เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 - ท่านอาจารย์สมองไวเสียจริง

บทที่ 42 - ท่านอาจารย์สมองไวเสียจริง

บทที่ 42 - ท่านอาจารย์สมองไวเสียจริง


บทที่ 42 - ท่านอาจารย์สมองไวเสียจริง

★★★★★

ท่านนักพรตซูซานก้าวเดินอย่างเนิบนาบตามแบบฉบับบัณฑิต มือก็พัดวีไปมาอย่างสบายอารมณ์ ขอแค่ไม่คลาดสายตาจากเด็กน้อยทั้งสอง ก็ปล่อยให้พวกเขาได้ฝึกฝนประสบการณ์กันไป

เมื่อครู่พอได้ยินเสียงลูกศิษย์ส่งกระแสจิตมา มือที่กำลังพัดก็ชะงักไปครู่หนึ่ง นี่พูดสลับกันหรือเปล่า

"พวกเจ้าไปหาแม่เจ้าแล้วกลับจวนเจ้าเมืองไปก่อน ข้าจะเป็นคนล่อพวกมันไปเอง"

ทว่าเขาพูดช้าไปเสียแล้ว จือจือขี่พยัคฆ์เหินเวหาหันหลังกลับมา มือก็แกว่งน้ำตาลปั้นไปมาตรงหน้าหนานกงอวี่โหรว

"อันนี้ข้าเป็นคนซื้อก่อน ก็เลยไม่ให้เจ้ากินหรอก แบร่ๆๆ ข้าจะไปซื้อผลไม้วิญญาณที่อร่อยกว่านี้อีก เจ้าอดกินแน่"

พูดจบก็ทำหน้าทะเล้นใส่หนานกงอวี่โหรววัยสองขวบ พลางแกว่งถังหูลู่และน้ำตาลปั้นในมือทั้งสองข้างไปมา

เจียงเย่น้อย: ปัญญาอ่อนชะมัด!

เขาหันไปถามพ่อค้า "เมื่อกี้ข้าบอกว่าเหมาหมดแล้วใช่ไหม"

พ่อค้าพยักหน้า เขามองเห็นท่านนักพรตซูซานยืนอยู่ไม่ไกล จึงรีบตอบ

"ใช่แล้วขอรับ ใช่แล้ว ของพวกนี้เป็นของคุณชายทั้งหมดเลย พอดีน้ำเชื่อมของข้าก็หมดหม้อพอดี ปิดร้านได้!"

เซียนหญิงหนิงฮวนขมวดคิ้วต่อว่าพ่อค้า

"นี่เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรประสาอะไรกัน ข้าก็บอกแล้วว่าขอสองอัน เจ้าก็ควรจะทำสองอันนั้นให้ข้าสิ"

แม้พ่อค้าจะเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐาน แต่เขาก็สะบัดแขนเสื้อเตรียมเก็บร้านแล้ว

"แม่นาง ท่านยังไม่ได้จ่ายศิลาวิญญาณเลยนะขอรับ แต่คุณชายท่านนี้จ่ายศิลาวิญญาณให้ข้าหมดแล้ว น้ำตาลปั้นพวกนี้ก็ต้องเป็นของเขาเป็นธรรมดา"

ตั้งแต่เซียนหญิงหนิงฮวนแต่งงานกับหนานกงจิ่ง ก็ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาเช่นนี้กับนางมาก่อน

"เจ้าเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐาน กล้าดีอย่างไรมาพูดจากับข้าเยี่ยงนี้!"

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

"แม้ระดับบำเพ็ญเพียรของท่านผู้อาวุโสจะสูงส่งกว่า แต่ที่เมืองโบราณหมังฮวงแห่งนี้เคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบที่สุด เด็กน้อยผู้นี้มาก่อนและจ่ายเงินก่อน ของก็ย่อมตกเป็นของเขา ขอตัว!"

