- หน้าแรก
- ฉันไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์
- บทที่ 351 ปล่อยบอทในงาน เทพเจ้าผู้หลับใหลกลางวงการมายา
บทที่ 351 ปล่อยบอทในงาน เทพเจ้าผู้หลับใหลกลางวงการมายา
บทที่ 351 ปล่อยบอทในงาน เทพเจ้าผู้หลับใหลกลางวงการมายา
โถงมอบรางวัลของรางวัลจินอู๋ถง โครงสร้างภายในราวกับโคลอสเซียมของกรุงโรมโบราณ
หลังคาโดมสูงลิ่ว โคมระย้าคริสตัลขนาดยักษ์สาดส่องแสงสว่างเจิดจ้าทว่าเย็นเยียบ เก้าอี้กำมะหยี่สีแดงสองพันตัวจัดเรียงเป็นรูปพัด
แถวแรก ตำแหน่งเซ็นเตอร์ตรงกลางสุด
ที่นี่คือจุดสูงสุดของอำนาจในวงการมายาทั้งมวล แม้แต่ความกว้างของทางเดินด้านข้างยังกว้างกว่าที่นั่งอื่นถึงสิบเซนติเมตร เพื่อความสะดวกให้กล้องหลักสามารถซูมภาพแบบเจาะลึกได้รอบทิศทางโดยไม่มีมุมอับ
ลู่หยวนนั่งลงที่ตำแหน่งนี้
ด้านซ้ายของเขาคือหลินซีที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง 《เสียงสะท้อนจากขุมนรก》 วันนี้หญิงสาวสวมชุดเดรสยาวสีขาวที่ค่อนข้างมิดชิด สองมือบีบชายกระโปรงแน่น ตื่นเต้นเสียจนข้อต่อนิ้วซีดขาว
ด้านขวาของเขาคือรองประธานสมาคมภาพยนตร์แห่งประเทศจีน ปรมาจารย์นักวิจารณ์ภาพยนตร์รุ่นเก๋า เฉินเทียนสือ ชายชราสวมชุดจงซานแบบย้อนยุค นั่งตัวตรงแหน่ว สีหน้าเคร่งขรึม
เวลาหกโมงเย็นตรง ดนตรีซิมโฟนีอันยิ่งใหญ่ดังขึ้น งานประกาศรางวัลเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
เริ่มจากสุนทรพจน์ของผู้จัดงานที่ยาวถึงครึ่งชั่วโมง จากนั้นบรรดาผู้นำต่างๆ ก็ขึ้นเวทีอ่านประวัติการพัฒนาของภาพยนตร์จีน
ตามด้วยการประกาศรางวัลด้านเทคนิคที่แสนน่าเบื่ออย่างรางวัลระบบเสียงยอดเยี่ยมและตัดต่อยอดเยี่ยม ผู้ชนะขึ้นเวทีและกล่าวขอบคุณพ่อแม่ ขอบคุณบริษัท ขอบคุณทีมงานด้วยคำพูดที่ซ้ำซากจำเจ
สถานการณ์แบบนี้สำหรับดาราทั่วไปถือเป็นการชุบตัว แต่สำหรับลู่หยวนแล้ว มันคือการทรมานที่แสนโหดร้าย
เขานั่งอยู่ตรงตำแหน่งเซ็นเตอร์ ทนอยู่ได้เพียงสิบนาที ความง่วงเหงาหาวนอนก็ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เมื่อคืนเพื่อเคลียร์บอสลับในเกมใหม่ เขาปั่นเกมจนถึงตีสี่
ตอนนี้เมื่อได้ยินน้ำเสียงนักจัดรายการที่เหมือนการสะกดจิตของสหายอาวุโสบนเวที เปลือกตาบนและล่างของเขาก็เริ่มต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง
"ช่างมันเถอะ ยังไงก็ล็อกสกิลไว้แล้ว ไม่นอนตอนนี้ จะไปนอนตอนไหน"
ลู่หยวนออกคำสั่งในหัวอย่างรวดเร็ว เขาสละการควบคุมร่างกายทั้งหมด และดึงสติสัมปชัญญะเข้าสู่ความมืดมิดอันลึกล้ำโดยตรง เข้าไปเล่นหมากล้อมกับโจวกงในความฝันเสียแล้ว
หนึ่งวินาทีต่อมา
ลู่หยวน หลับไปแล้ว
ในวิหารที่เปรียบเสมือนตัวแทนระดับศิลปะสูงสุดของภาพยนตร์ทั่วประเทศจีนแห่งนี้ ภายใต้สายตาของคนดังระดับท็อปสองพันคนในงาน และผู้ชมการถ่ายทอดสดหลายสิบล้านคนทั่วประเทศ เขากลับเข้าสู่สภาวะหลับลึกอย่างสงบและเปิดเผย
แต่ที่แปลกประหลาดก็คือ ภายนอกของเขาไม่มีเค้าลางของการหลุดมาดเลยแม้แต่น้อย
【การ์ดรักษาบุคลิกภาพสง่างาม】 ล็อกกล้ามเนื้อกระดูกสันหลังส่วนเอวและส่วนคอของเขาไว้อย่างแน่นหนา แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงราวกับหอก ตั้งตรงแนบชิดกับพนักพิงเก้าอี้
สองมือประสานกัน วางไว้บนต้นขาอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาไม่ได้ปิดสนิทด้วยซ้ำ แต่กลับรักษาสถานะ 'หรี่ลงครึ่งหนึ่ง' ขนตายาวทอดเงาลงบนเบ้าตา
【หน้ากากไร้อารมณ์】 ยิ่งทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาผ่อนคลายถึงขีดสุด ไม่มีความหงุดหงิดรำคาญ ไม่มีความเบื่อหน่าย
ภายในรถถ่ายทอดสด ผู้กำกับใหญ่จ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์หลายสิบจอตรงหน้า ดวงตาเป็นประกาย
"กล้องสอง! ดันเข้าไป! จับภาพเจาะจงที่ลู่หยวน!" ผู้กำกับใหญ่ตะโกนใส่เครื่องส่งรับวิทยุ เขารู้ดีว่าใครคือกุญแจเรียกกระแสความนิยมในเวลานี้
กล้องค่อยๆ ซูมเข้าไปใกล้
บนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏภาพโคลสอัปใบหน้าของลู่หยวนแบบความละเอียดสูง
บนเวที ผู้กำกับอาวุโสคนหนึ่งกำลังเล่าถึงความยากลำบากในการถ่ายทำภาพยนตร์ในอดีตทั้งน้ำตา บรรดาดาราด้านล่างต่างก็ให้ความร่วมมือด้วยการปาดน้ำตา ทำท่าทางเหมือนรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น
แต่ในภาพโคลสอัปของลู่หยวน เขานั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งนั้นดูลึกล้ำราวกับจะดูดกลืนแสงทั้งหมดเข้าไปได้
เขาไม่ได้ร้องไห้ และไม่ได้หัวเราะ เขาเพียงแค่ 'จ้องมอง' ไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ เผยให้เห็นถึง 'ความสงบเยือกเย็นหลังจากมองทะลุความจอมปลอมทางโลก และผ่านพ้นอุปสรรคนานัปการ'
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดพุ่งทะยานอีกครั้ง
"เห็นหรือยัง! นี่คือสมาธิของผู้กำกับลู่! ภูเขาไท่ซานถล่มอยู่ตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า!"
"ท่าทางแกล้งร้องไห้ของดาราคนอื่นมันน่าอึดอัดมาก เทพลู่นี่แหละของจริง เขาไม่จำเป็นต้องเอาใจใคร!"
"สายตาของเทพลูลึกล้ำมากเลย เขาต้องกำลังคิดโครงสร้างบทหนังเรื่องต่อไปอยู่แน่ๆ ใช่ไหม?"
"ฉันถึงกับรู้สึกว่าเขากำลังถอดจิตไปสนทนาทางจิตวิญญาณกับปรมาจารย์ระดับโลกแล้วด้วยซ้ำ"
คนทั้งโลกอินเทอร์เน็ตต่างก็เคารพบูชาเทพเจ้าผู้หลับใหลอยู่กลางวงการมายาองค์นี้
ทว่าหลินซีที่นั่งอยู่ข้างลู่หยวน กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
เมื่อพิธีการเข้าสู่ชั่วโมงที่สาม กำลังจะประกาศรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
ความตื่นเต้นของหลินซีก็พุ่งถึงขีดสุด กระเพาะของเธอเริ่มหดเกร็ง หน้าผากมีเหงื่อเย็นผุดซึม เธอต้องการที่พึ่งทางใจอย่างเร่งด่วน
เธอรวบรวมความกล้า หันหน้าไปเล็กน้อย หวังจะได้รับพลังจากลู่หยวนซึ่งเป็นเสาหลักของทีมงาน
และในวินาทีที่เธอหันไปและเข้าไปใกล้ไหล่ของลู่หยวน
ภายใต้เสียงดนตรีประกอบที่ทั้งยิ่งใหญ่และอึกทึกในงาน หูที่ไวต่อเสียงของหลินซีกลับจับเสียงที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งได้
"ครอก...ฟี้..."
"ครอก...ฟี้..."
เสียงนั้นเบามาก แต่สม่ำเสมออย่างยิ่ง และเต็มไปด้วยจังหวะแห่งความผ่อนคลาย
รูม่านตาของหลินซีสั่นไหวอย่างรุนแรงในทันที เธอเลื่อนสายตาลงต่ำ และพบด้วยความตื่นตระหนกว่า หน้าอกของลู่หยวนกำลังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอและค่อนข้างแรง จังหวะการกระเพื่อมแบบนั้น ไม่ใช่การหายใจของคนที่ตื่นอยู่อย่างแน่นอน!
สมองของหลินซีหยุดทำงานไปชั่วขณะ
เขาหลับเหรอ?
ผู้กำกับลู่นั่งหลับในตำแหน่งเซ็นเตอร์ของงานประกาศรางวัลที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ต่อหน้าผู้ชมทั้งประเทศเนี่ยนะ?!
แถมยังหลับลึกสุดๆ อีกด้วย!
หลินซียืดตัวตรงขึ้นมาทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเผลอหลุดขำออกมาเพราะความรู้สึกทั้งเหลือกเชื่อและตกใจ เธอจึงใช้มือขวาหยิกต้นขาด้านในของตัวเองอย่างแรง
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เธอสูดลมหายใจเข้าลึก เธอเอียงตัวไปทางซ้ายสิบห้าองศา ใช้ไหล่และผมยาวของตัวเองบังมุมอับสายตาของกล้องด้านข้างที่กำลังถ่ายใบหน้าของลู่หยวนได้อย่างแนบเนียน
ในขณะเดียวกัน เธอก็กัดริมฝีปากล่างแน่น บังคับตัวเองให้ทำสีหน้าเคร่งขรึม ลึกล้ำ และถึงขั้นมีความรู้สึกห้าวหาญเจือปนอยู่ด้วยเหมือนกัน
ความเจ็บปวดที่ต้นขาทำให้ขอบตาของหลินซีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว หยาดน้ำตาคลอเบ้า
และในตอนนั้นเอง กล้องถ่ายทอดสดก็ตัดภาพมาที่พวกเขาทั้งสองคนอย่างแม่นยำ
ในภาพ ลู่หยวนหรี่ตาสองข้างลงครึ่งหนึ่ง สง่างามดุจเทพเจ้า หลินซีที่อยู่ข้างๆ เอียงตัวเล็กน้อย ขอบตาแดงก่ำ กัดฟันแน่น ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์อันเชี่ยวกรากในใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
เมื่อภาพนี้ถูกส่งไปยังห้องไลฟ์สด ชาวเน็ตก็แทบคลั่ง
"พระเจ้า! หลินซีร้องไห้แล้ว! เธอต้องตื่นเต้นมากแน่ๆ!"
"พวกนายดูท่าทางของหลินซีที่เอียงตัวเข้าหาเทพลู่สิ นี่มันเป็นการพึ่งพาจากจิตใต้สำนึกชัดๆ!"
"ขอบตาแดงๆ ของหลินซี คู่กับออร่าที่มั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซานของเทพลู่ องค์ประกอบภาพนี้มันสุดยอดไปเลย! นี่แหละที่เรียกว่าความซาบซึ้งใจในบุญคุณ!"
หลินซีไม่รู้เลยว่าชาวเน็ตกำลังจินตนาการไปไกล เธอรู้แค่ว่าต้นขาของเธอใกล้จะถูกหยิกจนเขียวช้ำแล้ว
เวลาผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที หลินซีคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครอง ฉีเจิ้นหัวคว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม 《เสียงสะท้อนจากขุมนรก》 กวาดรางวัลเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุด งานประกาศรางวัลก็มาถึงจุดไคลแมกซ์สุดท้าย
ไฟทั่วทั้งงานดับลงอย่างกะทันหัน เหลือเพียงแสงสว่างเจิดจ้าตรงกลางเวที
เฉินเทียนสือเดินขึ้นเวทีด้วยก้าวที่เชื่องช้าทว่าตื่นเต้นผิดปกติ เขายืนอยู่หน้าไมโครโฟน แกะซองจดหมายประทับตราทองที่มีคำตอบสุดท้ายอยู่ข้างใน
เขามองชื่อในซองจดหมาย สูดหายใจเข้าลึก น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นขั้นสุด ดังผ่านลำโพงขยายเสียงไปทั่วทั้งโรงละคร
"รางวัลจินอู๋ถงปีนี้ รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมได้แก่... 《เสียงสะท้อนจากขุมนรก》 ลู่หยวน!"
"รางวัลจินอู๋ถงปีนี้ รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมได้แก่... 《เสียงสะท้อนจากขุมนรก》 ลู่หยวน!"
"รางวัลจินอู๋ถงปีนี้ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมได้แก่... 《เสียงสะท้อนจากขุมนรก》!!!"
"เฮ!!!"
แขกผู้มีเกียรติสองพันคนในงานลุกขึ้นยืนพร้อมกัน เสียงปรบมือดังกึกก้องราวกับฟ้าร้องดังขึ้นในพริบตา
แสงสปอตไลต์กำลังสูงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสองเมตร สาดลงมาจากหลังคาโดมอย่างแรง อาบไล้ร่างของลู่หยวนที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งเซ็นเตอร์ไว้ในลำแสงอย่างพอดิบพอดี