- หน้าแรก
- นางเซียนไร้เมตตา เช่นนั้นก็จงกลายเป็นเตาหลอมซะเถอะ
- บทที่ 1 ระบบพิพากษานางมารร้าย
บทที่ 1 ระบบพิพากษานางมารร้าย
บทที่ 1 ระบบพิพากษานางมารร้าย
บทที่ 1 ระบบพิพากษานางมารร้าย
[ถูกขังในห้องมืดมาแล้วสิบเก้าครั้ง การันตีฝีมือ!]
[คำเตือนด้วยความหวังดี: นิยายเรื่องนี้ช่วงแรกเนื้อหาเรื่องบนเตียงจะดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่ช่วงหลังจะจัดหนักจัดเต็ม นิยายเรื่องนี้มีแท็กความชอบเฉพาะทางขั้นสุด พิลึกพิลั่น ไร้ขีดจำกัดศีลธรรม มืดมน ไม่ใช่มนุษย์มนา รสนิยมรุนแรง...]
[สหายนักพรตท่านใดที่ไม่อยากพลาดงานศิลปะชิ้นนี้ โปรดรีบเพิ่มเข้าชั้นหนังสือและกดติดตามนักเขียนโดยด่วน]
กระท่อมเก่าซอมซ่อ หญ้าบนหลังคาห้อยระย้า เถาวัลย์เลื้อยพันตามมุมชายคา
เปลวเพลิงแห่งไฟสงครามปลิวไสวอยู่ท่ามกลางแสงสลัว
ริมกำแพงดินที่แห้งผากแตกระแหง มีเด็กหนุ่มในชุดขาดรุ่งริ่งนั่งคุกเข่าหมดสภาพอยู่เบื้องหน้าผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหลายคน
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงชุดเขียวถือกระบี่วิเศษส่องประกายสีเงิน ประสานมือคารวะหญิงชุดขาวที่อยู่เบื้องหน้า "เรียนท่านเจ้าสำนัก คนผู้นี้คือโจรชั่วจากนิกายสราญรมย์ นามว่าเซียวอวี่ อยู่ในขั้นชำระกายาระดับสามเจ้าค่ะ!"
หญิงชุดขาวมีสีหน้าเย็นชา นางมองเด็กหนุ่มบนพื้นราวกับมองมดปลวก "ก้าวต่อไปของนิกายสราญรมย์มีแผนการอันใด?"
มุมปากของเซียวอวี่มีเลือดซึม สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม "เจ้าสำนักไป๋เยว่ก็เป็นถึงยอดฝีมือขั้นจินตัน (แก่นทองคำ) ท่านคิดว่าพวกมันจะบอกแผนการสำคัญของสำนักให้ศิษย์ระดับล่างอย่างข้ารู้หรือไง?"
สิ้นคำพูด จิตสัมผัสของไป๋เยว่ก็พุ่งตรงไปยังแขนขาของเซียวอวี่
เซียวอวี่รู้สึกเย็นเยียบไปทั้งมือและเท้า จากนั้นก็เจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกไฟแผดเผา "อ๊ากกก!! ไอ้พวกเวร... พวกนังตัวดีฝ่ายธรรมะเอ๊ย!"
วินาทีที่เอ็นร้อยหวายและเอ็นข้อมือของเซียวอวี่ถูกตัดขาด ร่างทั้งร่างของเขาก็ล้มฟุบลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
เด็กสาวในชุดผ้าป่านหยาบที่อยู่ในลานบ้านรีบวิ่งเข้ามา "ยะ... อย่าฆ่าพี่เซียวอวี่เลยนะ เขาเป็นคนดี! เขาเป็นคนดีจริงๆ นะ!"
หญิงชุดเขียวมองเด็กสาวคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะซัดพลังจิตสัมผัสออกไป ร่างของเด็กสาวสาดกระเซ็นไปด้วยเลือด นางสิ้นใจตายต่อหน้าต่อตาเซียวอวี่ในทันที
เซียวอวี่โกรธจนแทบกระอักเลือด "นังสารเลวเอ๊ย!!! นางก็แค่คนธรรมดา ทำไมเจ้าถึงต้องลงมือเหี้ยมโหดขนาดนี้..."
"เยี่ยจื่อโหรว! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้นให้ได้!!!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เยี่ยจื่อโหรวก็ตวัดกระบี่ตัดหูขวาของเขาขาดกระเด็น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ "สมรู้ร่วมคิดกับพรรคมาร ตายไปก็สมควรแล้ว!"
"ขยะขั้นชำระกายาอย่างเจ้า เป็นแค่หมาของนิกายสราญรมย์! มีสิทธิ์อะไรมาจ้องมองพวกข้า!?"
"ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังไม่ยอมพูดอีก ก็รับผลกรรมไปซะ!!"
เซียวอวี่เดือดดาลขึ้นมาทันที "ถุย—! นังตัวดีฝ่ายธรรมะ!"
"นังร่านเอ๊ย!!!"
"นังแพศยาที่สร้างชื่อเสียงจอมปลอม! ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะไม่พูดกับเจ้าแม้แต่คำเดียว!"
เยี่ยจื่อโหรวเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธ นางใช้นิ้วทั้งสองแทงออกไป
และควักลูกตาของเซียวอวี่ออกมาทั้งสองข้างในทันที
ใบหน้าของเซียวอวี่ซีดเผือดราวกับกระดาษ เลือดไหลอาบลงมาตามแก้ม
เขาคือคนที่ทะลุมิติมา เดิมทีเขาอยากจะเข้าร่วมกับสำนักฝ่ายธรรมะ
แต่หลังจากผ่านการทดสอบต่างๆ จนได้มาตรฐาน เขากลับถูกคัดออก
สาเหตุไม่มีอะไรมาก เขาเป็นผู้มีรากปราณเทียมสี่ธาตุ ไม่มีเบื้องหลัง ไม่มีหินวิญญาณ สำนักฝ่ายธรรมะจึงไม่รับ
เขาจึงไปเข้าร่วมกับนิกายสราญรมย์ที่ไม่สนใจพรสวรรค์ และอยู่มาได้หนึ่งปีแล้ว
ตลอดหนึ่งปีนี้เขาทำงานอย่างขยันขันแข็งในสำนัก
อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากมาเป็นเวลาหนึ่งปีจนถึงขั้นชำระกายาระดับสาม แต่กลับถูกนิกายสราญรมย์ส่งมาเป็นแนวหน้าสู้รบ
เมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่ออกไปทำภารกิจ เขาได้รับบาดเจ็บจนหมดสติและได้รับความช่วยเหลือจาก 'อาเซียง' เด็กสาวชาวนา
ทั้งสองคนมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน!
แต่เขาฝันร้ายก็ไม่คาดคิดว่า วันนี้คนของสำนักหยกบริสุทธิ์จะตามมาถึงที่นี่ และหลอกใช้อาเซียงให้ล่อเขาออกมา
จากนั้นเขาก็ถูกทำร้ายจนมีสภาพเช่นนี้
เมื่อนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา จิตใจของเซียวอวี่ก็เต็มไปด้วยความไม่ยินยอมอย่างถึงที่สุด
สำนักฝ่ายธรรมะบ้าบออะไรกัน สำนักฝ่ายธรรมะสุนัขไม่รับประทานน่ะสิ!
ถึงขั้นไม่ละเว้นแม้แต่คนธรรมดา!
ปากก็พร่ำบอกว่าจะกำจัดมารพิทักษ์คุณธรรม แต่ลับหลังกลับทำเรื่องเลวทรามต่ำช้า ฆ่าล้างโคตรครอบครัวของอาเซียงจนหมดสิ้น!
ความเกลียดชังและความเจ็บใจอย่างรุนแรงอัดแน่นอยู่เต็มอก
หากเขารอดชีวิตไปได้ เขาจะต้องฆ่าอีพวกหน้าไหว้หลังหลอกพวกนี้ให้ตายให้หมด!!!
ในตอนนั้นเอง ไป๋เยว่ผู้เป็นเจ้าสำนักก็ปรายตาเย็นชามองไปที่เยี่ยจื่อโหรวซึ่งอยู่ด้านหลัง "ศิษย์เอ๋ย จำเอาไว้ ตราบใดที่สามารถกำจัดปีศาจปราบมารได้ บางครั้งก็จำเป็นต้องใช้วิธีการที่เด็ดขาด อย่าให้ชีวิตของคนธรรมดาแค่คนสองคนมาทำให้แผนการใหญ่ของพวกเราต้องเสียการ!"
"ทำงานอย่าทิ้งร่องรอย สำนักหยกบริสุทธิ์ของเราให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมาโดยตลอด!"
เยี่ยจื่อโหรวได้ยินดังนั้นก็ลงมือ "ตายซะเถอะไอ้สวะกากเดน!"
สีหน้าของเซียวอวี่บ้าคลั่ง
เสียงก่นด่ายังคงดังก้องไม่ขาดสาย
……
ฐานที่มั่นแนวหน้าของนิกายสราญรมย์
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงชราในชุดเอี๊ยมสีแดงสดสุดเย้ายวน
กำลังจ้องมองเด็กหนุ่มที่หลับตาอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมให้อย่างหลงใหล
"ศิษย์น้องเซียว เจ้าก็ยอมจำนนต่อศิษย์พี่เถอะนะ~ ช่วงนี้ศิษย์พี่เพิ่งเรียนรู้วิชาชักนำมังกรมาใหม่~ อยากจะขอคำชี้แนะจากศิษย์น้องมาตลอดเลยนะ~"
เซียวอวี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างแรง
เขามองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา
เกิดอะไรขึ้น……
เขาไม่ได้ถูกเยี่ยจื่อโหรว ลูกศิษย์ของไป๋เยว่ฆ่าตายไปแล้วหรอกหรือ?
ทำไมถึง……
เมื่อเห็นเซียวอวี่ปฏิเสธอีกครั้ง ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงชราที่อยู่ตรงหน้าก็ขมวดคิ้วย่นทันที
"ทำไมศิษย์น้องถึงได้เย็นชาเช่นนี้? หรือว่ารังเกียจที่ศิษย์พี่แก่? ในสำนักของเรา คนที่อยู่ขั้นชำระกายาอย่างศิษย์น้อง หาคู่บำเพ็ญเพียรคู่ได้ก็บุญนักหนาแล้ว!"
"ศิษย์พี่คนนี้อยู่ถึงขั้นเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) เชียวนะ ถ้าบำเพ็ญคู่กับศิษย์พี่ รับรองว่าไม่เกินสิบปีเจ้าก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นเลี่ยนชี่ได้เหมือนกัน!"
เซียวอวี่จำอีกฝ่ายได้ นี่คือศิษย์พี่เหมยชุนหลานแห่งนิกายสราญรมย์
ปีนี้อายุปาเข้าไปร้อยยี่สิบสามปีแล้ว
อายุขัยใกล้จะหมดลง แต่ก็ยังติดแหงกอยู่ที่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสอง
เหมยชุนหลานพูดไปก็ไอไป
ใบหน้าที่เหี่ยวย่นและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความชราถูกฉาบด้วยแป้งหนาเตอะถึงสามชั้น
ไอไปไอมา ฟันปลอมในปากก็หลุดกระเด็นออกมา
สีหน้าของเซียวอวี่มืดมน เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?
เขาเกิดใหม่หรือ?
แต่พอมองดูสภาพแวดล้อมรอบๆ ยังไงมันก็ไม่เหมือนการเกิดใหม่เลย "ศิษย์พี่เหมย…… ตอนนี้สถานการณ์การรบเป็นอย่างไรบ้าง?"
เหมยชุนหลานรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที "แน่นอนว่าต้องชนะครั้งใหญ่สิ!"
"ศิษย์น้องยังไม่รู้หรือ? ในศึกร้อยสำนักครั้งนี้ ท่านเจ้าสำนักนิกายสราญรมย์ของเราสังหารไป๋เยว่ เจ้าสำนักหยกบริสุทธิ์ได้สำเร็จแล้ว!"
"เราสังหารศิษย์สำนักหยกบริสุทธิ์ไปทั้งหมดหนึ่งร้อยคน จับกุมผู้บำเพ็ญเพียรหญิงของสำนักนั้นมาได้สามสิบสามคน ยึดของวิเศษ โอสถ และหญ้าวิญญาณมาได้นับไม่ถ้วน!"
"ท่านเจ้าสำนักอารมณ์ดีมาก วันนี้เลยจัดให้ศิษย์ทุกคนจับฉลากรางวัลในสำนัก ได้ยินมาว่าของรางวัลมีผู้บำเพ็ญเพียรหญิงจากสำนักหยกบริสุทธิ์ด้วยนะ!"
เซียวอวี่ได้ยินก็ตกใจ ไป๋เยว่…… ตายแล้วงั้นหรือ??
นี่เขาไม่ได้เกิดใหม่ แต่ฟื้นคืนชีพงั้นสิ!
ฟื้นคืนชีพในวันต่อมา?
เมื่อเห็นเซียวอวี่เหม่อลอย ศิษย์พี่เหมยก็รีบพูดต่อ "ข้าจริงใจต่อศิษย์น้องมากนะ ศิษย์น้องยังไม่เข้าใจความหวังดีของศิษย์พี่อีกหรือ?"
พอได้ยินว่าของรางวัลมีผู้บำเพ็ญเพียรหญิงจากสำนักหยกบริสุทธิ์ เซียวอวี่ก็นึกถึงเยี่ยจื่อโหรวคนที่ฆ่าเขาและอาเซียงขึ้นมาทันที
เขาไม่สนใจการเสนอตัวของศิษย์พี่เหมยเลยแม้แต่น้อย
หันหลังกลับแล้วเดินตรงไปยังจุดจับฉลากทันที ตอนนี้ตรงจุดต่อแถวมีคนมารวมตัวกันไม่น้อยแล้ว
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงของสำนักหยกบริสุทธิ์…… ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องจับให้ได้ แล้วจับนางมาทำเป็นเตาหลอมให้จงได้!
นังสารเลวพวกนั้น ไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่มีวันปล่อยพวกนางไป!
ระหว่างที่เขากำลังต่อแถวอยู่นั้น
จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มหน้าตาซีดเซียววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาจากด้านหลัง
"ศิษย์น้องเซียว…… แย่… แย่แล้ว ศิษย์พี่เหมยน่าจะใช้กำลังบังคับเจ้าคืนนี้ เจ้ารีบหนีไปเถอะ~"
เซียวอวี่ขมวดคิ้ว พอคิดถึงยายแก่ที่ร่างกายครึ่งหนึ่งลงไปอยู่ในโลงแล้ว เขาก็รู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง
ถึงนิกายสราญรมย์จะรับคนไม่เลือกหน้า แต่มันก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เขาคิดไว้เลย
ผู้ชายที่มีพรสวรรค์และร่างกายดีอาจจะถูกจับไปทำเป็นเตาหลอม
ส่วนคนที่มีรากปราณสี่ธาตุอย่างเขา ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เป็นเตาหลอมด้วยซ้ำ
คนที่อยากจะเป็นคู่บำเพ็ญกับเขาก็มีแต่พวกยายแก่ที่ใกล้จะตาย ไม่ก็พวกตาแก่ที่ชอบไม้ป่าเดียวกัน
ผู้ชายที่มาส่งข่าวให้เขาตรงหน้านี้ มีชื่อว่า จ้าวเฟยจี
เพราะเขามีรากปราณสามธาตุ ตลอดหนึ่งปีมานี้จึงถูกย่ำยีจนไม่เหลือเค้าเดิม
เวลาพูดเสียงก็แอบดัดจริตเป็นหญิงนิดๆ
จ้าวเฟยจีมองเซียวอวี่ที่เงียบไป เสียงของเขาสั่นเครือ "ศิษย์น้องเอ๊ย~…… หนีไปเถอะ… หนีไปให้ไกลที่สุด นิกายสราญรมย์ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างพวกเราหรอกนะฮ้า~"
"ข้าหนีไม่ได้แล้ว ข้าถูกศิษย์พี่หม่าจับไปทำเตาหลอมแล้ว… ชีวิตนี้หมดหวังแล้วล่ะฮ้า~"
เซียวอวี่พยักหน้าอย่างจริงจัง "อืม จับฉลากเสร็จข้าก็จะไปแล้ว! ข้าก็ทนอยู่ที่นี่มาพอแล้วเหมือนกัน!"
ตอนนั้นเอง บนเวทีก็มีชายแก่หน้าตาอัปลักษณ์เดินออกมา "ต่อแถวตามผลงานในศึกครั้งนี้! ใครที่สังหารผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะได้สิบคน จะได้สิทธิ์จับฉลากกลุ่มแรก!"
"ส่วนคนที่เหลือให้ยืนเรียงตามผลงานต่อจากนั้น!"
สิ้นเสียง ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงหลายคนก็พากันเดินออกไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง
ตาแก่บนเวทีโบกมือเบาๆ ถุงเก็บของนับสิบใบก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศ
ของวิเศษข้างในถูกเทออกมาอย่างต่อเนื่อง
อาวุธวิเศษ ยันต์ โอสถ หญ้าวิญญาณ หินวิญญาณ……
กระทั่งเสื้อผ้าของผู้บำเพ็ญเพียรหญิง แถมยังมีของสงวนรัดเต้าด้วย
ทำเอาพวกผู้ชายตาโตเบิกกว้าง
จากนั้น ตาแก่ก็หยิบน้ำเต้าหยกสีเลือดแดงฉานออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างชั่วร้าย
พริบตาเดียว ศิษย์หญิงของสำนักหยกบริสุทธิ์นับสิบคนที่สูญเสียตบะไปจนหมดสิ้นก็ถูกปล่อยออกมา
ศิษย์ที่อยู่ด้านล่างเวทีเบิกตาโพลงทันที
หญิงสาวเหล่านั้นงดงามราวกับแสงเงินแสงทองทาบหิมะ ดวงตากระจ่างใสดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง
แตกต่างจากหญิงสาวชาวบ้านที่พวกเขาจับมาเล่นๆ ในยามปกติอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวที่เป็นผู้นำมีผมสลวยราวกับก้อนเมฆ ปรกยาวลงมาถึงเอว
ผิวขาวผุดผ่องราวกับหยกริมฝีปากแดงระเรื่อราวกับแต้มชาด
ในหมู่พวกนางยังมีอีกหลายคนที่มีแววตาโกรธแค้นเจือความน้อยใจ ช่างดึงดูดจิตวิญญาณยิ่งนัก
ถึงแม้จะถูกขังอยู่ในกรงขังและมีตรวนที่มือ แต่มันก็ไม่อาจปิดบังความงามของพวกนางได้เลย
ทำเอาศิษย์นิกายสราญรมย์ด้านล่างเวทีจ้องมองจนตาค้าง
"สาว…… สาวงาม!!?"
"ผู้อาวุโสอู นี่…… ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงพวกนี้ก็เป็นของรางวัลในการจับฉลากครั้งนี้ด้วยหรือขอรับ!?"
ผู้อาวุโสอูกำไม้เท้างูดำแน่น มุมปากแสยะยิ้ม "ถูกต้อง! ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงพวกนี้ล้วนเป็นศิษย์สายในของสำนักหยกบริสุทธิ์ ใครที่จับได้ ก็พากลับไปทำเป็นเตาหลอมซะ!"
ศิษย์ด้านล่างได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงร้องคำรามด้วยความหื่นกระหาย
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงฝ่ายธรรมะ! เคยได้ยินมาว่าหญิงสาวสำนักหยกบริสุทธิ์ดุดันนัก คืนนี้ข้าจะขอดูหน่อยสิว่าพวกนางจะรักนวลสงวนตัวเหมือนที่เขาลือกันหรือเปล่า!?"
คนข้างๆ ก็พูดเยาะเย้ยขึ้นมา "คาดว่าผ่านพ้นคืนนี้ไปก็คงไม่อยากตายแล้วล่ะ! ผู้หญิงที่มาถึงนิกายสราญรมย์ของเรา มีกี่คนกันเชียวที่อยากจะกลับไป?"
ผู้หญิงพวกนั้นมีสีหน้าเศร้าสร้อยและเคียดแค้น พวกนางมองซ้ายมองขวา แต่ก็ไร้ซึ่งหนทางรอด
เซียวอวี่พ่นลมหายใจออกมาช้าๆ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความกระวนกระวาย
เพราะเขาเห็นศิษย์พี่เหมยเดินมาแล้ว
ตอนนี้นางกำลังยืนปรึกษาอะไรบางอย่างกับผู้บำเพ็ญเพียรหญิงชราอีกคนอยู่ด้านหลัง
เซียวอวี่หดคอลงตามสัญชาตญาณ ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความหนาวเหน็บ
เดี๋ยวค่อยไปแล้วกัน
ถ้าจับได้นังสารเลวสำนักหยกบริสุทธิ์สักคนกลับไปชำระแค้นที่สุมอก ก็ถือว่าไม่เสียชาติเกิดที่ตายไปรอบหนึ่งแล้ว
ไม่นานก็มีคนข้างหน้าจับได้ศิษย์หญิงของสำนักหยกบริสุทธิ์
ชายคนนั้นฉีกยิ้มกว้าง แบกผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนั้นขึ้นพาดบ่าแล้วก็จูบลงไปอย่างแรงหนึ่งฟอด
"ฮ่าฮ่าฮ่า! นุ่มนิ่มจริงๆ! โคตรนุ่มเลยโว้ย! ยินดีถวายชีวิตเพื่อท่านเจ้าสำนัก!!!"
"พี่น้องทั้งหลาย พวกเจ้าจับกันต่อไปนะ~ ข้ามีธุระต้องขอตัวก่อนล่ะ~~~!!"
ชายคนนั้นพูดจบก็ทำท่าจะแบกหญิงสาวที่มีสีหน้าสิ้นหวังราวกับเถ้าถ่านออกจากถ้ำไป
ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ต่างก็อิจฉาตาร้อน
พวกเขามองผู้หญิงที่เหลืออยู่บนเวทีพลางคิดลึกไปไกล
ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรหญิงสุดยั่วยวนที่ตัวเปล่งแสงสีชมพูยืนหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ "ยังมีส่วนของพวกเราด้วยนะ~ ช่วงนี้ศิษย์พี่เองก็เพิ่งเรียนรู้วิธีการดูดพลังหยินเสริมพลังหยินมาเหมือนกัน~ หุหุ~"
ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ พอเห็นนางก็หดตัวถอยหนีตามสัญชาตญาณ ราวกับหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
ไม่นานก็มีศิษย์อีกหลายคนจับรางวัลได้ บางคนก็ไม่พอใจเพราะจับไม่ได้ผู้บำเพ็ญเพียรหญิง
ยังมีบางคนเสนอว่าจะเอาผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่ตัวเองจับได้มาแลกกับหินวิญญาณและคัมภีร์วิชา
เซียวอวี่ยังคงยืนรออยู่ด้านหลังต่อไป
ศิษย์ระดับล่างอย่างเขาถ้าไม่อยากตาย ก็ควรจะยืนรออยู่ด้านหลังอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวจะดีกว่า
อาวุธวิเศษ หญ้าวิญญาณ และของต่างๆ บนเวทีถูกจับไปเยอะแล้ว
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงสำนักหยกบริสุทธิ์ก็เหลือแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
"คนต่อไป!"
เมื่อผู้อาวุโสอูร้องเรียก ชายที่อยู่ข้างหน้าเซียวอวี่ก็ค่อยๆ เดินออกไป
คนต่อไปก็คือเขาแล้ว
ชายคนนั้นเอื้อมมือไปจับลวกๆ แล้วก็ต้องชะงักไป
เขามองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าแล้วหัวเราะร่าด้วยความดีใจ "ฮ่าฮ่า ข้าได้สาวงามด้วยรึเนี่ย?"
พูดจบก็แบกผู้หญิงคนนั้นขึ้นบ่าแล้วเตรียมจะเดินจากไป
แต่ยังไม่ทันก้าวไปได้ถึงสองก้าว!
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนั้นก็แผลงฤทธิ์ขึ้นมาทันที
นางกระชากกุญแจมือจนขาด แล้วควักลูกตาของอีกฝ่ายออกในพริบตา
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนั้นมีสีหน้าบ้าคลั่ง นางแผดเสียงร้องลั่น "พวกมารร้ายชั่วช้า! ทุกคนมีสิทธิ์สังหารพวกแก!!"
รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ
ผู้อาวุโสอูซัดเปลวเพลิงสีดำออกไป
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนั้นก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกินทันที
เสียงร้องโหยหวนดังก้องไม่ขาดสาย
เซียวอวี่ถึงกับขนลุกซู่
เขามองผู้หญิงคนนั้นด้วยความไม่เชื่อสายตา เหมือนผู้หญิงคนนี้จะอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่เขาถูกฆ่าตายเมื่อวานด้วย
นางถูกไฟคลอกตายทั้งเป็นเสียอย่างนั้น
ควันดำลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ
ถ้าเซียวอวี่จับได้ผู้หญิงคนนั้น ขืนเดินขึ้นไปลูกตาคงได้บอดสนิทแน่ๆ……
เผลอๆ อาจจะโดนนางฆ่าตายด้วยซ้ำ!
ดูท่าพวกลูกศิษย์ชั้นผู้น้อยที่จับผู้บำเพ็ญเพียรหญิงไปได้คงต้องรับมือหนักแน่ คงมีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นแน่แท้!
ผู้อาวุโสอูมองลูกศิษย์ที่ถูกควักลูกตาสลบเหมือดไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ "คนมาลากมันลงไปรักษา!"
จากนั้นเขาก็มองไปที่คนไม่กี่คนที่เหลืออยู่ด้านล่างพลางกล่าว "เหลือของรางวัลแค่นี้แล้ว พวกเจ้าหยิบไปคนละชิ้นเถอะ!"
สิ้นเสียง คนไม่กี่คนด้านล่างก็พุ่งตัวออกไป
แต่ละคนตาไว มือไว แถมยังมีคนร่ายเวทคาถาแย่งชิงด้วย
จนในที่สุดก็เหลือแค่ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงสำนักหยกบริสุทธิ์รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ที่น้ำหนักอย่างน้อยก็น่าจะสักร้อยกิโลกรัม
นางยังมีขนหน้าแข้งอีกต่างหาก……
แถมเหมือนจะตาบอดด้วย?
เกิดมาเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ขี้เหร่ขนาดนี้มาก่อนเลย!
ตาบอด หน้าบาก ตัวอ้วนเป็นโอ่ง
ผิวหยาบกร้าน หน้าดำเป็นก้นหม้อ!
โดยเฉพาะรูปร่างที่เหมือนช้างหลังโก่ง เอวหมูตอนนั่น เห็นแล้วแทบทนดูไม่ได้
ศิษย์นิกายสราญรมย์ที่อยู่ข้างๆ เห็นฉากนี้เข้า ก็พากันหัวเราะเยาะ "ฮ่าฮ่าฮ่า! ยายอ้วนบ้านี่เข้าไปอยู่ในสำนักหยกบริสุทธิ์ได้ยังไงวะ? อย่าบอกนะว่าในสำนักหยกบริสุทธิ์มีอียายอ้วนหมูตอนอยู่ด้วย! ถ้าไม่รู้คงนึกว่าเป็นผู้ชายซะอีก!"
"จะว่าไปแล้ว นี่ยังไงก็ขี้เหร่เกินไปหน่อย! ถ้าไม่บอกคงนึกว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่ไหนซะอีก!"
ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ เซียวอวี่เองก็อึ้งไปเหมือนกัน
ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย สุดท้ายดันเหลือสาวอวบน้ำหนักร้อยกิโลฯ แถมมีขนหน้าอกมาให้เขาเนี่ยนะ……
ทันใดนั้น!
ในหัวของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
ทะลุมิติมาตั้งนาน
ในที่สุดระบบก็มาแล้วเหรอเนี่ย?
เมื่อมองดูหน้าต่างระบบในหัว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นระบบที่เอาไว้ใช้พิพากษานางมารร้ายโดยเฉพาะ!
ระหว่างที่เขากำลังดีใจอยู่นั้น
เขาก็มองเห็นข้อมูลปรากฏขึ้นเหนือหัวของผู้หญิงร่างอ้วนร้อยกิโลฯ ตรงหน้า
[ชื่อ] ไป๋เยว่
[อายุ] 230 ปี
[ระดับการบำเพ็ญเพียร] จินตันขั้นสมบูรณ์ (ตบะถูกทำลายแล้ว)
[รูปลักษณ์] ความสวย 98 คะแนน, ส่วนสูง 176 เซนติเมตร, น้ำหนัก 51.5 กิโลกรัม
[พรสวรรค์] กายาเวทแต่กำเนิด, รากปราณวารีระดับสุดยอด
[นิสัย] เพื่อปกป้องความถูกต้องในใจ สามารถเพิกเฉยต่อมนุษยธรรม, หยิ่งยโสไร้เหตุผล, ฆ่าคนบริสุทธิ์, เนรคุณคน, และไม่มีวันสำนึกผิด!
[เบื้องหลัง] เจ้าสำนักหยกบริสุทธิ์, สตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะ, หญิงในฝันของผู้บำเพ็ญเพียรชายทั่วทั้งแผ่นดินชางเยว่
[การกระทำชั่วร้าย] เพื่อกวาดล้างพรรคมาร ได้สั่งฆ่าคนธรรมดาอย่างโหดเหี้ยมไปถึง 4,399 คน, มองชีวิตคนธรรมดาเป็นดั่งมดปลวก
[ระบบแจ้งเตือน: มอบสิทธิพิเศษเริ่มต้น โฮสต์สามารถนำตัวไป๋เยว่เข้าไปในห้องพิพากษาได้ทันที!!!]
เซียวอวี่ดีใจจนเนื้อเต้นทันที "……ไป๋เยว่!? คอยดูเถอะ พ่อจะเล่นแกให้ตายไปเลย!"
ไป๋เยว่