เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง

บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง

บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง


บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง

★★★★★

เธอจำได้ว่าอนุชิวชอบใส่ปิ่นอันนี้อยู่พักหนึ่ง เพราะบนปิ่นสลักลายดอกบัวเอาไว้ ซึ่งพ้องกับชื่อเดิมของนางที่ชื่อว่าชิวเหอเซียง

เซี่ยอิงรีบหยิบกระดาษและพู่กันออกมาตวัดเขียนใบสารภาพผิดอย่างรวดเร็ว

ในนั้นระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการวางยาพิษเซี่ยอิง ไม่ว่าจะเป็นเวลา สถานที่ ผู้บงการ และของกลางไว้อย่างชัดเจน

ดวงตาดอกท้ออันงดงามของเซี่ยอิงฉายแววเย็นเยียบ เธอคว้าตัวซิ่วหลานขึ้นมาแล้วออกคำสั่ง "เซ็นชื่อ! ประทับรอยนิ้วมือ!"

ซิ่วหลานเติบโตมาข้างกายเซี่ยอิงตั้งแต่เด็ก ย่อมต้องอ่านออกเขียนได้อยู่แล้ว

นางรู้ดีว่าใบสารภาพผิดนี้มีผลทางกฎหมาย จะเซ็นสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร

ซิ่วหลานมีท่าทีต่อต้านอย่างชัดเจน นางตัวสั่นเทาและอ้อนวอน "คุณหนู บ่าวไม่อยากเซ็น บ่าวผิดไปแล้ว ได้โปรดละเว้นบ่าวเถอะเจ้าค่ะ!"

"เรื่องนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก! สัญญาซื้อขายตัวเจ้าอยู่ที่ข้า เจ้าเนรคุณทรยศเจ้านาย วางยาพิษนายจ้าง ต่อให้ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งตรงนี้ก็ถือว่าทำถูกต้องตามกฎหมาย! แต่ถ้าเจ้าเซ็นใบสารภาพผิดนี้มันจะต่างออกไป ในนี้เขียนชัดเจนว่าเจ้าไม่ใช่ผู้บงการ แต่ถูกหลอกใช้ อย่างน้อยก็รักษาชีวิตน้อยๆ ของเจ้ากับครอบครัวเอาไว้ได้!"

"จริงหรือเจ้าคะ?"

"หึ! ข้าไม่โกหกหรอก!"

"ตกลง... บ่าวจะเซ็น..."

นางรับพู่กันมาเซ็นชื่อและประทับรอยนิ้วมือ

หลังจากจัดการเสร็จ นางถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเซี่ยอิงที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ผี!

นางยังไม่ตาย!

แต่นางเห็นกับตาว่าคุณหนูดื่มน้ำแก้วนั้นจนหมดนี่นา

หรือว่าใส่ผงยาพิษน้อยเกินไป รู้อย่างนี้ใส่ลงไปให้หมดเลยก็ดี!

นางรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง!

"คุณหนู ในเมื่อท่านยังไม่ตาย งั้นบ่าวก็ถือว่าไม่ได้ฆ่าคนใช่ไหมเจ้าคะ?"

เซี่ยอิงมองนางด้วยสายตาเหยียดหยาม มุมปากค่อยๆ เผยรอยยิ้มอันเย้ายวนและชั่วร้าย

"ใช่ โทษตายละเว้นได้... แต่โทษเป็นหนีไม่พ้นหรอกนะ"

เซี่ยอิงบีบคางนางแล้วยัดยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งใส่ปากนางทันที

"ชอบวางยาพิษนักใช่ไหม ต่อไปนี้ก็เชิญลิ้มรสชาติของยาพิษให้เต็มที่ไปเลย!"

"ท่านให้บ่าวกินอะไรเข้าไป?"

ซิ่วหลานกุมลำคอ ใบหน้าซีดเผือดลงในทันที

เซี่ยอิงจัดเสื้อผ้าที่ไม่มีรอยยับให้เข้าที่ พร้อมกับหัวเราะเยาะ "ก็ยาที่ทำให้เจ้ารู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ลงนรกยังไงล่ะ"

"โอ๊ย คันจังเลย!"

ซิ่วหลานสัมผัสได้ถึงความคันที่แผ่ซ่านมาจากภายในร่างกาย ราวกับมีมดนับไม่ถ้วนกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนผิวหนัง

นางใช้มือเกาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนเลือดไหลซิบๆ ลงมาตามแขน

ดวงตาของเซี่ยอิงไร้ซึ่งความปรานีแม้แต่น้อย "โอ้โห คันก็ถูกแล้วล่ะ"

"ม่านสี่! อุดปากนางไว้! มัดมือมัดเท้านางแล้วโยนเข้าไปในห้องเก็บฟืน!"

ยาพิษชนิดนี้ไม่ทำให้ถึงตาย แต่มันจะทำให้คันจนรู้สึกว่าตายเสียยังจะดีกว่า!

เธอยังต้องเก็บชีวิตหมาๆ ของนางเอาไว้ เพื่อรอดูงิ้วโรงใหญ่ในวันหลัง!

ม่านสี่รับคำสั่งอย่างฮึกเหิม นางถอดถุงเท้ายัดใส่ปากซิ่วหลานอย่างลวกๆ แล้วใช้เชือกมัดนางไว้ ก่อนจะหิ้วนางไปโยนทิ้งไว้ในห้องเก็บฟืนเหมือนหิ้วลูกไก่

เซี่ยอิงดูเวลา ตอนนี้ห้าทุ่มแล้ว ทะลุมิติมาได้สามชั่วโมงกว่าแล้ว

ในยุคปัจจุบัน ชีวิตของเหล่านกฮูกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง

เซี่ยอิงเรียกในใจ "กัวกัว!"

ร่างกลมดิกของผลมะเขือเทศน้อยปรากฏขึ้นกลางอากาศ "โฮสต์ มีอะไรหรือครับ?"

"ปิดไลฟ์ได้หรือยัง นี่มันห้าทุ่มแล้วนะ! ชีวิตวัวชิวิตม้าอย่างฉันก็ต้องพักผ่อนบ้างสิ"

ผลมะเขือเทศน้อยหัวเราะแหะๆ "วันนี้เพิ่งจะมาถึง ทำความคุ้นเคยกับงาน KPI ถือว่าผ่านเกณฑ์ คุณทักทายชาวเน็ตเสร็จก็ปิดไลฟ์ได้เลยครับ!"

เซี่ยอิงมองไปที่หน้าจอไลฟ์สดกลางอากาศแล้วยิ้มบางๆ "ที่รักทั้งหลาย ดึกมากแล้วนะ! ทุกคนอย่าลืมพักผ่อนกันเร็วๆ ล่ะ! นอนดึกเสียสุขภาพ พรุ่งนี้เราต้องต้อนรับวันใหม่ด้วยความสดใสกันนะ! บ๊ายบาย!"

[ฝันดีนะท่านนายพล!]

[ฝันดี! จุ๊บๆ]

[พระชายา พรุ่งนี้เจอกันนะ!]

[ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพระชายากำลังจะไปหาเรื่องใครเลยนะ เฮลโหล! มีอะไรที่พวกเราชาวเน็ตดูไม่ได้งั้นเหรอ?!]

ผลมะเขือเทศน้อยมือไว ปิดห้องไลฟ์สดไปอย่างรวดเร็ว

[ระบบแจ้งเตือน วันนี้ไลฟ์สดไปสามชั่วโมง ได้รับคะแนนพื้นฐาน +50 คะแนนจากยอดโดเนท +160 คะแนนจากภารกิจพิเศษ +1000 รวมเป็น 1210 คะแนน แต้มบุญ 0]

เซี่ยอิงพยักหน้าอย่างพอใจ

แต่สิ่งที่เธออยากได้เร็วที่สุดก็คือแต้มบุญต่างหาก

สิทธิ์ในการใช้อุปกรณ์สามอย่างที่ผลมะเขือเทศน้อยสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ เธอยังไม่รีบใช้หรอก

แน่นอนว่าต้องเก็บไว้แลกของที่จำเป็นที่สุดในเวลาที่เหมาะสมสิ

ผลมะเขือเทศน้อยยิ้มอย่างมีเลศนัย "โฮสต์ คืนเดือนมืดลมแรงแบบนี้ ไปหาเรื่องใครดีไหมครับ?"

เซี่ยอิงหัวเราะหึๆ "สินเดิมสิบลี้ของฉัน สินเดิมตั้งสองร้อยเก้าสิบเก้าหีบยังอยู่จวนจิ่งอ๋องเลยนะ! แบบนี้จะนอนหลับลงได้ยังไง?"

ผลมะเขือเทศน้อยส่ายหน้าดิก "ไม่ได้เด็ดขาด! เกิดมาทั้งทีต้องรวยให้สุด ความทุกข์บนโลกใบนี้ เงินเท่านั้นที่เยียวยาได้! โฮสต์ ลุยเลย!"

ลมหนาวพัดกระหน่ำ หิมะตกหนักราวกับขนเป็ดร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง

เซี่ยอิงเลือกชุดปฏิบัติการน้ำหนักเบาสีดำล้วนตัวโปรดจากตู้เสื้อผ้าในมิติ นี่คืออาวุธชนิดใหม่ของหน่วยรบพิเศษเหนือมนุษย์ นอกจากจะบางเบาและให้ความอบอุ่นแล้ว ยังทนทานต่อของมีคมและกันกระสุนได้อีกด้วย

เมื่อสวมหน้ากากอนามัยสีดำ เผยให้เห็นเพียงดวงตาดอกท้อที่ดูฉลาดแกมโกง เธอราวกับแมวดำที่เดินท่องไปในยามราตรี บินออกจากจวนจ้านอ๋องไปอย่างเงียบเชียบ

แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของฉู่เยี่ยนชวนไปได้

เต้ากวง "ท่านอ๋อง พระชายาสวมชุดวิกาลออกจากจวน ดูเหมือนจะมุ่งหน้าไปทางจวนจิ่งอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เจี้ยนอิ่งตามไปแล้ว"

ฉู่เยี่ยนชวนหลุบตามองปากกาและสมุดในมือ ก่อนจะสั่งการ "จับตาดูให้ดี ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ให้ยื่นมือเข้าช่วย"

เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "เดี๋ยวไปคัดเลือกองครักษ์เงาหญิงจากค่ายมาให้สักสองคนด้วย"

เต้ากวงเลิกคิ้วขึ้น

นี่ท่านอ๋องกำลังปกป้องนางงั้นหรือ

แถมยังเตรียมจะส่งองครักษ์เงาไปให้พระชายาอีก

แต่ว่า พระชายาท่านนี้ดูแตกต่างจากข่าวลืออย่างสิ้นเชิง

ไม่เพียงแต่มีรูปโฉมงดงามล่มเมือง แต่ยังเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ ฝีมือด้านวรยุทธ์ก็ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเสียด้วย

ดูๆ ไปแล้วก็พอจะคู่ควรกับท่านอ๋องอยู่บ้าง

ฉู่เยี่ยนชวนปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา "อย่าคิดลึกไปไกล มีองครักษ์เงาหญิงคอยจับตาดูนางจะสะดวกกว่า"

เต้ากวงพยักหน้ารับ "จริงด้วย! ท่านอ๋องพูดถูกพ่ะย่ะค่ะ"

ผลมะเขือเทศน้อย "เจ้านาย ทิศทางของจวนจิ่งอ๋องอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ห่างออกไปประมาณสามลี้ครับ"

ตลอดทาง ผลมะเขือเทศน้อยคอยบอกทางพร้อมกับแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับทวีปนี้และสถานการณ์ในเมืองอวิ๋นจิงให้เธอฟังไปด้วย

"โฮสต์ บนทวีปนี้มีสี่แคว้นใหญ่ที่คานอำนาจกันอยู่ โดยแบ่งแยกดินแดนกันปกครอง ถ้าเรียงตามความแข็งแกร่งของประเทศ อันดับหนึ่งคือแคว้นหนานเยว่ อันดับสองแคว้นซีหลิง อันดับสามแคว้นต้าเซี่ย และอันดับสี่แคว้นเป่ยโม่ เดิมทีต้าเซี่ยรั้งท้ายสุด จนกระทั่งเมื่อปีครึ่งที่แล้ว จ้านอ๋องของท่านนำทัพม้าเหล็กห้าหมื่นนายฝ่าพายุหิมะบุกโจมตีราชสำนักเป่ยโม่แบบสายฟ้าแลบ ยึดครองทุ่งหญ้าทางเหนือและเหมืองเหล็กของเป่ยโม่มาได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ความแข็งแกร่งของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก แน่นอนว่าในศึกครั้งนั้น เขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างแสนสาหัส ขาทั้งสองข้างของเขาและพิษร้ายในร่างกาย..."

"ส่วนเมืองอวิ๋นจิง พระราชวังตั้งอยู่ตรงกลางค่อนไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงส่งที่สุด ส่วนพื้นที่อื่นๆ เขตเมืองทางตะวันออกเป็นที่อยู่อาศัยของขุนนางและชนชั้นสูง เขตเมืองทางใต้เป็นย่านการค้าและตลาด เขตเมืองทางตะวันตกเป็นที่อยู่ของชาวบ้านทั่วไปและช่างฝีมือ ส่วนเขตเมืองทางเหนือเป็นค่ายทหารและโกดังเก็บเสบียง"

เซี่ยอิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ปลายเท้าแตะแผ่นกระเบื้องหลังคาแผ่วเบา ร่างกายของเธอพลิ้วไหวราวกับนกนางแอ่น บินข้ามหลังคาบ้านเรือนไปทีละหลัง

มีทหารยามเดินลาดตระเวนอยู่ข้างหน้า เธอจึงโน้มตัวลงต่ำ ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของชายคา

"กัวกัว อีกไกลไหมกว่าจะถึงจวนจิ่งอ๋อง?"

"เลี้ยวขวาข้างหน้าก็ถึงแล้วครับ"

"โอเค! ไปล่ะนะ!"

ไม่นานเธอก็มาถึงหน้าจวนจิ่งอ๋อง

กำแพงสูงลานกว้าง ทหารยามคุ้มกันแน่นหนา แต่สำหรับเธอที่มีระบบช่วยเหลืออย่างผลมะเขือเทศน้อยแล้ว มันก็เป็นแค่ของเด็กเล่น

เซี่ยอิงเดินไปที่มุมกำแพงลับตาคน กระโดดขึ้นเบาๆ ร่างของเธอก็ลอยละลิ่วตกลงไปในลานบ้านราวกับใบไม้ร่วง

เธอหลบหลีกกลไกและเวรยามได้อย่างชำนาญ เพียงไม่กี่อึดใจก็มาถึงหน้าเรือนหลัก

ยังไม่ทันได้เข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงหอบหายใจและเสียงครวญครางชวนให้หน้าแดงดังมาจากในห้องเสียแล้ว

เซี่ยอิงขมวดคิ้ว ย่องเข้าไปแนบชิดหน้าต่างอย่างเงียบกริบ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว