เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ข้าน้อยจะมีหน้าอะไรมาพูดคำว่าน้อยใจอีกเล่า

บทที่ 17 ข้าน้อยจะมีหน้าอะไรมาพูดคำว่าน้อยใจอีกเล่า

บทที่ 17 ข้าน้อยจะมีหน้าอะไรมาพูดคำว่าน้อยใจอีกเล่า


บทที่ 17 ข้าน้อยจะมีหน้าอะไรมาพูดคำว่าน้อยใจอีกเล่า

จ้าวหงเยี่ยที่นอนอยู่บนเตียงได้ยินดังนั้นก็กระโดดลุกขึ้นมาทันที นางตั้งท่าเตรียมพร้อมโจมตีด้วยความตื่นเต้น

มองดูเซียวอวี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด "ชิงอวิ๋น พวกเจ้ารีบมานี่เร็ว!! เขาเป็นคนของพรรคมาร! อย่าให้เขาหลอกเอาได้นะ!"

จากนั้นจ้าวหงเยี่ยก็หันไปมองเซียวอวี่ด้วยแววตาหวาดผวา สายตากวาดมองไปรอบๆ

อีกฝ่ายอยู่ขั้นเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) ระดับหนึ่ง มีอาวุธวิเศษ แถมบนฟ้ายังมีหุ่นเชิดอีก

รับมือยากแน่ ตอนนี้นางไม่มีอะไรเลย พลังเวทก็เหือดแห้ง เอาตัวเองยังแทบไม่รอด...

เซียวอวี่มองท่าทางของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกขบขัน

ถึงจ้าวหงเยี่ยคนนี้จะไม่ได้สวยยั่วยวนเท่าฮวาเหลียนกับไป๋เยว่ แต่นางก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นหญิงสาวผู้ผดุงความยุติธรรม

ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เอาตัวเองยังไม่รอดแบบนี้ ยังอุตส่าห์นึกถึงคนธรรมดาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันอีกตั้งสามคน?

หลี่ชิงอวิ๋นเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าไปพูดว่า "ผู้อาวุโสจ้าว คุณชายท่านนี้เพิ่งช่วยพวกเราไว้เจ้าค่ะ... ไม่ได้ทำร้ายพวกเราเลย แผลของท่านก็เป็นเพราะยาของเขานะเจ้าคะ... คุณชายท่านนี้คือผู้มีพระคุณของพวกเราเจ้าค่ะ..."

หวงเซียงกับจางหลานก็พูดสนับสนุน "ใช่แล้ว ท่านผู้มีพระคุณเป็นคนปล่อยพวกเราออกมาจริงๆ..."

จ้าวหงเยี่ยหดคอลงตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็พูดตะกุกตะกัก "เจ้า... เจ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ มีอะไรก็มาลงที่ข้าสิ อย่าไปรังแกพวกนาง!"

ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ เซียวอวี่ก็เดินเข้าไปใกล้ ยกมือขึ้นปล่อยผักและเสื้อผ้ากองโตออกมา "ข้าช่วยชีวิตพวกเจ้าไว้ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พวกเจ้าคือสาวใช้ของข้า!"

"ต่อไปนี้มีหน้าที่ซักผักทำกับข้าว ปลูกสมุนไพรอยู่ที่ห้องปรุงยานี่แหละ!"

"อย่าคิดหนีเชียวล่ะ ที่นี่คือนิกายสราญรมย์ ออกไปจากเขตของข้าเมื่อไหร่ พวกเจ้าไม่มีจุดจบที่ดีแน่ ข้างนอกนั่นยังรบกันอยู่เลย!"

