- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 98 จ่างซุนอู๋โก้วประหม่า หยางเฟยขวยเขิน!(ฟรี)
ตอนที่ 98 จ่างซุนอู๋โก้วประหม่า หยางเฟยขวยเขิน!(ฟรี)
ตอนที่ 98 จ่างซุนอู๋โก้วประหม่า หยางเฟยขวยเขิน!(ฟรี)
ตอนที่ 98 จ่างซุนอู๋โก้วประหม่า หยางเฟยขวยเขิน!
ขนตายาวงอนของอาสื่อน่าเยี่ยนขยับไหวไปมา เพียงไม่นาน ดวงตากลมโตคู่สวยก็ค่อยๆ ลืมขึ้น ในขณะที่ยังคงงัวเงียอยู่นั้น นางก็มองเห็นใบหน้าที่น่ารังเกียจใบหนึ่ง
จากนั้น ความทรงจำเรื่องราวเมื่อคืนก็ย้อนกลับมา น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกจากหางตา
"ข้าถูกกระทำแบบนี้ไปเสียแล้ว..."
ทำไมนางถึงหนีออกมาจากลานกษัตริย์แห่งขุนเขายินซาน ก็เพราะนางรังเกียจไอ้สารเลวอี๋หนานนั่น และต้องการตามหาวีรบุรุษในดวงใจของนางไม่ใช่หรือ!
แต่ในตอนนี้ นางกลับต้องมาถูกโจรภูเขาหน้าตาอัปลักษณ์ย่ำยีร่างกายจนด่างพร้อย นางรู้สึกย่ำแย่ไปหมดทั้งใจ
แม้หญิงสาวในดินแดนตอนเหนือจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์ผุดผ่องมากนัก แต่อาสื่อน่าเยี่ยนนั้นแตกต่างออกไป ในวัยเด็กนางเคยเรียนหนังสือกับอาจารย์ชาวฮั่น ได้รับอิทธิพลจากการสอนเรื่องคุณธรรมของสตรี เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ฝังรากลึกอยู่ในใจของนาง
"ไอ้คนสารเลว ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!"
อาสื่อน่าเยี่ยนกำหมัดแน่น ทุบตีเจียงเทียนอย่างบ้าคลั่ง ตีไปตีมา บางทีอาจจะเหนื่อย นางจึงหยุดมือ ร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาอาบแก้มพลางพูดว่า "ทำไมเจ้าถึงไม่สู้กลับเลย!"
"ไม่เป็นไร ข้าหนังหนา เจ้าอยากจะตีก็ตามสบาย ขอแค่เจ้าพอใจก็พอ!"
เจียงเทียนเผยรอยยิ้มอันอบอุ่น ทำเอาอาสื่อน่าเยี่ยนถึงกับชะงักไป ร่างกายของนางก็อ่อนระทวยลง พิงพิงอิงแอบอยู่บนตัวเจียงเทียน
นางบิดไปบิดมาอยู่นาน กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้สามประโยค
"ไม่ว่าอย่างไร เจ้าต้องรับผิดชอบในตัวข้า!"
อึก~
คราวนี้ถึงตาเจียงเทียนที่ต้องประหลาดใจ หญิงงามชาวทูเจวี๋ยผู้นี้เมื่อวานยังร้องห่มร้องไห้จะฆ่าเขาให้ตาย ด่าว่าเขาเป็นสวะชั้นต่ำอยู่เลย ทำไมพอผ่านไปคืนเดียวถึงกลายเป็นลูกแมวน้อยแสนเชื่องไปได้
ไหนใครบอกว่าสตรีชาวทูเจวี๋ยไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพรมจรรย์นัก ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าสตรีที่อยู่บนตัวข้าคนนี้ ถึงได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากกว่าสตรีชาวต้าถังทั่วไปเสียอีก
"ตกลงจะรับปากหรือไม่ เจ้าก็ตอบมาสิ ถ้าเจ้าไม่รับผิดชอบ ข้าจะยอมตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป"
เมื่อเห็นเจียงเทียนเงียบไปนาน อาสื่อน่าเยี่ยนก็ใจหายวาบ ความรู้สึกโศกเศร้าเอ่อล้นขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างไร้ขีดจำกัด
"จะตายได้ยังไงล่ะ เรื่องนั้นข้าไม่ยอมเด็ดขาด"
เจียงเทียนส่ายนิ้วไปมา พลางยิ้มแล้วกล่าวว่า "เจ้าเป็นผู้หญิงของข้าเจียงเทียนแล้วนะ นับจากนี้ไป ความเป็นความตายของเจ้าก็ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า เข้าใจไหม?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาสื่อน่าเยี่ยนก็ก้มศีรษะลงเล็กน้อยพยักหน้ารับ ก่อนจะแสดงท่าทีโอนอ่อนผ่อนตาม
"จริงสิ ข้ายังไม่รู้เลยว่าเจ้าชื่ออะไร?"
พูดถึงเรื่องนี้ เจียงเทียนก็ยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความขัดเขิน ในแง่หนึ่ง เขาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากไอ้สารเลวเลยสักนิด ขนาดยังไม่รู้ชื่อของหญิงงามผู้นี้ ก็ชิงรวบหัวรวบหางนางไปเสียแล้ว
"ข้าชื่ออาสื่อน่าเยี่ยน เป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลทูเจวี๋ยเค่อม่อหรง เป็นไข่มุกที่งดงามที่สุดในทุ่งหญ้า ไอ้โจรภูเขาบ้ากามอย่างเจ้า ได้ตัวข้าไป ถือว่ากำไรมหาศาลแล้วนะ"
อาสื่อน่าเยี่ยนเชิดคอขาวผ่องขึ้นสูง เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ
"ไม่คิดเลยว่า ข้าลงเขาไปคราวนี้โชคจะดีขนาดนี้ ถึงกับฉุดเอาไข่มุกแห่งทุ่งหญ้ามาเป็นฮูหยินได้ หึหึ!"
เจียงเทียนหัวเราะอย่างได้ใจ แม้ว่าเรื่องที่เข้าห้องผิดจะเกิดจากความเมามายเลอะเลือน แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันก็ช่างหอมหวานนัก
หลังจากนอนเคียงข้างอาสื่อน่าเยี่ยนอยู่ครู่หนึ่ง เจียงเทียนก็เตรียมจะลุกขึ้นจากไป
"เดี๋ยวรอเจ้าทานมื้อเช้าเสร็จ ให้สาวใช้พาเจ้าออกไปเดินเล่นชมค่ายให้ทั่วๆ นะ ข้ายังมีเรื่องที่ต้องไปจัดการ คงต้องขอตัวก่อน"
ใกล้จะถึงเวลาแล้ว เจียงเทียนยังต้องไปรักษาอาการป่วยให้จ่างซุนอู๋โก้วอีก
อาสื่อน่าเยี่ยนมองดูแผ่นหลังของเจียงเทียนที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกใจหาย เมื่อมองไปที่ห้องอันว่างเปล่า นางก็พลันรู้สึกไม่ชินขึ้นมา
ไม่คาดคิดเลยว่า ในท้ายที่สุดนางก็ยังหาวีรบุรุษในดวงใจของนางไม่พบ แต่ทว่าผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก แม้ปากเขาจะพูดจาลามกไปบ้าง แต่หน้าตาของเขาก็หล่อเหลากว่าไอ้หน้าปลวกอี๋หนานนั่นไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า
ไม่ว่าจะเป็นสตรีชนเผ่าไหน ไม่ว่าจะสวยหรือขี้เหร่ บุรุษที่หน้าตาหล่อเหลาย่อมสามารถสร้างความประทับใจให้พวกนางได้มากกว่าเสมอ
ภายใต้การปรนนิบัติของสาวใช้ อาสื่อน่าเยี่ยนก็แต่งตัวเสร็จสรรพ นางทานโจ๊กข้าวฟ่างพุทราแดงไปชามหนึ่ง แล้วจึงเดินออกจากห้องไป
อีกด้านหนึ่ง เจียงเทียนก็มาถึงเรือนฝั่งตะวันออกแล้ว เนื่องจากความเมามายเมื่อคืนนี้ จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยจึงยังไม่ตื่น เมื่อเขาเดินเข้าไป ก็พบว่าหญิงสาวทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลม
"เจียงเทียนมันก็แค่ไอ้สารเลว ไอ้คนเลวทราม ชอบรังแกข้าอยู่เรื่อยเลย ฮือๆๆ พี่สาว ท่านรีบมาช่วยข้าที เจียงเทียนมารังแกข้าอีกแล้ว...."
หยางเฟยละเมอพูดออกมาอย่างไม่เป็นศัพท์ เจียงเทียนฟังแล้วก็รู้สึกขบขัน สตรีผู้นี้ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
เมื่อเหลือบมองดูเวลา เจียงเทียนก็เงื้อมือขึ้นฟาดลงไปที่บั้นท้ายของหยางเฟยอย่างแรง
เพียะ!
อ๊าย~
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังก้อง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวด
"พี่สาว ท่านจะตีข้าแรงขนาดนั้นทำไมเนี่ย"
หยางเฟยสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวด นางเด้งตัวลุกขึ้นมาทันที เมื่อเห็นจ่างซุนอู๋โก้วยังคงหลับสนิท นางก็หันไปมองรอบๆ และสบตาเข้ากับเจียงเทียนที่กำลังยืนยิ้มแป้นอยู่ ในวินาทีนั้น นางก็รู้ตัวทันทีว่าใครเป็นคนลงมือตีนางเมื่อครู่
"ดีล่ะเจียงเทียน กล้าดียังไงมาตีพี่สาวอย่างข้า แถมยังจงใจตีตรงนั้นอีก เจ้านี่มันไม่ใช่คนเลยจริงๆ ต้องโดนตีคืนบ้างแล้ว!"
หยางเฟยว่าพลาง พุ่งตัวเข้าหาเจียงเทียนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้สวมรองเท้า
"พอแล้ว เลิกเล่นได้แล้ว ได้เวลาที่ข้าจะต้องรักษาจ่างซุนอินแล้ว"
เจียงเทียนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะอุ้มหยางเฟยขึ้นในท่าเจ้าหญิง แล้วค่อยๆ สวมรองเท้าให้นางอย่างอ่อนโยน
ต้องยอมรับเลยว่า ในบรรดาหญิงสาวเหล่านี้ หยางเฟยเป็นคนที่มีความร่าเริงและกระโดดโลดเต้นมากที่สุด นางกระตือรือร้นเสียยิ่งกว่าอาสื่อน่าเยี่ยนที่มาจากแดนเหนือเสียอีก
หยางเฟยถึงกับหน้าแดงและก้มหน้างุด นี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกเจียงเทียนอุ้มแบบนี้ และเป็นครั้งแรกที่มีบุรุษมาสวมรองเท้าให้นาง
จนกระทั่งแต่งตัวเสร็จและเดินออกจากเรือนฝั่งตะวันออกไป หยางเฟยก็ยังคงมีอาการสะลึมสะลือ จมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความอ่อนโยนของเจียงเทียนเมื่อครู่นี้
"จ่างซุนอิน เลิกนอนได้แล้ว!"
เจียงเทียนบีบแก้มของจ่างซุนอู๋โก้วเบาๆ และพบว่าสัมผัสของมันนั้นแตกต่างจากแก้มของอาสื่อน่าเยี่ยนอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน
จ่างซุนอู๋โก้วส่งเสียงครางอืออาเบาๆ แล้วลืมตาขึ้น ปัดมือเจียงเทียนที่กำลังบีบแก้มนางออก
"อย่าบีบสิ มันเจ็บนะ~"
ในตอนแรก จ่างซุนอู๋โก้วคิดว่าเป็นหยางเฟย เพราะเวลาที่ตื่นเช้า พวกนางมักจะหยอกล้อกันแบบนี้เป็นประจำ แต่เมื่อนางลืมตาขึ้นอย่างเต็มที่ นางก็พบว่าคนที่กำลังบีบแก้มของนางอยู่ ไม่ใช่หยางเฟย แต่เป็นเจียงเทียน
ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบลุกขึ้นนั่งแล้วก้มลงสำรวจเสื้อผ้าของตนเอง เมื่อพบว่ายังคงสวมใส่อย่างมิดชิดเรียบร้อย นางจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำเอาเจียงเทียนรู้สึกพูดไม่ออก นี่มันการกระทำที่เปล่าประโยชน์ชัดๆ ตอนนี้จะจุดตะเกียงทำไม เดี๋ยวก็ต้องถอดเสื้อผ้าออกอยู่ดี
"เจียง... เจียงเทียน ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้!"
จ่างซุนอู๋โก้วรีบลุกขึ้นนั่งหลังตรง จ้องมองเจียงเทียนด้วยสีหน้าตึงเครียด เพราะเมื่อคืนนี้ เจียงเทียนอนุญาตให้นางดื่มไวน์ได้เพียงเล็กน้อย แต่สุดท้ายเพราะความอร่อยของไวน์องุ่น นางจึงเผลอดื่มเข้าไปมาก นางกลัวว่าเจียงเทียนจะเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง ในการลงโทษนางด้วยวิธีแบบนั้นอีก
"นี่มันยามไหนแล้ว ข้าก็ต้องมาเพื่อรักษาอาการป่วยให้เจ้าสิ เจ้าไม่ได้โง่ไปแล้วใช่ไหม!"
เจียงเทียนรู้สึกขบขันจนต้องยื่นมือไปหยิกแก้มของจ่างซุนอู๋โก้วอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ่างซุนอู๋โก้วก็คลายความกังวลลง อ้อ ที่แท้ก็มารักษาโรค ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร
"ยื่นมือออกมาสิ ข้าจะจับชีพจรดูหน่อย เพื่อประเมินผลการรักษาที่ผ่านมา"
เจียงเทียนพูดพลางตบที่ตักของตนเอง เป็นสัญญาณให้จ่างซุนอู๋โก้ววางมือลงมา