- หน้าแรก
- ระบบถ่ายทอดตอบแทนหมื่นเท่า
- บทที่ 160 ถ่ายทอดพลังเทวะ! นี่กะจะให้ข้ารับลิงเป็นศิษย์อีกตัวงั้นหรือ
บทที่ 160 ถ่ายทอดพลังเทวะ! นี่กะจะให้ข้ารับลิงเป็นศิษย์อีกตัวงั้นหรือ
บทที่ 160 ถ่ายทอดพลังเทวะ! นี่กะจะให้ข้ารับลิงเป็นศิษย์อีกตัวงั้นหรือ
หากเป็นไปตามทิศทางเดิม ย่อมต้องเป็นพลังเทวะสามเศียรแปดกร ทว่าสำหรับเขานั้น สามเศียรแปดกรไม่นับว่าแข็งแกร่งอีกต่อไปแล้ว!
ดังนั้นแล้ว เรื่องนี้จึงค่อนข้างขัดแย้งกับเจตนารมณ์เดิมที่อวี้ติ่งจงใจไปยังภูเขาเฉียนหยวน เพื่อตามหาไท่อี่เจินเหรินเพื่อแลกเปลี่ยนพลังเทวะสามเศียรแปดกรก่อนหน้านี้อยู่บ้าง!
ท้ายที่สุดแล้ว การที่เขาแลกเปลี่ยนพลังเทวะสามเศียรแปดกรในตอนนั้น ก็เพื่อที่จะให้หน่าจาได้ฝึกฝนพลังเทวะนี้
เพราะอย่างไรเสียหน่าจาก็ได้กราบเขาเป็นอาจารย์ เขาย่อมไม่อยากให้หน่าจาต้องเสียเปรียบในเรื่องเหล่านี้
แต่ยามนี้ หากเขาสอนเพียงวิชาสามเศียรแปดกรให้แก่หน่าจา กลับจะดูเหมือนว่าทำให้หน่าจาต้องเสียเปรียบไปเสียแล้ว
ท้ายที่สุด ดวงตาของอวี้ติ่งก็ทอประกายแน่วแน่ "หยางเจี่ยนและคนอื่นๆ ล้วนฝึกฝนทั้งสามเศียรแปดกรและจำแลงกายฟ้าดิน พลังเทวะอันยิ่งใหญ่ทั้งสองล้วนได้ฝึกฝน แล้วเหตุใดหน่าจาจะทำไม่ได้เล่า? ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังสามารถผสานพลังเทวะทั้งสองวิชานี้เข้าด้วยกันได้ตั้งแต่ยามนี้เลย!"
เมื่อคิดได้ดังนี้ อวี้ติ่งก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ในใจลอบเคลื่อนไหว เริ่มผสานพลังเทวะทั้งสองวิชานี้เข้าด้วยกันในทันที
และในขณะที่เขาผสานพลังเทวะทั้งสองวิชานี้เข้าด้วยกัน หน่าจาและคนอื่นๆ ก็ยังคงทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมอยู่
รอจนพวกเขาทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเสร็จสิ้น อวี้ติ่งก็ผสานพลังเทวะทั้งสองวิชานี้เข้าด้วยกันจนเสร็จสมบูรณ์แล้วเช่นกัน
เวลานี้ อวี้ติ่งก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เรียกตัวหน่าจาเข้ามาหาโดยตรง
เมื่อหน่าจาเห็นเช่นนี้ ก็ไม่ลังเล รีบมายังถ้ำของอวี้ติ่งในทันที มองดูอวี้ติ่งด้วยความคาดหวังอย่างเปี่ยมล้น
เพื่อรอคอยช่วงเวลานี้ เขารอมาเนิ่นนานแล้ว
เคล็ดวิชาหงเหมิงเสวียนกงที่อวี้ติ่งถ่ายทอดให้ก่อนหน้านี้ ทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างลึกซึ้ง
ยิ่งในศึกใหญ่กับเผ่าสมุทรในเวลาต่อมา เขายังต้องพึ่งพาเคล็ดวิชาหงเหมิงเสวียนกงนี้เป็นอย่างมาก!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงห่วงเฉียนคุนและผ้าไหมหุ่นเทียนเลย!
