เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 208 - กู่ซี: ประจำการยมโลกตลอดกาลหรือ ปรมาจารย์เต๋า ข้าทำไม่ได้หรอก ตำแหน่งเทวะของข้ามันเยอะเกินไป!

บทที่ 208 - กู่ซี: ประจำการยมโลกตลอดกาลหรือ ปรมาจารย์เต๋า ข้าทำไม่ได้หรอก ตำแหน่งเทวะของข้ามันเยอะเกินไป!

บทที่ 208 - กู่ซี: ประจำการยมโลกตลอดกาลหรือ ปรมาจารย์เต๋า ข้าทำไม่ได้หรอก ตำแหน่งเทวะของข้ามันเยอะเกินไป!


บทที่ 208 - กู่ซี: ประจำการยมโลกตลอดกาลหรือ ปรมาจารย์เต๋า ข้าทำไม่ได้หรอก ตำแหน่งเทวะของข้ามันเยอะเกินไป!

"ข้า... ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ฝ่ามือข้างหนึ่งของเซียนจุ่นถีถูกกู่ซีชกจนแหลกละเอียดเลยงั้นหรือ"

ทวยเทพแห่งหงฮวงต่างก็ต้องยืนอึ้งเมื่อได้เห็นฝ่ามือของจุ่นถีถูกหมัดของกู่ซีชกจนแหลกสลาย

แม้การบรรลุมรรคาด้วยกายาของกู่ซีจะสร้างความตกตะลึงให้กับทวยเทพแห่งหงฮวงอย่างมากก็ตาม

แต่ในส่วนลึกของจิตใจพวกเขาก็ยังคงเชื่อว่าการบรรลุมรรคาด้วยกายานั้นไม่อาจเทียบเคียงกับเซียนฮุ่นหยวนได้

ยิ่งไปกว่านั้น จุ่นถียังไม่ใช่แค่เซียนฮุ่นหยวนธรรมดา แต่เขาคือเซียนแห่งวิถีสวรรค์

เซียนแห่งวิถีสวรรค์ไม่เพียงแต่จะสามารถควบคุมกฎเกณฑ์มรรคาที่ตนเองฝึกฝนได้เท่านั้น แต่ยังสามารถหยิบยืมพลังจากวิถีสวรรค์มาใช้ได้อีกด้วย

หากวัดกันแค่เรื่องของพลัง พวกเขาย่อมแข็งแกร่งกว่าเซียนฮุ่นหยวนทั่วไปอยู่ขั้นหนึ่ง

ดังนั้นเมื่อทวยเทพแห่งหงฮวงเห็นกู่ซีเปิดศึกกับจุ่นถี สิ่งเดียวที่พวกเขาคิดก็คือ กู่ซีจะสามารถต้านทานได้นานแค่ไหน

พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่ากู่ซีจะสามารถต่อกรกับจุ่นถีได้อย่างสูสี แถมยังสามารถบดขยี้ฝ่ามือของจุ่นถีจนแหลกสลายได้อีกด้วย

"นี่หรือคือพลังของการบรรลุมรรคาด้วยกายา ช่างเป็นพลังแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวและพิสดารยิ่งนัก ถึงขนาดบดขยี้ฝ่ามือขององค์เซียนให้กลายเป็นอนุภาคชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้เลยเชียวหรือ"

สีหน้าของซานชิง นักพรตเจียอิน และหนี่วา เคร่งเครียดขึ้นมาทันที

หากลองสลับตำแหน่งกันดู หากเป็นพวกเขาที่ต้องเผชิญหน้ากับหมัดของกู่ซีเมื่อครู่ พวกเขาก็แอบคิดว่าตัวเองคงต้านทานหมัดของกู่ซีเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน

"ดูเหมือนว่าต่อไปหากต้องต่อสู้กับกู่ซี คงต้องใช้กฎเกณฑ์มรรคาโจมตีจากระยะไกลเท่านั้น ห้ามเข้าไปต่อสู้ในระยะประชิดเด็ดขาด"

"กายาเนื้อของเขามันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว พวกเราไม่อาจเทียบชั้นได้เลย!"

น้ำเสียงของไท่ชิงเหลาจื่อเจือความเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย

หยวนสือเทียนจุน ทงเทียนเจี้ยวจู่ นักพรตเจียอิน และหนี่วา ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

หลังจากได้ชมการต่อสู้เมื่อครู่ พวกเขาทุกคนต่างก็ตระหนักดีว่ากายาเนื้อของกู่ซีนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

"ถึงกับ... ทำลายฝ่ามือของข้าไปได้ข้างหนึ่งเลยงั้นหรือ"

จุ่นถีค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากส่วนลึกของมิติเวลา เขาจ้องมองมือที่ขาดด้วนของตนเองด้วยสายตาที่มืดมนเล็กน้อย

การสูญเสียฝ่ามือไปเพียงข้างเดียวไม่ได้สร้างความเสียหายให้เขามากนักหรอก

เพียงแค่เขาขยับความคิด อนุภาคสีทองที่ปลิวว่อนไปทั่วจักรวาลก็จะพุ่งกลับมารวมตัวกันและสร้างฝ่ามือของเขาขึ้นมาใหม่ในพริบตา

แต่สิ่งที่เขาใส่ใจก็คือ ในการปะทะกับกู่ซีครั้งนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปหนึ่งกระบวนท่า

แถมยังเป็นการพ่ายแพ้ต่อหน้าทวยเทพแห่งหงฮวงอีกด้วย

นี่มันทำให้เซียนแห่งวิถีสวรรค์อย่างเขาต้องเสียหน้าอย่างรุนแรง

ถึงกระนั้น เขาก็ไม่คิดที่จะสู้กับกู่ซีต่อไปอีกแล้ว

จากการต่อสู้เมื่อครู่ เขาตระหนักได้ว่ากู่ซีที่บรรลุมรรคาด้วยกายานั้นมีพลังรบที่ไม่ด้อยไปกว่าเขาเลย

และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถเอาชนะกู่ซีได้ในเวลาอันสั้น

ด้วยพลังระดับนี้ หากจะสู้กันให้รู้ผลแพ้ชนะจริงๆ เกรงว่าคงต้องสู้กันนานนับแสนปี ล้านปี หรืออาจจะถึงสิบล้านปีเลยก็เป็นได้

และสุดท้ายใครจะเป็นผู้ชนะ...

ก็ต้องดูว่าใครจะอึดกว่ากัน!

ซึ่งนั่นคือสิ่งที่จุ่นถีไม่ต้องการ

ในมุมมองของเขา ต่อให้เป็นถึงองค์เซียน ก็จำเป็นต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดและเก็บไม้ตายเอาไว้บ้าง

เมื่อครู่เขาได้งัดเอาพลังส่วนใหญ่ออกมาใช้แล้ว เขาไม่อาจเปิดเผยไม้ตายทั้งหมดให้ใครเห็นได้

เพราะนั่นอาจทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายของการถูกลอบกัดได้ง่ายๆ และเขายังต้องการเก็บไม้ตายเอาไว้พลิกสถานการณ์ในยามคับขันด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ใครจะรู้ล่ะว่ากู่ซีเองก็แอบซ่อนไม้ตายเอาไว้ด้วยหรือไม่

หากเขาเปิดเผยไม้ตายทั้งหมดแล้วยังเอาชนะกู่ซีไม่ได้ แบบนั้นคงขาดทุนย่อยยับแน่ๆ

ดังนั้นพอแค่นี้แหละดีที่สุดแล้ว!

แม้จะเสียหน้าไปบ้าง

แต่ว่า... การทำเรื่องเสียหน้า เขาก็ทำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนี่นา!

จะเสียหน้าเพิ่มอีกสักครั้งก็คงไม่เป็นไรหรอก!

อีกอย่าง ตอนนี้เขากำลังจัดการ 'งานหลวง' อยู่ ขอแค่ทำเต็มที่ก็พอ ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทจนสุดกำลัง!

แน่นอนว่าความอัปยศในวันนี้เขาจะจดจำเอาไว้ในใจ และหากมีโอกาส เขาจะต้องเอาคืนอย่างสาสมแน่

เมื่อคิดได้ดังนั้น จุ่นถีก็ค่อยๆ เก็บซ่อนพลังเวทของตนเอง กระแสธารแห่งมรรคาที่ทอดตัวยาวข้ามห้วงอวกาศแห่งนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไป

เมื่อกู่ซีเห็นจุ่นถีเก็บพลังเวท เขาก็เก็บพลังของตนเองเช่นกัน

จากการทดสอบเมื่อครู่ เขาก็พอจะรู้แล้วว่าพลังรบของการบรรลุมรรคาด้วยกายานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเซียนฮุ่นหยวนเลย

เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

เขาเองก็รู้ดีว่าหากฝืนสู้ต่อไปเพื่อหาผลแพ้ชนะ คงต้องใช้เวลานานนับแสนปี ล้านปี หรืออาจจะถึงสิบล้านปี

ซึ่งมันไม่จำเป็นเลยสักนิด

"กู่ซี ที่พวกเรามาหาเจ้าในวันนี้ก็เพื่อจะประกาศราชโองการของปรมาจารย์เต๋า ปรมาจารย์เต๋ามีรับสั่งว่า ในเมื่อเจ้าเป็นจ้าวแห่งยมโลก เจ้าก็ควรปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและคอยปกปักษ์ยมโลกตลอดไป ห้ามออกจากยมโลกโดยพลการเป็นอันขาด"

นักพรตจุ่นถีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ถูกต้องแล้ว นี่คือราชโองการของปรมาจารย์เต๋า ข้าหวังว่าสหายกู่ซีจะยอมปฏิบัติตาม เพื่อที่พวกเราจะได้ไม่ต้องลำบากใจ"

นักพรตเจียอินก็ก้าวออกมาร่วมสมทบด้วย

"ปรมาจารย์เต๋าคือตัวแทนของวิถีสวรรค์ เจตจำนงของปรมาจารย์เต๋าก็คือเจตจำนงของวิถีสวรรค์ สหายกู่ซี เจ้าคงไม่ได้คิดจะฝืนลิขิตสวรรค์หรอกนะ"

หยวนสือเทียนจุนกล่าวประชดประชันเมื่อเห็นว่ากู่ซีมีท่าทีไม่แยแส

"สหายกู่ซี เจ้าก็น่าจะรู้ดีนะว่าลิขิตสวรรค์นั้นมิอาจฝ่าฝืนได้"

ไท่ชิงเหลาจื่อเอ่ยเรียบๆ

ทงเทียนเจี้ยวจู่และหนี่วาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร พวกเขาเพียงแค่ยืนอยู่ข้างๆ ไท่ชิงเหลาจื่อและคนอื่นๆ เพื่อแสดงจุดยืน

พวกเขาไม่มีทางเลือก ต่อให้ในใจจะรู้สึกไม่ยินยอม แต่หงจวินก็คืออาจารย์ของพวกเขา พวกเขาจึงจำเป็นต้องสนับสนุนการตัดสินใจของหงจวิน

"อะไรนะ ปรมาจารย์เต๋าหงจวินสั่งให้กู่ซีประจำการอยู่ที่ยมโลกตลอดกาลและห้ามออกจากยมโลกโดยพลการอย่างนั้นหรือ"

ทวยเทพแห่งหงฮวงต่างก็เดือดพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของนักพรตจุ่นถีและคนอื่นๆ

"ซี้ด... เมื่อครู่ยังเพิ่งมีรังสีอำมหิตพุ่งเป้าไปที่กู่ซีดังมาจากตำหนักจื่อเซียวอยู่เลย..."

"ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมปรมาจารย์เต๋าหงจวินถึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะลงมือกับกู่ซีในท้ายที่สุดก็เถอะ"

"แต่ตอนนี้ปรมาจารย์เต๋าหงจวินกลับออกคำสั่งเฉียบขาดให้กู่ซีประจำการอยู่ที่ยมโลกและห้ามออกมาโดยพลการ... นี่มันจงใจขัดขวางการเติบโตของกู่ซีชัดๆ"

ทวยเทพแห่งหงฮวงต่างก็นึกย้อนไปถึงรังสีอำมหิตอันรุนแรงที่พุ่งออกมาจากตำหนักจื่อเซียวเพื่อพุ่งเป้าไปยังกู่ซีก่อนหน้านี้ และเมื่อได้ยินราชโองการที่นักพรตจุ่นถีประกาศออกมา พวกเขาก็เข้าใจเจตนาของหงจวินได้ในทันที

"ในเมื่อฆ่าไม่ได้ ก็ใช้วิธีจำกัดบริเวณแทน!"

"ปรมาจารย์เต๋าช่างวางแผนได้แยบยลยิ่งนัก!"

ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์อย่างหมิงเหอและคนอื่นๆ ต่างก็แอบรู้สึกหนาวสั่นอยู่ในใจ

ความหวาดระแวงและระมัดระวังที่พวกเขามีต่อหงจวินเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่ผ่านมาหงจวินมักจะวางตัวอยู่เหนือสรรพสิ่งและปล่อยให้หงฮวงพัฒนาไปตามยถากรรม แทบจะไม่เคยยื่นมือเข้ามาแทรกแซง ราวกับว่าเขาไม่ได้ใส่ใจสิ่งใดเลย

จนบางครั้งยอดฝีมือระดับปรมาจารย์อย่างพวกหมิงเหอก็แทบจะลืมเลือนการมีอยู่ของหงจวินไปแล้วด้วยซ้ำ

และแอบคิดไปเองว่าหงจวินคงจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของพวกเขาหรอก

แต่ทว่าจากสถานการณ์ในตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แบบนั้นเสียแล้ว

การที่หงจวินไม่เคยยื่นมือเข้ามาแทรกแซงในอดีต อาจเป็นเพราะไม่มีใครไปล่วงละเมิดผลประโยชน์ของเขาก็เป็นได้

หากมีใครไปล่วงละเมิดผลประโยชน์ของเขาเข้า ก็คงจะถูกตั้งเป้าเล่นงานเหมือนกับกู่ซีในตอนนี้

"บ้าเอ๊ย หงจวินถึงกับคิดจะจำกัดขอบเขตของสหายกู่ซีเชียวหรือ"

ณ ยมโลก สัตว์ร้ายเสินนี่ ปฐมบรรพชนหยินหยาง จู่เฟิ่ง ซีหวังหมู่ เจิ้นหยวนจื่อ และคนอื่นๆ ต่างก็เดือดดาลเป็นอย่างมาก

ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหงจวิน พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย

ช่องว่างระหว่างพวกเขากับหงจวินในตอนนี้มันห่างไกลกันเกินไป ต่อให้พวกเขาอยากจะช่วยกู่ซีแค่ไหน พวกเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี

"หงจวินหมายหัวสหายกู่ซีแล้วอย่างนั้นหรือ"

หลัวโหวก็ขมวดคิ้วเช่นกัน

หากกู่ซีถูกหงจวินจับตามองล่ะก็ มันย่อมส่งผลเสียต่อแผนการในอนาคตของพวกเขาอย่างแน่นอน

"เหตุใดปรมาจารย์เต๋าหงจวินถึงตัดสินใจเช่นนี้ ปฐมจารย์ยุทธ์ไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย แถมเขายังทำคุณงามความดีให้กับหงฮวงตั้งมากมาย..."

"ปรมาจารย์เต๋าหงจวินคือตัวแทนของวิถีสวรรค์ไม่ใช่หรือ"

"ปฐมจารย์ยุทธ์อุทิศตนเพื่อโลกหงฮวงมากมายขนาดนี้... ปรมาจารย์เต๋าหงจวินในฐานะตัวแทนของวิถีสวรรค์ก็ควรจะสนับสนุนและช่วยเหลือปฐมจารย์ยุทธ์ในการพัฒนาตนเองสิ ทำไมถึงกลับกลายเป็นมาขัดขวางเขาแทนล่ะ"

สรรพชีวิตมากมายที่ฝึกฝนวิถียุทธ์ต่างก็รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมแทนกู่ซี และแอบรู้สึกไม่พอใจหงจวินอยู่ลึกๆ

กู่ซีกวาดสายตามององค์เซียนทั้งหกอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะปรากฏรอยยิ้มแฝงนัยยะ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงกึ่งยิ้มกึ่งบึ้งว่า:

"ปรมาจารย์เต๋าต้องการให้ข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดอย่างนั้นหรือ"

"เรื่องนั้นมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ!"

"ที่ผ่านมาข้าก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดมาตลอดนั่นแหละ!"

"เพียงแต่ การจะให้ข้าประจำการอยู่ที่ยมโลกตลอดกาล ข้าเกรงว่าจะทำไม่ได้หรอกนะ!"

"ปรมาจารย์เต๋าคงจะหลงลืมไปแล้วกระมังว่า ข้าน่ะมีตำแหน่งเทวะค่อนข้างเยอะ..."

"นอกจากจะเป็นจ้าวแห่งยมโลกแล้ว ข้ายังเป็นพระบิดาเผ่ามนุษย์ ปฐมจารย์ยุทธ์ เทพแห่งฤดูกาล จ้าวแห่งไท่อิน แล้วก็ยังเป็นเทียนจุนสิบทิศช่วยสรรพสัตว์อีกด้วย... เฮ้อ เยอะแยะจนนับไม่หวาดไม่ไหวเลยล่ะ!"

"ตำแหน่งเทวะมากมายขนาดนี้ หน้าที่ความรับผิดชอบที่ข้าต้องทำมันก็ย่อมเยอะตามไปด้วยน่ะสิ!"

"ขืนให้ข้าเอาแต่อุดอู้อยู่ในยมโลก ข้าจะทำหน้าที่เหล่านั้นได้อย่างไรกัน"

"ข้าก็ต้องหมั่นออกไปเดินตรวจตราในหงฮวงบ้าง เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งเทวะได้อย่างครบถ้วนอย่างไรล่ะ!"

"ยิ่งมีตำแหน่งเทวะมาก ภาระหน้าที่ก็ยิ่งหนักอึ้งนะ!"

"ข้าจะทำให้ตำแหน่งเทวะเหล่านี้ต้องเสื่อมเสียไม่ได้หรอกนะ และข้าก็ไม่อาจละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบของข้าได้ด้วย!"

"การฝืนลิขิตสวรรค์คืออะไรกันแน่ การที่ข้าหมั่นออกไปตรวจตราและปฏิบัติหน้าที่ในหงฮวงอยู่เสมอ นั่นแหละคือการปฏิบัติตามลิขิตสวรรค์!"

"ในทางกลับกัน หากข้าเอาแต่อุดอู้อยู่ในยมโลก นั่นต่างหากที่เรียกว่าละทิ้งหน้าที่และฝืนลิขิตสวรรค์!"

"พวกเจ้าว่าเหตุผลของข้ามันฟังขึ้นไหมล่ะ"

เงียบ!

เงียบกริบ!

เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก!

ไม่ว่าจะเป็นองค์เซียนทั้งหก ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์อย่างหมิงเหอและคนอื่นๆ ทวยเทพแห่งหงฮวง หรือแม้กระทั่งสรรพชีวิตนับไม่ถ้วนแห่งหงฮวง ต่างก็ยืนนิ่งงันไปในบัดดล

ในตอนนั้นเอง พวกเขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาผู้นี้คือตัวตนระดับสัตว์ประหลาดที่เก่งกาจและไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่กำเนิดโลก

สำหรับสัตว์ประหลาดผู้นี้แล้ว การครอบครองตำแหน่งเทวะมันก็เป็นเรื่องง่ายดายพอกับการกินข้าวหรือดื่มน้ำนั่นแหละ

ตำแหน่งเทวะที่เขามีอยู่นั้นมากมายก่ายกองจนนับแทบไม่ถ้วนอย่างที่เขาพูดจริงๆ

ในเวลานี้ องค์เซียนทั้งหก ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์อย่างหมิงเหอ ทวยเทพแห่งหงฮวง รวมถึงสรรพชีวิตนับไม่ถ้วน ต่างก็ลืมราชโองการของหงจวินไปเสียสนิท พวกเขาต่างรู้สึกอิจฉาและหมั่นไส้กู่ซีขึ้นมาตงิดๆ

ทำไมคนผู้นี้ถึงมีตำแหน่งเทวะมากมายขนาดนี้ ในขณะที่พวกเขาแค่จะครอบครองสักตำแหน่งเดียวยังยากเย็นแสนเข็ญ

ผ่านไปครู่หนึ่ง หลายคนก็เริ่มตั้งสติได้

ข้อโต้แย้งของกู่ซีช่างฟังขึ้นเสียจริง!

เขามีตำแหน่งเทวะติดตัวอยู่มากมายขนาดนี้ หากต้องการปฏิบัติตามเจตจำนงของวิถีสวรรค์ เขาก็สมควรที่จะต้องออกไปเดินเพ่นพ่านในหงฮวงเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ จริงๆ นั่นแหละ จะให้เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในยมโลกได้อย่างไร

องค์เซียนทั้งหกต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาโต้แย้ง

ในฐานะเซียนแห่งวิถีสวรรค์ พวกเขาจะเข้าไปขัดขวางไม่ให้กู่ซี 'ปฏิบัติตามลิขิตสวรรค์' ได้อย่างไรกัน

ในที่สุดหยวนสือเทียนจุนก็แค่นเสียงฮึดฮัด "นี่คือราชโองการของปรมาจารย์เต๋านะ!"

"ราชโองการของปรมาจารย์เต๋างั้นหรือ"

"ข้ารู้แล้วล่ะ!"

"แต่ข้าคิดว่าปรมาจารย์เต๋าคงจะขี้หลงขี้ลืมไปหน่อย ถึงได้ลืมไปว่าข้ายังมีตำแหน่งเทวะอื่นๆ อยู่อีก!"

"เอาอย่างนี้ไหมล่ะ ถ้าพวกเจ้าคิดว่าเหตุผลของข้ามันฟังไม่ขึ้น งั้นเดี๋ยวข้าจะ 'อัญเชิญ' ดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ลงมาเป็นพยานให้สักหน่อย พวกเจ้าเห็นว่าอย่างไรล่ะ"

กู่ซียิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย

"อะแฮ่ม ไม่ต้องอัญเชิญดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ลงมาหรอก ในเมื่อสหายกู่ซีมีเหตุผลที่ฟังขึ้น เช่นนั้นพวกเราก็จะนำคำพูดของท่านกลับไปกราบทูลให้ปรมาจารย์เต๋าทรงทราบเอง!"

ไท่ชิงเหลาจื่อกล่าวจบก็หายวับไปในทันที

ก่อนหน้านี้ดวงตาแห่งวิถีสวรรค์เพิ่งจะลงมาตักเตือนหงจวินไปหมาดๆ

เขาเองก็รู้สึกหวาดหวั่นต่อดวงตาแห่งวิถีสวรรค์อยู่ไม่น้อย

หากดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ 'เข้าใจผิด' คิดว่าเซียนแห่งวิถีสวรรค์อย่างเขากำลังบีบบังคับให้กู่ซี 'ฝืนลิขิตสวรรค์' ขึ้นมา จะทำอย่างไรเล่า

รีบเผ่นก่อนดีกว่า

"ข้ากับศิษย์พี่ใหญ่จะกลับไปรายงานท่านอาจารย์เอง"

ทงเทียนเจี้ยวจู่ก็จากไปเช่นกัน

หยวนสือเทียนจุนเองก็จากไปเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ

"สหายทั้งสาม รอก่อน!"

เจียอินและจุ่นถีก็มีความคิดแบบเดียวกับไท่ชิงเหลาจื่อ พวกเขากลัวว่าดวงตาแห่งวิถีสวรรค์จะ 'เข้าใจผิด' จึงรีบชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

สุดท้ายก็เหลือเพียงหนี่วาที่ยังคงรั้งอยู่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 208 - กู่ซี: ประจำการยมโลกตลอดกาลหรือ ปรมาจารย์เต๋า ข้าทำไม่ได้หรอก ตำแหน่งเทวะของข้ามันเยอะเกินไป!

คัดลอกลิงก์แล้ว