เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด

บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด

บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด


บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด

"ท่านลุงซุน หยดน้ำนี้คือสิ่งใดนั้น ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัดหรอกขอรับ ข้าบังเอิญได้มันมาตอนที่ออกไปหาประสบการณ์เบื้องนอก ส่วนที่ข้าบอกว่ามันสามารถนำมาใช้ทดแทนบุปผาปรโลกคร่าวิญญาณได้นั้น ก็เพราะข้าเองก็เป็นนักหลอมโอสถเช่นกัน ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยใช้มันทดแทนสมุนไพรวิญญาณชนิดอื่น เพื่อหลอมโอสถระดับหกมาแล้ว ซ้ำผลลัพธ์ที่ได้ยังยอดเยี่ยมยิ่งกว่าการใช้สมุนไพรหลักตัวเดิมเสียอีกนะขอรับ"

"ฟังจากที่เจ้าเล่ามา ดูเหมือนว่ามันจะสามารถนำมาใช้ทดแทนบุปผาปรโลกคร่าวิญญาณได้จริงๆ เสียด้วย" ซุนเต๋อสิงพยักหน้าเห็นด้วย ทว่าจู่ๆ เขาก็หันขวับมามองฉินเฟิง ราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้

"เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่เจ้าพูดว่ากระไรนะ? เจ้าเองก็เป็นนักหลอมโอสถ ซ้ำยังสามารถหลอมโอสถระดับหกได้ด้วยรึ?"

ฉินเฟิงหันไปมองมู่หรงเทียน มู่หรงเทียนเพียงแต่ส่งยิ้มบางๆ ให้ซุนเต๋อสิงโดยมิได้เอื้อนเอ่ยคำใด เขาได้รับรู้เรื่องราวความสามารถในการหลอมโอสถของฉินเฟิงจากผู้อาวุโสอู๋เล่อมาตั้งแต่ต้นแล้ว ซ้ำยังรู้ด้วยว่าโอสถที่ฉินเฟิงหลอมขึ้นมานั้น ล้วนเป็นโอสถชั้นเลิศที่มีลวดลายโอสถปรากฏอยู่ทั้งสิ้น

"เป็นความจริงขอรับ ท่านลุงซุน"

"เจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?"

"ศิษย์จะกล้านำเรื่องเช่นนี้มาล้อเล่นกับท่านลุงซุนได้อย่างไรกันขอรับ?"

"หึหึ~ หากสิ่งที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงทั้งหมด เช่นนั้นก็แสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์ของเจ้าล้ำเลิศเพียงใด" ซุนเต๋อสิงยิ้มขื่นๆ

เดิมทีเขาแอบกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ว่าในที่สุดตนก็ได้รับศิษย์อัจฉริยะมาคนหนึ่ง อายุเพียงสิบสี่ปีก็สามารถหลอมโอสถระดับสี่ได้แล้ว กะว่าจะนำไปอวดอ้างให้ผู้คนภายนอกได้อิจฉาเล่น ทว่าเมื่อได้มาพบกับฉินเฟิงในวันนี้ เขาก็ต้องกลับกลายเป็นฝ่ายถูกสบประมาทเสียเอง

ข้าหลอมโอสถมานับพันๆ ปี ทว่าก็ยังหลอมได้เพียงโอสถระดับแปดเท่านั้น ส่วนฉินเฟิงผู้นี้ ดูจากโครงสร้างกระดูกแล้ว อายุก็น่าจะตกอยู่ราวๆ สิบปี ทว่าเขากลับทำได้อย่างไรกัน? เฮ้อ~ เปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วช่างน่าหดหู่นัก เห็นทีคงต้องยอมแพ้ให้แก่คนเก่งแล้วล่ะ

ครึ่งชั่วยามให้หลัง ฮวาอวิ๋นก็เดินเข้ามารายงานว่า จัดเตรียมสมุนไพรเสร็จสิ้นแล้ว

พวกเขาพากันเดินตามฮวาอวิ๋นเข้าไปยังห้องหลอมโอสถ ภายในห้องมีเพียงเตาหลอมสีทองแดงโบราณตั้งตระหง่านอยู่เพียงใบเดียวเท่านั้น และมีเด็กรับใช้ยืนอยู่ข้างๆ สองคน

"พวกเจ้าสองคนออกไปก่อนเถิด" เด็กรับใช้ทั้งสองรับคำสั่งแล้วจึงถอยออกไป

"พวกเรามาเริ่มกันเถิด เสี่ยวอวิ๋น เจ้าจงตั้งใจดูและจดจำให้ดีล่ะ"

"จุดไฟ~"

ซุนเต๋อสิงแผดเสียงก้อง เปลวเพลิงสีแดงก่ำพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา พุ่งทะยานเข้าไปลุกโชนแผดเผาอยู่ใต้เตาหลอม