ดังนั้น สำหรับสิ่งที่อวี้ติ่งจะมอบให้เขาต่อไป เขาย่อมมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่ง
และเวลานี้ เมื่ออวี้ติ่งเห็นหน่าจามาถึง ก็ไม่ลังเล เผยรอยยิ้มออกมาในทันที "หน่าจา เจ้าฝึกฝนเคล็ดวิชาหงเหมิงเสวียนกง ซึ่งเอนเอียงไปทางวิถีกายา ดังนั้นอาจารย์จึงได้บัญญัติพลังเทวะสามเศียรแปดกรจำแลงกายฟ้าดินขึ้นมาอีกหนึ่งวิชา พลังเทวะนี้อาจารย์ได้ผสานทั้งสองวิชาเข้าด้วยกัน เหมาะสมที่สุดให้เจ้าได้ฝึกฝน"
"ในเวลาเดียวกัน อาจารย์จะถ่ายทอดวิชาทวนให้เจ้าอีกหนึ่งชุด และทวนอัคคีพิฆาตกรรมสวรรค์อีกหนึ่งเล่ม เพื่อช่วยเจ้าหล่อหลอมกายา เพิ่มพูนพลังรบ!"
อวี้ติ่งกล่าวเช่นนี้จบ ก็สะบัดมือใหญ่ในทันที แสงเซียนสามสายพลันพวยพุ่งออกมาตามมา
หนึ่งในนั้นร่วงหล่นลงเบื้องหน้าหน่าจา กลายเป็นทวนยาวสีแดงฉานเล่มหนึ่งไปแล้ว
ย่อมเป็นทวนอัคคีพิฆาตกรรมสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย!
นี่คือรางวัลที่ระบบคืนกลับมาในตอนที่เขาถ่ายทอดทวนสามแฉกสองคมก่อนหน้านี้
อานุภาพของมันเหนือล้ำกว่าทวนสามแฉกสองคมไปไกลนัก!
ยิ่งเหนือล้ำกว่าทวนอัคคีพิฆาตเล่มเดิมเสียอีก!
อย่างไรเสียก็ต้องใช้ทวนอยู่แล้ว อีกทั้งยังเอนเอียงไปทางอัคคีเช่นเดียวกัน อวี้ติ่งจึงตัดสินใจถ่ายทอดสิ่งนี้ให้แก่หน่าจาเสียเลย
เมื่อหน่าจารับทวนยาวเล่มนี้มา บนใบหน้าก็อดไม่ได้ที่จะเต็มไปด้วยความปีติยินดี
แม้ว่าระดับการฝึกฝนของเขาจะยังไม่สูงนัก แต่เขาก็ยังคงสัมผัสได้ว่า อานุภาพของทวนยาวเล่มนี้ เหนือล้ำกว่าผ้าไหมหุ่นเทียนและห่วงเฉียนคุนของเขาเสียอีก!
"ช่างเป็นยอดศาสตราวุธเทวะจริงๆ!"
หน่าจาอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความชื่นชม
และนอกเหนือจากทวนอัคคีพิฆาตกรรมสวรรค์เล่มนี้แล้ว แสงเซียนอีกสองสายกลับพุ่งเข้าไปในร่างกายของหน่าจาโดยตรง
สายหนึ่งคือวิชาทวน มีนามว่าเคล็ดวิชาทวนเทียนกังทั้งสามสิบหกกระบวนท่า!
อีกสายหนึ่งคือพลังเทวะ ย่อมต้องเป็นพลังเทวะสามเศียรแปดกรจำแลงกายฟ้าดิน!
เมื่อถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้แก่หน่าจาแล้ว ภายในหัวของอวี้ติ่งก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาเป็นระลอก:
[มอบทวนอัคคีพิฆาตกรรมสวรรค์ให้แก่หน่าจา กระตุ้นการคืนกลับหมื่นเท่าสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ: พลองเอกะเฉียนคุนฟ้าดิน!]
[พลองเอกะเฉียนคุนฟ้าดิน พลองเทวะศาสตราวุธหนึ่งเดียวในโลกยุคบรรพกาล ของวิเศษชิ้นนี้หาได้ด้อยไปกว่าสมบัติวิเศษต้นกำเนิด สมควรอยู่เหนือศาสตราวุธประเภทกระบองและพลองทั้งปวง!]
[มอบวิชาทวนเทียนกังให้แก่หน่าจา กระตุ้นการคืนกลับหมื่นเท่าสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ: วิชาพลองเทวะเสวียนหลิงจื้อเซิ่ง!]
[วิชาพลองเทวะเสวียนหลิงจื้อเซิ่ง วิชาพลองคล่องแคล่วพลิ้วไหว เคลื่อนไหวได้ตามใจนึก ในทุกการวาดแกว่ง ล้วนแฝงไว้ด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ สามารถผ่าเขาตัดสมุทร ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้!]
[มอบวิชาสามเศียรแปดกรจำแลงกายฟ้าดินให้แก่หน่าจา กระตุ้นการคืนกลับหมื่นเท่าสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ: กายาเจินหยวนหงเหมิง!]
