- หน้าแรก
- นางเซียนไร้เมตตา เช่นนั้นก็จงกลายเป็นเตาหลอมซะเถอะ
- บทที่ 3 ภารกิจสำนัก
บทที่ 3 ภารกิจสำนัก
บทที่ 3 ภารกิจสำนัก
บทที่ 3 ภารกิจสำนัก
เซียวอวี่มองไป๋เยว่ที่ด่าทอไม่หยุดพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เยี่ยจื่อโหรวนังสารเลวนั่นอยู่ที่ไหน?"
ไป๋เยว่ถลึงตาใส่ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนต้องด่ากราด "แกมันไร้ยางอาย!!! ถึงกับกล้าเอาข้ามา..."
"แกคือมดปลวกสมควรตายเมื่อวานนี้งั้นหรือ? ทำไมแกยังไม่ตายอีก?"
"ไอ้สวะ ไอ้คนไร้น้ำยา!! แกอย่ารอให้ข้าฟื้นพลังเวทกลับมาได้เชียวนะ ไม่อย่างนั้นข้าจะสับแกเป็นหมื่นๆ ชิ้นแน่!"
[หนึ่งชั่วยามต่อมา]
เซียวอวี่ก็กลับออกมาข้างนอกด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า
ตอนนี้อย่าเพิ่งไปเสียเวลากับอีกฝ่ายเลยดีกว่า
เขาต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ถึงแม้ตอนนี้จะอยู่ขั้นชำระกายาระดับเจ็ดแล้วก็ตาม
แต่ศิษย์พี่เหมยคนนั้นอยู่ขั้นเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) คาดว่าคงจะมาตามหาเขาอีกแน่!
ยังไม่ทันที่เขาจะเก็บข้าวของเครื่องใช้ในที่พัก
เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกบ้านเสียแล้ว
หน้าของเซียวอวี่ซีดเผือดลงทันที
ศิษย์พี่เหมยมาจริงๆ ด้วย!
แถมยังพายายแก่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสองมาด้วยอีกคน เห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวมาอย่างดี!
ตอนนั้นเองเขาก็กระโดดหนีออกทางหน้าต่างหลังบ้านไป
วิ่งไปพลางเปลี่ยนชุดไปพลาง จากนั้นก็หาผ้ามาปิดหน้า
หันหลังกลับแล้วเดินตรงไปยังยามเฝ้าประตู
เมื่อไปถึงเขาก็ประสานมือคารวะด้วยความตื่นตระหนก "ศิษย์พี่ทั้งสอง... ศิษย์น้องถูกศิษย์พี่เหมยตามฆ่า... ขอความกรุณาปล่อยข้าไปได้หรือไม่? ข้าน้อยรับรองว่าจะกลับมาก่อนยามจื่อ (23.00-01.00 น.) แน่นอน!"
หัวหน้ายามยิ้มเยาะอย่างรู้ทัน "ไอ้หนู แกคงไม่ได้คิดจะแอบลงเขากระมัง? ตอนนี้พวกสุนัขรับใช้ฝ่ายธรรมะกำลังกลุ้มใจที่จับพวกเราไม่ได้อยู่นะเว้ย!"
"ถ้าอยากจะออกไป อย่างน้อยก็ต้องรออีกสามเดือน! ข้าไม่สนหรอกว่าศิษย์พี่เหมยหรือศิษย์พี่ฮวาหน้าไหนทั้งนั้น!"
เมื่อเห็นว่าออกไปไม่ได้ เซียวอวี่ก็หันหลังเดินกลับ
ดูเหมือนว่าถ้าอยากจะหนีออกไปในวันนี้ คงต้องใช้วิธีรับภารกิจของสำนักเพื่อออกไปเท่านั้น
แต่ก็เสี่ยงเกินไป จุดทำภารกิจหลายแห่งมักมีคนของฝ่ายธรรมะปรากฏตัว
ทำไม่ดีอาจจะสิ้นชื่อเอาได้
การรับภารกิจก็ต้องไปจับกลุ่มกับคนอื่น จะออกไปคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด
ยังไงก็ค่อนข้างยุ่งยากอยู่ดี!
เมื่อมาถึงหน้าป้ายประกาศ เซียวอวี่ก็ถอนหายใจออกมาช้าๆ
บนป้ายมีภารกิจและคำร้องขอแปะไว้ไม่น้อย
ด้านข้างยังมีผู้บำเพ็ญเพียรของนิกายสราญรมย์อีกหลายคนยืนดูอยู่
เซียวอวี่จึงเดินเข้าไปดูด้วย
[รับซื้อสัตว์วิเศษ] ต้องการรับซื้อนกอมหงส์ระดับหนึ่งหนึ่งตัว รางวัลคือผงสราญรมย์ระดับสองหนึ่งขวด และอาวุธวิเศษระดับรองหนึ่งชิ้น
[เก็บสมุนไพร] ไปที่เขาเจียงหลิวเพื่อเก็บหญ้าอายุห้าสิบปีสิบต้น ไม่จำกัดสายพันธุ์ สามารถรับยามนุษย์ได้หนึ่งเม็ด
[ภารกิจสำนัก] สังหารผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะสามคน สามารถเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายในได้
[รับสมัครคู่บำเพ็ญ] ศิษย์พี่หญิงฮวาอายุเจ็ดสิบปี ขั้นเลี่ยนชี่ ต้องการรับสมัครคู่บำเพ็ญเพียรหนุ่มอายุสิบแปดปี ไม่จำกัดเพศ หากไม่จริงใจโปรดอย่ารบกวน
ขณะที่เซียวอวี่กำลังตรวจดูอยู่นั้น
ไป๋เยว่ในห้องพิพากษาก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลงอย่างช้าๆ
เมื่อนึกถึงลูกศิษย์ของนางที่ถูกฆ่าตาย
แววตาของไป๋เยว่ก็มืดมนลงไปอีกหลายส่วน
ต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้
ไอ้โง่ขั้นชำระกายานี่ก็เป็นแค่เด็กรุ่นหลังอายุราวๆ ยี่สิบปีเท่านั้น
จะด่าต่อไม่ได้แล้ว...
ขืนด่าต่อเดี๋ยวเสียงนางก็แหบอีก
ไป๋เยว่ถอนหายใจช้าๆ พรหมจรรย์ก็เสียไปแล้ว
เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว
นางต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ต้องหาทางหนีไปให้ได้!
แค่ฆ่าไอ้สวะนี่ทิ้ง ก็ไม่มีใครรู้แล้วว่านางเคยพัวพันกับคนพรรคมาร?
นางต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ "สหายนักพรต... เมื่อครู่ข้าพูดจารุนแรงไปหน่อย สำนักถูกทำลาย ข้าเคียดแค้นยากจะทำใจยอมรับได้จริงๆ..."
"ข้าดูออกว่าสหายนักพรตก็เป็นคนมีเมตตา จะพากลับออกไปด้วยได้หรือไม่? เพียงแค่ข้าได้กลับไปยังเขตแดนของฝ่ายธรรมะ ข้าจะยกย่องสหายนักพรตเป็นแขกคนสำคัญอย่างแน่นอน!"
เซียวอวี่ย่อมรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หวังดี
นางยังกล้ามาหลอกเขาอีกหรือ?
เดี๋ยวสิ ผู้หญิงคนนี้โตมาด้วยนมยี่ห้อซานลู่หรือไง (นมอื้อฉาวที่เคยมีสารเมลามีนปนเปื้อนในจีน)
ปัญญาอ่อนรึเปล่าเนี่ย?
อยากจะเล่นใช่ไหม?
ได้สิ มาค่อยๆ เล่นกันเถอะ~
"เยี่ยจื่อโหรวฆ่าอาเซียงสหายของข้า ถ้าอยากมีชีวิตรอดก็จงบอกมาว่านางอยู่ที่ไหน!"
เมื่อไป๋เยว่ได้ยิน น้ำเสียงของนางก็อ่อนโยนลงมากกะทันหัน "สหายตัวน้อย... ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดข้า! แต่เจ้าก็เป็นคนพรรคมาร เรื่องเมื่อวานอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้! เจ้าได้พรหมจรรย์ของข้าไปแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจินตันมากมายต่างใฝ่ฝันหาเชียวนะ!"
"ถ้าเจ้ายังไม่หายโกรธ... ข้ายินดีจะสอนเจ้าบำเพ็ญเพียร ข้าจะเขียนเคล็ดวิชาให้เจ้า! ถ้าข้าได้กลับไปที่สำนัก ข้าจะเอาของวิเศษนับไม่ถ้วนมาให้เจ้าอย่างแน่นอน!!!"
เซียวอวี่เม้มปาก เขารับภารกิจเก็บสมุนไพรมาแล้วไปยืนพิงรั้วไม้ผุพังด้านข้างเพื่อรอคอย
นังปัญญาอ่อนนี่
เขาค่อยๆ พิพากษานางทีละนิดเพื่อทำภารกิจของระบบให้สำเร็จไม่ดีกว่าหรือ?
ทำให้นางกลายเป็นเบี้ยล่างให้เขาใช้งานไปตลอดชีวิต!
