เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34

ตอนที่ 34

ตอนที่ 34


กลางดึก ประตูห้องของหลัวหวินถูกเปิดออก และผู้ที่เดินเข้ามาก็คือโรบิน

“โรบิน?”

“เธอมีปัญหาอะไรกับการฝึกอย่างงั้นเหรอ?”

เมื่อเห็นโรบินเดินเข้ามาในห้องของเขา หลัวเหวินก็ถามอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับการฝึกฝน ฉันแค่ต้องใช้เวลาให้ชินกับมันเท่านั้น”

“ส่วนที่ฉันมาพบกับกัปตันในเวลานี้ มันก็เป็นเพราะว่าฉันต้องการบอกข้อมูลเกี่ยวกับโพเนกลีฟ”

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง โรบินก็เปิดปากของเธอและอธิบายให้หลัวเหวินฟัง

จุดประสงค์หลักในการก่อตั้งองค์กรบาร็อคเวิร์คของครอกโคไดล์ในอราบัสต้าก็คือ ห้องโถงที่ฝังอยู่ทางตะวันตกของพระราชวังอราบาสตา ซึ่งเป็นสุสานของราชวงศ์

ที่นั่นมีโพเนกลีฟที่อาจจะบอกถึงตำแหน่งของอาวุธโบราณ ‘พลูตัน’ ตั้งอยู่

สำหรับโรบินที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์ในอดีต การถอดข้อความบนโพเนกลีฟทั้งหมดคือสิ่งที่เธอต้องการจะทำ

ส่วนเหตุผลที่เธอไม่พูดถึงในตอนแรกนั้น มันก็เป็นเพราะเธอกังวลว่าหลัวเหวินจะมีความทะเยอทะยานเช่นเดียวกับครอกโคไดล์ หลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันก็คือสุดยอดเรือในตำนานที่สามารถทำลายเกาะได้ด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว

เพียงแต่ความกังวลเหล่านี้ก็ค่อยๆ หายไป หลังจากได้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของหลัวเหวิน ความไว้วางใจที่เขามีให้ต่อลูกเรือของตัวเอง และเข้าใจประสบการณ์ที่ผ่านมาของหลัวเหวิน

ดังนั้นการที่โรบินมาหาหลัวเหวินในเวลานี้ เธอจึงหวังว่าเขาจะไปกับเธอด้วยกัน

ก่อนหน้านี้เธอได้รู้จากครอกโคไดล์ว่า มีโพเนกลีฟตั้งอยู่ในสุสานของราชวงศ์เท่านั้น แต่เรื่องอื่นๆ เธอไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับมันมากนัก

เป้าหมายของครอกโคไดล์คือการค้นหาโพเนกลีฟชิ้นนั้น และให้เธอตีความเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ให้กับเขา

เนื่องจากหลัวเหวินตัดสินใจเปลี่ยนองค์กรบาร็อคเวิร์คให้เป็นองค์กรข่าวกรอง แผนดั้งเดิมขององค์กรบาร็อคเวิร์คที่จะโค่นล้มราชวงศ์อราบัสตาจึงถูกยกเลิกไปเช่นกัน

หากเธอไปที่นั่นคนเดียว โรบินจึงมีความกังวลว่ามันอาจจะเกิดผลกระทบบางอย่างกับองค์กรบาร็อคเวิร์คของหลัวเหวิน

“เอาล่ะ…”

“ถ้าเธออยากไปที่นั่นจริงๆ ฉันก็จะไปกับเธอ”

หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง หลัวเหวินก็ตัดสินใจตกลงที่จะไปกับโรบิน

โพเนกลีฟที่อยู่ในสุสานของราชวงศ์ของอราบัสต้านั้น ถือว่ามีนัยสำคัญอย่างมาก

แม้ว่าหลัวเหวินไม่ได้มีแผนที่จะมองหาอาวุธโบราณพลูตันในตอนนี้ แต่ในเมื่อเขามาถึงที่นี่แล้ว เขาก็สามารถไปดูมันได้

นอกจากนี้ มันก็มีไม่กี่คนที่รู้ว่ามีโพเนกลีฟตั้งอยู่ในอราบัสต้า

หากเป็นไปได้ หลังจากที่โรบินอ่านและวิเคราะห์ข้อความบนโพเนกลีฟเสร็จ เขาก็ต้องการที่จะซ่อนมันเอาไว้ต่อไป

แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้เพียง 1 ใน 10,000 ที่โพเนกลีฟจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่นก็ตาม แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลัวเหวินไม่ต้องการจะเห็น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลโลกที่คอยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธโบราณ และต้องการที่จะครอบครองพวกมันทั้งหมด

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ”

“เสี่ยวจิน!”

“แกว้ก!”

หลัวเหวินและโรบินซึ่งนั่งอยู่บนหลังของนกอินทรีทองคำ บินฝ่าขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนืออัลบาน่า เมืองหลวงของอราบัสต้า

จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเช้าตรู่ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนล้ามากที่สุด หลัวเหวินก็มาถึงที่ตั้งของสุสานของราชวงศ์ จากนั้นเขาก็สั่งให้เสี่ยวจินค่อยๆ ลดระดับลงมาที่พื้น

ไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของหลัวเหวิน โรบินมีความสามารถมากกว่าเมื่อพูดถึงการลอบโจมตี

หลังจากที่ทั้งสองแอบเข้าไปในพระราชวัง พวกเขาก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกตลอดทาง โดยหลีกเลี่ยงทหารรักษาการทุกคนที่พวกเขาพบ

ภายใต้การนำทางของโรบิน ทั้งสองก็ลอบเร้นมาถึงสุสานราชวงศ์ทางฝั่งตะวันตกของพระราชวัง

“ที่นี่แหล่ะ!”

โรบินเดินเข้าไปสำรวจเล็กน้อย จากนั้นเธอก็พบเข้ากับสวิตช์และเปิดประตูห้องโถง

“คลืน…”

เมื่อประตูถูกเปิด ฝุ่นคลุ้งก็โชยเข้าสู่จมูกของทั้งคู่

หลังจากที่ประตูห้องโถงถูกเปิดออกจนสุด สิ่งที่ดึงดูดสายตาของพวกเขาก็คือสภาพแวดล้อมที่มืดมิด

ในห้องโถงนั้นไม่มีแสงสว่างเลยแม้แต่น้อย แม้แต่เสงพระอาทิตย์ยามเช้าก็ยังส่องเข้าไปได้ไม่ถึง

“ระวังด้วยนะกัปตัน ฉันไม่เคยเข้าไปด้านในมาก่อน” โรบินหันไปพูดกับหลัวเหวิน

“อืม” หลัวเหวินพยักหน้า

เช่นเดียวกับสุสานของราชวงศ์อื่นๆ มันมักจะมีการวางกับดักเอาไว้มากมาย

ถึงแม้ว่าร่างกายของหลัวเหวินจะแข็งแกร่งมากก็ตาม แต่การระมัดระวังสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่ควรทำ

ต่อจากนั้น ทั้งสองก็หันมามองหน้ากันและพยักหน้าพร้อม ก่อนจะพากันเดินเข้าไปด้านในห้องโถง

ภายในห้องโถงนั้นไปด้วยความรู้สึกที่เย็นชาและอึดอัด ความมืดที่ปกคลุมอยู่ภายในทำให้ไม่สามารถแยกแยะทิศทางได้เลย

โชคดีที่หลัวเหวินและโรบินเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว ทั้งสองต่างหยิบคบไฟออกมาทันที

“ซิ!”

หลัวเหวินยื่นนิ้วออกมาเหนือคบเพลิงเล็กน้อย จากนั้นกระแสไฟฟ้าที่พุ่งออกมาก็ทำการจุดคบเพลิงให้ติดขึ้น

ด้วยแสงไฟจากคบเพลิง ในที่สุดทั้งสองก็มองเห็นบรรยากาศเล็กน้อยในห้องโถง

ทางเดินนั้นไม่กว้างมากเท่าไหร่ แต่ก็พอให้คนสองถึงสามคนเดินสวนกันได้

“ไปต่อกันเถอะ”

จบบทที่ ตอนที่ 34

คัดลอกลิงก์แล้ว