- หน้าแรก
- ต้นไม้โลกบรรพกาล กลืนกินวิถีสวรรค์
- บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด
บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด
บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด
บทที่ 60 - ศิษย์ของท่านล้วนเป็นสัตว์ประหลาด
"ท่านลุงซุน หยดน้ำนี้คือสิ่งใดนั้น ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัดหรอกขอรับ ข้าบังเอิญได้มันมาตอนที่ออกไปหาประสบการณ์เบื้องนอก ส่วนที่ข้าบอกว่ามันสามารถนำมาใช้ทดแทนบุปผาปรโลกคร่าวิญญาณได้นั้น ก็เพราะข้าเองก็เป็นนักหลอมโอสถเช่นกัน ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยใช้มันทดแทนสมุนไพรวิญญาณชนิดอื่น เพื่อหลอมโอสถระดับหกมาแล้ว ซ้ำผลลัพธ์ที่ได้ยังยอดเยี่ยมยิ่งกว่าการใช้สมุนไพรหลักตัวเดิมเสียอีกนะขอรับ"
"ฟังจากที่เจ้าเล่ามา ดูเหมือนว่ามันจะสามารถนำมาใช้ทดแทนบุปผาปรโลกคร่าวิญญาณได้จริงๆ เสียด้วย" ซุนเต๋อสิงพยักหน้าเห็นด้วย ทว่าจู่ๆ เขาก็หันขวับมามองฉินเฟิง ราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้
"เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่เจ้าพูดว่ากระไรนะ? เจ้าเองก็เป็นนักหลอมโอสถ ซ้ำยังสามารถหลอมโอสถระดับหกได้ด้วยรึ?"
ฉินเฟิงหันไปมองมู่หรงเทียน มู่หรงเทียนเพียงแต่ส่งยิ้มบางๆ ให้ซุนเต๋อสิงโดยมิได้เอื้อนเอ่ยคำใด เขาได้รับรู้เรื่องราวความสามารถในการหลอมโอสถของฉินเฟิงจากผู้อาวุโสอู๋เล่อมาตั้งแต่ต้นแล้ว ซ้ำยังรู้ด้วยว่าโอสถที่ฉินเฟิงหลอมขึ้นมานั้น ล้วนเป็นโอสถชั้นเลิศที่มีลวดลายโอสถปรากฏอยู่ทั้งสิ้น
"เป็นความจริงขอรับ ท่านลุงซุน"
"เจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?"
"ศิษย์จะกล้านำเรื่องเช่นนี้มาล้อเล่นกับท่านลุงซุนได้อย่างไรกันขอรับ?"
"หึหึ~ หากสิ่งที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงทั้งหมด เช่นนั้นก็แสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์ของเจ้าล้ำเลิศเพียงใด" ซุนเต๋อสิงยิ้มขื่นๆ
เดิมทีเขาแอบกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ว่าในที่สุดตนก็ได้รับศิษย์อัจฉริยะมาคนหนึ่ง อายุเพียงสิบสี่ปีก็สามารถหลอมโอสถระดับสี่ได้แล้ว กะว่าจะนำไปอวดอ้างให้ผู้คนภายนอกได้อิจฉาเล่น ทว่าเมื่อได้มาพบกับฉินเฟิงในวันนี้ เขาก็ต้องกลับกลายเป็นฝ่ายถูกสบประมาทเสียเอง
ข้าหลอมโอสถมานับพันๆ ปี ทว่าก็ยังหลอมได้เพียงโอสถระดับแปดเท่านั้น ส่วนฉินเฟิงผู้นี้ ดูจากโครงสร้างกระดูกแล้ว อายุก็น่าจะตกอยู่ราวๆ สิบปี ทว่าเขากลับทำได้อย่างไรกัน? เฮ้อ~ เปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วช่างน่าหดหู่นัก เห็นทีคงต้องยอมแพ้ให้แก่คนเก่งแล้วล่ะ
