- หน้าแรก
- เจ้าองค์ชายบ้านี่ จะเก่งไปทุกเรื่องไม่ได้นะ
- 460 - การล้างแค้น
460 - การล้างแค้น
460 - การล้างแค้น
460 - การล้างแค้น
"ต้าเป่า ไม่ได้เจอกันเสียนาน!" เติ้งหนูเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
เสิ่นต้าเป่ากำลังบันทึกบัญชี เมื่อเห็นเติ้งหนูเข้ามา เขาเพียงแค่เหลือบตามองเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คุณชายเติ้ง มีธุระอะไร?"
เติ้งหนูเห็นเสิ่นต้าเป่าเมินเฉยต่อเขาขนาดนี้ ก็แทบจะเดือดพล่าน หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงถีบอีกฝ่ายไปแล้ว
แม้ว่า ตระกูลเสิ่นจะร่ำรวยที่สุดในต้าเย่ แต่ในสายตาของเขา พวกพ่อค้านั้นก็เป็นเพียงลูกแกะตัวอ้วนที่พร้อมถูกเชือดเท่านั้น
แต่สถานการณ์ตอนนี้ต่างออกไปแล้ว
ตระกูลเสิ่นได้พึ่งพาจวนอู่อ๋อง เปลี่ยนจากนกกระจอกกลายเป็นหงส์
และตอนนี้ เสิ่นต้าเป่ากำลังสวมเครื่องแบบขุนนางระดับห้าขั้นสูง ซึ่งทำให้เขาอิจฉาเป็นอย่างมาก
ตัวเขาเองแม้จะมีตำแหน่งในราชสำนัก แต่เพราะเป็นบุตรลำดับท้ายของตระกูล เติ้งกว๋อกง จึงแทบไม่มีบทบาทอะไร
ท้ายที่สุด ก็ได้เพียงขุนนางขั้นแปดที่กินเงินเดือนน้อยนิดไปวันๆ โดยไม่มีงานให้ทำ แม้แต่จะเอ่ยปากพูดออกมาก็มีแต่จะทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะ
เติ้งหนูเห็นเสิ่นต้าเป่าทำตัวห่างเหินเช่นนี้ สีหน้ายิ้มแย้มของเขาก็เริ่มลดลง
เขาตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง "ท่านอ๋องบอกให้ข้ามาพบเจ้า ซวินกงกงก็น่าจะบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่?"
"บอกแล้ว" เสิ่นต้าเป่าโบกมือ "แต่ไม่มีที่ว่าง!"
เติ้งหนูถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง "ไม่มีที่ว่าง? แต่นี่เป็นคำพูดของท่านอ๋องนะ!"
"ข้าบอกว่าไม่มีที่ว่างก็คือไม่มีที่ว่าง!" เสิ่นต้าเป่ากล่าวเสียงเย็นชา "ท่านอ๋องทรงเข้าใจเรื่องนี้ดี ข้าไม่ต้องให้เจ้ามาคอยเตือน! เจ้าอย่ามาขวางข้าอยู่ตรงนี้ ข้ามีงานราชการต้องทำ อย่ามาทำให้ข้าล่าช้า!"
"ข้าทำให้เจ้ารำคาญ?" เติ้งหนูคิดว่าตนเองคงฟังผิด
เขาตบโต๊ะดังปัง "เสิ่นต้าเป่า เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดกับใครอยู่!?"
"พูดกับเจ้าไง!" เสิ่นต้าเป่าตบโต๊ะกลับเสียงดังพอๆ กัน
"เติ้งหนู เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าตบโต๊ะใส่ข้า!?"
"ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าก็เป็นเพียงขุนนางขั้นแปด แต่ข้าเป็นจางซื่อแห่งจวนอู่อ๋อง ขุนนางขั้นห้า และดูแลกิจการทั้งหมดของจวนอ๋อง!
ใครให้ความกล้ากับเจ้ามาทำกริยาก้าวร้าวต่อหน้าข้า!?
นี่ถือเป็นความผิดฐานล่วงเกินขุนนางผู้สูงศักดิ์ เป็นอาชญากรรมร้ายแรง เจ้ารู้หรือไม่!?"
"เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่ถ้าเจ้ายังสร้างปัญหาอยู่ที่นี่ ข้ารับรองว่าเจ้าจะออกจากจวนอ๋องไม่ได้ง่ายๆ!"
เสิ่นต้าเป่ารู้เจตนาของจูจวินดี
หากจูจวินต้องการให้เติ้งหนูได้ร่วมโครงการ เขาก็พูดเพียงคำเดียวก็จบ ไม่จำเป็นต้องส่งเติ้งหนูมาหาเขา
นี่แสดงให้เห็นว่า จูจวินไม่ต้องการช่วยเติ้งหนู
ในวันนั้นที่ หอหมื่นบุปผา เขาถูกเติ้งหนูกับพวกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด และเขาไม่มีวันลืมเหตุการณ์นั้น
ตอนนั้น เขาเป็นเพียงบุตรพ่อค้าไร้เกียรติ
แต่วันนี้ เขาคือขุนนางขั้นห้า
บิดาของเขาได้รับตำแหน่งสูง และมารดาของเขาก็ได้รับพระราชทานตำแหน่ง
น้องสาวของเขาเป็นอนุภรรยาของท่านอ๋อง
แล้วเขายังต้องกลัวเติ้งหนูอีกหรือ!?
เติ้งหนูโมโหจนแทบคลั่ง
นี่คือการ หยามเกียรติของเขาอย่างถึงที่สุด!
"แม้ว่าเจ้าจะเป็นขุนนางขั้นหนึ่ง ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเจ้าเป็นแค่ลูกพ่อค้าไม่ได้!"
เติ้งหนูเดือดจัด จึงพลิกโต๊ะของเสิ่นต้าเป่าล้มลง "วันนี้ข้าจะก่อเรื่องให้ดู! เจ้ากล้าปฏิเสธหน้าท่านอ๋อง ข้าจะคอยดูว่าใครกันแน่ที่จะเดือดร้อน!"
เสียงดังโครมครามทำให้เหล่าทหารเวรของจวนอ๋องวิ่งเข้ามาทันที
พวกเขามองเห็นข้าวของกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
หัวหน้าทหารรีบถาม "ท่านจางซื่อ เกิดอะไรขึ้น!?"
"เจ้าคนนี้มาป่วนที่นี่!" เสิ่นต้าเป่าชี้ไปที่เติ้งหนู "ทุบตีมันให้หนัก แล้วโยนออกไปข้างนอก!"
"พวกเจ้ากล้า!" เติ้งหนูตะโกนเสียงดัง "ข้าเป็นสหายของท่านอ๋อง! ข้ายังเป็นบุตรของ เติ้งกว๋อกง! หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องข้า พวกเจ้าจะต้องเสียใจ!"
เสิ่นต้าเป่าแสยะยิ้ม ก่อนจะถีบหลังเติ้งหนูอย่างแรง
เติ้งหนูมีฝีมือในเชิงยุทธ์อยู่บ้าง
แต่เพราะหันหลังให้ เสิ่นต้าเป่าจึงใช้โอกาสนี้เตะเข้าเป้าเต็มแรง
เติ้งหนูล้มคว่ำลงกับพื้นในท่าหมาเลียอาจม
เสิ่นต้าเป่าชี้ไปที่เขา "ตีให้หนัก!"
ทหารของจวนอ๋องไม่สนว่าใครเป็นใคร
หากก่อเรื่องในจวนอ๋อง ต้องถูกซ้อมก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลัง!
ทหารประจำจวนราวเจ็ดแปดนายกรูกันเข้ามารุมเตะต่อยเติ้งหนู
เติ้งหนูทำได้เพียงขดตัวอยู่กับพื้น ปกป้องศีรษะของตนเอง พร้อมส่งเสียงร้องโหยหวนไม่หยุด
"พวกเจ้าพวกสุนัขสารเลว ข้าจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่..."
เสิ่นต้าวเป่ามองเติ้งหนูที่ถูกซ้อมจนหน้าบวมปูด ฟันหักไปสองซี่ ก็รู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง
แต่เขาก็กลัวจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาเช่นกัน จึงโบกมือสั่งว่า "ลากออกไป โยนทิ้งข้างนอก ต่อไปห้ามให้มันเข้ามาที่นี่อีก!"
"รับทราบ!" ทหารจวนขานรับพร้อมกัน จากนั้นก็ลากเติ้งหนูออกไป
มีทหารฉลาดสองนายอยู่เก็บกวาดห้องให้เสิ่นต้าวเป่า
เสิ่นต้าวเป่าสะใจนัก หลังจากได้ล้างแค้นเสียที เขาแทบอยากแหงนหน้าร้องตะโกนออกมา
แต่ความสะใจเป็นเรื่องหนึ่ง การซ้อมเติ้งหนูครั้งนี้ คงไม่จบง่ายๆ แน่
เขารีบไปหา จูจวิน คุกเข่าลงเล่าทุกอย่างให้ฟัง "ท่านอ๋อง ทั้งหมดเป็นความผิดของกระหม่อม..."
"พอเถอะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ซ้อมแล้วก็ซ้อมไปเถอะ!" จูจวินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ไอ้หมอนั่นเป็นตัวสารเลว ต่อให้ซ้อมจนตายก็สมควรอยู่ดี เจ้าทำได้ดีมาก!"
เสิ่นต้าวเป่าถอนหายใจโล่งอก "ขอบพระทัยท่านอ๋อง"
"อีกอย่าง ไปแจ้งพ่อค้ากลุ่มอิงเทียน อย่ามอบงานให้คนของเติ้งหนูทำ หากข้ารู้เข้า ข้าจะไม่ปล่อยไปแน่!"
เติ้งหนูตอนนี้ไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว เดิมทีก็คิดจะใช้ประโยชน์จากเขาอีกสักหน่อย
แต่เจ้าหมอนี่มันสันดานเดิมไม่เปลี่ยน คิดแต่จะฉกฉวยผลประโยชน์จากเขา
"รับทราบ ท่านอ๋อง!"
...
อีกด้านหนึ่ง เติ้งหนูเดินโซซัดโซเซออกจากวังอู่อ๋อง ในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า จูจวินไม่คิดช่วยเขาตั้งแต่แรก ไม่เช่นนั้นก็เป็นแค่คำพูดประโยคเดียวเท่านั้น
เขายังเริ่มสงสัยว่า จูจวินอาจรู้เรื่องเขตปกครองพิเศษล่วงหน้า
จากนั้นก็ฉวยโอกาสกดราคาต่อรอง วางแผนตั้งแต่แรก...
คิดถึงจุดนี้ เติ้งหนูก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่ตนคาดการณ์ไว้ถูกต้อง
เขานึกถึงตอนที่ต้องก้มหัวขอร้องจูจวิน อ้อนวอนให้ช่วยรับบ้านของเขาไป
เติ้งหนูรู้สึกว่าตัวเองมันโง่เง่าถึงที่สุด
"เจ้าบ้า เจ้าหลอกข้า!" เติ้งหนูกำหมัดแน่น ลิ้นเลียไปที่ช่องฟันหักของตนเอง หัวใจเต็มไปด้วยความแค้น "แค้นนี้หากไม่ชำระ ข้าขออย่าได้เป็นคนอีกเลย!"
เขาลากร่างกายอันสะบักสะบอมมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ฉินกว๋อกง ซึ่งเดิมคือวังฉินอ๋อง
จูกังและครอบครัวถูกกักตัวอยู่ที่นี่
แต่ยังดี ที่มีเพียงจูกังเท่านั้นที่ห้ามออกไป ส่วนสตรีในตระกูลและบุตรหลานยังสามารถออกไปข้างนอกได้
และไม่ได้ห้ามญาติฝั่งตระกูลเติ้งมาเยี่ยม
แน่นอนแม้จะได้รับอนุญาต แต่ก็มีเพียงเติ้งหนูเท่านั้นที่กล้าเหยียบย่างเข้าไปข้างใน
ทหารเฝ้าประตูเป็นคนขององค์รักเสื้อแพร พวกเขามองเติ้งหนูที่เดินกระโผลกกระเผลกเข้ามาด้วยสายตาเยาะหยัน
เติ้งหนูทำสีหน้าขรึม เดินเข้าไปในคฤหาสน์อ๋องฉิน
เติ้งซื่อเห็นสภาพของน้องชายก็ถึงกับตกใจ "เจ้าห้า เจ้าโดนใครทำร้าย?"
"ไม่เป็นไร ข้าหกล้มเอง" เติ้งหนูตอบ "พี่เขยอยู่หลังจวนหรือไม่?"
เติ้งซื่อก็ไม่ใช่คนโง่ สภาพของเติ้งหนูเช่นนี้ จะเป็นการหกล้มได้อย่างไร?
แต่เห็นว่าเขาไม่อยากพูด นางจึงไม่ซักไซ้ เพียงแต่ถอนหายใจ "เขาอยู่หลังเรือน ดื่มสุราไม่หยุด ตั้งแต่ปีก่อนเป็นต้นมา เขาก็เป็นแบบนี้ ติดอยู่ในความฝันแห่งสุรา
เจ้าต้องช่วยเตือนสติเขาหน่อย หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว!"
เสียงร้องไห้ของเติ้งซื่อทำให้เติ้งหนูรำคาญใจ แต่เขาทำได้เพียงปลอบโยน
รอให้นางหยุดร้องแล้ว จึงเดินไปยังสวนหลังเรือน
แต่ยังไม่ทันเดินเข้าไป ก็ได้ยินเสียงก่นด่าของจูกังดังลั่นอย่างบ้าคลั่ง!
…………..