เห็นเขาพูดจบก็เดินจากไป จือจือกำน้ำตาลปั้นเต็มกำมือแกว่งไปมาเย้าแหย่หนานกงอวี่โหรว

"แบร่ๆๆ เจ้าไม่มีหรอก พวกเราไปซื้อผลไม้วิญญาณอร่อยๆ กินกันดีกว่า!"

เด็กน้อยมีหรือจะทนการยั่วยุแบบนี้ได้ นางร้องไห้โฮทันที ชูนิ้วเล็กๆ ชี้ไปที่พวกจือจือ

"ท่านแม่ ข้าจะเอา จะเอา จะเอา!"

เซียนหญิงหนิงฮวนหน้าดำคร่ำเครียด แต่อีกฝ่ายเป็นแค่เด็กน้อยสองคน นางก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงกัดฟันอุ้มลูกสาวเดินตามไป

"เด็กน้อย เรามาตกลงกันหน่อยดีไหม เจ้าขายน้ำตาลปั้นในมือให้ข้าเถอะ ข้าจะให้ศิลาวิญญาณเจ้า ดีหรือไม่"

จือจือส่ายหน้า "ไม่เอา ข้าไม่อยากได้ศิลาวิญญาณ ข้าอยากได้ผลไม้!"

นางชี้มือไปที่แผงขายของของผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำคนหนึ่ง ซึ่งมีผลไม้วิญญาณระดับสามวางขายอยู่สองผล

จือจือมองผลไม้วิญญาณระดับสามแล้วถามราคา

"ผลไม้นี่ราคาเท่าไหร่หรือ"

ผู้บำเพ็ญเพียรวัยกลางคนระดับแก่นทองคำเห็นเด็กน้อยขี่พยัคฆ์เหินเวหา ก็ยิ้มพลางชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว

"ผลละหนึ่งร้อยศิลาวิญญาณระดับบน พลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในนี้ ไม่ใช่ของที่เด็กน้อยจะกินได้หรอกนะ ต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำถึงจะกินได้"

จือจือหันไปมองเซียนหญิงหนิงฮวน แล้วชูน้ำตาลปั้นในมือขึ้น

"ข้าอยากลองชิมดู ถ้าเจ้าซื้อผลไม้วิญญาณให้ข้าหนึ่งผล ข้าจะแลกน้ำตาลปั้นให้เจ้าสองอันเลย!" ดูสิว่านางใจป้ำแค่ไหน!

เซียนหญิงหนิงฮวนหน้าตึง น้ำตาลปั้นกระจอกๆ แค่สิบศิลาวิญญาณระดับล่าง จะเอามาแลกกับผลไม้วิญญาณระดับสามเนี่ยนะ นั่นมันตั้งร้อยศิลาวิญญาณระดับบน แลกเป็นศิลาวิญญาณระดับล่างได้ตั้งพันก้อนเลยนะ ยัยเด็กบ้า ลูกคิดรางแก้วกระเด็นใส่หน้าข้าแล้วเนี่ย

แต่ก็ทนเสียงลูกสาวที่ร้องงอแงอยู่ในอ้อมกอดไม่ไหว

"จะเอาน้ำตาลปั้น ฮือๆๆ ท่านแม่ ข้าจะเอาน้ำตาลปั้น จะเอา จะเอา!"

หนานกงจิ่งที่เดินตามมาเงียบๆ อย่างใจลอย เริ่มรู้สึกรำคาญเสียงร้องของลูกสาว

"ก็แค่ผลไม้วิญญาณผลเดียว ซื้อให้นางไปเถอะ หึ ถ้านางกินผลไม้วิญญาณเข้าไปแล้วเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรานะ ต้องโทษที่ผู้ใหญ่บ้านนั้นดูแลไม่ดีเอง!"

เซียนหญิงหนิงฮวนไม่ได้ขัดสนศิลาวิญญาณระดับบนแค่ร้อยก้อน พอเห็นลูกสาวร้องไห้นางก็ยิ่งปวดใจ แล้วก็รู้สึกเกลียดเด็กน้อยตรงหน้าเข้าไส้ เอาสิ อยากได้ก็ซื้อให้ ขอให้กินจนธาตุไฟแตกซ่านตายไปเลยยิ่งดี!

จือจือใช้น้ำตาลปั้นสองอัน แลกกับผลไม้วิญญาณระดับสามมาได้หนึ่งผล คนโง่ที่มีเงินเยอะนี่มันหลอกง่ายจริงๆ!

พ่อค้าที่อยู่ข้างๆ ปรายตามองพวกเซียนหญิงหนิงฮวนแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเตือนจือจือด้วยความหวังดี

"แม่หนูน้อย ผลไม้วิญญาณนี่เจ้ากินไม่ได้นะ เอากลับไปให้ผู้ใหญ่ที่บ้านกินเถอะ ถ้าเจ้ากินเข้าไปนอกจากจะปวดท้องแล้ว อาจจะโดนพ่อตีจนก้นลายเป็นแปดแฉกเลยนะ!"

จือจือทำหน้าตาตื่นตระหนกมองพ่อค้า สลับกับมองผลไม้วิญญาณในมือ ก่อนจะส่งยิ้มโชว์ฟันซี่เล็กๆ ให้พ่อค้า

"คิกคิก ท่านลุงพ่อค้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่มีพ่อหรอก แต่ข้ามีท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ไม่ตีข้าหรอก ท่านอาจารย์มีแต่จะชมข้า"

เซียนหญิงหนิงฮวนหยิบผลไม้วิญญาณผลที่ใหญ่กว่าออกมาให้จือจือ

"ผลไม้วิญญาณในมือเจ้า เจ้ากินไม่ได้หรอก ผลไม้วิญญาณของข้าผลใหญ่กว่าของเจ้าอีก เจ้ากินได้ ข้าขอแลกกับเจ้า"

จือจือมองผลไม้วิญญาณในมือนางด้วยแววตาเป็นประกาย ข้าก็แค่เด็ก แต่ไม่ใช่เด็กโง่นะ นางคิดจะหลอกคนบ้าหรือไง

เจียงเย่น้อยที่นั่งอยู่บนหมาป่าขาวลอบกลอกตาบน

จือจือมือซ้ายถือผลไม้วิญญาณระดับสาม มือขวาถือถังหูลู่ นางเก็บถังหูลู่ลงไป แล้วแบมือออกไปทางเซียนหญิงหนิงฮวน

"งั้นข้าขอชิมดูก่อนนะ ว่าผลไม้วิญญาณของเจ้าหวานหรือเปล่า"

เซียนหญิงหนิงฮวนยื่นผลไม้วิญญาณระดับหนึ่งให้จือจือ พ่อค้าที่อยู่ข้างๆ ทนดูไม่ได้ กำลังจะอ้าปากเตือนว่า "ห้ามหลอกเด็กนะ"

แต่กลับมีเสียงเล็กๆ ไร้เดียงสาดังขึ้นในหัวของเขา

"ห้ามพูดนะ!"

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แต่ก็ยืนนิ่งเงียบดูเหตุการณ์ต่อไป

จือจือกัดผลไม้วิญญาณเข้าไปคำหนึ่ง อ้าปากงับ!

จากนั้นในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด นางก็กัดผลไม้วิญญาณระดับสามในมือขวาเข้าไปอีกคำหนึ่ง

"ง่ำๆๆ ผลไม้อันนี้อร่อยกว่า ของเจ้าไม่อร่อยเลย"

เซียนหญิงหนิงฮวนตกตะลึงจ้องมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนหลังเสือ นางเพิ่งจะกัดผลไม้วิญญาณระดับสามเข้าไป แต่กลับไม่เป็นอะไรเลยหรือเนี่ย?!

แม้แต่พ่อค้าที่ถูกสั่งห้ามพูดก็ยังอึ้ง เด็กน้อยวัยสองขวบสามารถกินผลไม้วิญญาณระดับสามได้หรือนี่

เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!

เขาขายแต่ของแท้แน่นอน ไม่มีย้อมแมว พ่อค้าที่กำลังสับสนในตัวเองหยิบผลไม้วิญญาณขึ้นมากัดคำหนึ่ง มันคือผลไม้วิญญาณระดับสามจริงๆ!

เซียนหญิงหนิงฮวนก็ยังคงตกตะลึง จ้องมองจือจือเขม็ง เด็กน้อยที่ไม่มีพลังบำเพ็ญเพียรคนนี้ สามารถกินผลไม้วิญญาณระดับสามได้ นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร

จังหวะนั้นเอง หนานกงจิ่งที่กำลังวุ่นวายใจคิดหาทางง้อเซียนหญิงจันทร์กระจ่าง ก็ดึงสติกลับมา สังเกตเห็นจือจือกับเจียงเย่น้อย รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาแปลกๆ "พวกเจ้าเป็นฝาแฝดกันหรือ"

หรือว่าเด็กสองคนตรงหน้าคือ...?

"โอ๊ย คุณหนูตัวน้อยของข้า ทำไมพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ล่ะเนี่ย"

ท่านนักพรตไท่ถ่าก้าวเท้ายาวๆ เข้ามา หนานกงจิ่งเห็นท่านนักพรตไท่ถ่าก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ถ้าอย่างนั้นเด็กสองคนนี้ก็คือลูกของเขาจริงๆ สินะ?

จือจือรีบกะพริบตาส่งกระแสจิตหาท่านอาจารย์ทันที

"ท่านอาจารย์อย่าเพิ่งเข้ามา ให้เซียนหญิงหลานเวยเข้ามา ข้าจะหลอกพ่อสารเลวหน่อย"

ท่านนักพรตไท่ถ่าไม่ได้หยุดเดิน เขาก้าวข้ามเด็กน้อยทั้งสองคนไปหยุดอยู่ตรงหน้าพ่อค้า เอามือใหญ่ตบไหล่พ่อค้าดังป้าบ

"คุณหนูตัวน้อยของข้า ข้าบอกให้เจ้ารออยู่ที่จวนเจ้าเมืองไม่ใช่หรือไง ไหงออกมาตั้งแผงขายของได้ล่ะเนี่ย

โอ้โห เด็กสองคนนี้ลูกใครกัน น่ารักน่าชังจริงๆ คุณหนูตัวน้อยของข้า รีบกลับไปกับข้าเถอะ!"

พ่อค้าถึงกับช็อกเหมือนโดนฟ้าผ่า

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ท่านนักพรตไท่ถ่ามาทำอะไรเนี่ย เขาหมายความว่ายังไง?

ซวยแล้ว~ วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูฤกษ์ดูยาม หรือว่า 'บั้นท้าย' จะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว~~?

พ่อค้าถูกท่านนักพรตไท่ถ่าหิ้วคอเสื้อเดินจากไปเหมือนหิ้วลูกไก่ ท่ามกลางสายตาของผู้บำเพ็ญเพียรที่มองมาอย่างกระซิบกระซาบ

"ไม่คิดเลยว่าท่านนักพรตไท่ถ่าจะมีรสนิยมแบบนี้!"

"พ่อค้าคนนั้นดูจะแก่ไปหน่อยนะ ข้าว่าข้ายังหนุ่มกว่าเขาตั้งเยอะ"

ชายหนุ่มผู้บำเพ็ญเพียรพูดขึ้น ชายชราที่อยู่ข้างๆ ก็กลอกตาบนส่ายหน้า

"ศีลธรรมเสื่อมทรามจริงๆ วัยรุ่นสมัยนี้ต้องหัดยืนหยัดด้วยตัวเอง อย่าเอาแต่คิดจะใช้ทางลัดสิ"

จือจือ: ท่านอาจารย์ต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนี้เลยหรือ?

เจียงเย่น้อยก็อึ้งไปเหมือนกัน: ที่เมืองโบราณหมังฮวงไม่มีคนที่ท่านลุงรองแคร์เลยหรือไงเนี่ย?