[ระบบแจ้งเตือน: หากต้องการรับนางเข้ามา จะต้องทำให้นางมีความรู้สึกเกลียดชังต่อโฮสต์เพิ่มขึ้นถึง 100% จึงจะสามารถดำเนินการพิพากษาได้ และหลังจากนั้นจึงจะสามารถรับรางวัลที่สอดคล้องกันได้]
เซียวอวี่มีสีหน้าสงสัย ระบบนี้ทำไมถึงตั้งค่าไว้แบบนี้ด้วยเนี่ย?
ช่างเถอะ ไม่เป็นไร ยังไงก็จับนางมาได้แล้ว ค่อยๆ กระตุ้นค่าความเกลียดชังไปเรื่อยๆ คงใช้เวลาไม่นานหรอก
"อืม ท่านเจ้าสำนักไป๋ช่างใจกว้างจริงๆ ไม่เป็นไรหรอก คืนนี้เราค่อยๆ สานสัมพันธ์กันต่อ~ ไม่ต้องรีบหรอกนะ~"
"ถ้าท่านอยากให้ข้าพาท่านไป ท่านก็ต้องบอกข้ามาก่อนว่าเยี่ยจื่อโหรวลูกศิษย์ของท่านไปอยู่ที่ไหนแล้ว?"
ไป๋เยว่ถอนหายใจเบาๆ "ศิษย์ของข้าคนนั้นถูกข้าส่งไปส่งข่าวที่สาขาย่อยสำนักหยกบริสุทธิ์ตั้งแต่ก่อนเริ่มการต่อสู้เมื่อวานแล้ว เกรงว่าตอนนี้นางคงจะไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก"
เซียวอวี่กำหมัดขวาแน่น เมื่อวานผู้หญิงคนนั้นแหละที่ฆ่าเขากับอาเซียง
ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องลากคออีกฝ่ายกลับมาให้ได้!
อีกฝ่ายเหมือนจะอยู่ขั้นจู้จี (สร้างรากฐาน) รอให้เขาใช้กายาเวทแต่กำเนิดบำเพ็ญเพียรสักพัก แล้วค่อยไปคิดบัญชีกับนางก็ยังไม่สาย!
ในตอนนั้นเอง ศิษย์นิกายสราญรมย์ห้าคนก็เดินตรงเข้ามาจากด้านหน้า
คนที่เดินนำหน้าอยู่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสาม ผมสีดำฟูฟ่องยุ่งเหยิงราวกับรังนก
เขามองเซียวอวี่ที่กำลังรับภารกิจอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเย้ยหยัน "ทำไมถึงกับขั้นชำระกายาระดับเจ็ดแล้วยังกล้ารับภารกิจอีก? ไม่กลัวตายโหงอยู่ข้างนอกหรือไง?"
เซียวอวี่รีบประสานมือคารวะพร้อมส่งยิ้ม "คารวะศิษย์พี่ทุกท่าน... ศิษย์น้องขอคารวะ!"
คนนำหน้าโบกมืออย่างรำคาญ "ตามมาข้างหลัง เดี๋ยวพอออกไปแล้วอย่าวิ่งเพ่นพ่านไปไหนล่ะ ถ้าใครถูกสุนัขรับใช้ฝ่ายธรรมะจับได้ก็รับผิดชอบเอาเองแล้วกัน!"
จากนั้นพวกเขาก็เดินไปที่ประตู
ศิษย์ที่เป็นผู้นำปล่อยไม้ไผ่ยาวลำหนึ่งให้ลอยอยู่กลางอากาศ
เซียวอวี่เหยียบลงบนไม้ไผ่ลำนั้น
แล้วเหาะตามพวกเขาท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล
ดวงอาทิตย์ยามเย็นค่อยๆ ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลง
ทางช้างเผือกทอแสงระยิบระยับราวกับผืนผ้าทอ ม่านราตรีได้ทิ้งตัวลงมาแล้ว
แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ เซียวอวี่ยืนอยู่ด้านหลังไม้ไผ่พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ
ป่าเขาลำเนาไพรแห่งนี้เงียบสงบ มีเสียงนกร้องแมลงหวีดหวิว และอาจมีสัตว์ร้ายปรากฏตัวให้เห็นได้เป็นระยะ
สถานที่ที่พวกเขาจะไปเก็บสมุนไพรในครั้งนี้มีชื่อว่าเขาเจียงหลิว
เซียวอวี่มีสีหน้าครุ่นคิด
เขามองผู้บำเพ็ญเพียรนิกายสราญรมย์ทั้งสองข้าง เดี๋ยวเขาควรจะหาจังหวะไหนหนีดีนะ?
แล้วเดี๋ยวจะหนีไปทางไหนดีล่ะ...
แถวนี้ก็มีแค่เมืองเจียงหลิวเมืองเดียวเท่านั้น
จะมีที่ไหนที่สงบสุขกว่านี้อีกไหม
ไม่รู้ว่าบินมานานแค่ไหนแล้ว คนข้างหน้าก็บิดขี้เกียจ "ข้าว่าทำไมยังไม่ถึงอีกเนี่ย ฟ้าก็มืดแล้ว ถ้าเกิดเจอพวกฝ่ายธรรมะเข้าล่ะก็..."
เซียวอวี่ยิ้มน้อยๆ ไม่ตอบอะไร
เมื่อคนข้างหน้าเห็นเซียวอวี่ไม่สนใจ ก็มองด้วยสายตาเย็นชาและพูดเยาะเย้ย "ข้าว่าคนอย่างเจ้าแค่ขั้นชำระกายาระดับเจ็ดก็ยังกล้ารับภารกิจออกไปเก็บสมุนไพรข้างนอก คงไม่ได้กะจะมาเอาเปรียบพวกข้าหรอกนะ?"
"คิดว่าพอมามั่วอยู่กับกลุ่มได้แล้วก็ไม่ต้องลงแรงหรือไง?!"
คนนำหน้าได้ยินดังนั้นก็พูดเกลี้ยกล่อมด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ได้ยิ้ม "หึหึ คนสำนักเดียวกันทั้งนั้น พูดจาอย่าให้มันระคายหูนักเลย ศิษย์น้องผู้นี้ไม่ต้องกลัวไปหรอก ศิษย์พี่มียาช่วยชีวิตอยู่เม็ดหนึ่ง ถ้าเกิดเจออันตรายจริงๆ แล้วสู้ไม่ไหว เจ้าก็กินนี่ซะ..."
พูดจบชายคนนั้นก็หยิบยาสีม่วงออกมาเม็ดหนึ่ง เซียวอวี่กระตุกยิ้มมุมปากแล้วเดินเข้าไปรับมา
คิดว่าเขาเป็นเด็กใหม่หรือไง?
นี่คือยาเดือดพล่าน ถึงกินเข้าไปแล้วจะเพิ่มพลังการต่อสู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็อาจทำให้เสียเลือดมากจนตายได้เหมือนกัน
ถ้าไม่ได้พักฟื้นสักเดือนสองเดือนยังไงก็ไม่หายดีหรอก
มิน่าล่ะไอ้พวกนี้ถึงยอมพาเขามาด้วย ที่แท้ก็กะจะให้เขาเป็นแพะรับบาปนี่เอง...
ไม่นานเซียวอวี่ก็เดินตามพวกเขามาถึงบนเขาเจียงหลิว
บนภูเขามีลมเย็นพัดกรรโชก ต้นหญ้าป่าขึ้นรกชัฏ
เซียวอวี่มองดูคนพวกนั้นขุดหญ้าสมุนไพร เขาก็ทำตามบ้าง
ตอนนี้หนีไปก็มีแต่ตายกับตาย ต้องรอจังหวะให้ดีก่อน
ทันใดนั้น!
ชายที่กำลังเก็บสมุนไพรอยู่ด้านหน้าก็ส่งเสียงร้องประหลาดออกมา
ทำเอาคนอื่นๆ ที่เหลือตกใจจนประสาทตึงเครียด
เซียวอวี่หมอบลงกับพื้นตามสัญชาตญาณพลางมองไปรอบๆ ทิศ
วินาทีต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงชายข้างหน้าตะโกนลั่น "แย่แล้ว! มีรอยเท้า!!"
เซียวอวี่รีบหมอบราบลงทันที
สายตายังคงกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง รอคอยโอกาสที่จะลงมือ
วินาทีต่อมาเขาก็เห็นผู้บำเพ็ญเพียรในชุดคลุมสีขาวสามคนถือกระบี่พุ่งเข้ามาสังหาร
เมื่อหัวหน้าเห็นดังนั้นก็หัวเราะเยาะ หยิบอาวุธวิเศษออกมาตะโกนลั่น "สุนัขรับใช้ฝ่ายธรรมะ! แค่พวกแกสามคนก็กล้ามาหาที่ตายงั้นเรอะ?"
ทั้งสามคนมีสีหน้าไม่เปลี่ยน ยกมือขึ้นปล่อยกระบี่วิเศษออกมา
ท่วงท่าพร้อมเพรียงกันเป็นหนึ่งเดียว
มือซ้ายทำท่าดัชนีกระบี่อยู่ด้านหน้า มือขวากำกระบี่ไว้ด้านข้าง
"ข้าคือหลินเช่อ ศิษย์เอกสายในแห่งสำนักเสวียนหลิง! พวกแกบังอาจทำลายสำนักหยกบริสุทธิ์จนสิ้นซาก รังแกกันเกินไปแล้ว!"
"ไอ้โจรชั่วสราญรมย์ รีบมารับความตายเดี๋ยวนี้!!!"