- หน้าแรก
- ข้านี่แหละ พี่ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า!
- บทที่ 560 - ฝ่าบาทตรัสผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!
บทที่ 560 - ฝ่าบาทตรัสผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!
บทที่ 560 - ฝ่าบาทตรัสผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!
บทที่ 560 - ฝ่าบาทตรัสผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!
ฟ่านยงสติแตกไปแล้ว
ยามที่มันปั่นหัวองค์รัชทายาทเป่ยตี๋อยู่ทางชายแดนอุดร เมื่อล่วงรู้ถึงวีรกรรมของถังอี้ในเมืองหลวง มันจึงลอบสั่งให้กรมอาญาและศาลต้าหลี่รวบรวมหลักฐานเหล่านี้ไว้อย่างลับๆ
จุดประสงค์ก็คือหลังจากกลับมายังเมืองหลวง จะได้สามารถกำจัดถังอี้ได้อย่างเปิดเผยและชอบธรรม ทว่ายามนี้กลับมาบอกมันว่า ถังฮว่าและถังฮ่าวไม่ใช่บุตรของถังจิ้ง แต่เป็นบุตรที่เกิดจากนังหญิงแพศยาเหยียนซวงอวี้สวมหมวกเขียวให้ถังจิ้ง
ชายชู้ก็คือชายที่อยู่ตรงหน้านี้ นี่มันล้อเล่นกันหรืออย่างไร?
ฉีเหวินเต้าและเหล่าขุนนางขั้วอำนาจฟ่าน ก็พากันสะดุ้งตื่นจากความตกตะลึง และรีบสนับสนุนกันเซ็งแซ่
"ฝ่าบาท นี่ต้องเป็นงิ้วที่ถังอี้กำกับและแสดงเองเป็นแน่ มิเช่นนั้นเหตุใดเขาจึงให้ถังจิ้งหลบฉากไปพ่ะย่ะค่ะ"
"ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท คำพูดของคนผู้นี้ไม่อาจเชื่อถือได้ เขากำลังพูดจาเหลวไหล"
"ฝ่าบาท เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเกียรติยศและหน้าตาของราชสำนัก จะปล่อยให้คนต่ำต้อยผู้หนึ่งมากล่าววาจาส่งเดชอยู่ที่นี่ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ"
"..."
ฮ่องเต้เหยียนเหวินก็ทรงได้สติกลับมาจากความตกตะลึง พระเนตรทอดมองถังอี้ที่กำลังผิวปากเงยหน้ามองฟ้า แทบอยากจะถอดฉลองพระบาทแล้วฟาดลงบนใบหน้าของเขาให้รู้แล้วรู้รอด
ข่าวที่สั่นสะเทือนฟ้าดินปานนี้ เจ้ากลับไม่บอกกล่าวเจิ้นสักคำ เจิ้นอุตส่าห์เตรียมใจที่จะสู้แตกหักแล้ว เจ้ากลับไม่บอกเจิ้นงั้นหรือ?
เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจิ้นเป็นกังวลจนแทบกระอักเลือด? เจ้าลูกสุนัขบัดซบ ประเดี๋ยวเจิ้นค่อยคิดบัญชีกับเจ้า!
พระองค์หันไปทอดพระเนตรฮวาฮ่าวฉี ตรัสถาม
"ฮวาฮ่าวฉี การลักลอบคบชู้กับสตรีที่มีสามีแล้ว ถือเป็นความผิดมหันต์ เจ้าคิดดูให้ดีก่อนจะพูด เจิ้นจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าลอบคบชู้กับเหยียนซวงอวี้จริงหรือ? ถังฮว่า ถังฮ่าว และถังฉี คือบุตรชายของเจ้างั้นหรือ?"
ฮวาฮ่าวฉีเห็นเหล่าขุนนางโกรธเกรี้ยวเช่นนั้น ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์มานานแล้ว เป็นตาเฒ่าอย่างพวกเจ้านี่เองที่คอยขัดขวางไม่ให้ลูกชายข้าได้เป็นอ๋องใช่หรือไม่?
