เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 640 - ตามบิดามาฉีกร่างวอโค่วด้วยมือเปล่า!

บทที่ 640 - ตามบิดามาฉีกร่างวอโค่วด้วยมือเปล่า!

บทที่ 640 - ตามบิดามาฉีกร่างวอโค่วด้วยมือเปล่า!


บทที่ 640 - ตามบิดามาฉีกร่างวอโค่วด้วยมือเปล่า!

การฝึกฝนผสานเวทและยุทธ์ แท้จริงแล้วก็คือการฝึกทั้งภายนอกและภายในแห่งวิถียุทธ์

เวทในที่นี้ก็คือวิชาเต๋าของแต่ละสำนัก ตัวอย่างเช่นเคล็ดวิชามังกรเทวะแห่งเขาชิงเฉิง หรือเคล็ดวิชาเซียนสวรรค์แห่งสำนักอู่ตัง ล้วนเป็นวิชาเต๋าประจำสำนักทั้งสิ้น

วิชาเหล่านี้สามารถปลิดชีพคนได้จากระยะไกลนับร้อยเมตร ทว่าก็มีข้อเสียเปรียบที่ชัดเจน นั่นคือผลาญพลังปราณแท้มากเกินไป ไม่อาจทำศึกยืดเยื้อได้ อีกทั้งความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดยังค่อนข้างอ่อนด้อย

หากเปรียบเทียบแล้วก็คล้ายคลึงกับผู้ใช้คาถาอาคม ส่วนยอดฝีมือสายกำลังภายนอกก็เปรียบเสมือนนักรบที่คอยบุกตะลุยทะลวงฟัน

ทว่าการฝึกเวทนั้นยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการฝึกยุทธ์หลายเท่านัก หรืออาจจะหลายสิบเท่า ดังนั้นวิชาเต๋าจึงดูร้ายกาจและทรงพลังกว่ามาก มีเพียงสำนักใหญ่โตเท่านั้นที่ครอบครอง และมีเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศเท่านั้นจึงจะฝึกฝนจนสำเร็จได้

ดังนั้นเมื่อได้พบเห็นยอดฝีมือขั้นครึ่งก้าวปรมาจารย์ที่ฝึกฝนกอปรทั้งเวทและยุทธ์ในเวลานี้ ต่อให้เต๋อชวนจะเป็นถึงยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจอยู่บ้าง

แน่นอนว่าก็เป็นเพียงความประหลาดใจชั่วครู่เท่านั้น อัจฉริยะที่ฝึกผสานเวทและยุทธ์แล้วอย่างไรเล่า? อัจฉริยะที่ต้องตกตายด้วยน้ำมือของมันมีน้อยเสียเมื่อใด?

เต๋อชวนใช้มือขวากดด้ามดาบ มือซ้ายยกขึ้นอย่างลวกๆ ใช้นิ้วทั้งสองคีบปราณดาบยาวสี่สิบเมตรของหนิงชวนเอาไว้ จากนั้นก็ออกแรงหักออกไปด้านนอก ได้ยินเสียงดังก๊อบ ปราณดาบนั้นถึงกับส่งเสียงปริร้าวแตกหักเป็นเสี่ยงๆ

ในขณะเดียวกัน มือขวาของมันก็ดึงและรั้งกลับ แทบจะมองไม่เห็นจังหวะชักดาบออกจากฝัก ทว่ารอยประทับฝ่ามือยักษ์ที่อิ่งอู๋จงเพิ่งซัดกระหน่ำลงมาจากกลางอากาศ กลับถูกดาบเดียวผ่าขาดเป็นสองท่อน สลายหายไปในอากาศ

และในจังหวะนั้น อิ่งอู๋จงก็ประชิดตัวเข้ามาแล้ว กระบี่ยักษ์ทลายเมืองในมือฟาดฟันเข้าใส่เต๋อชวนอย่างดุดัน ทว่าเต๋อชวนเพียงแค่งอนิ้วดีดออกไป อิ่งอู๋จงก็รู้สึกราวกับกระบี่ทลายเมืองถูกอุกกาบาตพุ่งชน พลังอันมหาศาลสาดซัดมาจากตัวกระบี่ประดุจคลื่นยักษ์ถาโถม ซัดร่างของเขากระเด็นลอยละลิ่วไปพร้อมกับกระบี่ในทันที

โชคดีที่หนิงชวนตามมาทันท่วงที เขาคว้าแขนของอิ่งอู๋จงเอาไว้แล้วเหวี่ยงกลับมา

"มารดามันเถอะ นี่หรือคือยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์ของแท้? ไอ้หมอนี่แข็งแกร่งกว่าหวงฝู่จงมากนัก"

อิ่งอู๋จงสบถคำหยาบออกมาโดยตรง

เขามีความมั่นใจในวรยุทธ์ของตนเองเป็นอย่างมาก ทว่าเมื่อครู่เพียงแค่ประมือกับเต๋อชวนสองกระบวนท่า เขาก็แทบจะถูกซัดจนสูญเสียความมั่นใจไปหมดสิ้น

"พูดจาไร้สาระ นี่คือยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์รุ่นเก๋า เป็นปรมาจารย์ของแท้แน่นอน จะเอาไปเทียบกับพวกครึ่งๆ กลางๆ อย่างหวงฝู่จงได้อย่างไร?"

สีหน้าของหนิงชวนเคร่งขรึม เขาตวาดลั่น

"อย่าคิดที่จะสังหารมัน แค่ถ่วงเวลามันเอาไว้ก็พอ หากจัดการมันไม่ได้ ก็ให้ไปจัดการพวกมดปลวกใต้บังคับบัญชาของมันก่อน จากนั้นค่อยรวบรวมกำลังทั้งหมดมาสังหารมันทีหลัง"

อิ่งอู๋จงอ้าปากคล้ายอยากจะเอ่ยสิ่งใดแต่ก็เงียบไป

ยามนี้ขุมกำลังรบที่สูงที่สุดในเมืองซางเฉิงก็คือเขาและหนิงชวน พวกเขาสองคนร่วมมือกันยังแทบจะรับมือเต๋อชวนไม่ได้ ต่อให้จัดการมดปลวกใต้บังคับบัญชาของเต๋อชวนได้หมดสิ้น การจะสังหารเต๋อชวนก็ยังคงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญอยู่ดี!

ตูม ตูม!

ด้วยการสกัดกั้นอย่างเอาเป็นเอาตายของหนิงชวนและอิ่งอู๋จง ทำให้เต๋อชวนไม่อาจป้องกันการโจมตีจากทางอากาศได้ทันท่วงที ห่อระเบิดและระเบิดมือที่เหล่ายอดฝีมือแห่งยุทธภพบนบอลลูนความร้อนทุ่มเทขว้างปาลงมา ในที่สุดก็ตกกระทบลงกลางดงกองทัพวอโค่ว

เสียงระเบิดกึกก้องกวาดล้างไปทั่วสมรภูมิในพริบตา กองทัพวอโค่วที่โดนแรงระเบิดล้มตายระเนระทัดเป็นเบือ พวกที่อยู่ใกล้จุดระเบิดมากที่สุดถึงกับร่างแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี อวัยวะภายในสาดกระเซ็นเกลื่อนกลาด

"บัดซบ นี่มันเรื่องอันใดกัน!"

"ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วยเถิดท่านพ่อ..."

"อ๊าก ขาของข้า ขาของข้า..."

"……"

เบื้องล่างกำแพงเมือง กองทัพวอโค่วตกอยู่ในความโกลาหลอลหม่าน พวกมันถูกระเบิดจนร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญหาบิดามารดา ต่อให้ผู้บัญชาการจะแผดเสียงคำรามสั่งการอย่างเกรี้ยวกราด ทว่าก็ไม่อาจควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ การแย่งชิงรอยโหว่บนกำแพงเมืองจึงต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว

ส่วนทหารกองทัพเจิ้นหนานและหน่วยสืบราชการลับที่ยืนหยัดสู้ตายอยู่บนกำแพงเมืองและบริเวณรอยโหว่ เมื่อเห็นภาพนี้ต่างก็แผดเสียงคำรามด้วยความฮึกเหิมยินดี

"แม่ทัพใหญ่สุดยอด ระเบิดได้ดี ระเบิดพวกสุนัขบัดซบพวกนี้ให้ตายโหงไปเลย"

"มารดามันเถอะ เมื่อครู่เห็นผยองนัก คราวนี้ลองผยองให้ข้าดูอีกสักรอบสิวะ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า อยากจะยึดเมืองซางเฉิงงั้นหรือ พวกเจ้าลองยึดดูอีกทีสิ!"

"……"

ทหารกองทัพเจิ้นหนานและหน่วยสืบราชการลับที่เพิ่งจะถูกกดดันจนแทบจะสิ้นหวัง ยามนี้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แต่ละคนล้วนมีเพลิงโทสะลุกโชน เจตจำนงแห่งการต่อสู้เดือดพล่าน

ภายในเมือง ชายหน้าบากมองเห็นเหตุระเบิดครั้งใหญ่ภายนอกเมืองผ่านทางรอยโหว่ มันก็ถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก

คำสั่งที่จูเก๋ออวิ๋นเจวี๋ยมอบหมายให้พวกมัน ก็คือการประสานงานกับวอโค่วภายนอกเมืองเพื่อเปิดประตูเมือง ทว่ายามนี้วอโค่วภายนอกเมืองกลับถูกระเบิดจนล้มตายเกลื่อนกลาด แล้วพวกมันจะประสานงานได้อย่างไร? ประสานงานพาพวกไปรนหาที่ตายหรือ?

ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดก็คือ ชายหน้าบากพลันตระหนักถึงปัญหาอันร้ายแรงข้อหนึ่ง พวกมันถูกล้อมเอาไว้เสียแล้ว

เดิมทีหากประสานงานกับกองทัพวอโค่วเพื่อแย่งชิงประตูเมือง และเปิดประตูรับกองทัพวอโค่วเข้ามาได้ ทั่วทั้งเมืองซางเฉิงก็จะต้องพินาศย่อยยับ

แต่ยามนี้กองทัพวอโค่วบุกเข้ามาไม่ได้ พวกมันถูกสกัดกั้นไว้ด้วยระเบิดลูกใหญ่ ส่วนพวกมันก็หนีออกไปไม่ได้เช่นกัน เพราะถูกอวิ๋นซานนำทัพเจิ้นหนานสกัดเอาไว้

คนสามพันคนถูกต้อนให้ติดแหง็กอยู่บนถนน และในเวลานี้ ทหารกองทัพเจิ้นหนานจากประตูเมืองทิศตะวันตก ทิศตะวันออก และทิศเหนือ ก็ได้ยกทัพมาเสริมกำลังแล้ว

จากเดิมทีพวกมันมีกำลังสามพันปะทะกับทหารเจ็ดแปดร้อยนาย ซึ่งนับว่าได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด แต่ยามนี้กลับกลายเป็นกองทัพเจิ้นหนานห้าหกพันนาย กำลังจะรุมกระทืบพวกมันสามพันคนแทนเสียแล้ว

"เอ่อ... พี่น้องกองทัพเจิ้นหนาน ข้าจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด พวกท่านคงไม่เชื่อกระมัง..."

ชายหน้าบากจ้องมองอวิ๋นซานที่เรือนร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด ใบหน้าของมันถึงกับกระตุกยิกๆ

"อืม เป็นความเข้าใจผิดจริงๆ แต่ความเข้าใจผิดนี้มันออกจะใหญ่โตไปสักหน่อย เอาชีวิตของพวกเจ้ามาเซ่นสังเวยเสียเถิด!"

อวิ๋นซานคว้่าทวนยาวเล่มหนึ่งขึ้นมาจากพื้น ชี้ปลายทวนไปทางชายหน้าบากแล้วตวาดลั่น

"คนทรยศขายชาติ ต้องโทษประหาร ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว"

ทหารกองทัพเจิ้นหนานกว่าห้าพันนาย แผดเสียงคำรามก้องพุ่งทะยานเข้าห้ำหั่นกับกลุ่มของชายหน้าบากในทันที

ชั่วพริบตา ภายนอกเมืองมีเสียงปืนใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว ภายในเมืองมีเสียงโห่ร้องฆ่าฟันสะเทือนเลื่อนลั่น ทั่วทั้งบริเวณทิศใต้ของเมืองซางเฉิง กลายเป็นสมรภูมิรบไปในบัดดล

ภายนอกเมือง จูเก๋ออวิ๋นเจวี๋ยก็ถูกระเบิดจนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ภายในใจหวาดกลัวจนถึงขีดสุด ขาทั้งสองข้างสั่นเทิ้มจนแทบจะยืนไม่อยู่

แม้มันจะเคยรับรู้เรื่องราวการทิ้งระเบิดปูพรมที่ด่านเทียนยงจากสายลับมาแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงข่าวสารเท่านั้น ย่อมไม่อาจสัมผัสถึงความน่าสะพรึงกลัวได้อย่างแท้จริง ทว่ายามนี้ การทิ้งระเบิดปูพรมระลอกใหญ่ที่ถังอี้ลงมือทำภายนอกเมืองซางเฉิง ทำให้มันได้รับรู้ซึ้งถึงความสิ้นหวังของกองทัพหนานจิ้งเมื่อคืนนี้อย่างถ่องแท้

น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!

หากถังอี้มีอาวุธเหล่านี้มากพอ อย่าว่าแต่ระเบิดวอโค่วให้ตายโหงเลย ต่อให้ระเบิดเมืองซางเฉิงจนราบเป็นหน้ากลองก็ยังมีความเป็นไปได้

"เต๋อชวน อย่ามัวไปพัวพันกับไอ้โง่สองคนนั้น รีบไปจัดการถังอี้ที่อยู่กลางอากาศก่อน"

ใบหน้าของจูเก๋ออวิ๋นเจวี๋ยบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ มันหมอบราบอยู่กับพื้น แผดเสียงตะโกนสั่งการเต๋อชวนอย่างเดือดดาล

"ขอเพียงถังอี้ตาย สงครามก็จบสิ้นแล้ว"

เต๋อชวนปรายตามองจูเก๋ออวิ๋นเจวี๋ยแวบหนึ่ง ก่อนจะชักดาบทะยานร่างพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

"ไอ้แก่ มัวแต่เก๊กท่ารอนรกถามหาหรือไร!"

ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงตวาดอันสดใสของสตรีก็ดังแว่วลงมาจากกลางอากาศ ค้อนเหล็กยักษ์เปื้อนเลือดพุ่งแหวกอากาศตกลงมาอย่างดุดัน

ในขณะเดียวกัน ฝูงหนอนกู่จำนวนมหาศาลก็ถาโถมเข้ามาดั่งฝูงตั๊กแตน พุ่งเข้าจู่โจมปกคลุมทั่วฟ้า

"บัดซบ!"

เต๋อชวนจำต้องล้มเลิกความคิดที่จะสังหารถังอี้ มันชักดาบกลับมาป้องกันตัว ทว่าก็ยังถูกค้อนยักษ์และฝูงหนอนกู่บีบบังคับให้ต้องร่อนลงสู่พื้นดินอีกครั้ง

ค้อนยักษ์นั้นมันสามารถต้านทานได้อย่างง่ายดาย ทว่าฝูงหนอนกู่จำนวนมหาศาลเหล่านั้นมันกลับไม่กล้ารับมือตรงๆ หากเป็นหนอนกู่ธรรมดามันย่อมสามารถใช้ไฟเผาทำลายได้จนหมดสิ้น ทว่าหนอนกู่เหล่านี้เห็นได้ชัดว่ามิใช่หนอนกู่ธรรมดา พวกมันล้วนเป็นหนอนกู่ที่ผ่านการกลั่นหลอมมาแล้ว

หนอนกู่เหล่านี้ทนทานต่อไฟเผา ไม่กลัวน้ำท่วม ซ้ำยังมีพิษร้ายแรง

หากเผลอไปสัมผัสโดนเข้า ต่อให้มันเป็นถึงยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์ ก็ไม่แน่ว่าจะต้านทานพิษร้ายได้

ยอดฝีมือจากหนานเจียงงั้นหรือ?

บัดซบเอ๊ย ถังอี้ไปลากเอายอดฝีมือจากหนานเจียงมาช่วยรบตั้งแต่เมื่อใด?

"ข้างหน้าคือเมืองซางเฉิงแล้ว หยุดทิ้งระเบิด"

ถังอี้ถือปืน 98k เล็งไปยังสมรภูมิที่ปกคลุมไปด้วยควันดินปืน พลางตวาดลั่น

"พี่น้องทั้งหลาย ค่ายกลของศัตรูปั่นป่วนวุ่นวายหมดแล้ว ยามนี้จงตามบิดาลงไปบุกทะลวงสมรภูมิ เข่นฆ่าพวกมันให้ราบคาบ!"

"มารดามันเถอะ ฉีกร่างวอโค่วด้วยมือเปล่า หากเป็นที่นี่ก็คงมิใช่เรื่องงมงายแล้ว!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 640 - ตามบิดามาฉีกร่างวอโค่วด้วยมือเปล่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว