ตอนที่ 17
ตอนที่ 17
ครึ่งเดือนก่อนหน้านี้ หลัวเหวินได้อธิบายให้กับชาวเกาะแห่งท้องฟ้าทุกคนฟังแล้ว
เขาได้พาเสี่ยวจินและไวเปอร์ออกไปตามลำพัง โดยไปยังบริเวณที่ใช้เป็นสถานที่สำหรับฝึกฝน และทำความคุ้นเคยกับพลังผลปีศาจของพวกเขา
“พระเจ้า!”
“เห็นนั้นไหม!”
“มันคืออะไรกัน!”
มองไปในทิศทางที่เสียงดังออกมา ชาวเกาะแห่งท้องฟ้าก็รู้สึกประหลาดใจทีละคน
เท่าที่สายตาทุกคู่จะสามารถมองเห็นได้ ที่สนามฝึกของหลัวเหวินและลูกเรือของเขาทางตอนเหนือ สายฟ้าขนาดใหญ่กำลังผ่าลงมาทีล่ะเส้น
ในความโกรธเกรี้ยวของความบ้าคลั่งอันไม่มีที่สิ้นสุด ดูเหมือนว่าจะมีเงาของสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสายฟ้าปรากฏตัวขึ้นอย่างช้าๆ
ทุกการเคลื่อนไหวของเงาสัตว์ร้ายนั้น ราวกับกำลังแสดงให้เห็นว่าสายฟ้าที่สั่นสะเทือนโลกเป็นเพียงของเล่น
แม้จะอยู่ไกลจากจุดนั้น แต่ทุกคนก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวของสัตว์ร้ายตัวนั้น ล้ำหน้าพลังของเอเนลไปมาก!
“ท่านหลัวเหวิน!”
“นั่นต้องเป็นพลังของท่านหลัวเหวิน!”
องครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่มั่นใจมาก
ในขณะเดียวกันพวกเขาก็แอบดีใจเช่นกัน ที่หลัวเหวินผู้มีพลังแบบนั้นไม่มีความตั้งใจที่จะครอบครองเกาะแห่งท้องฟ้า
มิฉะนั้นแม้ว่ากลุ่มชนเผ่าชาวแชนเดียร์ทั้งหมดจะร่วมกันสู้ แต่ก็คาดว่าพวกเขาจะไปตายเปล่าเท่านั้น
เมื่อเสียงฟ้าร้องและสายฟ้าสลายไป เงาของสัตว์ร้ายที่ปรากฏขึ้นอย่างคลุมเครือก็หายไปด้วยเช่นกัน
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกๆ สองสามวัน เกาะแห่งท้องฟ้าจะสั่นสะเทือนไปด้วยเสียงของฟ้าร้องอย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด
โดยเฉพาะเงาของสัตว์ร้ายที่ดูเหมือนจะถูกอาบไปด้วยสายฟ้า ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ
...
จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากผ่านไปครึ่งปี
องครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่มาถึงยังสนามฝึกตรงเวลา และนำอาหารจำนวนมากมาให้หลัวเหวินกับไวเปอร์
“นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
นี่เป็นครั้งแรกที่องครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่ได้เข้ามาในสนามฝึกซ้อม ในอดีตพวกเขาทิ้งอาหารไว้ที่ขอบของสนามฝึกเท่านั้น
ตรงหน้าพวกเขา พื้นดินบนเกาะแห่งท้องฟ้าทั้งหมดเต็มไปด้วยรูพรุน
พวกเขาสามารถมองเห็นรอยเท้าของสัตว์ขนาดใหญ่ที่หาที่เปรียบไม่ได้ไปทั่วทุกที่ รวมถึงร่องรอยอันน่าอัศจรรย์ของสายฟ้าที่บ้าคลั่งด้วย
มันยากที่จะจินตนาการได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ก่อนหน้านี้!
“โฮก!!!!!”
ในขณะนี้ แผ่นดินก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
จากนั้นเงาของสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่คุ้นเคยก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าองครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่
แต่ความแตกต่างในคราวนี้ก็คือ ร่างของสัตว์ร้ายนั้นไม่ได้มีพลังของสายฟ้าอยู่ล้อมรอบอีกต่อไป
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังทำให้องครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่รู้สึกถูกกดขี่อย่างมาก
“ไวเปอร์!”
“จำไว้ว่าความเร็วคือข้อได้เปรียบที่แท้จริงของนาย”
“หากนายยังไม่รีบลงมือ นายก็จะพ่ายแพ้ให้กับสายฟ้าของฉัน!”
จู่ๆ หลัวเหวินในร่างของเบเฮมอธก็พูดขึ้น
“ตู้ม!”
ในเวลาต่อมา ร่างของเสือดาวโบราณก็ปรากฏให้เห็นอยู่จางๆ
ความเร็วของมันนั้นรวดเร็วมาก จนองครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่ไม่สามารถเห็นร่างของมันได้เลย ราวกับว่ามันไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก
“เข้าใจแล้วกัปตัน!”
ไวเปอร์ซึ่งกลายร่างเป็นเสือดาวโบราณให้สัญญาณกับหลัวเหวิน
หลังจากฝึกฝนมาครึ่งปี ตอนนี้ออร่าที่เปล่งออกมาจากร่างกายของเขานั้นก็เต็มไปด้วยพลังกว่าแต่ก่อนมาก
ไม่เพียงแต่การพัฒนาความแข็งแกร่งทางร่างกายที่เกิดขึ้นจากผลเนโกะ เนโกะ สายพันธ์สัตว์โบราณ โมเดลเสือดาวเท่านั้น
แต่ยังรวมไปถึงการผสมผสานระหว่างผลเนโกะ เนโกะและผลซูซู และยังมีพลังของฮาคิทั้งสอง
พื้นฐานของไวเปอร์นั้นดีอยู่แล้ว ภายใต้คำแนะนำอย่างระมัดระวังของหลัวเหวินเป็นเวลาครึ่งปี ในที่สุดเขาก็ได้เรียนรู้ฮาคิเกราะและฮาคิสังเกตขั้นต้น
โดยเฉพาะฮาคิสังเกต ดูเหมือนว่าจะได้มาจากสัญชาตญาณของสัตว์ร้าย และการรวมกันของเส้นประสาทที่เกิดจากการกระตุ้นของผลซูซู
ไวเปอร์จึงได้แสดงความสามารถที่น่าทึ่งในการฝึกฝนฮาคิสังเกต และมีการพัฒนาที่ราบรื่นยิ่งกว่าฮาคิเกราะมาก
จากการคาดคะเนของหลัวเหวิน ขณะนี้ไวเปอร์มีความแข็งแกร่งเทียบได้กับพลเรือโททั่วไปของกองทัพเรือ
หากความสามารถของผลปีศาจทั้งสองถูกใช้งานอย่างเต็มที่ มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะแข่งขันกับพลเรือโทชั้นยอดจากกองบัญชาการกองทัพเรือได้
เมื่อเทียบกับครึ่งปีก่อน จุดแข็งของเขาก็คือความแข็งแกร่งของร่างกายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ส่วนหลัวเหวิน ความแข็งแกร่งทางร่างกายเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน รวมไปถึงพลังการโจมตีและการป้องกันด้วย
สำหรับการผสมผสานระหว่างผลเบเฮมอธและผลโกโร โกโรนั้น หลัวเหวินมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อยๆ
ความแข็งแกร่งของเขาที่ได้รับการปรับปรุงนั้นอยู่ในระดับใด หลัวเหวินเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่บอกได้คำเดียวว่าตอนนี้เขาแข็งแรงมาก!
ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวของผลปีศาจทั้งสอง ผลลัพธ์คือพลังทำลายล้างที่แม้แต่หลัวเหวินก็ยังต้องเกรงกลัว
“ท่าน... ท่านหลัวเหวิน!”
“พวกเราเอาอาหารมาให้ท่านและลูกเรือของท่านครับ”
มองไปที่หลัวเหวินและไวเปอร์ที่กำลังฝึกการต่อสู้กันอยู่ หนึ่งในสี่องครักษ์พิทักษ์เทพก็ตะโกนออกมาเสียงดัง
หลัวเหวินและไวเปอร์ต่างมองไปที่ตำแหน่งขององครักษ์พิทักษ์เทพทันที
วินาทีต่อมา สัตว์ร้ายเบเฮมอธและเสือดาวโบราณต่างก็หายไป แทนที่ด้วยรูปลักษณ์ของหลัวเหวินและไวเปอร์
“เป็นพวกนายนี่เอง”
“เอาล่ะ รีบๆ เอาอาหารมาได้แล้ว ตอนนี้ท้องของฉันหิวมาก!”
หลัวเหวินพูดในขณะที่รีบเดินไปหาองครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่ โดยมีไวเปอร์เดินตามมาติดๆ
…