บิดาให้เกียรติพวกเจ้ามากไปแล้วสินะ? อยากได้หลักฐานใช่หรือไม่? บิดาจะมอบหลักฐานให้พวกเจ้าเอง
"ฝ่าบาทตรัสผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ฮวาฮ่าวฉีโบกมือใหญ่อย่างองอาจ เอ่ยว่า
"กระหม่อมและเหยียนซวงอวี้มีใจรักใคร่ชอบพอกันมานานแล้ว จะกล่าวว่าลักลอบคบชู้ได้อย่างไร? ผู้ที่ไม่ได้รับความรักต่างหาก คือผู้ลักลอบที่แท้จริง"
เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ ทั่วทั้งตำหนักก็เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นทันที
"ไอ้สุนัขไร้ยางอาย ทำให้บัณฑิตอย่างพวกเราต้องเสื่อมเสียหน้า"
"มารดามันเถอะ!"
"เดิมทียังรู้สึกเกลียดชังถังจิ้งอยู่บ้าง แต่พอได้ยินมันพูดเช่นนี้ ข้ากลับรู้สึกสงสารถังจิ้งขึ้นมาจับใจ"
"ปิดบังภรรยาเอก แอบลอบต้มน้ำแกงไก่บำรุงเหยียนซวงอวี้ ป้อนไปป้อนมาจนกระทั่งลูกที่คลอดออกมาก็ไม่ใช่ของตน รสชาติความรู้สึกนี้... ยากจะเอื้อนเอ่ย บรรยายไม่ถูกจริงๆ"
"..."
ขุนนางนับไม่ถ้วนต่างชี้หน้าด่าทอฮวาฮ่าวฉีอย่างสาดเสียเทเสีย แย่งชิงคนรักของผู้อื่น หลับนอนกับภรรยาผู้อื่น เจ้ายังกล้าพูดจาอย่างชอบธรรมปานนี้อีกหรือ? ช่างน่าละอายยิ่งนัก
ถังอี้เองก็มุมปากกระตุก มารดามันเถอะ เหตุใดประโยคนี้จึงฟังดูคุ้นหูนัก? ในยุคหลังมีประโยคอันธพาลประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่าอย่างไรนะ? คนที่ไม่ถูกรักต่างหากคือมือที่สาม?! ไอ้โง่นี่ เรียนรู้ถึงแก่นแท้เลยทีเดียว
"บังอาจ! เจ้ากล้าเมินเฉยต่อจารีตและกฎหมายถึงเพียงนี้ โทษของเจ้าสมควรตายนัก"
ฟ่านยงโกรธจนแทบระเบิด แผนการใหญ่ของมันจะถูกทำลายลงเช่นนี้ได้อย่างไร มันตวาดลั่นทันที
"เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหยียนซวงอวี้และถังฮว่าทำความผิดอันใดไว้? เจ้ามารนหาที่ตายชัดๆ! สิ่งที่พวกเขาทำคือ..."
โอ๊ะโอ ยังกล้ามาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงและลูกชายคนโตของข้าอีกงั้นหรือ?
ฮวาฮ่าวฉีแค่นเสียงเย็น ชี้หน้าฟ่านยงอย่างเกรี้ยวกราด ตวาดลั่น
"ใต้เท้าท่านนี้ โปรดระวังคำพูดของท่านด้วย"
ฟ่านยงโกรธจนแทบสำลัก ไอ้สารเลว เจ้าเป็นแค่มดปลวกต่ำต้อย กล้ามาพูดจากับข้าผู้เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีเช่นนี้หรือ? เจ้ารนหาที่ตาย!
ฮวาฮ่าวฉีย่อมไม่รู้จักฟ่านยง แต่การที่บุตรชายจะได้ขึ้นเป็นอ๋อง ทำให้เขามีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น บิดาของอ๋องต่างแซ่คนแรกแห่งต้าเหยียน ย่อมต้องมีราศีของบิดาอ๋องต่างแซ่อย่างสมฐานะ
เขาชี้นิ้วไปที่ฟ่านยง เอ่ยว่า
"แม้กระหม่อมจะโง่เขลาเบาปัญญา แต่ก็ถือว่าแตกฉานในตำรา รู้ซึ้งถึงจารีตประเพณี และเข้าใจกฎหมายเป็นอย่างดี"
"ท่านกล่าวหาว่ากระหม่อมและเหยียนซวงอวี้ลักลอบคบชู้? มีหลักฐานหรือไม่? เหยียนซวงอวี้และถังจิ้งไม่เคยไหว้ฟ้าดินร่วมกัน ไม่ได้เข้าพิธีมงคลสมรสตามธรรมเนียม จะนับเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายได้อย่างไร?"
"ที่สำคัญที่สุด แม้ในนามเหยียนซวงอวี้จะได้ชื่อว่าเป็นนายหญิงแห่งตระกูลถัง ทว่านางกลับไม่ได้ถูกจารึกชื่อลงในผังตระกูลถังด้วยซ้ำ เช่นนี้นางจะนับเป็นภรรยาได้อย่างไร นางตกเป็นเหยื่อที่ถูกถังจิ้งยึดครองไว้อย่างยาวนานต่างหาก เข้าใจหรือไม่?"
"ในเมื่อนางไม่ใช่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของถังจิ้ง เช่นนั้นข้าขอถามท่าน การที่กระหม่อมผลิตทายาทกับนาง มันมีปัญหาอันใดงั้นหรือ?"
คำถามสามข้อซ้อน ทำเอาฟ่านยงอึ้งกิมกี่ไปในทันที โกรธจนเต้นเร่า
"เจ้า... เจ้า... เจ้าช่างแถสีข้างถลอก! ช่างทำตัวไร้กฎเกณฑ์สิ้นดี!"
เหล่าขุนนางในตำหนัก ก็ล้วนตกตะลึงกับคำถามสามข้อนี้ ฟังดูมีเหตุผลยิ่งนัก!
โดยเฉพาะฟ่านยงและฉีเหวินเต้าพร้อมด้วยขุนนางขั้วอำนาจฟ่าน ต่างก็อ้าปากตาค้าง แต่ละคนมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกราวกับกินแมลงวันตายเข้าไป หากสิ่งที่ฮวาฮ่าวฉีกล่าวเป็นความจริง เช่นนั้นหมากตาตายที่พวกมันตระเตรียมไว้ให้ถังอี้ ก็กลายเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันระดับโลกเท่านั้น
ถังฮว่า ถังฮ่าว และถังฉี ไม่ใช่บุตรชายของถังจิ้ง นั่นไม่เป็นไร ยังคงมีเหยียนซวงอวี้อยู่
ตราบใดที่เหยียนซวงอวี้และถังจิ้งเป็นสามีภรรยากัน ถังอี้ย่อมดิ้นไม่หลุด ทว่าบัดซบเอ๊ย ท้ายที่สุดแล้ว แม้แต่สถานะสามีภรรยาที่ควรจะถูกต้องระหว่างถังจิ้งและเหยียนซวงอวี้ กลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเสียนี่!
เช่นนั้นความผิดที่เหยียนซวงอวี้และถังฮว่าก่อขึ้น ยังจะมีความเกี่ยวข้องอันใดกับถังจิ้งและถังอี้อีกหรือ? ไม่มีความเกี่ยวข้องแม้แต่ครึ่งอีแปะ!
"อะแฮ่ม ยังสามารถเล่นลูกไม้นี้ได้อีกหรือ? ยอดเยี่ยม! เจ้าเด็กนี่ทำได้อย่างไรกัน? ยามนี้รนหาที่ตาย... ยังถึงขั้นกระตือรือร้นเสนอหน้ามารับเองเลยหรือนี่?!"