[กายาเจินหยวนหงเหมิง กายาอันบริสุทธิ์ที่สุดในหงเหมิง หากหล่อเลี้ยงจนถึงขั้นความสำเร็จระดับใหญ่ จะสามารถจำลองโลกมหาพันใบแห่งหงเหมิงได้ และยังสามารถกลืนกินทำลายโลกมหาพันใบแห่งหงเหมิงได้เช่นกัน!]
......
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนเหล่านี้ อวี้ติ่งก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"สิ่งที่ข้าถ่ายทอดให้แก่หน่าจาคือวิชาทวน แต่สิ่งที่คืนกลับมาให้ข้ากลับเป็นวิชาพลอง อีกทั้งยังมีพลองเอกะอันนี้อีก นี่กะจะให้ข้ารับลิงเป็นศิษย์อีกตัวงั้นหรือ?"
"อืม เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียหน่อย?"
เมื่อคิดได้ดังนี้ อวี้ติ่งก็ลอบครุ่นคิดขึ้นมา
หากต้องการจะรับศิษย์วานรวิเศษที่เชี่ยวชาญการใช้พลองสักตัว ยามนี้ก็มีอยู่ผู้หนึ่ง:
หนึ่งในเจ็ดพี่น้องเหมยซาน วานรแขนทะลวง หยวนหง!
ทว่า
อวี้ติ่งลองคิดดูแล้ว สุดท้ายก็ล้มเลิกไป
ยามนี้มหาภัยพิบัติสถาปนาเทพได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หากเขาไปรับหยวนหงมาเป็นศิษย์ในเวลานี้ ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว หยวนหงในเวลานี้ก็ได้ฝึกฝนพลังเทวะจนสำเร็จทั่วร่างแล้ว ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องมากราบเขาเป็นอาจารย์อีก!
ยิ่งไปกว่านั้น ในวิชาแปลงกายเจ็ดสิบสองประการที่หยวนหงฝึกฝน ยังมีเงาของผู้นั้นในทิศประจิมอยู่ด้วย
เดิมทีความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้นั้นในทิศประจิมก็ไม่สู้ดีอยู่แล้ว หากเวลานี้ยังไปลูบคมอีก ก็พอดีเป็นการมอบเหตุผลให้อีกฝ่ายพลิกโต๊ะได้เลย
อวี้ติ่งย่อมไม่โง่เขลาถึงขั้นเอาตัวไปรนหาที่หรอก!
ทว่า
แม้จะกล่าวว่าหยวนหงไม่เหมาะสม แต่หลังจากยุคของหยวนหง ยังคงมีวานรวิเศษอีกตัวหนึ่งที่เหมาะสมยิ่งกว่า
"ไซอิ๋ว ซุนหงอคง... เรื่องนี้ในภายหลังคงต้องวางแผนให้ดีเสียหน่อย!"
เวลานี้ เมื่ออวี้ติ่งคิดถึงเรื่องนี้ ภายในดวงตาก็อดไม่ได้ที่จะมีประกายแสงวาบผ่าน ลอบตัดสินใจไว้ในใจแล้ว
จากนั้น เขาก็ไม่คิดให้มากความอีกต่อไป ดึงสติกลับมาในทันที
"หน่าจา อาจารย์ได้ถ่ายทอดพลังเทวะและวิชาทวนให้เจ้าแล้ว เจ้าสัมผัสได้ถึงสิ่งใดบ้าง?"
เวลานี้ อวี้ติ่งจึงได้เอ่ยถามหน่าจา
"ท่านอาจารย์ วิชาทวนยังพอนับว่าเข้าใจได้ แต่พลังเทวะนั้นยากจนเกินไป ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ ศิษย์จึงทำได้เพียงงูๆ ปลาๆ เท่านั้น"
เมื่อได้ยินอวี้ติ่งเอ่ยถามเช่นนี้ หน่าจาอดไม่ได้ที่จะเกาหัว กล่าวด้วยความไม่เข้าใจอยู่บ้าง
แม้ว่าเขาจะเป็นหลิงจูจื่อกลับชาติมาเกิด อีกทั้งยังมีปราณแห่งการรังสรรค์ของหนี่วาแฝงอยู่ พรสวรรค์ด้านความเข้าใจเป็นเลิศ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังเทวะอย่างวิชาสามเศียรแปดกรจำแลงกายฟ้าดินนี้ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็ยังยากที่จะทำความเข้าใจได้!
