เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 การยอมจำนนของไป๋เยว่

บทที่ 41 การยอมจำนนของไป๋เยว่

บทที่ 41 การยอมจำนนของไป๋เยว่


บทที่ 41 การยอมจำนนของไป๋เยว่

ไป๋เยว่อดทนอดกลั้นมาตลอด

ตอนนี้อารมณ์ในใจของนางไม่ใช่แค่ความเกลียดชังเซียวอวี่เท่านั้น แต่ยังมีความโกรธแค้นต่อเสิ่นเมิ่งหยาและเย่จื่อโหรวอีกด้วย

นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมลูกศิษย์ที่นางอุตส่าห์ฟูมฟักมาถึงได้ทรยศนาง

ความจริงแล้วมีเรื่องหนึ่งที่นางยังไม่เข้าใจ ทำไมวันนั้นเย่จื่อโหรวถึงเรียกนางไปที่บ้านของเด็กสาวที่ชื่ออาเซียงบนภูเขาเจียงหลิว

ยังบอกอีกว่าได้เบาะแสสำคัญที่จะเอาชนะนิกายสราญรมย์ได้

นางก็เลยหลงเชื่อตามไป

แต่ใครจะไปรู้ว่าวันนั้น หลังจากที่พวกนางฆ่าเซียวอวี่กับอาเซียงแล้ว

เจ้าสำนักนิกายสราญรมย์กับภรรยาก็โผล่มาพร้อมกัน

แค่เผลอเหม่อไปชั่วครู่ นางก็ตกเป็นรองเสียแล้ว

วันนั้นมันคือกับดัก เป็นกับดักที่มุ่งเป้ามาที่นางโดยเฉพาะ

ตะเกียงวิญญาณของนางยังไม่ดับแท้ๆ ทำไมอาจารย์ของนางถึงยังไม่มาช่วยเสียที?

หรือว่าตะเกียงวิญญาณจะอยู่ในมือศิษย์น้องของนางอย่างที่เซียวอวี่บอกจริงๆ

เดาว่าท่านอาจารย์คงกำลังเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิง (ก่อกำเนิดวิญญาณ) บางทีก็เก็บตัวบำเพ็ญเพียรเป็นปีๆ หรือบางทีก็เป็นสิบๆ ปี

แล้วนางควรจะทำยังไงดี...

เซียวอวี่มองไป๋เยว่ที่ร้องไห้น้ำตานองหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน "จะร้องไห้หาแม่เจ้าหรือไง? ทำให้ข้าหมดอารมณ์หมด! เจ้าคิดว่าข้าดูไม่ออกรึว่าเจ้ายังไม่สำนึกผิดจริงๆ?"

"ผู้หญิงที่อยู่มาเป็นร้อยๆ ปี ไม่เคยเห็นค่าชีวิตคนอื่นอย่างเจ้า มาร้องไห้บีบน้ำตาแบบนี้มันทุเรศ!"

เซียวอวี่พูดจบก็ตบหน้าไปอีกฉาด

ไป๋เยว่ถูกตบจนล้มลงไปกองกับพื้น นางเอามือกุมแก้มร้องไห้สะอึกสะอื้น

เซียวอวี่แค่นเสียงหัวเราะเยาะ "เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะสงสารหรอกนะ? แล้วใครสงสารอาเซียงบ้าง? ครอบครัวพวกนางไปทำอะไรให้เจ้า? เจ้าจำได้ไหมว่าตอนที่สั่งให้เย่จื่อโหรวฆ่าล้างครอบครัวนาง เจ้าพูดว่ายังไง?"

"พวกเราเป็นถึงสำนักฝ่ายธรรมะ จะมาเสียการใหญ่เพราะชีวิตคนธรรมดาแค่คนสองคนไม่ได้!"

"วันนี้เจ้าฆ่าสอง พรุ่งนี้มันฆ่าสาม สรุปคือคนธรรมดาสมควรตายงั้นรึ? ชีวิตคนชั้นล่างไม่ใช่ชีวิตรึไง? ชีวิตของพวกมดปลวกไม่ใช่ชีวิตรึไง?"

จู่ๆ ไป๋เยว่ก็ร้องไห้ฟูมฟายออกมาอย่างคนเสียสติ "ข้าผิดไปแล้ว... ฮือๆ... ข้าผิดไปแล้วจริงๆ! ข้าผิดไปแล้ว..."

เซียวอวี่ก็ยังคงเฉยเมย

เพราะไป๋เยว่เอาแต่ร้องไห้ ค่าพิพากษาไม่ขยับเลยสักนิด

ผู้หญิงที่เคยกุมอำนาจมายาวนานแบบนี้ จะยอมรับผิดจากใจจริงได้ยังไงกัน

นางก็แค่ไม่อยากทนทุกข์ทรมานอีกแล้วก็เท่านั้นแหละ

"เจ้าร้องไห้เพราะเจ้าคิดว่าตัวเองถูกรังแก เจ้าร้องไห้เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่มีใครมาช่วยเจ้า! เจ้าร้องไห้เพราะเมื่อก่อนเจ้าเคยเป็นถึงเจ้าสำนักหยกบริสุทธิ์ที่สูงส่ง แต่ตอนนี้กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้!"

"เจ้าไม่ได้สำนึกผิดหรอก เจ้าแค่กลัวต่างหาก! ดูท่าจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการพิพากษาซะแล้วสิ..."

พอไป๋เยว่ได้ยินประโยคนี้ ก็ตกใจจนร้องเสียงหลง "ข้าจะบอกทุกอย่าง! ข้าจะบอกทุกอย่าง!"

"ข้าจะบอกความลับทั้งหมดของสำนักหยกบริสุทธิ์ให้เจ้าฟัง ถึงเย่จื่อโหรวจะอยู่ขั้นจู้จี (สร้างรากฐาน) แต่นางมีน้องสาวที่โตมาด้วยกันชื่อเย่จื่อเม่ย!"

"พวกนางเข้าสำนักหยกบริสุทธิ์มาพร้อมกัน น้องสาวนางน่าจะอยู่แค่ขั้นเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) ระดับกลาง..."

"ใต้สำนักหยกบริสุทธิ์มีชีพจรวิญญาณอยู่สายหนึ่ง เสิ่นเมิ่งหยาต้องเล็งชีพจรวิญญาณนั่นไว้แน่ๆ!"

เซียวอวี่เอามือเท้าคาง

ชีพจรวิญญาณ...

ตั้งแต่เขาทะลุมิติมา เขายังไม่เคยเห็นของพรรค์นั้นเลย

ดูเหมือนว่าสำนักหลักของนิกายสราญรมย์จะมีชีพจรวิญญาณเล็กๆ อยู่สายหนึ่ง ซึ่งถูกเจ้าสำนักยึดครองไว้แต่เพียงผู้เดียว

ถ้ำบำเพ็ญเพียรของผู้อาวุโสทุกคนต่างก็สร้างล้อมรอบชีพจรวิญญาณสายนั้น

เพราะการบำเพ็ญเพียรใกล้ๆ ชีพจรวิญญาณจะได้ผลลัพธ์เป็นทวีคูณ

ถึงแม้ไป๋เยว่จะพูดออกมาแบบนี้ แต่เขาก็ไม่เชื่อหรอก

เขาจึงหันไปมองฮวาเหลียน ฮวาเหลียนรีบตอบทันที "เหมือนว่าน้องสาวของศิษย์พี่เย่จื่อโหรวจะอยู่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับปลายนะเจ้าคะ ในสำนักมีชีพจรวิญญาณอยู่จริงๆ เจ้าค่ะนายท่าน แต่มีแค่เฉพาะบางคนเท่านั้นที่จะผ่านค่ายกลป้องกันเข้าไปได้!"

"ข้าก็เข้าไปได้นะเจ้าคะ!"

เมื่อไป๋เยว่ได้ยินฮวาเหลียนบอกความลับออกมาจนหมดเปลือก นางก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก

ภายในใจเริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง...

ความรู้สึกแปลกประหลาดต่างๆ นานาเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

นางรู้ดีว่าตอนนี้นางกลับไปไม่ได้อีกแล้ว

แต่นางก็ยังไม่ยินยอม นางเป็นถึงเจ้าสำนักหยกบริสุทธิ์เชียวนะ

กำลังจะก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนอิงอยู่รอมร่อ แต่กลับต้องมาหมดอนาคตบนเส้นทางเซียนแบบนี้...

นางไม่ยอมจริงๆ...

เมื่อสัมผัสได้ถึงมือของเซียวอวี่ที่ยื่นเข้ามา ไป๋เยว่ก็กอดมือของเขาไว้แน่นแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น "ข้า... ข้าผิดไปแล้ว... ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ... ฮือๆ ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว..."

"ข้าอยากจะชิงสำนักกลับคืนมา... ข้าอยากจะแก้แค้น..."

[ค่าพิพากษาของไป๋เยว่เพิ่มขึ้นเป็น 34%]

[ค่าพิพากษาของไป๋เยว่เพิ่มขึ้นเป็น 37%]

ไป๋เยว่ร้องไห้ฟูมฟายราวกับคนเสียสติ "ข้าเจ็บใจจริงๆ... นายท่าน ต่อไปนี้ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว จะไม่ฆ่าคนบริสุทธิ์มั่วซั่วอีกแล้ว ขอให้เยว่เอ๋อร์ได้บำเพ็ญเพียรต่อเถอะนะ..."

"ข้าอยากชิงสำนักกลับคืนมา..."

[ค่าพิพากษาของไป๋เยว่เพิ่มขึ้นเป็น 40%]

ถ้าเป็นเซียวอวี่คนก่อน เขาคงใจอ่อนกับท่าทางของนางไปแล้ว

ไป๋เยว่ในตอนนี้ถึงแม้จะพอรู้ว่าตัวเองทำผิดตรงไหน แต่เห็นได้ชัดว่ายังไม่ได้สำนึกผิดจากใจจริง

ก็เหมือนกับการพยายามเกลี้ยกล่อมคนแก่หัวดื้ออายุแปดเก้าสิบปีที่ฝังหัวกับความคิดเดิมๆ มาตลอดชีวิตนั่นแหละ พอได้ยินอะไรที่ไม่เข้าหูก็จะโมโห

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงไป๋เยว่ที่อยู่มาเป็นร้อยๆ ปีเลย

เซียวอวี่มองท่าทางฟูมฟายของนางแล้วลูบคาง

ในเมื่ออีกฝ่ายเริ่มสำนึกผิดบ้างแล้ว ก็ต้องให้รางวัลสักหน่อย

คงถึงเวลาต้องวาดวิมานในอากาศให้ไป๋เยว่บ้างแล้วสินะ

"อืม... จะช่วยให้เจ้าบำเพ็ญเพียรต่อก็ได้ จะรักษาตาให้เจ้าด้วยก็ได้ แต่ทั้งหมดนี่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของเจ้าแล้วนะ!"

ไป๋เยว่ถอนหายใจยาว "เยว่เอ๋อร์... จะทำอย่างสุดความสามารถ..."

เซียวอวี่ยกยิ้มมุมปาก "ขอแค่เจ้ายอมรับผิดจากใจจริง ข้าก็จะช่วยเจ้าบำเพ็ญเพียร แถมยังจะช่วยเจ้าแก้แค้น และช่วยชิงสำนักกลับคืนมาด้วย!"

ไป๋เยว่กำหมัดแน่น "เยว่เอ๋อร์อยาก... แล้วแต่นายท่านจะบัญชาเลยเจ้าค่ะ!"

"นายท่าน น้องสาวของเย่จื่อโหรวชอบหลอกเอาหินวิญญาณจากผู้บำเพ็ญเพียรชายคนอื่นๆ เรื่องนี้ข้ารู้ดีเจ้าค่ะ! ถ้านางอยู่ในเมืองเจียงหลิวล่ะก็ นางต้องไปปะปนอยู่กับพวกผู้บำเพ็ญเพียรสำนักเสวียนหลิงแน่ๆ!"

"เยว่เอ๋อร์ขอสาบานว่า หากนายท่านช่วยเยว่เอ๋อร์ล้างแค้นได้ ชาตินี้เยว่เอ๋อร์จะไม่มีวันทรยศนายท่านเด็ดขาด"

"ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ... เยว่เอ๋อร์ก็ยอมตายถวายชีวิต!"

[ค่าพิพากษาของไป๋เยว่เพิ่มขึ้นเป็น 42%]

เซียวอวี่ตบไหล่นางเบาๆ "อืม ขอแค่ฟังสบายๆ แล้วยอมรับการพิพากษา เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา เอาล่ะ มืดแล้ว พรุ่งนี้เช้าข้ายังต้องไปวัดหลิงกวงอีก"

ไป๋เยว่ถอนหายใจยาว ราวกับได้ค้นพบความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกครั้ง

ขอเพียงได้ทวงทุกอย่างของนางคืนมา เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญแล้ว

นางจะไม่มีวันยอมให้พวกแพศยานั่นมายืนหัวเราะเยาะบนหัวนางเด็ดขาด

ตายก็ไม่ยอม!!!

ดูเหมือนตอนนี้นางจะเริ่มยอมจำนนจริงๆ แล้ว

เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองฆ่าคนบริสุทธิ์ไปตั้งมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีจุดจบแบบนี้

ถ้าผู้หญิงอย่างนางถูกเรียกว่านางมารร้าย แล้วบนโลกใบนี้จะมีคนดีสักกี่คนกันเชียว...

อาจารย์ของนาง หรือแม้แต่ศิษย์น้องของนาง ก็ฆ่าคนไปเยอะกว่านางเสียอีก

ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงแห่งตำหนักเทพธิดาถึงกับเอาคนธรรมดาไปทำเป็นหุ่นเชิดมนุษย์ด้วยซ้ำ

เพราะในสายตาของผู้มีอำนาจ ชีวิตของพวกมดปลวกก็ไร้ค่าดั่งฝุ่นผง

ในขณะเดียวกัน เซียวอวี่ก็กลับออกมาที่ลานบ้านร้างข้างนอก และปล่อยหานชิวสุ่ยออกมา เขากำลังจัดเตรียมอาหารมากมายไว้บนโต๊ะ

หานชิวสุ่ยหน้าแดงเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ

เดี๋ยวก็คงต้องรักษาโรคอีกแล้วสินะ

จบบทที่ บทที่ 41 การยอมจำนนของไป๋เยว่

คัดลอกลิงก์แล้ว