ครู่ต่อมา ฮวาอวิ๋นก็ปฏิบัติตามคำสั่งของซุนเต๋อสิง ทยอยนำสมุนไพรใส่ลงไปในเตาหลอมตามลำดับที่ระบุไว้ในตำรับยา

สองชั่วยามให้หลัง สมุนไพรวิญญาณทั้งหมดก็ถูกหลอมละลายจนกลายเป็นน้ำยา

"ฉินเฟิง ใส่ลงไปได้เลย"

ฉินเฟิงพยักหน้ารับ ดีดนิ้วชี้เบาๆ หยดน้ำนั้นก็ลอยละลิ่วพุ่งตรงลงไปในเตาหลอมอย่างแม่นยำ มันหลอมรวมเข้ากับน้ำยาหยดอื่นๆ ในชั่วพริบตา กลิ่นหอมของโอสถฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดดมเข้าปอดลึกๆ พวกเขาถูกสั่นคลอนด้วยความประหลาดใจอีกครา

หยดน้ำนี้คือสิ่งใดกันแน่? ลำพังตัวมันเองกลับไร้ซึ่งกลิ่นอายใดๆ ทว่าเมื่อนำไปผสมกับน้ำยา กลับสามารถดลบันดาลให้กลิ่นหอมของโอสถเข้มข้นขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

น้ำยาค่อยๆ จับตัวเป็นก้อนแข็งภายใต้การบีบอัดของพลังปราณ

สามชั่วยามผ่านไป ฝาเตาหลอมก็เริ่มส่งเสียงดังกุกกัก ขยับเขยื้อนขึ้นลงราวกับจะถูกแรงดันจากกลิ่นหอมของโอสถภายในเตาดันให้หลุดกระเด็นออกมาได้ทุกเมื่อ

ฉินเฟิงรู้ดีว่าวินาทีสำคัญมาถึงแล้ว โอสถจะสามารถก่อรูปร่างได้สำเร็จหรือไม่ ความเป็นความตายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในครั้งนี้

ซุนเต๋อสิงซัดพลังปราณสายหนึ่งเข้าใส่เตาหลอมอีกครา สิ้นเสียงปัง ฝาเตาก็ถูกแรงดันจากกลิ่นหอมของโอสถดันจนลอยละลิ่วขึ้นไปสูงกว่าครึ่งจั้ง ก่อนจะร่วงหล่นลงมาปิดทับเตาหลอมดังเดิม

ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ภายในเตาหลอม แววตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความหวังและความกังวลใจระคนกัน

"กลิ่นหอมของโอสถเข้มข้นถึงเพียงนี้ โอกาสสำเร็จน่าจะมีถึงแปดเก้าส่วน เปิดเตาดูเถิด" มู่หรงเทียนหันไปมองซุนเต๋อสิง

"เสี่ยวอวิ๋น เปิดเตา"

ฮวาอวิ๋นเดินเข้าไปเปิดฝาเตา แล้วชะโงกหน้ามองลงไปภายใน ก็พบโอสถห้าเม็ดนอนนิ่งสงบอยู่ก้นเตา พวกมันเปล่งประกายแสงสีชมพูเย้ายวนตา ฮวาอวิ๋นเผยรอยยิ้มปิติยินดีออกมา

"ท่านอาจารย์ สำเร็จแล้วเจ้าค่ะ มีทั้งหมดห้าเม็ด"

"จริงรึ?" มู่หรงเทียนและซุนเต๋อสิงพุ่งตัวพรวดเดียวก็มาปรากฏอยู่ข้างเตาหลอมอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

"ฮ่าๆๆ สำเร็จจริงๆ ด้วย"

ซุนเต๋อสิงสะบัดมือวูบเดียว ก็คว้าโอสถทั้งห้าเม็ดขึ้นมาบรรจุลงในขวดหยก

"ศิษย์ของข้าสองคนรอดตายแล้ว" ขอบตาของมู่หรงเทียนเริ่มแดงระเรื่อ ตลอดหลายวันมานี้เขาเฝ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของศิษย์ทั้งสองมาตลอด ยามนี้เมื่อได้รับโอสถช่วยชีวิตมาแล้ว ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกตื้นตันใจจนสุดจะกลั้น

"พี่มู่หรง ท่านจงเก็บโอสถสามเม็ดนี้ไว้ให้ดีเถิด" ซุนเต๋อสิงยื่นขวดหยกขวดหนึ่งส่งให้มู่หรงเทียน

"ท่านพี่ซุน ขอบใจท่านมาก! ข้ารู้ถึงกฎเกณฑ์ในการขอรับโอสถจากหุบเขาโอสถราชันเป็นอย่างดี ท่านบอกข้ามาเถิด ท่านต้องการสิ่งใดตอบแทน?"

"พูดตามตรงนะ พี่มู่หรง ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายได้กำไรก้อนโต แล้วข้าจะมีหน้าไปเรียกร้องสิ่งใดจากท่านได้อีกเล่า?"

"ได้กำไรอันใดกัน?" มู่หรงเทียนไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่ซุนเต๋อสิงสื่อนัก

"ก็หยดน้ำที่ฉินเฟิงนำออกมานั่นแหละ มันคือของล้ำค่าอย่างแท้จริง"

"ท่านรู้หรือไม่ ว่าปกติแล้วเวลาข้าใช้บุปผาปรโลกคร่าวิญญาณในการหลอมโอสถรวบรวมวิญญาณ ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร?"

"มันก็ไม่ได้เหมือนกับครั้งนี้หรอกรึ?"

"ย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ปกติแล้วหลอมหนึ่งเตา อย่างมากก็จะได้โอสถเพียงสามเม็ด ซ้ำยังเป็นแค่โอสถระดับล่าง ทว่าครานี้หลอมได้ถึงห้าเม็ด ซ้ำยังมีลวดลายโอสถปรากฏอยู่ทุกเม็ดอีกด้วย ความแตกต่างมันช่างฟ้ากับเหวเลยเชียวล่ะ"

"แถมข้ายังแอบเก็บไว้ตั้งสองเม็ด ข้าถึงได้บอกไง ว่าข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายได้กำไรก้อนโต"

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะขอรับไว้ด้วยความยินดีล่ะนะ" มู่หรงเทียนเก็บขวดหยกเข้ากระเป๋าไป

"ท่านลุงซุน ข้าเองก็มีเรื่องอยากจะรบกวนขอโอสถจากท่านสักหน่อยนะขอรับ" ฉินเฟิงเอ่ยปากขึ้น

"เจ้าอยากจะได้โอสถชนิดใดล่ะ ท่านลุงผู้นี้จะยกให้เจ้าเอง" ยามนี้ซุนเต๋อสิงกำลังอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกขอรับ ข้าเพียงแค่อยากจะรบกวนให้ท่านลุงซุนช่วยจัดเตรียมสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถให้ข้าก็พอ ข้าอยากจะลองหลอมดูด้วยตัวเองขอรับ ถือโอกาสนี้ขอคำชี้แนะจากท่านลุงในขณะที่ข้ากำลังหลอมโอสถไปด้วยเลย"

"ได้สิ เจ้าอยากจะหลอมโอสถชนิดใดล่ะ?"

"โอสถฮุ่นหยวนระดับเจ็ดขอรับ"

"ระดับเจ็ดรึ? เจ้าจะหลอมโอสถระดับเจ็ดงั้นรึ เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้พูดผิด?" เสียงของซุนเต๋อสิงสูงปรี๊ดทะลุหลอดไปไกลถึงสิบกว่าระดับเสียง

"ถูกต้องขอรับ ท่านลุงซุน ข้าจะหลอมโอสถฮุ่นหยวนระดับเจ็ด เพื่อนำไปรักษาจุดตันเถียนให้แก่บรรดาลูกพี่ลูกน้องในตระกูลของข้า"

ซุนเต๋อสิงจ้องมองฉินเฟิงตาไม่กะพริบ เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบายความรู้สึกของเขาในยามนี้ดี ความรู้สึกที่พุ่งทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์เมื่อครู่นี้ พลันดิ่งพสุธาลงสู่ขุมนรกในพริบตา

ฮวาอวิ๋นที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็มีสีหน้าตกตะลึงไม่แพ้กัน นางไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าฉินเฟิงจะสามารถหลอมโอสถระดับเจ็ดได้

"ท่านลุงซุนขอรับ~" เมื่อฉินเฟิงเห็นซุนเต๋อสิงนิ่งเงียบไป เขาก็เอ่ยเรียกอีกครั้ง

"เฮ้อ~ พี่มู่หรง ข้าเพิ่งค้นพบว่า ศิษย์ของท่านนี่ล้วนเป็นพวกสัตว์ประหลาดกันทั้งนั้นเลย สี่คนก่อนหน้านี้ก็ว่าแปลกแล้ว ทว่าพอมาเจอเจ้าคนนี้ ยิ่งดูประหลาดล้ำลึกยิ่งกว่า สงสัยคงอยากจะขึ้นไปเหยียบชั้นฟ้ากระมัง" ซุนเต๋อสิงถอนหายใจยาว

"หึหึ ท่านพี่ซุน ท่านก็พูดเกินไปหรือไม่?"

"เกินไปงั้นรึ? ท่านลองดูเขาสิ ไอ้หนูนี่อายุก็เพิ่งจะสักสิบขวบกระมัง หากเขาไม่พูดออกมาเอง ท่านจะเชื่อรึว่าเขาหลอมโอสถระดับเจ็ดได้?"

"ท่านลุงซุนขอรับ หากเป็นในสถานการณ์ปกติ ข้าคงไม่อาจหลอมออกมาได้หรอกขอรับ ทว่ายามนี้ข้ามีปัจจัยเกื้อหนุนอยู่หลายประการ จึงทำให้พอจะฝืนหลอมออกมาได้บ้าง หากขาดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไป ก็คงทำไม่สำเร็จหรอกขอรับ" ฉินเฟิงพยายามอธิบาย

"ปัจจัยอันใดบ้างรึ?" ซุนเต๋อสิงเอ่ยถาม

มู่หรงเทียนก็มองฉินเฟิงด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน

"ประการแรก ข้ามีหยดน้ำวิเศษหยดนั้นขอรับ ประการที่สอง พลังจิตของข้าได้บรรลุถึงระดับบึงวิญญาณขั้นปลายแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ระดับทะเลสาบวิญญาณ ประการที่สาม ข้ามีเพลิงวิเศษขอรับ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เลย มิเช่นนั้นอย่างมากข้าก็หลอมได้เพียงโอสถระดับหกเท่านั้นขอรับ"

"ข้าพอจะเข้าใจแล้วล่ะ มิน่าล่ะ การหลอมโอสถรวบรวมวิญญาณในครานี้ ถึงได้ใช้เวลาลดลงไปกว่าหนึ่งในสาม ที่แท้หยดน้ำนั่นก็คือของวิเศษนี่เอง สามารถย่นระยะเวลาในการหลอมโอสถได้อย่างมหาศาล ซ้ำยังช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการก่อตัวของเม็ดยาอีกด้วย"

"ท่านอาจารย์ สมุนไพรพร้อมแล้วเจ้าค่ะ" ฮวาอวิ๋นเดินถือสมุนไพรเข้ามาในห้อง

"ขอบใจมากนะ ศิษย์พี่หญิงฮวา"

ฉินเฟิงรับสมุนไพรมาแล้วเดินไปที่เตาหลอม เขาดีดเปลวเพลิงสีม่วงสายหนึ่งเข้าไปลุกโชนใต้เตาหลอม อุณหภูมิภายในเตาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้นำสมุนไพรวิญญาณใส่ลงไปหลอมละลายทีละชนิดตามลำดับอย่างที่ซุนเต๋อสิงทำ ทว่ากลับโยนสมุนไพรทั้งหมดลงไปในเตาหลอมรวดเดียวเลย

ซุนเต๋อสิงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นี่มันวิธีการหลอมโอสถบ้าบออันใดกัน? มีชีวิตมานับพันๆ ปี ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน

แล้วเพลิงวิเศษนั่นอีกเล่า? เขามีเปลวเพลิงที่ทรงอานุภาพถึงเพียงนี้เชียวรึ?

ฮวาอวิ๋นจ้องมองท่วงท่าการหลอมโอสถของฉินเฟิงด้วยแววตาเป็นประกายวิบวับ ใบหน้าเล็กๆ ของนางเมื่อกระทบกับแสงไฟ ก็ปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นเต้นดีใจ หรือเพราะความร้อนแรงของเปลวไฟกันแน่

มู่หรงเทียนเคยได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดของฉินเฟิงจากผู้อาวุโสอู๋เล่อมาบ้างแล้ว เขาจึงมีภูมิคุ้มกัน และไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกตกใจแต่อย่างใด

สมุนไพรวิญญาณกว่าห้าสิบชนิดภายในเตาหลอม ใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็หลอมละลายกลายเป็นน้ำยาทั้งหมด

ยามนี้ ฉินเฟิงหยดหยาดวารีสารพัดนึกลงไปในเตาอีกหนึ่งหยด กลิ่นหอมของโอสถอันรุนแรงพวยพุ่งออกมาจากภายในเตา ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครา

และกลิ่นหอมของโอสถนี้ยังได้ลอยฟุ้งออกไปนอกห้อง ทำให้ผู้คนภายนอกเกิดความแตกตื่นกันยกใหญ่

มีเสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาให้ได้ยิน

"นี่มันกำลังหลอมโอสถอันใดกัน ถึงได้มีกลิ่นหอมรัญจวนปานนี้ เพียงแค่สูดดมเข้าไปหนึ่งอึก ก็รู้สึกได้ว่าระดับพลังเริ่มสั่นคลอนแล้ว"

"ใช่ๆ เป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วย ก่อนหน้านี้ข้าก็เพิ่งจะได้กลิ่นหอมของโอสถแบบนี้ไปรอบหนึ่งแล้ว ยามนี้ก็ได้กลิ่นอีกแล้ว"

"หรือว่าท่านเจ้าหุบเขา กำลังหลอมโอสถวิเศษที่สูญหายไปจากโลกนี้แล้วขึ้นมาอีกครั้ง?"

...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว