทั้งสองฝ่ายจึงพุ่งเข้าปะทะกันทันที

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงวิญญาณอีกคนลงมือฟันตาข่ายเถาวัลย์จนขาดกระจุย ช่วยเหลือหนานกงจิ่งและเซียนหญิงหนิงฮวนออกมาได้ ท่านนักพรตซูซานจึงสะบัดพัดในมือที่เปล่งประกายเย็นเยียบพุ่งเข้าโจมตีพวกเขา

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหนานกงจิ่งและเซียนหญิงหนิงฮวน ทั้งสองคนใช้วิธีพิเศษในการเลื่อนระดับเป็นวิญญาณก่อกำเนิด แต่ถึงจะร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่มือของท่านนักพรตซูซาน ทำได้เพียงช่วยกันต้านทานอย่างยากลำบากและคอยระวังตัวทุกฝีก้าว ไม่สามารถฝ่าด่านป้องกันออกไปได้เลย

ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงวิญญาณอีกคนกำลังจะลงมือ ท่านนักพรตไท่ถ่าก็โคจรพลังลมปราณในร่างจนเดือดพล่าน คว้าขวานยักษ์น้ำหนักนับหมื่นชั่งขึ้นมา หอบเอาพลังกายาอันมหาศาลฟาดฟันเข้าใส่กระบี่บินของอีกฝ่ายอย่างจัง!

"แคร้ง——!"

คลื่นพลังจากการปะทะกันของกระบี่และขวานกวาดล้างไปทั่วบริเวณ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงวิญญาณชุดขาวหน้าถอดสี ร้องอุทานด้วยความตกตะลึง

"เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่ใช่ระดับวิญญาณก่อกำเนิดงั้นหรือ?"

ท่านนักพรตไท่ถ่าฝึกฝนวิชากายาจนบรรลุถึงระดับวิญญาณก่อกำเนิดขั้นปลายสูงสุด ขาดเพียงก้าวเดียวก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับแปลงวิญญาณได้สำเร็จ

ในเวลานี้ เขาอาศัยเพียงความแข็งแกร่งของร่างกายที่ทนทานดุจเหล็กกล้า เข้าปะทะกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงวิญญาณโดยตรง แต่ก็น่าเสียดายที่ยังสู้ไม่ได้อยู่ดี หลังจากปะทะกันไปหลายกระบวนท่า ร่างกายของท่านนักพรตไท่ถ่าก็เต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ เลือดไหลซึมออกมาอย่างน่าสยดสยอง

แก่นทองคำสีเขียวในจุดตันเถียนของจือจือหมุนวนอย่างรวดเร็ว ภาพลางๆ ของกิ่งหลิวโบราณในแก่นทองคำก็สั่นไหวไปมา

[ทักษะจาก 'เคล็ดวิชาควบคุมพฤกษาหมื่นสายพันธุ์': พฤกษาคืนวสันต์

เจ้าเขียวน้อยจำแลงกายเป็นลำแสงสีเขียวพุ่งเข้าพันรอบร่างของท่านนักพรตไท่ถ่า]

ท่านนักพรตไท่ถ่าที่มีบาดแผลเต็มตัว ทั้งที่แขน หน้าอก และแผ่นหลัง จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงพลังแห่งชีวิตอันบริสุทธิ์และมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างกาย

พลังแห่งชีวิตอันเข้มข้นนั้นไหลเวียนไปทั่วทุกสรรพางค์กาย บาดแผลฉกรรจ์บนร่างกายของเขาสมานตัวอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เส้นชีพจรที่ฉีกขาดก็ถูกซ่อมแซมจนสมบูรณ์ในพริบตา อาการบาดเจ็บสาหัสเมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงวิญญาณที่ต่อสู้กับเขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เป็นไปได้ยังไง?"

ท่านนักพรตไท่ถ่าหันไปมองลูกศิษย์สุดที่รัก แล้วก็เข้าใจทุกอย่างทันที เขาหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี

"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ เข้ามาเลย ข้าจะไปกลัวแกทำไมวะ!"

เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงวิญญาณก็หน้าตึงเครียด ตบไปที่ถุงสัตว์เลี้ยงที่เอว ทันใดนั้นเสือเหลืองตัวใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้น

เจ้าเสืออ้วนรีบกระโดดออกจากถุงสัตว์เลี้ยงมาขวางหน้าจือจือไว้ทันที

"โฮก โฮก~"

เสียงคำรามเล็กๆ ไร้เดียงสาดังขึ้น ทำเอาเสือเหลืองตัวใหญ่ฝั่งตรงข้ามแสดงสีหน้าเหยียดหยามออกมาอย่างปิดไม่มิด

จือจือมือซ้ายกอดขวดนม มือขวาก็คว้าตัวเจ้าเสืออ้วนกลับมา

เจียงเย่น้อยก้าวขึ้นมาขวางหน้าจือจือไว้ ในมือถือ 'เคล็ดวิชาเทพอัสนีแผดเผาสวรรค์' ที่จำแลงกายเป็นกระบี่สายฟ้าสีม่วง จ้องมองเสือเหลืองตัวใหญ่ฝั่งตรงข้ามอย่างระแวดระวัง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 60 - ปะทะเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว