- หน้าแรก
- เปลี่ยนพระชายาอัปลักษณ์ให้เป็นยอดหมอเทวดา
- บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง
บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง
บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง
บทที่ 7 - คืนเดือนมืดลมแรงเหมาะแก่การก่อเรื่อง
★★★★★
เธอจำได้ว่าอนุชิวชอบใส่ปิ่นอันนี้อยู่พักหนึ่ง เพราะบนปิ่นสลักลายดอกบัวเอาไว้ ซึ่งพ้องกับชื่อเดิมของนางที่ชื่อว่าชิวเหอเซียง
เซี่ยอิงรีบหยิบกระดาษและพู่กันออกมาตวัดเขียนใบสารภาพผิดอย่างรวดเร็ว
ในนั้นระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการวางยาพิษเซี่ยอิง ไม่ว่าจะเป็นเวลา สถานที่ ผู้บงการ และของกลางไว้อย่างชัดเจน
ดวงตาดอกท้ออันงดงามของเซี่ยอิงฉายแววเย็นเยียบ เธอคว้าตัวซิ่วหลานขึ้นมาแล้วออกคำสั่ง "เซ็นชื่อ! ประทับรอยนิ้วมือ!"
ซิ่วหลานเติบโตมาข้างกายเซี่ยอิงตั้งแต่เด็ก ย่อมต้องอ่านออกเขียนได้อยู่แล้ว
นางรู้ดีว่าใบสารภาพผิดนี้มีผลทางกฎหมาย จะเซ็นสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร
ซิ่วหลานมีท่าทีต่อต้านอย่างชัดเจน นางตัวสั่นเทาและอ้อนวอน "คุณหนู บ่าวไม่อยากเซ็น บ่าวผิดไปแล้ว ได้โปรดละเว้นบ่าวเถอะเจ้าค่ะ!"
"เรื่องนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก! สัญญาซื้อขายตัวเจ้าอยู่ที่ข้า เจ้าเนรคุณทรยศเจ้านาย วางยาพิษนายจ้าง ต่อให้ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งตรงนี้ก็ถือว่าทำถูกต้องตามกฎหมาย! แต่ถ้าเจ้าเซ็นใบสารภาพผิดนี้มันจะต่างออกไป ในนี้เขียนชัดเจนว่าเจ้าไม่ใช่ผู้บงการ แต่ถูกหลอกใช้ อย่างน้อยก็รักษาชีวิตน้อยๆ ของเจ้ากับครอบครัวเอาไว้ได้!"
"จริงหรือเจ้าคะ?"
"หึ! ข้าไม่โกหกหรอก!"
"ตกลง... บ่าวจะเซ็น..."
นางรับพู่กันมาเซ็นชื่อและประทับรอยนิ้วมือ
หลังจากจัดการเสร็จ นางถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเซี่ยอิงที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ผี!
นางยังไม่ตาย!
แต่นางเห็นกับตาว่าคุณหนูดื่มน้ำแก้วนั้นจนหมดนี่นา
หรือว่าใส่ผงยาพิษน้อยเกินไป รู้อย่างนี้ใส่ลงไปให้หมดเลยก็ดี!
นางรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง!
"คุณหนู ในเมื่อท่านยังไม่ตาย งั้นบ่าวก็ถือว่าไม่ได้ฆ่าคนใช่ไหมเจ้าคะ?"
เซี่ยอิงมองนางด้วยสายตาเหยียดหยาม มุมปากค่อยๆ เผยรอยยิ้มอันเย้ายวนและชั่วร้าย
"ใช่ โทษตายละเว้นได้... แต่โทษเป็นหนีไม่พ้นหรอกนะ"
เซี่ยอิงบีบคางนางแล้วยัดยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งใส่ปากนางทันที
"ชอบวางยาพิษนักใช่ไหม ต่อไปนี้ก็เชิญลิ้มรสชาติของยาพิษให้เต็มที่ไปเลย!"