"ส่วนแม่นางเมื่อกี้ที่บอกว่าอยากกลับไปส่งข่าวที่บ้าน ก็รอก่อนแล้วกัน ตอนนี้ไปเมืองเจียงหลิวไม่ได้หรอก ไว้ปลอดภัยเมื่อไหร่ ข้าจะเข้าเมืองไปสักรอบก็ยังได้"

จ้าวหงเยี่ยเห็นผักและเสื้อผ้าตรงหน้า ก็กลืนน้ำลายลงคอตามสัญชาตญาณ

จางหลานเห็นดังนั้นก็รีบพาลูกสาวโขกศีรษะ "ขอบพระคุณท่านผู้มีพระคุณ! ขอบพระคุณท่านผู้มีพระคุณ!!! เซียงเอ๋อร์ รีบไปก่อไฟเร็ว!"

หลี่ชิงอวิ๋นมองเซียวอวี่อย่างประหม่า จากนั้นก็หันไปมองจ้าวหงเยี่ย

เซียวอวี่จ้องจ้าวหงเยี่ยตาไม่กะพริบ "ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้ เจ้าจะตอบแทนยังไงดี? ถ้าข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าออกมา คาดว่าไม่เกินสามวันพวกเจ้าก็คงตายกันหมดแล้ว"

จ้าวหงเยี่ยกำหมัดแน่นตามสัญชาตญาณ "ข้า... ข้า..."

เซียวอวี่เห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปอุ้มนางขึ้นมา ทำเอาจ้าวหงเยี่ยตกใจร้องเสียงหลง

หลี่ชิงอวิ๋นรีบเข้าไปอ้อนวอน "ท่านผู้มีพระคุณ... ท่านผู้มีพระคุณ ข้าน้อยยินดีปรนนิบัติรับใช้ท่านผู้มีพระคุณแทนเจ้าค่ะ ร่างกายของผู้อาวุโสจ้าวหงเยี่ยยังไม่แข็งแรง... นางคอยปกป้องพวกเราอยู่ในน้ำเต้ามาตลอด ขอร้องท่านผู้มีพระคุณ... ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ..."

เซียวอวี่เห็นดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ

ถ้าวัดกันที่หน้าตา หลี่ชิงอวิ๋นถือว่าสวยที่สุดในบรรดาผู้หญิงทั้งสี่คนเลยทีเดียว

ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสาวน้อยที่สดใสน่ารัก แถมยังสง่างาม ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกหลานบ้านรวย

ดรุณีแรกรุ่นรูปโฉมงดงาม คิ้วดั่งภาพวาด

ดวงตาคู่สวยดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ทอดสายตาแต่ละที ล้วนเปล่งประกายเจิดจ้า

เส้นผมดำขลับสลวย ปลิวไสวไปตามสายลม ราวกับน้ำตกที่ไหลริน

หลี่ชิงอวิ๋น

เซียวอวี่ใช้มือข้างเดียวโอบกอดนางไว้พลางพูด "เจ้าฉลาดดีนี่ เจ้าอยากจะตอบแทนบุญคุณที่จ้าวหงเยี่ยช่วยชีวิตพวกเจ้ามาหลายวันใช่ไหมล่ะ?"

"แต่ในเมื่อเจ้ายินดีจะอยู่กับข้า ข้าก็จะไม่เอาเปรียบเจ้า ต่อไปนี้งานบ้านทั้งหมดในห้องปรุงยาแห่งนี้ ข้ายกให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน!"

"เจ้าเป็นลูกหลานขุนนางงั้นรึ?"

หลี่ชิงอวิ๋นส่ายหน้า "ข้าน้อยเป็นคนของจวนตระกูลหลี่ในเมืองเจียงหลิวเจ้าค่ะ ทางบ้านทำมาค้าขาย ตอนเด็กๆ ก็เลยพอจะได้เรียนหนังสือมาบ้าง"

เซียวอวี่ยกยิ้มมุมปาก "เจ้ายอมมอบตัวให้ข้าแบบนี้ ในใจไม่รู้สึกน้อยใจบ้างรึ?"

หลี่ชิงอวิ๋นได้ยินดังนั้น ก็ตกใจจนหัวใจกระตุก ยืนอึ้งไปถึงสามวินาที

ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างเศร้าสร้อย "เดิมทีก็เป็นคนที่กำลังจะตายอยู่แล้ว... ชีวิตนี้ก็เป็นท่านผู้มีพระคุณช่วยไว้ ข้าน้อยจะมีหน้าอะไรมาพูดคำว่าน้อยใจอีกเล่า..."