ครึ่งชั่วยามให้หลัง ฮวาอวิ๋นก็เดินเข้ามารายงานว่า จัดเตรียมสมุนไพรเสร็จสิ้นแล้ว
พวกเขาพากันเดินตามฮวาอวิ๋นเข้าไปยังห้องหลอมโอสถ ภายในห้องมีเพียงเตาหลอมสีทองแดงโบราณตั้งตระหง่านอยู่เพียงใบเดียวเท่านั้น และมีเด็กรับใช้ยืนอยู่ข้างๆ สองคน
"พวกเจ้าสองคนออกไปก่อนเถิด" เด็กรับใช้ทั้งสองรับคำสั่งแล้วจึงถอยออกไป
"พวกเรามาเริ่มกันเถิด เสี่ยวอวิ๋น เจ้าจงตั้งใจดูและจดจำให้ดีล่ะ"
"จุดไฟ~"
ซุนเต๋อสิงแผดเสียงก้อง เปลวเพลิงสีแดงก่ำพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา พุ่งทะยานเข้าไปลุกโชนแผดเผาอยู่ใต้เตาหลอม
ครู่ต่อมา ฮวาอวิ๋นก็ปฏิบัติตามคำสั่งของซุนเต๋อสิง ทยอยนำสมุนไพรใส่ลงไปในเตาหลอมตามลำดับที่ระบุไว้ในตำรับยา
สองชั่วยามให้หลัง สมุนไพรวิญญาณทั้งหมดก็ถูกหลอมละลายจนกลายเป็นน้ำยา
"ฉินเฟิง ใส่ลงไปได้เลย"
ฉินเฟิงพยักหน้ารับ ดีดนิ้วชี้เบาๆ หยดน้ำนั้นก็ลอยละลิ่วพุ่งตรงลงไปในเตาหลอมอย่างแม่นยำ มันหลอมรวมเข้ากับน้ำยาหยดอื่นๆ ในชั่วพริบตา กลิ่นหอมของโอสถฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดดมเข้าปอดลึกๆ พวกเขาถูกสั่นคลอนด้วยความประหลาดใจอีกครา
หยดน้ำนี้คือสิ่งใดกันแน่? ลำพังตัวมันเองกลับไร้ซึ่งกลิ่นอายใดๆ ทว่าเมื่อนำไปผสมกับน้ำยา กลับสามารถดลบันดาลให้กลิ่นหอมของโอสถเข้มข้นขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์
น้ำยาค่อยๆ จับตัวเป็นก้อนแข็งภายใต้การบีบอัดของพลังปราณ
สามชั่วยามผ่านไป ฝาเตาหลอมก็เริ่มส่งเสียงดังกุกกัก ขยับเขยื้อนขึ้นลงราวกับจะถูกแรงดันจากกลิ่นหอมของโอสถภายในเตาดันให้หลุดกระเด็นออกมาได้ทุกเมื่อ
ฉินเฟิงรู้ดีว่าวินาทีสำคัญมาถึงแล้ว โอสถจะสามารถก่อรูปร่างได้สำเร็จหรือไม่ ความเป็นความตายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในครั้งนี้
ซุนเต๋อสิงซัดพลังปราณสายหนึ่งเข้าใส่เตาหลอมอีกครา สิ้นเสียงปัง ฝาเตาก็ถูกแรงดันจากกลิ่นหอมของโอสถดันจนลอยละลิ่วขึ้นไปสูงกว่าครึ่งจั้ง ก่อนจะร่วงหล่นลงมาปิดทับเตาหลอมดังเดิม
ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ภายในเตาหลอม แววตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความหวังและความกังวลใจระคนกัน
"กลิ่นหอมของโอสถเข้มข้นถึงเพียงนี้ โอกาสสำเร็จน่าจะมีถึงแปดเก้าส่วน เปิดเตาดูเถิด" มู่หรงเทียนหันไปมองซุนเต๋อสิง
"เสี่ยวอวิ๋น เปิดเตา"
ฮวาอวิ๋นเดินเข้าไปเปิดฝาเตา แล้วชะโงกหน้ามองลงไปภายใน ก็พบโอสถห้าเม็ดนอนนิ่งสงบอยู่ก้นเตา พวกมันเปล่งประกายแสงสีชมพูเย้ายวนตา ฮวาอวิ๋นเผยรอยยิ้มปิติยินดีออกมา
"ท่านอาจารย์ สำเร็จแล้วเจ้าค่ะ มีทั้งหมดห้าเม็ด"
"จริงรึ?" มู่หรงเทียนและซุนเต๋อสิงพุ่งตัวพรวดเดียวก็มาปรากฏอยู่ข้างเตาหลอมอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
"ฮ่าๆๆ สำเร็จจริงๆ ด้วย"
ซุนเต๋อสิงสะบัดมือวูบเดียว ก็คว้าโอสถทั้งห้าเม็ดขึ้นมาบรรจุลงในขวดหยก
"ศิษย์ของข้าสองคนรอดตายแล้ว" ขอบตาของมู่หรงเทียนเริ่มแดงระเรื่อ ตลอดหลายวันมานี้เขาเฝ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของศิษย์ทั้งสองมาตลอด ยามนี้เมื่อได้รับโอสถช่วยชีวิตมาแล้ว ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกตื้นตันใจจนสุดจะกลั้น
"พี่มู่หรง ท่านจงเก็บโอสถสามเม็ดนี้ไว้ให้ดีเถิด" ซุนเต๋อสิงยื่นขวดหยกขวดหนึ่งส่งให้มู่หรงเทียน
"ท่านพี่ซุน ขอบใจท่านมาก! ข้ารู้ถึงกฎเกณฑ์ในการขอรับโอสถจากหุบเขาโอสถราชันเป็นอย่างดี ท่านบอกข้ามาเถิด ท่านต้องการสิ่งใดตอบแทน?"
"พูดตามตรงนะ พี่มู่หรง ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายได้กำไรก้อนโต แล้วข้าจะมีหน้าไปเรียกร้องสิ่งใดจากท่านได้อีกเล่า?"
"ได้กำไรอันใดกัน?" มู่หรงเทียนไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่ซุนเต๋อสิงสื่อนัก
"ก็หยดน้ำที่ฉินเฟิงนำออกมานั่นแหละ มันคือของล้ำค่าอย่างแท้จริง"
"ท่านรู้หรือไม่ ว่าปกติแล้วเวลาข้าใช้บุปผาปรโลกคร่าวิญญาณในการหลอมโอสถรวบรวมวิญญาณ ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร?"
"มันก็ไม่ได้เหมือนกับครั้งนี้หรอกรึ?"
"ย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ปกติแล้วหลอมหนึ่งเตา อย่างมากก็จะได้โอสถเพียงสามเม็ด ซ้ำยังเป็นแค่โอสถระดับล่าง ทว่าครานี้หลอมได้ถึงห้าเม็ด ซ้ำยังมีลวดลายโอสถปรากฏอยู่ทุกเม็ดอีกด้วย ความแตกต่างมันช่างฟ้ากับเหวเลยเชียวล่ะ"
"แถมข้ายังแอบเก็บไว้ตั้งสองเม็ด ข้าถึงได้บอกไง ว่าข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายได้กำไรก้อนโต"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะขอรับไว้ด้วยความยินดีล่ะนะ" มู่หรงเทียนเก็บขวดหยกเข้ากระเป๋าไป
"ท่านลุงซุน ข้าเองก็มีเรื่องอยากจะรบกวนขอโอสถจากท่านสักหน่อยนะขอรับ" ฉินเฟิงเอ่ยปากขึ้น
"เจ้าอยากจะได้โอสถชนิดใดล่ะ ท่านลุงผู้นี้จะยกให้เจ้าเอง" ยามนี้ซุนเต๋อสิงกำลังอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกขอรับ ข้าเพียงแค่อยากจะรบกวนให้ท่านลุงซุนช่วยจัดเตรียมสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถให้ข้าก็พอ ข้าอยากจะลองหลอมดูด้วยตัวเองขอรับ ถือโอกาสนี้ขอคำชี้แนะจากท่านลุงในขณะที่ข้ากำลังหลอมโอสถไปด้วยเลย"
"ได้สิ เจ้าอยากจะหลอมโอสถชนิดใดล่ะ?"
"โอสถฮุ่นหยวนระดับเจ็ดขอรับ"
"ระดับเจ็ดรึ? เจ้าจะหลอมโอสถระดับเจ็ดงั้นรึ เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้พูดผิด?" เสียงของซุนเต๋อสิงสูงปรี๊ดทะลุหลอดไปไกลถึงสิบกว่าระดับเสียง
"ถูกต้องขอรับ ท่านลุงซุน ข้าจะหลอมโอสถฮุ่นหยวนระดับเจ็ด เพื่อนำไปรักษาจุดตันเถียนให้แก่บรรดาลูกพี่ลูกน้องในตระกูลของข้า"
ซุนเต๋อสิงจ้องมองฉินเฟิงตาไม่กะพริบ เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบายความรู้สึกของเขาในยามนี้ดี ความรู้สึกที่พุ่งทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์เมื่อครู่นี้ พลันดิ่งพสุธาลงสู่ขุมนรกในพริบตา
ฮวาอวิ๋นที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็มีสีหน้าตกตะลึงไม่แพ้กัน นางไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าฉินเฟิงจะสามารถหลอมโอสถระดับเจ็ดได้
"ท่านลุงซุนขอรับ~" เมื่อฉินเฟิงเห็นซุนเต๋อสิงนิ่งเงียบไป เขาก็เอ่ยเรียกอีกครั้ง
"เฮ้อ~ พี่มู่หรง ข้าเพิ่งค้นพบว่า ศิษย์ของท่านนี่ล้วนเป็นพวกสัตว์ประหลาดกันทั้งนั้นเลย สี่คนก่อนหน้านี้ก็ว่าแปลกแล้ว ทว่าพอมาเจอเจ้าคนนี้ ยิ่งดูประหลาดล้ำลึกยิ่งกว่า สงสัยคงอยากจะขึ้นไปเหยียบชั้นฟ้ากระมัง" ซุนเต๋อสิงถอนหายใจยาว
"หึหึ ท่านพี่ซุน ท่านก็พูดเกินไปหรือไม่?"
"เกินไปงั้นรึ? ท่านลองดูเขาสิ ไอ้หนูนี่อายุก็เพิ่งจะสักสิบขวบกระมัง หากเขาไม่พูดออกมาเอง ท่านจะเชื่อรึว่าเขาหลอมโอสถระดับเจ็ดได้?"
"ท่านลุงซุนขอรับ หากเป็นในสถานการณ์ปกติ ข้าคงไม่อาจหลอมออกมาได้หรอกขอรับ ทว่ายามนี้ข้ามีปัจจัยเกื้อหนุนอยู่หลายประการ จึงทำให้พอจะฝืนหลอมออกมาได้บ้าง หากขาดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไป ก็คงทำไม่สำเร็จหรอกขอรับ" ฉินเฟิงพยายามอธิบาย
"ปัจจัยอันใดบ้างรึ?" ซุนเต๋อสิงเอ่ยถาม
มู่หรงเทียนก็มองฉินเฟิงด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
"ประการแรก ข้ามีหยดน้ำวิเศษหยดนั้นขอรับ ประการที่สอง พลังจิตของข้าได้บรรลุถึงระดับบึงวิญญาณขั้นปลายแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ระดับทะเลสาบวิญญาณ ประการที่สาม ข้ามีเพลิงวิเศษขอรับ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เลย มิเช่นนั้นอย่างมากข้าก็หลอมได้เพียงโอสถระดับหกเท่านั้นขอรับ"
"ข้าพอจะเข้าใจแล้วล่ะ มิน่าล่ะ การหลอมโอสถรวบรวมวิญญาณในครานี้ ถึงได้ใช้เวลาลดลงไปกว่าหนึ่งในสาม ที่แท้หยดน้ำนั่นก็คือของวิเศษนี่เอง สามารถย่นระยะเวลาในการหลอมโอสถได้อย่างมหาศาล ซ้ำยังช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการก่อตัวของเม็ดยาอีกด้วย"
"ท่านอาจารย์ สมุนไพรพร้อมแล้วเจ้าค่ะ" ฮวาอวิ๋นเดินถือสมุนไพรเข้ามาในห้อง
"ขอบใจมากนะ ศิษย์พี่หญิงฮวา"
ฉินเฟิงรับสมุนไพรมาแล้วเดินไปที่เตาหลอม เขาดีดเปลวเพลิงสีม่วงสายหนึ่งเข้าไปลุกโชนใต้เตาหลอม อุณหภูมิภายในเตาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้นำสมุนไพรวิญญาณใส่ลงไปหลอมละลายทีละชนิดตามลำดับอย่างที่ซุนเต๋อสิงทำ ทว่ากลับโยนสมุนไพรทั้งหมดลงไปในเตาหลอมรวดเดียวเลย
ซุนเต๋อสิงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นี่มันวิธีการหลอมโอสถบ้าบออันใดกัน? มีชีวิตมานับพันๆ ปี ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน
แล้วเพลิงวิเศษนั่นอีกเล่า? เขามีเปลวเพลิงที่ทรงอานุภาพถึงเพียงนี้เชียวรึ?
ฮวาอวิ๋นจ้องมองท่วงท่าการหลอมโอสถของฉินเฟิงด้วยแววตาเป็นประกายวิบวับ ใบหน้าเล็กๆ ของนางเมื่อกระทบกับแสงไฟ ก็ปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นเต้นดีใจ หรือเพราะความร้อนแรงของเปลวไฟกันแน่
มู่หรงเทียนเคยได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดของฉินเฟิงจากผู้อาวุโสอู๋เล่อมาบ้างแล้ว เขาจึงมีภูมิคุ้มกัน และไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกตกใจแต่อย่างใด
สมุนไพรวิญญาณกว่าห้าสิบชนิดภายในเตาหลอม ใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็หลอมละลายกลายเป็นน้ำยาทั้งหมด
ยามนี้ ฉินเฟิงหยดหยาดวารีสารพัดนึกลงไปในเตาอีกหนึ่งหยด กลิ่นหอมของโอสถอันรุนแรงพวยพุ่งออกมาจากภายในเตา ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครา
และกลิ่นหอมของโอสถนี้ยังได้ลอยฟุ้งออกไปนอกห้อง ทำให้ผู้คนภายนอกเกิดความแตกตื่นกันยกใหญ่
มีเสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาให้ได้ยิน
"นี่มันกำลังหลอมโอสถอันใดกัน ถึงได้มีกลิ่นหอมรัญจวนปานนี้ เพียงแค่สูดดมเข้าไปหนึ่งอึก ก็รู้สึกได้ว่าระดับพลังเริ่มสั่นคลอนแล้ว"
"ใช่ๆ เป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วย ก่อนหน้านี้ข้าก็เพิ่งจะได้กลิ่นหอมของโอสถแบบนี้ไปรอบหนึ่งแล้ว ยามนี้ก็ได้กลิ่นอีกแล้ว"
"หรือว่าท่านเจ้าหุบเขา กำลังหลอมโอสถวิเศษที่สูญหายไปจากโลกนี้แล้วขึ้นมาอีกครั้ง?"
...
(จบแล้ว)