"ท่านให้บ่าวกินอะไรเข้าไป?"
ซิ่วหลานกุมลำคอ ใบหน้าซีดเผือดลงในทันที
เซี่ยอิงจัดเสื้อผ้าที่ไม่มีรอยยับให้เข้าที่ พร้อมกับหัวเราะเยาะ "ก็ยาที่ทำให้เจ้ารู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ลงนรกยังไงล่ะ"
"โอ๊ย คันจังเลย!"
ซิ่วหลานสัมผัสได้ถึงความคันที่แผ่ซ่านมาจากภายในร่างกาย ราวกับมีมดนับไม่ถ้วนกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนผิวหนัง
นางใช้มือเกาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนเลือดไหลซิบๆ ลงมาตามแขน
ดวงตาของเซี่ยอิงไร้ซึ่งความปรานีแม้แต่น้อย "โอ้โห คันก็ถูกแล้วล่ะ"
"ม่านสี่! อุดปากนางไว้! มัดมือมัดเท้านางแล้วโยนเข้าไปในห้องเก็บฟืน!"
ยาพิษชนิดนี้ไม่ทำให้ถึงตาย แต่มันจะทำให้คันจนรู้สึกว่าตายเสียยังจะดีกว่า!
เธอยังต้องเก็บชีวิตหมาๆ ของนางเอาไว้ เพื่อรอดูงิ้วโรงใหญ่ในวันหลัง!
ม่านสี่รับคำสั่งอย่างฮึกเหิม นางถอดถุงเท้ายัดใส่ปากซิ่วหลานอย่างลวกๆ แล้วใช้เชือกมัดนางไว้ ก่อนจะหิ้วนางไปโยนทิ้งไว้ในห้องเก็บฟืนเหมือนหิ้วลูกไก่
เซี่ยอิงดูเวลา ตอนนี้ห้าทุ่มแล้ว ทะลุมิติมาได้สามชั่วโมงกว่าแล้ว
ในยุคปัจจุบัน ชีวิตของเหล่านกฮูกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง
เซี่ยอิงเรียกในใจ "กัวกัว!"
ร่างกลมดิกของผลมะเขือเทศน้อยปรากฏขึ้นกลางอากาศ "โฮสต์ มีอะไรหรือครับ?"
"ปิดไลฟ์ได้หรือยัง นี่มันห้าทุ่มแล้วนะ! ชีวิตวัวชิวิตม้าอย่างฉันก็ต้องพักผ่อนบ้างสิ"
ผลมะเขือเทศน้อยหัวเราะแหะๆ "วันนี้เพิ่งจะมาถึง ทำความคุ้นเคยกับงาน KPI ถือว่าผ่านเกณฑ์ คุณทักทายชาวเน็ตเสร็จก็ปิดไลฟ์ได้เลยครับ!"
เซี่ยอิงมองไปที่หน้าจอไลฟ์สดกลางอากาศแล้วยิ้มบางๆ "ที่รักทั้งหลาย ดึกมากแล้วนะ! ทุกคนอย่าลืมพักผ่อนกันเร็วๆ ล่ะ! นอนดึกเสียสุขภาพ พรุ่งนี้เราต้องต้อนรับวันใหม่ด้วยความสดใสกันนะ! บ๊ายบาย!"
[ฝันดีนะท่านนายพล!]
[ฝันดี! จุ๊บๆ]
[พระชายา พรุ่งนี้เจอกันนะ!]
[ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพระชายากำลังจะไปหาเรื่องใครเลยนะ เฮลโหล! มีอะไรที่พวกเราชาวเน็ตดูไม่ได้งั้นเหรอ?!]
ผลมะเขือเทศน้อยมือไว ปิดห้องไลฟ์สดไปอย่างรวดเร็ว
[ระบบแจ้งเตือน วันนี้ไลฟ์สดไปสามชั่วโมง ได้รับคะแนนพื้นฐาน +50 คะแนนจากยอดโดเนท +160 คะแนนจากภารกิจพิเศษ +1000 รวมเป็น 1210 คะแนน แต้มบุญ 0]
เซี่ยอิงพยักหน้าอย่างพอใจ
แต่สิ่งที่เธออยากได้เร็วที่สุดก็คือแต้มบุญต่างหาก
สิทธิ์ในการใช้อุปกรณ์สามอย่างที่ผลมะเขือเทศน้อยสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ เธอยังไม่รีบใช้หรอก
แน่นอนว่าต้องเก็บไว้แลกของที่จำเป็นที่สุดในเวลาที่เหมาะสมสิ
ผลมะเขือเทศน้อยยิ้มอย่างมีเลศนัย "โฮสต์ คืนเดือนมืดลมแรงแบบนี้ ไปหาเรื่องใครดีไหมครับ?"
เซี่ยอิงหัวเราะหึๆ "สินเดิมสิบลี้ของฉัน สินเดิมตั้งสองร้อยเก้าสิบเก้าหีบยังอยู่จวนจิ่งอ๋องเลยนะ! แบบนี้จะนอนหลับลงได้ยังไง?"
ผลมะเขือเทศน้อยส่ายหน้าดิก "ไม่ได้เด็ดขาด! เกิดมาทั้งทีต้องรวยให้สุด ความทุกข์บนโลกใบนี้ เงินเท่านั้นที่เยียวยาได้! โฮสต์ ลุยเลย!"
ลมหนาวพัดกระหน่ำ หิมะตกหนักราวกับขนเป็ดร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง
เซี่ยอิงเลือกชุดปฏิบัติการน้ำหนักเบาสีดำล้วนตัวโปรดจากตู้เสื้อผ้าในมิติ นี่คืออาวุธชนิดใหม่ของหน่วยรบพิเศษเหนือมนุษย์ นอกจากจะบางเบาและให้ความอบอุ่นแล้ว ยังทนทานต่อของมีคมและกันกระสุนได้อีกด้วย
เมื่อสวมหน้ากากอนามัยสีดำ เผยให้เห็นเพียงดวงตาดอกท้อที่ดูฉลาดแกมโกง เธอราวกับแมวดำที่เดินท่องไปในยามราตรี บินออกจากจวนจ้านอ๋องไปอย่างเงียบเชียบ
แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของฉู่เยี่ยนชวนไปได้
เต้ากวง "ท่านอ๋อง พระชายาสวมชุดวิกาลออกจากจวน ดูเหมือนจะมุ่งหน้าไปทางจวนจิ่งอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เจี้ยนอิ่งตามไปแล้ว"
ฉู่เยี่ยนชวนหลุบตามองปากกาและสมุดในมือ ก่อนจะสั่งการ "จับตาดูให้ดี ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ให้ยื่นมือเข้าช่วย"
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "เดี๋ยวไปคัดเลือกองครักษ์เงาหญิงจากค่ายมาให้สักสองคนด้วย"
เต้ากวงเลิกคิ้วขึ้น
นี่ท่านอ๋องกำลังปกป้องนางงั้นหรือ
แถมยังเตรียมจะส่งองครักษ์เงาไปให้พระชายาอีก
แต่ว่า พระชายาท่านนี้ดูแตกต่างจากข่าวลืออย่างสิ้นเชิง
ไม่เพียงแต่มีรูปโฉมงดงามล่มเมือง แต่ยังเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ ฝีมือด้านวรยุทธ์ก็ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเสียด้วย
ดูๆ ไปแล้วก็พอจะคู่ควรกับท่านอ๋องอยู่บ้าง
ฉู่เยี่ยนชวนปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา "อย่าคิดลึกไปไกล มีองครักษ์เงาหญิงคอยจับตาดูนางจะสะดวกกว่า"
เต้ากวงพยักหน้ารับ "จริงด้วย! ท่านอ๋องพูดถูกพ่ะย่ะค่ะ"
ผลมะเขือเทศน้อย "เจ้านาย ทิศทางของจวนจิ่งอ๋องอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ห่างออกไปประมาณสามลี้ครับ"
ตลอดทาง ผลมะเขือเทศน้อยคอยบอกทางพร้อมกับแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับทวีปนี้และสถานการณ์ในเมืองอวิ๋นจิงให้เธอฟังไปด้วย
"โฮสต์ บนทวีปนี้มีสี่แคว้นใหญ่ที่คานอำนาจกันอยู่ โดยแบ่งแยกดินแดนกันปกครอง ถ้าเรียงตามความแข็งแกร่งของประเทศ อันดับหนึ่งคือแคว้นหนานเยว่ อันดับสองแคว้นซีหลิง อันดับสามแคว้นต้าเซี่ย และอันดับสี่แคว้นเป่ยโม่ เดิมทีต้าเซี่ยรั้งท้ายสุด จนกระทั่งเมื่อปีครึ่งที่แล้ว จ้านอ๋องของท่านนำทัพม้าเหล็กห้าหมื่นนายฝ่าพายุหิมะบุกโจมตีราชสำนักเป่ยโม่แบบสายฟ้าแลบ ยึดครองทุ่งหญ้าทางเหนือและเหมืองเหล็กของเป่ยโม่มาได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ความแข็งแกร่งของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก แน่นอนว่าในศึกครั้งนั้น เขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างแสนสาหัส ขาทั้งสองข้างของเขาและพิษร้ายในร่างกาย..."
"ส่วนเมืองอวิ๋นจิง พระราชวังตั้งอยู่ตรงกลางค่อนไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงส่งที่สุด ส่วนพื้นที่อื่นๆ เขตเมืองทางตะวันออกเป็นที่อยู่อาศัยของขุนนางและชนชั้นสูง เขตเมืองทางใต้เป็นย่านการค้าและตลาด เขตเมืองทางตะวันตกเป็นที่อยู่ของชาวบ้านทั่วไปและช่างฝีมือ ส่วนเขตเมืองทางเหนือเป็นค่ายทหารและโกดังเก็บเสบียง"
เซี่ยอิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ปลายเท้าแตะแผ่นกระเบื้องหลังคาแผ่วเบา ร่างกายของเธอพลิ้วไหวราวกับนกนางแอ่น บินข้ามหลังคาบ้านเรือนไปทีละหลัง
มีทหารยามเดินลาดตระเวนอยู่ข้างหน้า เธอจึงโน้มตัวลงต่ำ ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของชายคา
"กัวกัว อีกไกลไหมกว่าจะถึงจวนจิ่งอ๋อง?"
"เลี้ยวขวาข้างหน้าก็ถึงแล้วครับ"
"โอเค! ไปล่ะนะ!"
ไม่นานเธอก็มาถึงหน้าจวนจิ่งอ๋อง
กำแพงสูงลานกว้าง ทหารยามคุ้มกันแน่นหนา แต่สำหรับเธอที่มีระบบช่วยเหลืออย่างผลมะเขือเทศน้อยแล้ว มันก็เป็นแค่ของเด็กเล่น
เซี่ยอิงเดินไปที่มุมกำแพงลับตาคน กระโดดขึ้นเบาๆ ร่างของเธอก็ลอยละลิ่วตกลงไปในลานบ้านราวกับใบไม้ร่วง
เธอหลบหลีกกลไกและเวรยามได้อย่างชำนาญ เพียงไม่กี่อึดใจก็มาถึงหน้าเรือนหลัก
ยังไม่ทันได้เข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงหอบหายใจและเสียงครวญครางชวนให้หน้าแดงดังมาจากในห้องเสียแล้ว
เซี่ยอิงขมวดคิ้ว ย่องเข้าไปแนบชิดหน้าต่างอย่างเงียบกริบ
[จบแล้ว]