หลังจากจัดการหลี่ชิงอวิ๋นเรียบร้อยแล้ว เซียวอวี่ก็หันไปมองห้องพิพากษาอีกครั้ง

ฮวาเหลียนตื่นแล้ว นางกำลังมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางน่าสงสาร

ถ้าอยากจะปรุงยาให้ได้หนึ่งพันเม็ดภายในหนึ่งเดือน เขาต้องเริ่มจากฮวาเหลียนคนนี้นี่แหละ

ถ้าไม่มีส่ง ผู้อาวุโสจางจื่อหลิงต้องไม่พอใจแน่ๆ

ตอนนี้เขาอยู่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับหนึ่งแล้ว หมายความว่าเขาสามารถฝากตัวเป็นศิษย์นางได้แล้วสินะ?

คราวนี้เขาจะบอกว่ากินยาที่ผู้อาวุโสอูทิ้งไว้ ก็เลยโชคดีทะลวงด่านได้

ส่วนเดือนต่อไป เขาก็ต้องวางแผนให้ดีแล้วล่ะ

ต้องทำให้ฮวาเหลียนยอมสยบอย่างราบคาบ แล้วก็ต้องให้นางปรุงยาออกมาให้ได้หนึ่งพันเม็ดด้วย

ในระหว่างนี้ก็ต้องจัดการจ้าวหงเยี่ย จางหลาน และหวงเซียงไปด้วย

ถึงยังไงก็มีรากปราณกันหมด แถมเขาก็มีกายาเทพเก้าสุริยันกับเคล็ดวิชาสราญรมย์บรมสุข ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของพวกนางก็ไม่ใช่ปัญหาแน่นอน

เพื่อความปลอดภัย ยังไงก็ต้องเรียนรู้วิชาลงทัณฑ์วิญญาณเอาไว้ด้วย ถ้าเกิดพวกนางคิดจะทรยศเขาเมื่อไหร่ ก็จะได้ตายๆ ไปซะ

เซียวอวี่จำได้ลางๆ ว่าก่อนหน้านี้ในถุงเก็บของของผู้อาวุโสอูเหมือนจะมี 'เคล็ดวิชายืมชีวิตหยินหยาง' อยู่ด้วย

ตอนนั้นเขาก็เลยไปค้นหาดู

เคล็ดวิชายืมชีวิตเล่มนี้แตกต่างจากวิชาสราญรมย์ เพราะมันมีแต่พวกวิชาชั่วร้ายนอกรีตทั้งนั้น

เซียวอวี่ค้นไปเรื่อยๆ ไม่นานเขาก็เจอวิชาลับที่มีใบไม้คั่นอยู่

[อาคมโลหิตผนึกวิญญาณ]

ผู้ร่ายอาคมจะต้องใช้เลือดจากหัวใจป้อนให้ทาสรับใช้ เพื่อสลักอาคมลงบนวิญญาณของอีกฝ่าย

ป้อนหนึ่งครั้งตอนกลางวันในช่วงที่พลังหยางเข้มข้นที่สุด และอีกหนึ่งครั้งตอนกลางคืนในช่วงที่พลังหยินเข้มข้นที่สุด!

หลังจากป้อนติดต่อกันเจ็ดวันเจ็ดคืน วิญญาณของผู้ถูกป้อนก็จะถูกสลักอาคม ผู้ร่ายอาคมจะสามารถควบคุมพฤติกรรมและจิตใจของอีกฝ่ายได้!

ข้อควรระวัง: ห้ามผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่าใช้กับผู้ที่มีระดับพลังสูงกว่าเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกพลังสะท้อนกลับ!

เซียวอวี่อดไม่ได้ที่จะหันไปมองฮวาเหลียนที่อยู่ในห้องพิพากษา

คาดว่าอาคมโลหิตผนึกวิญญาณนี้น่าจะใช้กับนางมารร้ายไม่ได้ เพราะระบบต้องการให้พวกนางสำนึกผิดด้วยตัวเอง

เมื่อมองผู้หญิงหลายคนที่กำลังซักผ้าทำกับข้าวอยู่ข้างนอก เซียวอวี่ก็กำหมัดแน่น

งั้นก็เริ่มจากพวกนางนี่แหละ

ถึงจะเป็นผู้หญิงดีๆ ก็ประมาทไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่าหลี่ชิงอวิ๋นที่เป็นคนดีขนาดนี้ อาจจะหาทางเล่นงานเขาเพื่อช่วยสองแม่ลูกจางหลานก็ได้?

ในโลกบัดซบนี่ เขาไม่อยากจะสนหรอกนะไอ้คุณธรรมน้ำมิตรบ้าบออะไรนั่น ชีวิตตัวเองสำคัญที่สุด!

ขณะที่เซียวอวี่กำลังคิดว่าจะลงอาคมวิญญาณใส่พวกนางยังไงดี ระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[ตรวจพบว่าห้องพิพากษาห้องที่สองยังไม่ได้เริ่มทำการพิพากษา ขอโฮสต์โปรดเลือกโหมดการพิพากษา!]

[ต้องเริ่มทำการพิพากษาก่อน จึงจะได้รับรางวัลจากการพิพากษานางมารร้ายคนที่สอง!]

[โฮสต์สามารถใช้โหมดกำหนดเองเพื่อเพิ่มค่าพิพากษาได้]

ถ้าระบบไม่เตือน เซียวอวี่ก็ลืมไปเลย ตอนนี้ฮวาเหลียนถูกเก็บเข้ามาแล้ว แต่เขายังไม่ได้กดรับรางวัลเลยนี่นา

เซียวอวี่มองตัวเลือกทั้งสองข้อแล้วยกยิ้มมุมปาก "งั้นก็เลือกโหมดกำหนดเองก็แล้วกัน!"

วินาทีต่อมา เขาก็เข้าไปในห้องพิพากษาห้องที่ 2

เขามองเครื่องทรมานตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก

พอฮวาเหลียนเห็นเซียวอวี่ นางก็เริ่มลนลานอีกครั้ง "เจ้า... เจ้าตั้งใจจะขังข้าไปถึงเมื่อไหร่? แล้วท่านอาจารย์ของข้าล่ะ?"

"เจ้าต้องการอะไรกันแน่?"

เซียวอวี่หัวเราะเบาๆ "อะไรกัน? เมื่อวานเจ้ายังไม่ได้ทำหน้าแบบนี้นี่นา นอนหลับไปตื่นนึงก็คิดจะหนีอีกแล้วรึ? ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองสินะเหลียนเอ๋อร์~"

ฮวาเหลียนเริ่มหวาดกลัว "เจ้า... เจ้าอย่าเข้ามานะ... ถ้าเจ้าเข้ามาข้าจะฆ่าตัวตายให้ดู!!!"

เซียวอวี่ยกยิ้มมุมปาก "ดูเหมือนว่าเรื่องเมื่อวานจะพอได้ผลอยู่บ้างนะ ตอนนี้เจ้าไม่ด่าข้าแล้ว เปลี่ยนมาขู่ข้าแทน หรือว่าข้าดีกับเจ้าไม่พองั้นรึ? ไม่ต้องกลัวน่า~ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ออกไปจากห้องนี้อีกแล้ว ข้าจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจ้าตลอดไปเลย!"

……

[ทำภารกิจสำเร็จ ได้รับห้องพิพากษาห้องที่ 3 เป็นรางวัล!]

[ได้รับรางวัลอาวุธวิเศษระดับสุดยอด: แผนภูมิหมื่นบุปผาพันสราญ!]

จบบทที่ บทที่ 17 ข้าน้อยจะมีหน้าอะไรมาพูดคำว่าน้อยใจอีกเล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว