- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคบรรพกาลทั้งที ไหงระบบให้สกิลแจกบัฟแค่มนุษย์ถ้ำเนี่ย
- บทที่ 206 - เลิกไร้สาระ แล้วรับหมัดข้าไปสักหมัดเถอะ!
บทที่ 206 - เลิกไร้สาระ แล้วรับหมัดข้าไปสักหมัดเถอะ!
บทที่ 206 - เลิกไร้สาระ แล้วรับหมัดข้าไปสักหมัดเถอะ!
บทที่ 206 - เลิกไร้สาระ แล้วรับหมัดข้าไปสักหมัดเถอะ!
"วิถีสวรรค์ถึงกับขัดขวางไม่ให้ข้าลงมือกับกู่ซีงั้นหรือ"
หงจวินจ้องมองดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกแทบอยากจะบ้าตาย
เขาคือตัวแทนของวิถีสวรรค์เชียวนะ แต่วิถีสวรรค์ไม่เพียงไม่เข้าข้างเขา กลับไปเข้าข้างคนนอกงั้นหรือ
แต่ทว่าเขาก็ยังไม่กล้าต่อกรกับวิถีสวรรค์ซึ่งหน้าในตอนนี้อยู่ดี
หากเขาต้องสูญเสียตำแหน่งตัวแทนวิถีสวรรค์ไปล่ะก็
นั่นคงเป็นความสูญเสียที่ใหญ่หลวงเกินกว่าจะรับไหว
เขาทำหน้าถมึงทึงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะรองนั่งอีกครั้ง
เมื่อหงจวินกลับมานั่งลง อสนีบาตเทวะโกลาหลที่ปิดกั้นตำหนักจื่อเซียวรวมถึงดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ก็ค่อยๆ เลือนหายไป
"กู่ซีมีความเกี่ยวข้องอะไรกับวิถีสวรรค์กันแน่"
"เหตุใดวิถีสวรรค์ถึงต้องปกป้องเขาด้วย"
หงจวินนั่งอยู่บนเบาะรองนั่ง ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกอัดอั้นตันใจ
เขาสัมผัสได้เลยว่าภัยคุกคามจากกู่ซีกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างวิถีสวรรค์และกู่ซีช่างแนบแน่นถึงเพียงนี้...
แล้วในอนาคตวิถีสวรรค์จะหันไปเลือกกู่ซีมาเป็นตัวแทนแล้วทอดทิ้งเขาไปหรือไม่
ยิ่งคิด รังสีอำมหิตภายในใจของเขาก็ยิ่งพุ่งพล่าน
"วิถีสวรรค์ไม่อนุญาตให้ข้าลงมือกับกู่ซี!"
"และคงไม่อนุญาตให้องค์เซียนคนอื่นๆ ลงมือสังหารกู่ซีเช่นกัน"
"แต่ถึงกระนั้น ข้าก็ต้องหาทางขัดขวางไม่ให้เขาพัฒนาขุมกำลังได้อย่างราบรื่นในอนาคตให้จงได้"
หงจวินพึมพำกับตัวเองขณะรวบรวมความคิดและส่งกระแสจิตหลายสายออกไป
...
"เมื่อครู่นี้... นั่นมันอสนีบาตเทวะโกลาหลกับดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ไม่ใช่หรือ"
"เหตุใดของสองสิ่งนั้นถึงไปปรากฏอยู่ที่ตำหนักจื่อเซียวได้ล่ะ"
องค์เซียนทั้งหกต่างรับรู้ได้ทันทีเมื่ออสนีบาตเทวะโกลาหลและดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ปรากฏขึ้นเหนือตำหนักจื่อเซียว
จากนั้นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์อย่างหมิงเหอและคนอื่นๆ ก็เริ่มสัมผัสได้เช่นกัน
เพียงแต่... ทำไมอสนีบาตเทวะโกลาหลและดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ถึงต้องไปปรากฏตัวที่ตำหนักจื่อเซียวด้วย
จู่ๆ ความคิดอันน่าตื่นตะลึงก็ผุดขึ้นมาในหัวของพวกเขา
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของอสนีบาตเทวะโกลาหลและดวงตาแห่งวิถีสวรรค์เหนือตำหนักจื่อเซียว คงไม่ใช่เพราะกู่ซีหรอกนะ
ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่ากู่ซีสามารถอัญเชิญอสนีบาตเทวะโกลาหลและดวงตาแห่งวิถีสวรรค์มาได้
และทันทีที่หงจวินเกิดจิตสังหารต่อกู่ซี อสนีบาตเทวะโกลาหลและดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ก็ไปปรากฏตัวที่ตำหนักจื่อเซียวในเวลาไล่เลี่ยกันพอดี เรื่องนี้มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยหรือไม่
ทว่าข้อสันนิษฐานนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อเสียจริง
ถึงขั้นทำให้ผู้คนยากที่จะทำใจเชื่อลงได้
ปรมาจารย์เต๋าหงจวินคือตัวแทนของวิถีสวรรค์เชียวนะ
แต่ตอนนี้ดวงตาแห่งวิถีสวรรค์กลับยอมปรากฏตัวเหนือตำหนักจื่อเซียวเพื่อข่มขู่ปรมาจารย์เต๋าหงจวินเพื่อปกป้องกู่ซีเนี่ยนะ
ความคิดนี้มันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว
องค์เซียนทั้งหกและยอดฝีมือมากมายต่างก็ไม่อยากจะเชื่อในข้อสันนิษฐานของตนเองเลย
"ข้อสันนิษฐานของพวกเราจะถูกต้องหรือไม่ ก็คงต้องรอดูว่าปรมาจารย์เต๋าจะออกจากตำหนักจื่อเซียวมาจัดการกับกู่ซีหรือไม่"
"หากเขาออกมา ก็แปลว่าพวกเราเดาผิด!"
"แต่หากเขาไม่ออกมา... เกรงว่าข้อสันนิษฐานนี้อาจจะเป็นเรื่องจริง"
สัมผัสเทวะขององค์เซียนทั้งหกและยอดฝีมือมากมายต่างก็จับจ้องไปที่ตำหนักจื่อเซียวอย่างไม่วางตา
ทว่าหลังจากรอคอยอยู่นานแสนนาน...
ปรมาจารย์เต๋าหงจวินผู้ซึ่งเกิดจิตสังหารต่อกู่ซีอย่างรุนแรง...
กลับไม่ก้าวเท้าออกจากตำหนักจื่อเซียวเลยแม้แต่ก้าวเดียว...
"นี่มัน..."
ภายในใจขององค์เซียนทั้งหกและยอดฝีมือมากมายต่างสั่นสะท้านด้วยความยำเกรง
พวกเขารู้ตัวแล้วว่าพวกเขาเดาถูกเข้าอย่างจัง
มีความเป็นไปได้สูงมากที่ดวงตาแห่งวิถีสวรรค์จะลงมาข่มขู่ปรมาจารย์เต๋าหงจวินเพื่อปกป้องกู่ซี
และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ปรมาจารย์เต๋าหงจวินต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะลงมือสังหารกู่ซี
แต่ทว่าสถานการณ์เช่นนี้มันดูย้อนแย้งและน่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยกระมัง
และในชั่วขณะนั้นเอง องค์เซียนทั้งหกก็ได้รับกระแสจิตจากหงจวินพร้อมกัน
"ปรมาจารย์เต๋ามีรับสั่งให้พวกเราไปประกาศราชโองการแก่กู่ซี โดยสั่งให้เขาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะจ้าวแห่งยมโลกอย่างเคร่งครัด และห้ามออกจากยมโลกนับแต่นี้เป็นต้นไปอย่างนั้นหรือ"
องค์เซียนทั้งหกต่างชะงักไปเมื่อได้รับกระแสจิตนั้น
"ท่านอาจารย์หมายความว่าอย่างไรกัน"
"ในเมื่อท่านเกิดจิตสังหารต่อกู่ซี แล้วเหตุใดถึงไม่ลงมือสังหารเขาด้วยตนเองไปเลยเล่า"
"หรือเป็นเพราะวิถีสวรรค์ต้องการปกป้องกู่ซี ท่านอาจารย์จึงไม่อาจลงมือได้"
ณ ภูเขาคุนหลุน หยวนสือเทียนจุนขมวดคิ้วพึมพำ
เมื่อครู่ตอนที่เขาสัมผัสได้ว่าหงจวินเกิดจิตสังหารต่อกู่ซี
ภายในใจของเขาก็รู้สึกคาดหวังและตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เขาปรารถนาอย่างยิ่งให้ปรมาจารย์เต๋าหงจวินลงมือสังหารกู่ซีให้สิ้นซาก
เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทุกครั้งที่นึกถึงชื่อกู่ซี
แต่ผลลัพธ์กลับทำให้เขาต้องผิดหวัง เมื่อหงจวินเลือกที่จะไม่ลงมือ
"เอาล่ะ ศิษย์น้องรอง ท่านอาจารย์สั่งให้ทำสิ่งใด พวกเราก็แค่ทำตามนั้นก็พอแล้ว"
ไท่ชิงเหลาจื่อปรามหยวนสือเทียนจุนให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ เพราะหงจวินไม่ใช่ผู้ที่พวกเขาจะสามารถตั้งคำถามได้ตามอำเภอใจ ยิ่งในฐานะศิษย์ด้วยแล้ว
พวกเขายิ่งต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำเป็นพิเศษ
และในวินาทีนั้นเอง ความคิดมากมายก็แล่นผ่านเข้ามาในหัวของไท่ชิงเหลาจื่อ
ความหวาดระแวงที่เขามีต่อกู่ซียิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกขั้น
หงจวินผู้เป็นอาจารย์ของเขาเกิดจิตสังหารต่อกู่ซีอย่างชัดเจน
ทว่ากลับไม่สามารถลงมือกระทำการใดๆ ได้
เมื่อลองคิดดูให้ดี เขาก็รู้สึกได้เลยว่าตัวกู่ซีนั้นแอบซ่อนความน่าสะพรึงกลัวเอาไว้อย่างมหาศาล
แถมยัง...
ตัวกู่ซีในตอนนี้ก็แข็งแกร่งมากพออยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ในตอนที่ยังไม่บรรลุมรรคาด้วยกายา พลังของกู่ซีเมื่อได้รับการหนุนเสริมจากหกสังสารวัฏและพลังต้นกำเนิดแห่งยมโลกก็สามารถต่อกรกับองค์เซียนได้อย่างสูสี
มาตอนนี้กู่ซียังบรรลุมรรคาด้วยกายาไปอีก... พลังที่แท้จริงของเขานั้นจะแข็งแกร่งถึงระดับไหนกันแน่ ไม่มีใครอาจล่วงรู้ได้เลย
ดังนั้นไท่ชิงเหลาจื่อจึงรู้สึกว่าภารกิจที่หงจวินมอบหมายมาให้นั้นดูท่าจะรับมือได้ยากเสียแล้ว
ทว่าถึงจะเป็นรับสั่งของปรมาจารย์เต๋าหงจวิน ต่อให้ยากลำบากเพียงใด พวกเขาก็ต้องจำใจทำ
ไม่นานนัก ซานชิงก็เดินทางออกจากภูเขาคุนหลุน
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจียอินและจุ่นถีก็เดินทางออกจากดินแดนตะวันตกสุดขอบโลก ส่วนหนี่วาก็เดินทางออกจากดินแดนหวงหวาเช่นกัน
...
"ดูเหมือนว่าหงจวินจะถูกวิถีสวรรค์ข่มขู่จนไม่กล้าลงมือกับข้างั้นสิ"
"แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ตัวข้าในตอนนี้อาจจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับองค์เซียนทั้งหกได้... แต่ถ้าต้องเจอกับหงจวิน เกรงว่าข้าคงยังห่างชั้นอยู่อีกไกล"
กู่ซีทอดสายตามองไปทางตำหนักจื่อเซียวพลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เขารู้สึกพอใจกับผลงานของเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างวิถีสวรรค์ยิ่งนัก
แน่ล่ะสิ!
ตอนนี้เขาติดหนี้วิถีสวรรค์อยู่ตั้ง 30 ล้านล้านแต้มบุญเชียวนะ
ขืนดูแลเขาไม่ดีล่ะก็
เกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมา
หนี้ก้อนโตนี้ก็คงต้องกลายเป็นหนี้สูญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เห็นได้ชัดเลยว่าวิถีสวรรค์ก็ไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้มันจึงต้องรีบออกโรงปกป้องเขาอย่างเต็มที่ พอหงจวินปล่อยรังสีอำมหิตใส่เขา ดวงตาแห่งวิถีสวรรค์ก็รีบไปปรากฏตัวเหนือตำหนักจื่อเซียวเพื่อข่มขู่และเตือนสติหงจวินในทันที
สำหรับเรื่องนี้...
กู่ซีมีเพียงคำเดียวที่จะมอบให้ นั่นก็คือคำว่า เจ๋ง!
"หืม?"
"ซานชิง เจียอิน จุ่นถี หนี่วา... พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาหาข้างั้นหรือ"
"หรือว่าพอหงจวินลงมือเองไม่ได้ ก็เลยส่งพวกเขามาจัดการข้าแทน"
จู่ๆ แววตาของกู่ซีก็ฉายแววจดจ่อขณะมองดูซานชิงและคนอื่นๆ ที่กำลังบินตรงมาหาเขา
เขาสามารถคาดเดาได้ทันทีว่านี่จะต้องเป็นคำสั่งของหงจวินอย่างแน่นอน
แต่ทว่าเมื่อมองดูองค์เซียนทั้งหกที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา...
ในเวลานี้เขาไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เขากลับรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาตงิดๆ เสียด้วยซ้ำ
เขาเพิ่งจะบรรลุมรรคาด้วยกายามาหมาดๆ จึงยังไม่รู้ขีดจำกัดพลังของตนเองเลย
การมาเยือนขององค์เซียนทั้งหกในตอนนี้ช่างเหมาะเจาะกับการใช้เป็นหนูทดลองพลังของเขาเสียจริง
อย่างไรเสียเขาก็มีวิถีสวรรค์คอยคุ้มครองอยู่แล้ว
ต่อให้สู้ไม่ได้ เขาก็ไม่มีทางเป็นอันตรายถึงชีวิตแน่นอน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วเขาจะมัวลังเลอะไรอยู่อีกเล่า
"กู่ซี ข้าขอประกาศราชโองการจากปรมาจารย์เต๋า มีรับสั่งให้เจ้า..."
ทันทีที่จุ่นถีมาถึง เขาก็เตรียมที่จะประกาศราชโองการของหงจวินให้กู่ซีฟัง
"เลิกไร้สาระ แล้วรับหมัดข้าไปสักหมัดเถอะ!"
กู่ซีตวาดกร้าวพร้อมกับปล่อยหมัดพุ่งตรงเข้าใส่จุ่นถีอย่างจัง
จุ่นถีถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ขนาดราชโองการของปรมาจารย์เต๋าหงจวิน เจ้าก็ยังไม่คิดจะฟังเลยงั้นหรือ
แถมยังกล้าเปิดฉากโจมตีเซียนแห่งวิถีสวรรค์อย่างข้าก่อนอีกด้วยงั้นหรือเนี่ย
[จบแล้ว]