เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 เงาร่างบนชานชาลา

ตอนที่ 25 เงาร่างบนชานชาลา

ตอนที่ 25 เงาร่างบนชานชาลา


ตอนที่ 25 เงาร่างบนชานชาลา

ห้องน้ำบนขบวนรถไฟมีขนาดไม่ใหญ่นัก พื้นที่น่าจะราวๆ ห้าตารางเมตรเท่านั้น เมื่อมองผ่านหน้าต่างบานที่อยู่ตรงข้ามกับประตูห้องน้ำออกไป จะสามารถมองเห็นชานชาลาที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนได้อย่างชัดเจน

เวลานี้ประตูรถไฟยังไม่เปิดออก ฝูงชนบนชานชาลาพากันไปยืนออกันอยู่ตรงทางเข้าตู้โดยสารเพื่อเตรียมตัวขึ้นรถไฟ ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังเบียดเสียดกันอยู่ที่หน้าประตู เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนแยกตัวออกมาจากฝูงชนกลับดูเตะตาเป็นพิเศษ

เมื่อหลินหยวนเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น เขาก็ถึงกับชะงักงันไปทันที เพราะเด็กคนนั้นมีหน้าตาเหมือนกับเขาอย่างกับแกะ แถมทรงผมกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ยังเหมือนกันทุกระเบียดนิ้ว เขายืนนิ่งงันไม่ไหวติงอยู่นอกวงล้อมของฝูงชน

เขายังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งประตูรถไฟเปิดออก และทุกคนบนชานชาลาก็เริ่มทยอยก้าวขึ้นรถไฟไปทีละคน เสียงประตูรถไฟปิดลง ขบวนรถไฟเริ่มเคลื่อนตัวออกอีกครั้ง และท้ายที่สุดแล้ว... เขาก็ไม่ได้ขึ้นมาบนรถไฟขบวนนี้

หลินหยวนจ้องมอง 'ตัวเอง' ที่อยู่บนชานชาลาลึกเข้าไปในดวงตาเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นเขาก็หมุนตัวเปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป หลังจากที่รถไฟออกตัว เขาไม่สามารถอยู่ในห้องน้ำต่อได้ หลินหยวนยังไม่รู้ว่าหากละเมิดกฎข้อนี้จะทำให้เกิดผลลัพธ์อะไรตามมา แต่เขารู้สึกได้ว่าโลกแห่งเรื่องเล่าสยองขวัญแห่งนี้มันชักจะอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ ซะแล้ว

คนที่ยืนอยู่บนชานชาลาคนนั้นคือเขาจริงๆ งั้นเหรอ? ถ้าเป็นเขาจริงๆ แล้วมันมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันแน่?

"อ๊าก สมองจะระเบิดแล้วโว้ย!"

ยิ่งคิดหลินหยวนก็ยิ่งปวดหัว เขาเลยบ่นอุบอิบออกมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง

"เบาะแสมีน้อยเกินไป ช่างแม่มก่อนก็แล้วกัน"

หลินหยวนปรับสภาพจิตใจอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคนที่อยู่บนชานชาลาจะเป็นตัวเขาเองหรือไม่ก็ตาม ด้วยเบาะแสที่มีอยู่ในตอนนี้ เขายังไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อะไรออกมาได้เลย ในเมื่อเป็นแบบนั้น สู้ทำตามแผนเดิมแล้วไปฟาร์มฉายาอัปเลเวลให้ตัวเองก่อนดีกว่า ความแข็งแกร่งต่างหากล่ะคือรากฐานของทุกสรรพสิ่ง

เมื่อก้าวเข้ามาในตู้โดยสาร หลินหยวนก็รีบเดินกลับไปที่นั่งของตัวเอง แต่ในตอนนั้นเอง หญิงสาวหน้าตาสะสวยและดูยั่วยวนคนหนึ่งกลับนั่งทับที่ของเขาอยู่ก่อนแล้ว เธอน่าจะเป็นผู้โดยสารคนใหม่ที่เพิ่งขึ้นรถไฟมาจากชานชาลาเมื่อครู่นี้

'เนตรสำรวจ' ถูกเปิดใช้งาน ข้อมูลของหญิงสาวคนนั้นก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาทันที

[หวังหรู]

[พละกำลัง: 3]

[ความคล่องตัว: 5]

[ความอดทน: 4]

[เสน่ห์: 9]

หลินหยวนหยิบตั๋วรถไฟของตัวเองออกมาดู

A-23

หวังหรูนั่งทับที่ของเขาอยู่จริงๆ และนอกจากนี้ จางเฉียวซานที่ยังคงนอนชักกระตุกก็อยู่ฝั่งตรงข้ามเธอ แถมหวังหรูยังคอยถามจางเฉียวซานอยู่ตลอดเวลาว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า

"เขาไม่เป็นไรหรอกครับ แค่อาการโปลิโอกำเริบน่ะ เดี๋ยวสักพักก็หาย"

หวังหรูเงยหน้าขึ้นมองหลินหยวนเมื่อได้ยินเช่นนั้น

"โรคโปลิโอมันหายได้ในแป๊บเดียวด้วยเหรอ?"

สิ้นคำพูดของเธอ สกิลฉายา 'อับอายจนพาลโกรธ' ของหลินหยวนก็ถูกกระตุ้นให้ทำงานทันที ความโกรธขึ้งสายหนึ่งพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของหลินหยวนอย่างฉับพลัน แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังคาดไม่ถึง เพราะเขาแค่พูดออกไปส่งๆ เท่านั้น แต่มันก็ชัดเจนว่าการหลอกลวงครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า สกิลฉายาอับอายจนพาลโกรธจึงถูกเปิดใช้งาน

แต่หลินหยวนมองเห็นตำรวจรถไฟเฉินหยงยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาจึงไม่เอากระบองไฟฟ้าออกมาฟาดหวังหรูตรงๆ ท้ายที่สุดแล้ว ถึงแม้เฉินหยงจะไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องราวในตู้โดยสารสักเท่าไหร่ แต่การลงมือต่อหน้าต่อตาเขาเลยมันก็ออกจะหยามหน้ากันเกินไปหน่อย ยังไงซะเขาก็เป็นถึงตำรวจรถไฟเชียวนะ

แต่หลินหยวนจะปล่อยให้หวังหรูแย่งที่นั่งของเขาไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะกฎข้อที่ 7 ระบุเอาไว้ว่า เมื่อพนักงานมาตรวจตั๋ว คุณต้องแน่ใจว่าตนเองนั่งอยู่กับที่ และที่นั่งนั้นต้องตรงกับหมายเลขที่ระบุไว้บนตั๋ว เมื่อพิจารณาจากพนักงานสองคนที่ปรากฏตัวออกมาก่อนหน้านี้ล้วนมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาก หลินหยวนจึงไม่ได้วางแผนที่จะไปทดสอบความแข็งแกร่งของพนักงานตรวจตั๋วหรอกนะ

ดังนั้นหลินหยวนจึงเอ่ยปากพูดกับหวังหรูตรงๆ

"คุณกำลังนั่งทับที่ของผมอยู่นะครับ"

เมื่อหวังหรูได้ยินคำพูดของหลินหยวน เธอก็หยิบตั๋วรถไฟออกมาทันที เธอชูตั๋วใบนั้นให้หลินหยวนดู

"หนูน้อย ดูให้เต็มตาสิจ๊ะ A-23 นี่มันที่นั่งของพี่สาวต่างหาก"

... ... ... ...

ช่องไลฟ์สดโลกแห่งเรื่องเล่าสยองขวัญ

[ครั้งนี้ลูกพี่หลินเรียบร้อยจังแฮะ ยอมทำตามกฎด้วย]

[??? หันไปมองไอ้พวกที่ยังนอนชักกระตุกมาตลอดทางก่อน แล้วค่อยพูดคำนั้นกับฉันใหม่อีกทีนะ]

[แต่ถึงอย่างนั้น ครั้งนี้ลูกพี่หลินก็ไม่ได้แหกกฎเลยนะ ก่อนหน้านี้ก็มีคนบอกว่าสัมผัสการหลบหลีกภัยพาลของลูกพี่หลินน่ะแข็งแกร่งมาก เขารู้ดีว่าใครที่เขาตอแยได้และใครที่ไปแหยมไม่ได้ การที่เขายอมทำตามกฎอย่างเคร่งครัดในครั้งนี้ อาจเป็นเพราะเขาสัมผัสได้ว่าการแหกกฎมันอันตรายเกินไปก็ได้มั้ง]

[เป็นไปได้ไหมว่าจริงๆ แล้วพรสวรรค์ของลูกพี่หลินไม่ได้ต้านทานการปนเปื้อนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์? ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่สิ่งที่เราเดากันไปเองทั้งนั้น]

[แล้วนายจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกแห่งเรื่องเล่าสยองขวัญด่านที่แล้วยังไงล่ะ? ลูกพี่หลินแหกมันแทบจะทุกกฎเลยนะว้อย]

[พักเรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ เรามาคุยกันดีกว่าว่า ถ้าสมมติลูกพี่หลินเกิดแหกกฎไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาจะใช้วิธีไหนไล่ผู้โดยสารคนนี้ไปให้พ้นก่อนที่พนักงานตรวจตั๋วจะมา]

[กระบองไฟฟ้าไง! ต่อให้เขาจะแหกกฎไม่ได้ แต่ในกฎก็ไม่ได้บอกไว้สักหน่อยว่าห้ามลงมือกับผู้โดยสาร ก่อนหน้านี้ลูกพี่หลินก็ช็อตคนไปตั้งเยอะ ผู้โดยสารพวกนั้นยังนอนชักกระตุกกันอยู่ตรงนู้นเลย]

[กฎของโลกแห่งเรื่องเล่าสยองขวัญด่านนี้มันเชื่อมโยงกันอยู่นะ พอมีผู้โดยสารใหม่ขึ้นมา ผู้เข้าแข่งขันก็ต้องไปแอบในห้องน้ำ พอกลับมาก็จะเจอผู้โดยสารคนใหม่แย่งที่นั่งไป แล้วตอนพนักงานมาตรวจตั๋ว ผู้เข้าแข่งขันก็ต้องนั่งอยู่ในที่ของตัวเองอีก]

[ทุกย่างก้าวในโลกแห่งเรื่องเล่าสยองขวัญมีแต่วิกฤตทั้งนั้นแหละ แค่ลูกพี่หลินแกทำตัวเหมือนเป็นผู้เล่นระดับโปรเพลเยอร์ในเกม พวกเราก็เลยดูไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ถ้าลองไปดูไลฟ์สดของผู้เข้าแข่งขันประเทศอื่น จะเห็นเลยว่าตอนนี้มีคนตายไปกว่าสี่สิบคนแล้วนะเว้ย]

[เพราะงั้น การที่จู่ๆ ลูกพี่หลินเลือกเล่นแบบเพลย์เซฟก็ถือเป็นเรื่องดีนะ ต่อให้เขาจะต้านทานการปนเปื้อนได้ แต่การแหกกฎก็ยังอันตรายเกินไปอยู่ดี!]

... ... ... ...

ในขณะที่ผู้ชมในช่องไลฟ์สดกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น หลินหยวนก็ยื่นมือออกไปดึงตั๋วรถไฟในมือของหวังหรูมาดู พร้อมกับพูดขึ้น

"จะเป็นไปได้ยังไง? ขอผมดูหน่อยสิ"

เมื่อตั๋วมาอยู่ในมือ หลินหยวนก็ก้มลงมองตั๋วใบนั้น มันมีหน้าตาเหมือนกับตั๋วของเขาทุกประการ ยกเว้นก็แค่ชื่อของผู้โดยสารเท่านั้น

"A-23 จริงๆ ด้วยแฮะ"

หวังหรูหัวเราะคิกคัก

"คิดว่าพี่สาวจะหลอกเด็กอย่างเธอเหรอจ๊ะ?"

หลินหยวนพยักหน้า ตั๋วสองใบที่มีเลขที่นั่งเดียวกัน นั่นหมายความว่าต้องมีใบใดใบหนึ่งเป็นของปลอม เขารู้สึกตะหงิดๆ ว่าตั๋วในมือของเขานี่แหละที่เป็นของปลอม อย่างไรก็ตาม เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก หลินหยวนเอ่ยปากบอกหวังหรูตรงๆ

"โอเคครับ ทีนี้ก็ช่วยลุกออกไปจากที่ของผมด้วย"

หวังหรูชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองหลินหยวนด้วยความงุนงงสับสน

"นี่เธอพูดเรื่องอะไรเนี่ย? พี่สาวก็บอกไปแล้วไงว่านี่มันที่นั่งของพี่ ในตั๋วก็ระบุไว้..."

"ตั๋ว?"

หลินหยวนขัดจังหวะคำพูดของหวังหรูดื้อๆ

"ตั๋วอะไรครับ? เอาตั๋วของคุณออกมาให้ผมดูหน่อยสิ"

หวังหรูจ้องมองหลินหยวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

[อารมณ์ด้านลบ +30]

หลินหยวนเมินเฉยต่อข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า เขาตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่เฉินหยงที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปสุดเสียง

"คุณตำรวจรถไฟครับ! มีคนมาแย่งที่นั่งผม! คุณจะจัดการให้ไหมครับ? ถ้าไม่ ผมจะได้หาวิธีจัดการด้วยตัวเอง!"

จบบทที่ ตอนที่ 25 เงาร่างบนชานชาลา

คัดลอกลิงก์แล้ว