เขาหันไปมองพี่สาวแล้วส่งกระแสจิต

"โตขึ้นเจ้าต้องเลี้ยงดูปูเสื่อท่านอาจารย์ให้ดีๆ นะ!"

จือจือ: "แน่นอนอยู่แล้ว ท่านอาจารย์อุตส่าห์เสียสละเพื่อข้าขนาดนี้ ต้องเป็นอาจารย์แท้ๆ แน่นอน!"

ท่านนักพรตไท่ถ่าแอบยกนิ้วให้ตัวเองในใจ: สมองข้าแล่นเร็วจริงๆ!

เซียนหญิงหลานเวยเดินตามหลังท่านนักพรตไท่ถ่ามาติดๆ นางเองก็คาดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะหักมุมแบบนี้ ในหัวพลันได้ยินเสียงกระแสจิตของจือจือผู้เป็นศิษย์หลาน

"พี่สาวหลานเวย ท่านช่วยแกล้งเป็นท่านแม่ของข้าหน่อยสิ เดินเข้ามาหาพวกข้าเลย"

หลานเวยรับคำสั่ง รีบวิ่งเข้าไปหาทันที

"โอ๊ย พวกเจ้าสองคนแอบหนีมาอยู่ที่นี่เอง ปล่อยให้แม่ตามหาแทบแย่!"

เจียงเย่น้อยเม้มปากแน่น ทำท่าเหมือนเด็กที่ทำความผิด แต่ความจริงแล้วเขาแอบกลั้นขำอยู่

จือจือรีบกางแขนออกร้องเรียกเซียนหญิงหลานเวย

"ท่านแม่ อุ้มหน่อย หนูหิวแล้ว อยากกลับบ้านไปกินข้าว!"

เซียนหญิงหลานเวยอุ้มจือจือด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งอุ้มเจียงเย่น้อย "ได้จ้ะ แม่จะพากลับบ้านไปกินข้าวเดี๋ยวนี้แหละ"

พูดจบก็พยักหน้าให้พวกเซียนหญิงหนิงฮวนแล้วเดินจากไป

หนานกงจิ่งรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นึกว่าเด็กสองคนนี้จะเป็นลูกของเซียนหญิงจันทร์กระจ่างเสียอีก ที่แท้ก็เป็นลูกของผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่เขาไม่รู้จักนี่เอง

จือจือซบหน้าลงบนไหล่ของเซียนหญิงหลานเวย มองดูครอบครัวสามคนนั้น เจียงเย่น้อยที่อยู่ข้างๆ นึกว่านางอิจฉา จึงส่งกระแสจิตปลอบใจ

"ไม่ต้องอิจฉาพวกมันหรอก รอบตัวเราก็มีคนที่รักเราตั้งมากมาย"

จือจือยิ้มให้น้องชาย

"ข้าไม่ได้อิจฉาหรอก ข้าแค่กำลังคิดว่า คราวหน้าจะหลอกเอาอะไรจากพวกมันดี รู้สึกว่าพวกมันดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะ"

เจียงเย่ยิ้ม พวกมันแค่ยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของสองพี่น้อง ถ้ารู้ก็คงไม่หลอกง่ายแบบนี้หรอก มีแต่จะทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์อย่างหน้าไม่อาย

เซียนหญิงหนิงฮวนเสียผลไม้วิญญาณระดับสามไปหนึ่งผล แลกกับน้ำตาลปั้นสองอัน แถมยังเสียผลไม้วิญญาณระดับหนึ่งไปอีกผล

ตอนนี้นางทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังของคนพวกนั้นเดินจากไป ก่อนจะหันไปถามหนานกงจิ่ง

"ท่านพี่ พวกเราจะไปเช่าถ้ำที่พักก่อน หรือจะไปที่จวนเจ้าเมืองเลยดีเจ้าคะ"

หนานกงจิ่งอยากจะเจอเด็กสองคนนั้นเร็วๆ จึงตอบไปว่า "ไปที่จวนเจ้าเมืองเลย!"

เซียนหญิงจันทร์กระจ่างกำลังตั้งใจฟังท่านนักพรตฉางหมิงอธิบายข้อควรระวังในการเข้าฌานอยู่

ท่านนักพรตฉางหมิงปรายตามองศิษย์น้องสามที่อยู่ข้างๆ เขาพูดมาเยอะแล้วจนชักจะหมดเรื่องพูด

จู่ๆ ก็นึกคำถามขึ้นมาได้ "ของวิเศษประจำกายของจือจือกำหนดได้หรือยัง"

พูดถึงเรื่องนี้เซียนหญิงจันทร์กระจ่างก็ปวดหัว

ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าจือจือมีรากวิญญาณเบญจธาตุ แต่นางเป็นทารกวิญญาณ ซึ่งต่างจากรากวิญญาณเบญจธาตุทั่วไป ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำล้วนต้องหลอมของวิเศษประจำกาย แต่รูปร่างของวิเศษประจำกายของนางยังไม่ได้กำหนดเลย

ท่านนักพรตไท่ถ่าคิดว่าควรจะใช้ขวานยักษ์เหมือนเขา

แต่เซียนหญิงจันทร์กระจ่างรู้สึกว่าขวานยักษ์ไม่เหมาะกับผู้บำเพ็ญเพียรหญิง น่าจะใช้กระบี่บินมากกว่า

จือจือต้องการของที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้หลายแบบ ท่านลุงใหญ่ฉางหมิงคิดว่าใช้กระบี่ก็ดี ส่วนท่านลุงสามมองว่ากระบี่มันโหลเกินไป ลองใช้แส้หรือผ้าแพรเหินเวหาก็ไม่เลว

"เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ รอให้อีกสองปีจือจือเป็นคนตัดสินใจเอง"

ฉางหมิงพยักหน้า "เด็กสองคนกลับมาแล้ว เจ้าสั่งสอนพวกเขาให้ดีแล้วก็ไปเข้าฌานเถอะ วางใจได้ พวกเราจะดูแลพวกเขาอย่างดี"

จือจือวิ่งเตาะแตะเข้ามา ในมือยังถือผลไม้วิญญาณที่ถูกกัดไปหนึ่งคำ

"ท่านแม่ ท่านแม่ กินผลไม้สิเจ้าคะ!"

เซียนหญิงจันทร์กระจ่างยิ้มพลางกัดไปหนึ่งคำ ทุกครั้งที่ลูกสาวมีของอร่อยก็มักจะเอามาป้อนนางเสมอ ถ้านางไม่กินลูกสาวก็จะไม่ยอม

พอจือจือเห็นท่านแม่กินแล้ว ก็ยิ้มอย่างมีความสุขแล้วจัดการส่วนที่เหลือจนหมด

"ท่านแม่จะไปเก็บตัวเข้าฌานแล้วหรือเจ้าคะ

ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พวกเราจะเป็นเด็กดี!"

เซียนหญิงจันทร์กระจ่างหยิบถุงมิติออกมาสองใบ ยื่นให้เด็กทั้งสองคนละใบ

"ในนี้มีตำรา สมุนไพรสำหรับหลอมโอสถ แล้วก็ค่ายกล พวกเจ้าเอาไปเรียนกับท่านอาจารย์ทั้งสองนะ ตอนที่แม่ออกจากการเข้าฌาน แม่จะขอดูผลงานของพวกเจ้านะ"

หลักๆ คือกลัวพวกเขาจะวิ่งซนไปทั่ว จนศิษย์พี่ทั้งสองต้องตามจับกันให้วุ่น

จือจือพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "ได้เลยเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่รีบไปเข้าฌานเถอะ พวกเราจะไปส่งท่านแม่เอง!"

ส่วนทางด้านนอก หนานกงจิ่งก็มาถึงจวนเจ้าเมืองแล้ว และขอเข้าพบเซียนหญิงจันทร์กระจ่าง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 42 - ท่านอาจารย์สมองไวเสียจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว