- หน้าแรก
- หมอเทวดาบัญชามังกร
- บทที่ 34 - ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถีบประตูพังเข้ามา!
บทที่ 34 - ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถีบประตูพังเข้ามา!
บทที่ 34 - ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถีบประตูพังเข้ามา!
บทที่ 34 - ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถีบประตูพังเข้ามา!
วันรุ่งขึ้น
หลังจากตื่นนอน ลู่เฟิงก็กินมื้อเช้าแบบง่ายๆ แล้วออกไปทวงหนี้อีกครั้ง
ตลอดช่วงเช้า ลู่เฟิงวิ่งรอกไปสองที่ ตอนแรกอีกฝ่ายก็มีท่าทีแข็งกร้าว แต่โชคร้ายที่หมัดของลู่เฟิงแข็งแกร่งกว่า เมื่อต้องเผชิญกับความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า อีกฝ่ายจึงทำได้เพียงยอมจำนนแต่โดยดีและยอมจ่ายหนี้ที่ค้างชำระกับบริษัทตระกูลเย่
หลังจากจัดการธุระเสร็จ ลู่เฟิงก็ดูนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดกินข้าวกับโจวชิงหวง
"พอดีเลย ชักจะหิวแล้วสิ ไปกินข้าวกับโจวชิงหวงก่อนดีกว่า"
ลู่เฟิงคิดในใจ พอหวนนึกถึงข้อความที่โจวชิงหวงส่งมาให้เมื่อคืนเขาก็อยากจะหัวเราะออกมา สาวสวยหุ่นเซี้ยะที่มีร่างกายศักดิ์สิทธิ์สายเลือดหงส์เพลิงคนนี้คงไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังถูกเขาหลอกให้ตกหลุมพราง
...
ร้านอาหารเยียนอวี่ซานฟาง
ลู่เฟิงนั่งรถแท็กซี่มาถึง เขากำลังเดินตรงไปยังร้านอาหาร
บังเอิญตอนนั้นเอง รถหรูเบนท์ลีย์สีน้ำเงินไพลินคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่า รถยังไม่ทันจะจอดสนิท กระจกฝั่งผู้โดยสารก็เลื่อนลงมา เผยให้เห็นใบหน้างดงามสะกดสายตาคนทั้งโลกโผล่ออกมาเล็กน้อย เธอร้องทักลู่เฟิงด้วยความดีใจ "ลู่เฟิง!"
"ชิงหวง บังเอิญจังนะ!"
ลู่เฟิงยิ้มรับ
เมื่อรถจอดสนิท โจวชิงหวงก็เดินลงมาจากรถ
ชุดกี่เพ้าลวดลายภาพวาดหมึกจีนแนบชิดไปกับเรือนร่างของเธอ เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าที่สมส่วน ทรวดทรงองค์เอวอวบอิ่มชูชัน เอวคอดกิ่วราวกับกิ่งหลิว
บนใบหน้าของเธอประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ ขณะที่เธอกำลังเดินตรงมาหาลู่เฟิง ชายกระโปรงที่ผ่าสูงก็แหวกออกตามจังหวะการก้าวเดิน เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนยาวสลวยที่ซ่อนอยู่รำไร ชวนให้คนที่ได้มองต้องใจเต้นระรัว
"พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ"
โจวชิงหวงส่งยิ้มหวาน
ในตอนนั้นเอง ม่ายตงก็จอดรถเสร็จพอดีและเดินตามเข้ามาในร้าน
ร้านอาหารเยียนอวี่ซานฟางเป็นภัตตาคารหรูชื่อดังในเมืองเจียงเฉิง อาหารมื้อนึงที่นี่ราคาเริ่มต้นที่หลักหมื่นขึ้นไปทั้งนั้น
สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาทั่วไปจะมากินได้เลย
โจวชิงหวงจองห้องวีไอพีระดับจักรพรรดิของร้านเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งนี่คือห้องวีไอพีที่หรูหราที่สุดของที่นี่
หลังจากที่ลู่เฟิงกับโจวชิงหวงเดินพูดคุยหยอกล้อกันเข้าไปในร้านได้ไม่นาน ก็มีรถหรูสองคันแล่นเข้ามาจอด ชายหญิงวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินลงมาจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปในร้านเช่นกัน
คนที่เดินนำหน้ามาคือชายหนุ่มสองคน ข้างกายมีสาวสวยหน้าเรียวรูปไข่ขายาวสี่คนเดินขนาบข้าง สาวสวยทั้งสี่คนนี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเน็ตไอดอลทรงพิมพ์นิยมที่ผ่านการศัลยกรรมมาจนหน้าตาแทบจะเหมือนกันหมด
บังเอิญว่าซุนเหว่ยผู้จัดการของร้านเพิ่งจะคุยโทรศัพท์เสร็จ พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นคนกลุ่มนี้เดินเข้ามาพอดี
ซุนเหว่ยรีบเก็บโทรศัพท์มือถือ ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง เขารีบก้าวฉับๆ เข้าไปต้อนรับแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "คุณชายเมิ่งมาถึงแล้ว ทำไมไม่บอกล่วงหน้าสักคำล่ะครับ ผมจะได้ออกไปรอต้อนรับข้างนอก"
"ฉันก็เพิ่งตัดสินใจมาแบบกะทันหันเหมือนกัน"
ชายหนุ่มที่สวมชุดแบรนด์เนมเวอร์ซาเช่ทั้งตัวและสวมนาฬิกาโรเล็กซ์ที่ข้อมือเอ่ยขึ้น เขาชื่อว่าเมิ่งเส้าเฉียง เขาพูดต่อว่า "ผู้จัดการซุน พาฉันไปที่ห้องจักรพรรดิที วันนี้ฉันจะเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทที่เดินทางมาไกล!"
"ได้เลยครับ ได้เลย คุณชายเมิ่งเชิญตามผมมาทางนี้เลยครับ"
ซุนเหว่ยยิ้มกริ่มพยักหน้าหงึกหงัก ท่าทางนอบน้อมเคารพยำเกรงสุดๆ
พนักงานเสิร์ฟที่อยู่ข้างๆ สองสามคนหน้าถอดสี มีคนหนึ่งรีบเดินเข้าไปดึงแขนซุนเหว่ยไว้แล้วกระซิบเสียงเบา "ผู้จัดการซุนครับ ห้องจักรพรรดิมีลูกค้าจองไว้แล้วครับ"
"อะไรนะ มีลูกค้าแล้วเหรอ"
ซุนเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น เมื่อกี้เขามัวแต่คุยโทรศัพท์เลยไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีคนเข้าไปที่ห้องจักรพรรดิ เขาจึงถามขึ้น "อีกฝ่ายเป็นใคร"
"มากันสามคน ผู้หญิงสองผู้ชายหนึ่งครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าพวกเขาเป็นใคร อีกฝ่ายจองล่วงหน้าไว้แล้วและเพิ่งจะขึ้นไปข้างบนเมื่อกี้เองครับ" พนักงานเสิร์ฟอธิบาย
สายตาของเมิ่งเส้าเฉียงเย็นชาลง สีหน้าดูไม่ค่อยพอใจนัก เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผู้จัดการซุน มัวชักช้าอะไรอยู่ มัวทำอะไรของนาย"
ซุนเหว่ยสะดุ้งโหยง รีบตอบกลับทันที "คุณชายเมิ่งครับ พอดีว่าตอนนี้ห้องจักรพรรดิมีลูกค้าอยู่แล้วครับ แต่พวกเขาเพิ่งจะขึ้นไปได้แป๊บเดียว น่าจะยังไม่ได้สั่งอาหารด้วยซ้ำ คุณชายรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมขึ้นไปบอกให้พวกเขาย้ายไปห้องอื่นให้ครับ"
"เรื่องขี้ปะติ๋ว ขึ้นไปด้วยกันนี่แหละ"
เมิ่งเส้าเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ด้วยฐานะของเขาในเมืองเจียงเฉิง ไม่ว่าคนที่อยู่ในห้องจักรพรรดิจะเป็นใครก็ต้องไว้หน้าเขาทั้งนั้น
ไม่นานนัก คนกลุ่มนี้ก็เดินขึ้นมาถึงชั้นบนสุดและหยุดยืนอยู่หน้าห้องวีไอพีที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ
ซุนเหว่ยเดินนำหน้าไป เขาไม่ได้เคาะประตูด้วยซ้ำ แต่กลับผลักประตูเปิดเข้าไปดื้อๆ เลย
ภายในห้อง ลู่เฟิง โจวชิงหวง และม่ายตงเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่นานและกำลังจิบชาอยู่
โจวชิงหวงกำลังดูเมนูอาหาร พอเห็นประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้เคาะประตูก่อน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา แววตาฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เธอหันไปมองซุนเหว่ยที่เดินเข้ามาแล้วถามว่า "คุณเป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาโดยไม่เคาะประตู"
"ผมเป็นผู้จัดการร้านอาหารเยียนอวี่ซานฟาง ชื่อซุนเหว่ยครับ"
ซุนเหว่ยยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ "คืออย่างนี้นะครับ พอดีว่ามีแขกวีไอพีเพิ่งจะมาถึงและระบุว่าจะต้องใช้ห้องจักรพรรดิห้องนี้ ไม่ทราบว่าพวกคุณพอจะช่วยอำนวยความสะดวก ย้ายไปใช้ห้องโหวที่อยู่ข้างๆ แทนได้ไหมครับ"
"ไม่ย้าย!"
โจวชิงหวงตีหน้าขรึมและปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
ซุนเหว่ยขมวดคิ้ว แต่คนที่สามารถมานั่งกินข้าวในห้องจักรพรรดิแห่งนี้ได้ย่อมต้องมีฐานะไม่ธรรมดา เขาจึงพยายามอดทนอธิบายต่อ "คุณผู้หญิงครับ แขกวีไอพีที่เพิ่งมาถึงคือคุณชายเมิ่งแห่งตระกูลเมิ่งในเมืองเจียงเฉิงนะครับ ผมเกรงว่าพวกคุณคงไม่อยากจะล่วงเกินเขาแน่ๆ ลองเก็บไปคิดดูให้ดีๆ นะครับ"
"เหอะ ตระกูลเมิ่งงั้นเหรอ"
โจวชิงหวงแค่นหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ
ม่ายตงที่อยู่ข้างๆ เริ่มจะอารมณ์เสียแล้ว เธอตบโต๊ะดังปังแล้วลุกขึ้นยืนตวาดลั่น "ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าทำให้คุณหนูโกรธขึ้นมา แกเอาชีวิตไม่รอดแน่!"
"พวกคุณ..."
เมื่อถูกด่ากราดแบบนี้ ซุนเหว่ยก็รู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ผมอุตส่าห์พูดดีๆ ด้วยแล้วนะ ในเมื่อไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ก็เตรียมรับผลกรรมเอาเองก็แล้วกัน"
พูดจบ ซุนเหว่ยก็เดินหน้าดำคร่ำเครียดออกไป
ซุนเหว่ยในฐานะผู้จัดการร้านอาหาร ย่อมต้องจำชื่อเหล่าบรรดาขุนนางและเศรษฐีในเมืองเจียงเฉิงได้จนขึ้นใจ เขารู้ดีว่าใครที่เขาสามารถล่วงเกินได้และใครที่ห้ามแตะต้องเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้น ในแต่ละวันร้านเยียนอวี่ซานฟางแห่งนี้มีบุคคลสำคัญระดับไฮโซของเมืองเจียงเฉิงแวะเวียนมากินข้าวไม่ซ้ำหน้า แต่ในบรรดาคนพวกนั้นไม่มีโจวชิงหวงและคนของเธอรวมอยู่ด้วยแน่นอน
เขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตาสามคนนี้มาก่อนเลย แถมยังไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามใดๆ ทั้งสิ้น
หลังจากเดินออกมาจากห้อง ซุนเหว่ยก็พูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล "คุณชายเมิ่งครับ คนข้างในนั่นมันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ ผมพยายามพูดหว่านล้อมสารพัด แถมยังอ้างชื่อคุณชายเมิ่งไปแล้วด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมผ่อนปรนให้เลย แถมยังไล่ตะเพิดให้ผมไสหัวออกมาอีก!"
แน่นอนว่าซุนเหว่ยต้องใส่สีตีไข่เพิ่มเรื่องราวเข้าไปอีกเล็กน้อย
พอได้ยินแบบนี้ สีหน้าของเมิ่งเส้าเฉียงก็มืดครึ้มลงทันที
ชายหนุ่มอีกคนที่กำลังโอบกอดคลอเคลียอยู่กับกลุ่มเน็ตไอดอลสาวที่แต่งหน้าจัดจ้าน พอได้ยินก็หัวเราะเยาะแล้วพูดแซวขึ้นมา "น้องเมิ่ง ดูเหมือนว่านายจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรในเมืองเจียงเฉิงเลยนี่นา หรือว่านายจะทำตัวติดดินเกินไปหรือเปล่า"
มีหรือที่เมิ่งเส้าเฉียงจะยอมเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนที่มาจากต่างถิ่น เขาปั้นหน้าขรึมและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าไอ้พวกผีสางเทวดาหน้าไหนที่อยู่ข้างในนั้น ถึงได้กล้าไม่เห็นหัวฉัน!"
พูดจบ เมิ่งเส้าเฉียงก็เดินจ้ำอ้าวเข้าไปใกล้ แล้วยกเท้าขวาขึ้นสูง
โครม!
ประตูห้องวีไอพีระดับจักรพรรดิถูกถีบจนพังเปิดออกทันที
[จบแล้ว]