ฮ่องเต้เหยียนเหวินกะพริบพระเนตรปริบๆ ทรงถูกตรรกะของฮวาฮ่าวฉีทำให้ตื่นตะลึงเช่นกัน
ในแง่จารีตย่อมไม่อาจยอมรับได้ แต่ในแง่กฎหมายกลับฟังขึ้นจริงๆ ไม่อาจเอาผิดเขาได้เลย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฮ่องเต้เหยียนเหวินก็แทบอดใจไม่ไหวอยากจะปรบมือชื่นชม โอ้โห ถังจิ้ง เจ้าก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ยังรู้ว่าอนุภรรยาที่รับมาเลี้ยงดูอยู่นอกจวนนั้นไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้ แม้จะมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา แต่ก็ไม่มีสถานะทางนิตินัย
ฮ่าฮ่า ทำได้ดี! เช่นนี้ ก็ไม่อาจใช้เรื่องนี้มาข่มขู่ถังอ้ายชิงของเจิ้นได้อีกต่อไป!
ถังอี้มองดูฮวาฮ่าวฉีที่กำลังอหังการด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ต้องยอมรับว่าแผนการที่หลินจู๋เสนอมานั้นไม่เลวเลย หากให้เขาเป็นคนพิสูจน์ คงต้องสิ้นเปลืองน้ำลายไปไม่น้อย และผลลัพธ์สุดท้ายอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
แต่หากปล่อยให้ฮวาฮ่าวฉีพิสูจน์ด้วยตนเอง ดูสิ เรื่องราวกลับกลายเป็นง่ายดายขึ้นเยอะเลยใช่หรือไม่?
ภายในตำหนักด้านหลัง ถังจิ้งถูกกดให้นอนราบกับพื้น เมื่อครู่ยังมีท่าทีพร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกกับเหยียนซวงอวี้ ทว่ายามนี้หลังจากได้ยินคำพูดของฮวาฮ่าวฉี เขาพลันชะงักงัน
บุตรชายไม่ใช่ของตนเอง แม้แต่สตรีของตนเองก็ไม่ใช่ของตน สำหรับลูกผู้ชายคนหนึ่ง นี่คือความอัปยศอดสูเพียงใด?
ทว่ายามนี้ เขาพลันค้นพบว่าเรื่องนี้ดูเหมือน... จะเป็นเรื่องดีนี่นา!
เดิมทีหากหลักฐานความผิดของพวกเขาถูกพิสูจน์ได้ว่าจริง ตระกูลถังก็จะต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตร
แต่ยามนี้ฮวาฮ่าวฉีพิสูจน์แล้วว่าสามพี่น้องถังฮว่าและเหยียนซวงอวี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับเขา เช่นนั้นความผิดที่พวกเขาก่อ ก็ย่อมไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขาเช่นกัน
ตระกูลถัง ก็ไม่ต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตรอีกต่อไป!
"หึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า..."
ถังจิ้งไม่ดิ้นรนอีกต่อไป เขาเพียงพยายามเงยหน้าขึ้นจ้องมองเหยียนซวงอวี้ ลำคอเปล่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมา
นังร่าน นังแพศยา แผนการล้ำลึกฉลาดปราดเปรื่องนัก สุดท้ายกลับทำให้ชีวิตสุนัขของเจ้าต้องพังพินาศแล้วใช่หรือไม่!
เหยียนซวงอวี้ก็แข็งค้างไปแล้ว ใบหน้านั้นซีดขาวจนแทบไม่อาจทนดูได้
เดิมทีคิดจะให้ถังจิ้งใช้ศีลธรรมมาบีบบังคับถังอี้ ผนวกกับความดีความชอบทางทหารของถังฉี ย่อมต้องรักษาชีวิตพวกเขาไว้ได้อย่างแน่นอน
ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่า ในช่วงเวลาสำคัญ ฮวาฮ่าวฉีจะโผล่มาทำลายแผนการทั้งหมดของนางจนป่นปี้
ไม่ได้ จะปล่อยให้ฮวาฮ่าวฉีพูดต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
เหยียนซวงอวี้ตะเกียกตะกายลุกขึ้น หมายจะพุ่งตัวออกไปด้านนอก ต้องการหยุดยั้งไม่ให้ฮวาฮ่าวฉีพูดสิ่งใดอีก
ถังฮว่าและถังฮ่าวก็เข้าใจเจตนาของเหยียนซวงอวี้ พวกเขาก็ลุกขึ้นเช่นกัน และพุ่งตัวออกไปด้านนอกอย่างสุดชีวิต
[จบแล้ว]