- หน้าแรก
- ผู้ถูกเลือกให้เข้าสู่ในโลกแห่งกฎสยองระดับ เอส
- ตอนที่ 5: ความโกรธเกรี้ยวของหลินหยวน
ตอนที่ 5: ความโกรธเกรี้ยวของหลินหยวน
ตอนที่ 5: ความโกรธเกรี้ยวของหลินหยวน
ตอนที่ 5: ความโกรธเกรี้ยวของหลินหยวน
หลังจากเปิดใช้งานสกิลฉายา 'พาลโกรธเพราะเสียหน้า' ค่าสถานะทางร่างกายของหลินหยวนก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล
แม้ว่ามันจะมีผลแค่หนึ่งชั่วโมง แต่สกิลฉายานี้กลับไม่มีระยะเวลาคูลดาวน์จำกัดการใช้งาน ดังนั้นหลินหยวนจึงสามารถรักษาสถานะนี้ไว้ได้อย่างต่อเนื่องแบบไร้ขีดจำกัด
ทว่าเงื่อนไขในการเปิดใช้งานสกิลฉายานี้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย การหลอกลวงคนอื่นให้สำเร็จอาจจะยากไปสักหน่อย แต่การหลอกลวงไม่สำเร็จน่ะเหรอ? ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
อย่างสถานการณ์เมื่อครู่นี้ จู่ๆ หลินหยวนก็โพล่งออกไปโต้งๆ ว่าตัวเองเป็นพ่อของเชฟ ใครมันจะไปหลงเชื่อกันล่ะ?
และในขณะที่ค่าสถานะของหลินหยวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล เชฟเองก็กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน ร่างกายของเขาเริ่มกลายสภาพเป็นตัวประหลาดเฉกเช่นเดียวกับชายชราก่อนหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้น ความเร็วในการกลายสภาพของเขายังรวดเร็วกว่าชายชราคนนั้นมากนัก
ณ ตอนนี้ หมอกสีดำอันเป็นสัญลักษณ์ของการกลายสภาพได้ลุกลามมาถึงหน้าอกของเชฟแล้ว
การกระทำของหลินหยวนที่อ้างตัวว่าเป็นพ่อของเชฟ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เชฟกลายสภาพรวดเร็วยิ่งขึ้น หากเชฟกลายสภาพเป็นตัวประหลาดโดยสมบูรณ์เมื่อใด เขาจะต้องพุ่งเข้าโจมตีหลินหยวนอย่างแน่นอน
"ทำไมไม่กินล่ะ?"
สีหน้าของเชฟเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป รอยยิ้มอันอ่อนโยนก่อนหน้านี้มลายหายไปจนสิ้น
ทว่าสีหน้าของหลินหยวนในเวลานี้กลับดูบิดเบี้ยวยิ่งกว่าเชฟเสียอีก ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่อาจควบคุมได้
"ทำไมแกถึงไม่เชื่อว่าฉันเป็นพ่อของแกวะ?!"
อารมณ์ฉุนเฉียวนี้คือผลข้างเคียงจากสกิลฉายา โชคดีที่อารมณ์นี้ไม่ได้รุนแรงมากนัก จึงไม่ถึงกับส่งผลกระทบต่อกระบวนการคิดตามปกติของหลินหยวน
และในจังหวะนั้นเอง เชฟก็กลายสภาพเป็นตัวประหลาดโดยสมบูรณ์ นัยน์ตาของเขาแดงก่ำดั่งสายเลือด พลางค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนจากเตียงผู้ป่วย
"ในเมื่อแกไม่ยอมกิน ถ้างั้นก็มาเป็นวัตถุดิบซะเถอะ"
เชฟล้วงมือเข้าไปในเป้ากางเกง ก่อนจะดึงเลื่อยไฟฟ้าออกมา
"เชดเข้!" หลินหยวนอุทานลั่น เมื่อเห็นเชฟถือเลื่อยไฟฟ้าอยู่ในมือ "นั่นมันกางเกงในมิติหรือไงวะนั่น?!"
ไม่มีทีท่าตื่นตระหนก ไม่มีความหวาดกลัว หลินหยวนเพียงแค่รู้สึกประหลาดใจมากๆ เท่านั้น เลื่อยไฟฟ้าอันเบ้อเร่อขนาดนั้น ดันชักออกมาจากเป้ากางเกงได้เนี่ยนะ
อย่างไรก็ตาม ผู้ชมในไลฟ์สดไม่ได้มีความใจเย็นเยี่ยงหลินหยวน
"บ้าเอ๊ย กางเกงในมิติผีอะไรล่ะ! นี่มันใช่เวลามามัวสนใจเรื่องนั้นไหม?!"
"นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่า 'ไม่รู้ย่อมไม่กลัว' น่ะ? เขายังมีกะจิตกะใจมาคิดเรื่องพรรค์นี้อยู่อีกเหรอ?"
"ตอนนี้หลินหยวนคงมีแค่สองทางเลือก ทางแรกคือวิ่งหนีการโจมตีของเชฟไปพร้อมๆ กับยัดของในกล่องข้าวเข้าปากไปด้วย เหมือนกับห้องของชายชราก่อนหน้านี้ ผู้เข้าแข่งขันจากปากีสถานหารูปถ่ายเจอในขณะที่กำลังรับมือกับการจู่โจมของชายชรา ตราบใดที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้ ตัวประหลาดที่กลายสภาพแล้วก็จะกลับคืนสู่สภาวะปกติ"
"ทางเลือกที่สองคือพุ่งเข้าปะทะกับตัวประหลาดตรงๆ แล้วฆ่ามันทิ้งซะ แต่เอาแค่คนธรรมดาอย่างเขาเลยนะ ต่อให้เป็นทหารหน่วยรบพิเศษก็คงปะทะกับตัวประหลาดที่กลายสภาพแล้วแบบซึ่งๆ หน้าไม่ไหวหรอก"
ตัดกลับมาภายในห้องพักผู้ป่วย ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ดังกึกก้อง เชฟที่ถือเลื่อยไฟฟ้าอยู่ในมือก็พุ่งทะยานเข้าหาหลินหยวน ความเร็วของเขาพุ่งสูงปรี๊ด เพียงชั่วพริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าหลินหยวน
เลื่อยไฟฟ้าในมือถูกเหวี่ยงฟาดใส่หลินหยวนอย่างจัง
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของเชฟ หลินหยวนกลับแค่นหัวเราะออกมา
"ช้าไปนะ"
เขาก้าวถอยหลังเพียงหนึ่งก้าว ก็สามารถหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย
จากนั้น หลินหยวนก็ใช้เท้าขวายันพื้นส่งแรง แล้วปล่อยหมัดซัดเข้าที่กลางอกของเชฟอย่างจัง หมัดนี้ส่งร่างของเชฟปลิวว่อนไปกระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างรุนแรง
ด้วยการบัฟจากสกิลฉายา 'พาลโกรธเพราะเสียหน้า' ค่าพละกำลังของหลินหยวนได้พุ่งสูงถึง 17 แต้ม ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสะพรึงกลัว
เชฟผู้นี้เป็นเพียงแค่มอนสเตอร์ระดับล่างในโลกแห่งเรื่องเล่าสยองขวัญที่ไม่มีแม้แต่ชื่อเรียกด้วยซ้ำ ต่อให้กลายสภาพเป็นตัวประหลาดไปแล้ว ก็คงมีค่าสถานะไม่สูงเท่าหลินหยวนในตอนนี้หรอก
เชฟที่กระเด็นลอยละลิ่วไปตามแรงหมัด เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าหลินหยวนจะครอบครองพละกำลังที่น่าเกรงขามถึงเพียงนี้
หน้าอกของเขายุบยวบลงไปอย่างสมบูรณ์ แต่เพียงครู่ต่อมา หน้าอกที่ยุบตัวลงไปนั้นก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
นี่คือความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายหลังจากการกลายสภาพ หากไม่สามารถหาจุดอ่อนที่ร้ายแรงถึงชีวิตพบ ถ้างั้นก็มีเพียงแค่วิธีเดียว...
หลินหยวนพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มือขวาคว้าหมับเข้าที่ขาข้างหนึ่งของเชฟ จากนั้นเขาก็เหวี่ยงร่างของอีกฝ่ายเป็นแนวโค้งครึ่งวงกลม ฟาดลงกับพื้นทางด้านซ้ายมืออย่างเต็มแรง
ศีรษะของเชฟกระแทกเข้ากับพื้นอย่างจังจนเกิดรอยร้าวเป็นใยแมงมุม
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการโจมตี แต่หลินหยวนรู้ดีว่าการโจมตีระดับนี้ไม่ถึงตายสำหรับเชฟที่กลายสภาพแล้ว ดังนั้นหลินหยวนจึงไม่มีความคิดที่จะหยุดมือ เชฟผู้นี้ได้กลายเป็นของเล่นในมือเขาไปเสียแล้ว
จากซ้ายไปขวา แล้วก็จากขวาไปซ้าย
รอยแตกร้าวบนพื้นเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลินหยวนเหวี่ยงร่างของอีกฝ่ายอย่างลื่นไหลมากขึ้นเรื่อยๆ และในขณะเดียวกัน ความโกรธที่เป็นผลข้างเคียงจากสกิลฉายาก็ค่อยๆ จางหายไป
ในตอนนี้ หลินหยวนเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งสงคราม ทำเอาผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนในไลฟ์สดถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง
"แม่เจ้าโว้ย นี่มันพลังต่อสู้ระดับไหนกันวะเนี่ย?!"
"ช็อกยันแม่! นี่มันบ้าไปแล้ว!"
"อัดตัวประหลาดด้วยมือข้างเดียว หมอนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย?!"
"พลังต่อสู้โคตรจะไม่สมเหตุสมผลเลย ต่อให้เริ่มฝึกฝนร่างกายมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ไม่น่าจะดุดันได้ขนาดนี้ป่ะวะ?"
"เดี๋ยวนะ ทำไมเขาถึงไม่ถูกปนเปื้อนล่ะ? วิลเลียมจากอเมริกาก็กำลังอัดเชฟอยู่ในตอนนี้เหมือนกันนี่ แต่ทำไมวิลเลียมถึงถูกตัดสินว่าฝ่าฝืนกฎแล้วโดนปนเปื้อนไปดื้อๆ เลยล่ะ?"
"ทำไมพวกติ่งอเมริกาถึงโผล่มาอีกแล้วเนี่ย? แค่เพราะวิลเลียมของพวกแกทำไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าหลินหยวนของเราจะทำไม่ได้สักหน่อย"
"สิ่งที่ฉันกังวลตอนนี้ก็คือ หลินหยวนจะยังคงทำตัวบ้าระห่ำแบบนี้ต่อไปหรือเปล่า เพราะยังไงซะ มันก็เป็นไปไม่ได้หรอกนะที่ตัวประหลาดทุกตัวจะมีพลังต่อสู้อ่อนหัดแบบนี้ ถ้าเขาไปเจอตัวประหลาดที่แข็งแกร่งเข้าล่ะก็ จบเห่แน่"
"ลองคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ดูสิ ตอนที่หลินหยวนเจอกับรปภ. เขาไม่ได้มีความคิดที่จะบ้าระห่ำใส่เลยสักนิด เพราะงั้นเขาไม่ได้หลับหูหลับตาบ้าระห่ำหรอกนะ เขาเลือกเป้าหมายอย่างมีจุดประสงค์ต่างหาก"
"หลินหยวนสุดยอดไปเลย! ประเทศเซี่ยของเรามีความหวังแล้วคราวนี้"