- หน้าแรก
- จากดาราตกอับ สู่ยอดนักขุดสุสาน
- บทที่ 1 ศิลปินที่ถูกยกเลิกสัญญาและระบบที่ผูกมัด
บทที่ 1 ศิลปินที่ถูกยกเลิกสัญญาและระบบที่ผูกมัด
บทที่ 1 ศิลปินที่ถูกยกเลิกสัญญาและระบบที่ผูกมัด
โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นจนส่งเสียงครืด ๆ
หลินเสวียนจ้องมองชื่อ ‘พี่หวัง - ซิงเย่าเอนเตอร์เทนเมนต์’ ที่บันทึกไว้บนหน้าจอ แต่ยังไม่รีบรับสาย
เขาปัดหน้าจอเปิดเวยป๋อขึ้นมาก่อน แล้วกวาดตามองอันดับฮอตเสิร์ช
แฮชแท็กอันดับหนึ่งมีตัวอักษรคำว่า ‘แตกแตน’ สีแดงเข้มต่อท้าย: #หลินเสวียนไสหัวไปจากวงการบันเทิงซะ#
พอกดเข้าไปดู ในหน้าฟีดก็เต็มไปด้วยถ้อยคำด่าทอที่พร้อมใจกันสาดเสียเทเสีย
บ้างก็ด่าว่าเขามีทักษะการแสดงห่วยแตกเป็นท่อนไม้ บ้างก็ว่าเขาทำตัวหยิ่งยโส และบอกว่าเขาแย่งงานของเด็กใหม่ในค่ายเดียวกัน
ความจริงหลินเสวียนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าฮอตเสิร์ชนี้บริษัทเป็นคนจ่ายเงินซื้อมา เพื่อปูทางให้กับดาราหนุ่มหน้าใหม่ที่กำลังปั้น และถือโอกาสรีดเค้นมูลค่าจากกระแสด้านลบเฮือกสุดท้ายของดาราตกอับอย่างเขาไปด้วย
โทรศัพท์หยุดสั่นไปชั่วครู่ ก่อนจะดังขึ้นมาอีกครั้ง
หลินเสวียนกดรับสาย พร้อมกับเปิดสปีกเกอร์โฟน
"หลินเสวียน เห็นเวยป๋อแล้วใช่ไหม"
เสียงของพี่หวัง ผู้จัดการส่วนตัวแฝงไปด้วยความเย็นชาแบบคุยธุระให้จบ ๆ ไป "ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประชุมกันแล้ว สัญญาของนายจะหมดลงในสัปดาห์หน้า และเราจะไม่ต่อสัญญา สองวันนี้หาเวลาว่างเข้ามาเซ็นชื่อที่บริษัทซะ แล้วก็รีบย้ายออกจากหอพักให้เร็วที่สุดด้วย"
"ได้"
หลินเสวียนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "แล้วเงินส่วนแบ่งงวดสุดท้ายของช่วงหลายปีที่ผ่านมาล่ะ มีเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานให้ด้วยหรือเปล่า"
ปลายสายเงียบไปสองวินาที ก่อนจะมีเสียงแค่นหัวเราะดังขึ้น "นี่นายตื่นหรือยัง บริษัทไม่ฟ้องร้องนายข้อหาทำผิดสัญญาจนสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์องค์กรก็ถือว่าปรานีมากแล้ว จากกันด้วยดีเถอะ อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย"
ตู๊ด— สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไป
หลินเสวียนโยนโทรศัพท์กลับไปบนโต๊ะ แล้วลูบหน้าตัวเองแรง ๆ
เขาคือผู้ข้ามมิติ ทะลุมิติมาที่นี่ได้สามปีแล้ว และอาศัยใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการจนได้เซ็นสัญญากับซิงเย่าเอนเตอร์เทนเมนต์
ตอนแรกกะว่าจะใช้ชีวิตให้รุ่งโรจน์ แต่ผลปรากฏว่าเจ้าของร่างเดิมกลับเป็นพวกหล่อแต่รูปจูบไม่หอมอย่างแท้จริง ร้องเพลงก็เพี้ยน เล่นละครก็หน้าตาย
ผ่านไปสามปี นอกจากจะสะสมกองทัพแอนตี้แฟนที่มีพลังการต่อสู้ทะลุหลอดแล้ว เขาก็ไม่คว้าอะไรมาได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย
เขาเปิดแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือ เพื่อเช็กยอดเงินคงเหลือ
23,600.50 หยวน
หลังจากจ่ายค่าเช่าบ้านไตรมาสหน้าเสร็จ คงต้องมานั่งคำนวณว่าเวลาต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน จะมีเงินพอใส่ไส้กรอกเพิ่มได้ไหม
"เปิดเกมมาได้บัดซบสุด ๆ"
หลินเสวียนถอนหายใจ ขณะกำลังครุ่นคิดว่าควรจะไปเป็นนักแสดงประกอบที่เหิงเตี้ยนเพื่อแลกกับข้าวกล่องประทังชีวิตดีหรือไม่ จู่ ๆ ในหัวก็มีเสียง 'ติง' ดังขึ้น
เสียงนั้นดังกังวานใส ราวกับมีเหรียญตกกระทบลงบนแผ่นกระจก
วินาทีต่อมา ตัวอักษรสีฟ้าอ่อนกึ่งโปร่งใสหลายบรรทัดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา
[ระบบชื่อเสียงระดับเทพผูกมัดสำเร็จแล้ว]
[ตรวจพบสถานะปัจจุบันของโฮสต์ ทำการมอบแพ็กเกจมือใหม่]
[รางวัล: คาถาแสงทองฉบับสมบูรณ์, เสริมแกร่งร่างกายขั้นพื้นฐาน, ชุดความรู้พื้นฐานด้านขุดสุสาน, โดรนไลฟ์สดหลิงจิ้ง]
[กฎของระบบ: โฮสต์สามารถสะสมค่าชื่อเสียงผ่านการไลฟ์สด ฮอตเสิร์ช อารมณ์ของผู้ชม ฯลฯ เพื่อปลดล็อกรางวัลเพิ่มเติมได้]
หลินเสวียนชะงักงัน
เขาเอื้อมมือไปสัมผัสตัวอักษรตรงหน้าตามสัญชาตญาณ แต่นิ้วกลับทะลุผ่านไป นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
"คาถาแสงทอง?"
เขากลืนน้ำลายลงคอ ในหัวมีเคล็ดวิชาและเส้นทางการเดินลมปราณที่ซับซ้อนแต่สมบูรณ์แบบเพิ่มเข้ามาโดยอัตโนมัติ
ขณะเดียวกัน กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง ไหลเวียนไปทั่วแขนขาและกระดูกทุกชิ้นในร่างกายอย่างรวดเร็ว
ร่างกายที่เดิมทีอ่อนแอเพราะใช้ชีวิตไม่เป็นเวลามาอย่างยาวนาน พลันเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังในพริบตา
เขาลองตั้งสมาธิ ปากก็พึมพำเสียงแผ่ว "ฟ้าดินต้นกำเนิด รากฐานหมื่นลมปราณ..."
เพิ่งท่องไปได้แค่สองประโยค ฝ่ามือก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
แสงสีทองเข้มข้นชั้นหนึ่งซึมทะลุออกมาจากใต้ผิวหนัง ปกคลุมไปทั่วทั้งฝ่ามือ แสงนั้นส่องสว่างอย่างมั่นคง ไม่มีทีท่าว่าจะกะพริบเลยแม้แต่น้อย
หลินเสวียนมองฝ่ามือของตัวเอง หัวใจเริ่มเต้นระรัว
สายตาของเขาตกลงบนบรรทัดการแจ้งเตือนของระบบอีกครั้ง โดยเพ่งเล็งไปที่ ‘โดรนไลฟ์สดหลิงจิ้ง’ และ ‘ชุดความรู้พื้นฐานด้านขุดสุสาน’
ข้อมูลวิธีใช้งานโดรนและความรู้พื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับการขุดสุสานหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาราวกับกระแสข้อมูล
โดรนเครื่องนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากสัญญาณใต้ดิน มาพร้อมฟังก์ชันถ่ายภาพในที่แสงน้อย และยังสามารถบินตามถ่ายอัตโนมัติได้อีกด้วย
ไปไลฟ์สดในสุสานโบราณงั้นเหรอ?
เขาคว้ามือถือขึ้นมา เปิดเบราว์เซอร์แล้วพิมพ์คำว่า ‘สุสานโบราณ’ ลงไป
ทิศทางประวัติศาสตร์ของโลกคู่ขนานแห่งนี้คล้ายคลึงกับโลกมนุษย์มาก แต่มีจุดหนึ่งที่พิเศษสุด ๆ นั่นคือใต้ดินของที่นี่มีสุสานโบราณที่อันตรายและแปลกประหลาดถูกฝังอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสามปีก่อน ทางรัฐบาลยังได้เปิดระบบ 'ลงทะเบียนนักสำรวจโบราณคดีภาคประชาชน' อีกด้วย
ขอเพียงสอบใบอนุญาตผ่าน หรือลงทะเบียนกับแพลตฟอร์มทางการ นักสำรวจภาคประชาชนก็สามารถลงไปขุดสุสานได้อย่างถูกกฎหมาย หนำซ้ำยังอนุญาตให้เปิดไลฟ์สดร่วมกันได้ด้วย
วัตถุโบราณที่ขุดขึ้นมาได้ หากเป็นระดับสมบัติของชาติ จะต้องส่งมอบให้ทางการเพื่อรับเงินรางวัลจำนวนมหาศาล แต่หากเป็นระดับโบราณวัตถุทั่วไป หลังจากลงทะเบียนแล้วสามารถนำไปประมูลเพื่อแบ่งสัดส่วนรายได้กัน
การขุดสุสานแบบถูกกฎหมาย ความเสี่ยงสูง แต่ก็ทำกำไรมหาศาล
ข่าวแรกในหน้าค้นหาเด้งขึ้นมาทันที:
ถ้ำปริศนาหลงหลิ่ง!
หลินเสวียนจ้องมองคำนี้ ในสมองกำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว
เงินในบัตรมีอยู่สองหมื่นสาม ทำใบอนุญาตลงทะเบียนชั่วคราวแบบด่วนน่าจะราว ๆ สามพัน ค่าตั๋วเครื่องบินไปส่านกานสองพันกว่า เงินที่เหลือคงพอซื้อชุดอุปกรณ์ป้องกันพื้นฐานที่สุดกับไฟฉายแรงสูงได้สักสองสามกระบอกแบบฉิวเฉียด
อยู่ในวงการบันเทิงต่อไปก็มีแต่รอวันตาย
ไปขับรถส่งอาหาร ก็คงไม่ถึงกับอดตาย แต่ก็ลืมตาอ้าปากไม่ได้เหมือนกัน
ไปหลงหลิ่งเหรอ?
มีทั้งระบบ มีทั้งคาถาแสงทอง ขอแค่รักษาชีวิตให้รอดแล้วเปิดไลฟ์สดให้ปัง กระดานหมากที่พ่ายแพ้ตานี้ก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
หลินเสวียนไม่ได้ลังเลอะไรมากนัก
จนตรอกขนาดนี้แล้ว ยังจะกลัวผีอยู่อีกเหรอ?
เขาสลับหน้าจอกลับมาที่เวยป๋อ มองดูฮอตเสิร์ชของตัวเองที่โดนด่าไปแล้วกว่าแสนคอมเมนต์ จากนั้นกดเครื่องหมายบวกที่มุมขวาบนเพื่อสร้างโพสต์ใหม่
ไม่มีรูปภาพประกอบ มีเพียงตัวอักษรแห้งแล้งสองบรรทัด:
[ไม่เป็นมันแล้วนักแสดง อีกสามวันเจอกันที่หลงหลิ่ง อำเภอกู่หลาน มณฑลส่านกาน]
[จะเปิดไลฟ์สด ไปขุดสุสาน]
กดส่ง
หลังจากโพสต์เสร็จ เขาก็ตั้งค่ามือถือเป็นโหมดปิดเสียงแล้วคว่ำหน้าจอลงบนโต๊ะ หันหลังไปรื้อตู้เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อกันลม
เขาไม่จำเป็นต้องไปดูช่องคอมเมนต์เลย ใช้แค่นิ้วเท้าคิดก็รู้แล้วว่าตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตจะมีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นบ้าง
...
ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาประเมินพลังการต่อสู้ของพวกแอนตี้แฟนต่ำเกินไป และยังประเมินความเร็วของชาวเน็ตขี้เผือกต่ำเกินไปอีกด้วย
โพสต์เวยป๋อนี้ถูกส่งออกไปไม่ถึงสิบนาที ก็ทะยานขึ้นสู่อันดับท็อปเท็นของฮอตเสิร์ชทันที
แฮชแท็กนั้นทั้งเรียบง่ายและตรงไปตรงมา: #หลินเสวียนบ้าไปแล้ว#
ในกลุ่มแชตแผนกประชาสัมพันธ์ของซิงเย่าเอนเตอร์เทนเมนต์ พี่หวังมองดูตัวเลขสถิติแล้วแค่นหัวเราะ ก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งไป "ไม่ต้องไปสนใจมัน มันก็แค่คิดจะใช้วิธีเรียกร้องความสนใจแบบนี้มาดึงดราม่าให้แฟนคลับสงสารเพื่อรักษาฐานแฟนคลับไว้
สถานที่อย่างหลงหลิ่งน่ะ แค่เนินหินตีนเขาด้านนอกมันยังเดินเข้าไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ปล่อยให้มันรนหาที่ตายไปนั่นแหละดีที่สุด"
ขณะเดียวกัน ช่องคอมเมนต์ในเวยป๋อของหลินเสวียนก็เดือดทะลุปรอทไปเรียบร้อยแล้ว
"???"
"ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า? พี่ชายคนนี้บอกว่าจะไปทำอะไรนะ? ขุดสุสาน?"
"ขำจนจะบ้าตาย ไม่มีละครให้เล่นจนหิวโซจนสติแตกไปแล้วเหรอ? ถึงได้มาเล่นบทนักสำรวจภาคประชาชนแบบนี้เนี่ย?"
"หลงหลิ่งเหรอ? เขารู้ไหมว่าเมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งมีโจรขุดสุสานที่มีใบอนุญาตเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นตั้งสองคน? ร่างกายคุณชายบอบบาง เดินแค่สองก้าวก็หอบแฮกแบบนั้น จะเอาตัวเองไปเป็นอาหารแมลงหรือไง?"
"สร้างกระแสล้วน ๆ ! ฟันธงเลย กะอีแค่ไปเปิดไลฟ์สดหน้าประตูทางเข้าสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอกู่หลาน เกาะกระแสสักพักแล้วก็รีบปิดไลฟ์สดด้วยความเร็วแสงชัวร์"
"หลินเสวียน ถ้านายกล้าลงไปในสุสานจริง ๆ ฉันจะไลฟ์สดหกสูงสระผมให้ดูเลย!"
"+1! ถ้านายกล้าเข้าไปในวัดกระดูกปลาที่หลงหลิ่ง ฉันจะเปย์แจ็กพอตคาร์นิวัลให้สิบอันรวดเลย!"
ถากถาง กังขา รอซ้ำเติม
ไม่มีใครเชื่อเลยสักคนว่าดาราหนุ่มหน้ามนตกอับที่แค่จับอะไรหนัก ๆ หน่อยก็ไม่ไหว จะกล้าไปแตะต้องสายอาชีพที่เสี่ยงตายขนาดนั้น
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กระแสความสนใจถูกจุดติดจนพุ่งทะยานทะลุปรอทไปแล้ว
แพลตฟอร์มไลฟ์สดชั้นนำหลายแห่งถึงกับส่งฝ่ายปฏิบัติการมาเฝ้าหน้าโปรไฟล์บัญชีของหลินเสวียนกันข้ามคืน เพื่อเตรียมรอรับยอดทราฟฟิกกระแสด้านลบที่กำลังจะสาดลงมาอย่างมหาศาลนี้
ภายในห้องเช่า
หลินเสวียนยัดเสื้อผ้าที่ทนทานต่อการขูดขีดหลายตัวลงในเป้สะพายหลัง และจองตั๋วเที่ยวบินรอบดึกเพื่อไปถึงส่านกานในตอนเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กวาดตามองข้อความและคอมเมนต์ในระบบหลังบ้านที่พุ่งทะลุ 999+
เขาไม่ได้ตอบกลับข้อความใด ๆ เลย เพียงแค่มองออกไปนอกหน้าต่าง ทอดสายตามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอันหม่นหมองของเมืองจิง ริมฝีปากกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
"อีกสามวันเจอกัน"