- หน้าแรก
- วันแรกที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง วันสิ้นโลกก็มาถึง
- ตอนที่ 59 เรือสำราญสังหาร 11
ตอนที่ 59 เรือสำราญสังหาร 11
ตอนที่ 59 เรือสำราญสังหาร 11
.
.
เมื่อเย่เจากลับมา เธอก็ไม่เห็นผู้เล่นที่นอนรอความตายอยู่บนบันไดคนนั้นแล้ว คงตายไปแล้วกระมัง
หลังกลับถึงห้อง สิ่งแรกที่เธอทำคือเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสะอาดชุดใหม่ จากนั้นหยิบชุดที่เก็บไว้ในพื้นที่ส่วนตัวออกมาซักพร้อมกัน แล้วนำไปตากไว้ตรงหน้าต่าง
เธอไม่ได้เกิดมาในครอบครัวร่ำรวย ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปกี่ชุดและเสียแต้มสรรสร้างไปอีกเท่าไรกัน?
ระหว่างที่เย่เจากำลังซักผ้า กลุ่มแชทเกมก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง
ข่าวเรื่องหญิงคลุ้มคลั่งถือปืนกลไล่สังหารกำลังแพร่สะพัดไปทั่ว ทุกคนต่างถามว่าผู้หญิงบ้าคนนั้นเป็นใคร? ทำไมถึงมีปืน? และมันเป็นไอเทมเกมหรือเปล่า?
บางคนถึงกับเริ่มหวาดกลัวว่าหญิงคลุ้มคลั่งคนนั้นจะบุกมาฆ่าคนปล้นของแบบไม่เลือกหน้า แล้วพวกเขาจะยังปลอดภัยอยู่หรือไม่?
[อย่าพูดมั่วได้ไหม? เธอฆ่าพวกคนเลวต่างหาก! ไอ้หัวเกรียนนั่นพาคนไปปล้นผู้เล่นทั่วเรือ เมื่อวานปล้นไอเทม วันนี้ปล้นเสบียง ใครขัดขืนก็ถูกฆ่าแล้วโยนลงทะเล! พวกเราสู้ไม่ได้เลยต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ตอนนี้มันตายแล้ว พวกเราแทบจะดีใจจนเป็นบ้า!]
[ได้ยินมาว่าท่านเทพฆ่าคนแล้วก็เดินจากไป ไม่ได้เอาอะไรติดมือไปเลย ดูไม่เหมือนฆ่าเพราะอยากได้ของ]
[ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้หัวเกรียนไปแหย่รังแตนเอง คิดว่าจับสาวสวยมานอนอุ่นเตียงได้ สุดท้ายกลับโดนฆ่าตาย สมควรแล้ว!]
[หึหึ ฉันเห็นกับตาเลย ไอ้หัวเกรียนพาคนไปจับผู้หญิงคนนั้น ตอนแรกนึกว่าเธอซวยแล้ว ที่ไหนได้กลับเป็นบอสตัวจริง! รู้งี้ฉันน่าจะเข้าไปช่วย แบบนั้นจะถือว่าช่วยเหลือบอสไหม? บอสจะรับฉันเป็นลูกน้องหรือเปล่า?]
[ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าสถานการณ์เป็นยังไง ยังคิดแต่เรื่องผู้หญิง สมควรตายแล้ว!]
[ได้ยินว่าท่านเทพคนนั้นอยู่ชั้น 9 รอยเท้าเปื้อนเลือดของเธอหายไปตรงบันไดชั้น 9 พวกนายที่อยู่ชั้น 9 ระวังตัวกันด้วย]
[…]
คืนวันที่ 2 ของเกม
หลังมีบทเรียนจากวันแรก กลางคืนจึงมีคนกล้าออกไปจับจองพื้นที่ข้างนอกน้อยลงมาก
ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างหดตัวอยู่ในห้อง รอคำสั่งถัดไปจากเกม
เที่ยงคืนตรง เกมประกาศว่า
[เวลา 00:00-07:00 เป็นเวลาพักผ่อน ห้ามออกจากห้องโดยพลการ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกกำจัด]
บางคนเดิมทีเตรียมพร้อมจะออกไปลุยในคืนนั้น ส่วนบางคนก็กังวลและหวาดกลัว แต่หลังได้ยินประกาศ ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
อย่างน้อยในช่วงเวลานี้พวกเขาก็ปลอดภัย และสามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม
วันที่ 3 ของเกม เวลา 06:50 น.
เกมประกาศ
[ร้านอาหารชั้น 2 ชั้น 6 และชั้น 8 จะเปิดให้บริการเวลา 07:00 น. ไอเทมที่ปรากฏครั้งนี้คือเวชภัณฑ์ โปรดระมัดระวัง]
ทั้งกลุ่มแชทเกมเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง
[เวชภัณฑ์? พวกการ์ดรักษาอะไรแบบนั้นหรือเปล่า? หรือเป็นแค่ไอโอดีน ยาลดไข้ อะม็อกซีซิลลินธรรมดา? ถ้าเป็นการ์ดรักษาฉันซื้อนะ]
[ทำไมมีแค่ 3 ชั้น? ทำไมไม่ลงทุกชั้นเหมือนก่อน? ก่อนหน้านี้แค่แย่งกันชั้นเดียวก็น่ากลัวมากแล้ว ตอนนี้ทั้งเรือต้องแย่งกันสามจุด ไม่รู้จะมีคนตายเพิ่มอีกเท่าไร]
[เกมขยะบัดซบ! มันอยากดูพวกเราฆ่ากันเองชัด ๆ!]
[ฮ่า ๆ ฉันอยู่ห้องหมายเลข 1 ของชั้น 2 เวชภัณฑ์ทั้งหมดเป็นของพวกเราแล้ว!]
[พวกเราหยุดสู้กันได้ไหม? คนละชิ้นก็พอ ส่งคนไปแจกทีละคน ขอแค่ไม่ฆ่ากันเอง สุดท้ายพวกเราต้องเป็นผู้รอดชีวิตแน่นอน!]
[เกมจงใจให้ทรัพยากรมีจำกัดอยู่แล้ว ไม่ใช่ทุกคนจะได้ นายยอมยกของให้คนอื่นจริงเหรอ? นี่คือโลกใหม่ที่ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่!]
[…]
…
เย่เจาตื่นขึ้นหลังได้ยินประกาศของเกม เธอลุกขึ้นแตะเสื้อผ้าที่ตากไว้ตรงหน้าต่าง
หลังผ่านการตากมาทั้งคืน ตอนนี้มันแห้งสนิทแล้ว เธอจึงพับเก็บอย่างเรียบร้อยแล้วใส่เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว จากนั้นก็เก็บผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน และของใช้ส่วนตัวทั้งหมดเข้าไปด้วย เพราะเธอไม่อยากกลับมาพบว่าตัวเองไม่เหลืออะไรเลย
เธอหยิบขนมปังขึ้นมากินอย่างรวดเร็วเป็นอาหารเช้าอีกชิ้น
เมื่อเปิดประตูออกไป ก็เห็นว่าคนห้องซ้ายขวา รวมถึงผู้เล่นฝั่งตรงข้ามต่างก็เปิดประตูกันแล้ว ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด เตรียมพร้อมจะวิ่งได้ทุกเมื่อ
เธอยังเห็นใบหน้าคุ้นเคยสองคน คือหูเตี๋ยที่เธอเคยช่วยไว้ก่อนหน้านี้ และผู้เล่นหญิงที่เคยให้แอปเปิลเธอ ทั้งสองอาศัยอยู่ฝั่งตรงข้าม แชร์ห้องเดียวกัน เมื่อเห็นเธอก็รีบโบกมือพร้อมกล่าวว่า
“สวัสดีตอนเช้า ผู้มีพระคุณ!”
เย่เจาแกะลูกอมนมเม็ดหนึ่งโยนเข้าปาก ก่อนตอบกลับว่า
“สวัสดีตอนเช้า เอาลูกอมไหม?”
ทั้งสองสบตากัน พวกเธอพาคนมาหลายคนด้วยเพราะรู้ว่าเย่เจาอยู่ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้เห็นเย่เจาเป็นมิตรขนาดนี้ก็อดดีใจไม่ได้
“ได้… ได้เหรอ?”
ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?
ชีวิตลำบากขนาดนี้ จะมีความหวานสักหน่อยไม่ได้หรือไง?
แน่นอนว่าลูกอมของเธอก็มีไม่มากเหมือนกัน จึงต้องกินอย่างประหยัด เธอหยิบออกมาสองเม็ดแล้วโยนให้คนละเม็ด
ทั้งสองดีใจจนแทบกระโดด แม้จะอยากเก็บไว้ในกระเป๋า แต่ก็กลัวถูกคนแย่งไป จึงรีบแกะห่อแล้วยัดเข้าปากทันที กินเข้าไปเสียเลยปลอดภัยที่สุด
“ขอบคุณ! ขอบคุณมากเลยนะบอส!”
“จริงสิบอส สองคนในห้องข้าง ๆ คุณ แล้วก็อีกหลายคนในห้องฝั่งตรงข้าม ล้วนเป็นเพื่อนร่วมทีมของพวกเราทั้งนั้น ถึงพวกเราจะมีแค่ 10 คน แต่ก็รวมทีมกันแล้ว และวางแผนจะผ่านด่านไปด้วยกัน!”
“ถึงจำนวนคนจะยังไม่มาก แต่พวกเรากำลังขยายทีมไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง อย่างน้อยก็ต้องสู้ให้เต็มที่ แบบนั้นต่อให้ตายก็ไม่เสียดายแล้ว!”
คนอื่น ๆ ก็พากันทักทายเย่เจาเช่นกัน เพราะในฐานะผู้เล่นชั้นเดียวกัน พวกเขาเคยได้ยินเรื่องที่เย่เจาฆ่าผู้เล่น 6 คนรวดมาแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าหญิงคลุ้มคลั่งที่อาละวาดอยู่ชั้น 7 เมื่อวานก็คือเธอ
เย่เจาถามว่า “ทำไมพวกคุณไม่เข้าทีมนั้นของไอ้หัวล้าน?”
เธอรู้สึกว่าลูกน้องตัวอ้วนของไอ้หัวล้านคนนั้นยังพอใช้ได้ อย่างน้อยก็เอาน้ำแร่จากเธอไปแค่ครึ่งขวด
คนหนึ่งตอบว่า “ถ้าจะเข้าทีมพวกนั้น ต้องส่งมอบไอเทมเกม 1 ชิ้นก่อน แต่พวกเราไม่มี”
อีกคนเสริมว่า “เอาไอเทมเกมไปแลกเสบียงยังคุ้มกว่าเอาไปซื้อที่นั่งลูกน้องอีก”
ที่แท้ก็แบบนี้
เย่เจายิ้ม รสหวานในปากช่วยขับไล่ความขมขื่นของชีวิตออกไปได้บ้าง เมื่อเห็นว่าพวกเขาพยายามกันมากขนาดนี้ เธอก็รู้สึกดีใจแทน หลังคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า
“ถ้าพวกคุณมีคำสั่งเสียอะไร ก็บอกฉันได้ ฉันจะช่วยจำเอาไว้ให้”
“จริงสิ อย่ายาวเกินไปนะ ไม่เกินสิบคำ ไม่อย่างนั้นฉันจำไม่ได้”
ทุกคน: …?
แนวคิดของผู้เล่นระดับบอสทุกคนไม่เหมือนชาวบ้านแบบนี้หรือ?
เดิมทีเย่เจาวางแผนไว้แล้วว่าถ้ากิจกรรมวันนี้ยังเป็นเรื่องแย่งอาหาร เธอจะไม่เข้าร่วม แต่ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะเป็นเวชภัณฑ์ เธอจึงตัดสินใจไปดูว่าของที่เกมปล่อยออกมาครั้งนี้มีอะไรบ้าง
ถ้ามีอะไรที่เธอยังไม่มี ก็สามารถสแกนเก็บข้อมูลได้
ตอนนี้แถบค่าประสบการณ์ของเธอค้างอยู่ที่ 35% สิ่งที่สแกนได้บนเรือสำราญ เธอสแกนไปหมดแล้ว หากอยากเลื่อนระดับ ก็จำเป็นต้องสแกนพลังงานรูปแบบอื่นเพิ่ม
“จริงสิ พวกคุณรู้จักพี่ต้วนกับน้องต้วนไหม? ถ้ารู้ที่อยู่ของพวกมัน เอามาแลกเสบียงกับฉันได้”
.
.
จบ.