สำหรับเรื่องนี้ อวี้ติ่งกลับไม่ได้ประหลาดใจเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกสิ่งล้วนอยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว
ยามนี้ เขาจึงอาศัยประสบการณ์ก่อนหน้านี้ มาอธิบายเคล็ดลับในการฝึกฝนพลังเทวะสามเศียรแปดกรจำแลงกายฟ้าดินให้แก่หน่าจาฟัง
และภายใต้การอธิบายเช่นนี้ อวี้ติ่งก็ได้รับประสบการณ์จากการคืนกลับด้วยเช่นกัน
ประสบการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นของกายาเจินหยวนหงเหมิงทั้งสิ้น
ดังนั้นภายใต้การอธิบายรอบหนึ่ง ไม่เพียงแต่หน่าจาจะสามารถฝึกฝนพลังเทวะสามเศียรแปดกรจำแลงกายฟ้าดินจนสำเร็จได้แล้ว แม้กระทั่งอวี้ติ่งก็ยังคุ้นเคยกับกายาเจินหยวนหงเหมิงอีกด้วย
จากนั้น อวี้ติ่งก็ทำตามแบบเดิม อธิบายวิชาทวนเทียนกังอีกรอบหนึ่ง กระตุ้นการคืนกลับหมื่นเท่า ผลักดันวิชาพลองเสวียนหลิงไปจนถึงระดับเริ่มต้น
ภายใต้การถ่ายทอดรอบหนึ่งนี้ ไม่เพียงแค่หน่าจาจะได้รับผลเก็บเกี่ยว แม้แต่อวี้ติ่งเองก็ได้รับผลเก็บเกี่ยวไปไม่น้อยเช่นกัน
จากนั้น อวี้ติ่งก็ให้หน่าจากลับไปฝึกฝน ส่วนตนเองก็เริ่มเก็บตัวทำความเข้าใจเช่นกัน
เพราะอย่างไรเสียไม่ว่าจะเป็นกายาเจินหยวนหงเหมิง หรือรางวัลการคืนกลับที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ เขาล้วนจำเป็นต้องจัดการและทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน
และในขณะที่อวี้ติ่งและคนอื่นๆ ต่างคนต่างฝึกฝนอยู่นั้น
อีกด้านหนึ่ง เจียงซ่างและเซินกงเป้าก็ได้เดินทางมาถึงเมืองเจาเกออันเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ต้าซางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จุดประสงค์ที่พวกเขาเดินทางมาที่นี่ล้วนเหมือนกัน นั่นก็คือการตามหากษัตริย์ของมนุษย์ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนกษัตริย์ของมนุษย์ ในการสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่
ทว่าเมื่อเทียบกับเซินกงเป้าที่มุ่งหน้าไปยังพระราชวังโดยตรง เพื่อแสดงพลังเทวะให้เป็นที่ประจักษ์ และช่วยเหลือต๋าจี่ถอนกระบี่สังหารปีศาจออกไปแล้วนั้น เจียงซ่างกลับเริ่มต้นจากระดับพื้นฐาน!
เพราะท้ายที่สุดแล้วก่อนที่เขาจะตามอวี้ติ่งขึ้นเขาไป เขาก็เคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์มานานหลายสิบปี ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับทุกสิ่งบนโลกมนุษย์เป็นอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น ในโลกมนุษย์เขายังมีคนรู้จักมักคุ้นอยู่บ้าง
การลงจากเขาในครั้งนี้ เขาย่อมต้องแวะเวียนไปยังสถานที่เหล่านั้นเสียหน่อย
หลังจากนั้น เขาจึงได้เช่าร้านค้าแห่งหนึ่งในเมืองเจาเกอ เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบอาชีพทำนายดวงชะตา
แม้ว่ายามนี้ความลับสวรรค์จะเลือนราง แต่สำหรับเรื่องโชควาสนาของมนุษย์ปุถุชน เจียงซ่างยังคงสามารถทำนายออกมาได้
ดังนั้นหลังจากทำนายไปได้หลายครั้ง เขาก็นับว่าเริ่มมีชื่อเสียงในเมืองเจาเกออยู่บ้าง
ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงของเขาจะถูกกล่าวขานไปตามตรอกซอกซอยเท่านั้น แม้กระทั่งเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่อย่างปี่กานและซางหรงก็ยังเคยได้ยินมาบ้าง
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เจียงซ่างก็นับว่ามีกิจการเจริญรุ่งเรืองในเมืองเจาเกอ
เมื่อชื่อเสียงขจรขจายออกไป ที่นี่ของเขาก็ได้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนในวังขึ้นมาเช่นกัน
และในวันนี้นี่เอง
นางกำนัลสองคนก็ได้ลอบออกจากวังอย่างเงียบๆ จากนั้นจึงจำแลงกายเป็นสตรีรูปงาม มุ่งหน้ามายังหอทำนายดวงชะตาของเจียงซ่างแล้ว
......