- หน้าแรก
- ราชินีเกมออนไลน์ผู้กวาดซื้อทุกอย่างก่อนวันล่มสลาย
- บทที่ 102 ฉันคิดว่าฉันเห็นทวด ระวังการหลอกลวงของภูตผี
บทที่ 102 ฉันคิดว่าฉันเห็นทวด ระวังการหลอกลวงของภูตผี
บทที่ 102 ฉันคิดว่าฉันเห็นทวด ระวังการหลอกลวงของภูตผี
บทที่ 102 ฉันคิดว่าฉันเห็นทวด ระวังการหลอกลวงของภูตผี
หลิงเวยรุ่ยเอาแต่คิดถึงยาโพชั่นชนิดหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
นั่นก็คือยาโพชั่นสไลม์
มีคนเล่นเกมนี้เผ่านี้น้อยเกินไป และยาโพชั่นนี้ก็ไม่มีสูตรปรุง มันเป็นสินค้าที่มีขายเฉพาะในร้านค้าเท่านั้น
โชคดีที่มอนสเตอร์ทุกตัวถูกฉายภาพลงมายังดาวบลูสตาร์ หลิงเวยรุ่ยจึงพบจุดเกิดของสไลม์ และตอนนี้เธอสามารถจับสไลม์บางส่วนมาให้หานเฉินโจววิจัยได้แล้ว
ขอเพียงเธศาสามารถผลิตยาโพชั่นนี้ขึ้นมาได้
หลิงเวยรุ่ยก็จะสามารถใช้การแปลงร่างเป็นสไลม์ จากนั้นก็แยกตัวออกเป็นร่างโคลนจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อออกไปฆ่ามอนสเตอร์
ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการเลเวลอัป
แต่เพื่อฟาร์มเหรียญผลึกผีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เหรียญผลึกผีเป็นไอเทมผูกมัดและไม่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นได้ มิฉะนั้นไอเทมระดับท็อปเหล่านั้นคงถูกพวกคนรวยกวาดซื้อไปหมดตั้งนานแล้ว
หากหลิงเวยรุ่ยอยู่ตัวคนเดียว ด้วยเวลาเพียงแค่คืนเดียว เธอย่อมสามารถฆ่าพวกมันได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะมีผีจำนวนมากพอให้เธอฆ่า
ยิ่งไปกว่านั้น หากเธอจำไม่ผิด กิจกรรมในตอนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องการฆ่าผีเพียงอย่างเดียว
ไม่ว่าอย่างไร ในเมื่อเธอตั้งใจจะทำภารกิจนี้ หลิงเวยรุ่ยย่อมต้องการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
หลิงเวยรุ่ยจับสไลม์มาให้หานเฉินโจว และให้เขาวิจัยยาโพชั่นชนิดนี้
โชคดีที่ดูเหมือนหานเฉินโจวจะเข้าใจสูตรยาแล้ว ทำให้การปรุงยาโพชั่นเหล่านี้เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
นี่เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คล้ายกับยาโพชั่นแปลงร่าง
จุดเดียวที่ต้องมุ่งเน้นคือจะขยายระยะเวลาของยาโพชั่นนี้ได้อย่างไร
ยกตัวอย่างเช่น ยาโพชั่นที่ออกฤทธิ์ได้ 5 นาที กับยาโพชั่นที่ออกฤทธิ์ได้ 1 ชั่วโมง ย่อมมีความยากง่ายคนละระดับกัน
อย่างไรก็ตาม ภายในเวลา 10 วันในถ้ำเซียน หานเฉินโจวก็ยังคงสามารถพัฒนายาโพชั่นสำหรับหลิงเวยรุ่ยที่ช่วยให้แปลงร่างได้นานถึง 2 ชั่วโมงได้สำเร็จ
นั่นนานกว่ายาโพชั่นที่เคยซื้อก่อนหน้านี้ถึงหนึ่งอาทิตย์
เมื่อราตรีเยือน
ทั่วทั้งประเทศจีนตกอยู่ในความเงียบงัน
ทุกห้องหับล้วนปิดม่านลงอย่างมิดชิด พวกคนที่หวาดกลัวต่างเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน พลางกอดผ้าห่มเนื้อตัวสั่นเทา
อันที่จริง เมื่อถึงเวลานี้ ที่อยู่อาศัยของทุกคนต่างเปิดใช้งานผลของยันต์ทวารบาลและคาถาแสงทองไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงหวาดกลัวอยู่ดี
ทว่าบนท้องถนนก็ไม่ได้สงบสุขเช่นกัน
ผู้เล่นที่สวมใส่ อุปกรณ์สารพัดรูปแบบ ทั้งแนวตะวันตก แฟนตาซี กำลังภายใน และเทพเซียน ต่างมารวมตัวกัน
"ฉันอยากรู้จังว่ากิจกรรมครั้งนี้จะมีอะไรปรากฏขึ้นมา!"
"ขบวนร้อยอสูรราตรี ประตูผีเปิดออก มันต้องเป็นที่เมืองผีฟงตูแน่ๆ ฉันเดินทางมาที่นี่เพื่อทำภารกิจนี้โดยเฉพาะเลยนะ"
"มีใครอยากร่วมทีมไหม? ต้องการผู้เล่นธาตุแสงเข้าปาร์ตี้ จะเป็นอาชีพไหนก็ได้ทั้งนั้น"
"หัวโล้นของฉันใช้ได้ไหม? หัวของฉันสะท้อนแสงเงาราวกับกระจกเลยล่ะ!"
ทุกคนต่างหัวเราะและหยอกล้อกัน โดยไม่ได้รับผลกระทบจากบรรยากาศอันน่าขนลุกเลยแม้แต่น้อย
หลิงเวยรุ่ยเองก็อยู่ที่เมืองผีฟงตูเช่นกัน
ตอนเวลา 18 นาฬิกา 55 นาที หลิงเวยรุ่ยดื่มยาโพชั่น จากนั้นก็ใช้ทักษะสไลม์แยกตัว
ร่างกายของเธอบิดเบี้ยวไปมาเหมือนเยลลี่ ก่อนจะแยกออกเป็นสองร่างอย่างรวดเร็ว
จากนั้น สองกลายเป็นสี่ สี่กลายเป็นแปด
หลังจากแยกตัวอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้หลิงเวยรุ่ยมีร่างโคลนถึง 128 ร่างแล้ว
สัมผัสรับรู้ทางจิตของหลิงเวยรุ่ยก็ดูเหมือนจะแยกออกเป็น 128 สายเช่นกัน
เพื่อควบคุมร่างโคลนเหล่านี้แยกจากกัน
ครั้งนี้หลิงเวยรุ่ยไม่ได้แต่งตัวให้แต่ละร่างโคลนมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันเป็นพิเศษ ทุกร่างล้วนแต่งหน้าและมีรูปลักษณ์เหมือนกับร่างหลักของเธอทุกประการ
ต่อให้มีคนจำนวนมากจำเธอได้ก็ไม่เป็นไร เพราะหลิงเวยรุ่ยไม่มีเหรียญตราอำพรางกายถึง 128 ชิ้นจริงๆ
ดังนั้น เธอจึงไม่สนใจเรื่องจุกจิกเหล่านั้น
ต่อมา ร่างโคลนทั้ง 128 ร่างได้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมวลสารแม่ลูกเพื่อเดินทางไปยัง 128 เมือง
นี่คือสิ่งที่หลิงเวยรุ่ยจัดเตรียมไว้ในช่วงบ่าย เธอได้จองห้องพักในโรงแรมบนถนนที่พลุกพล่านที่สุดของทุกเมืองที่เจริญรุ่งเรืองเพื่อใช้เป็นเขตปลอดภัย และติดตั้งจานค่ายกลเคลื่อนย้ายมวลสารเอาไว้ ทำให้หลิงเวยรุ่ยสามารถเดินทางไปที่นั่นได้
ในขณะที่หลิงเวยรุ่ยยังคงแยก ร่างโคลนออกมาเรื่อยๆ ในที่สุดเวลา 19 นาฬิกาก็มาถึง
กิจกรรมเทศกาลผีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
จากนั้น บนถนนที่พลุกพล่านที่สุด ประตูสัมฤทธิ์โบราณบานหนึ่งก็เปิดออก
หลังจากประตูเปิดออก ดวงวิญญาณนับไม่ถ้วนก็บินกรูออกมา
พวกผู้เล่นที่ปักหลักรออยู่พร้อมรบต่างพากันแสดงสีหน้าสับสนงุนงง
"ทำไมฉันถึงคิดว่าฉันเห็นทวดของฉันล่ะ?"
"ปู่ ผีตัวนี้คือปู่ของฉันนี่นา"
"แม่ ใช่แม่หรือเปล่า? อูอูอูอู!"
ผู้เล่นเหล่านี้มองเห็นญาติพี่น้องของตัวเอง
"ลูกเอ๋ย เจ้าผอมลงนะ ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง? อยากไปอยู่กับแม่ไหม? ที่โน่นก็เป็นอีกโลกหนึ่งที่เรียกว่าโลกผี เมื่อเราไปที่นั่น ผีจะสามารถคงอยู่ได้ตลอดกาล นั่นไม่ใช่อมตะหรอกหรือ? มากับแม่เถอะ แม่ทำใจทิ้งเจ้าไปไม่ได้จริงๆ"
"แม่ ผมจะไปกับแม่ครับ!"
มีคนยื่นมือออกไป ทันใดนั้นก็ถูกผีคว้าจับไว้ แล้วกระชากดึงตัวออกไป
ด้วยการดึงครั้งนั้น วิญญาณของพวกเขาถูกลากออกจากร่าง และจวนเจียนจะตามดวงวิญญาณดวงนั้นเข้าสู่ประตูผีอยู่ร่มร่อ
ในวินาทีนั้นเอง น้ำเสียงที่กระจ่างใส เยือกเย็น และทรงอำนาจก็ดังแว่วเข้าสู่โสตประสาทของผู้เล่นทุกคน
คนฆ่าปลามาสิบปี กล่าวว่า "ผู้ที่มิใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันย่อมมีใจคิดเป็นอื่น มนุษย์บรรพกาลเคยกล่าวไว้ว่า เผ่าพันธุ์ที่แตกต่างมักจะหาทางขัดขวางการสืบพันธุ์และการอยู่รอดของมนุษย์เสมอ แม้แต่เผ่าผีก็ไม่มีข้อยกเว้น จงระวังการหลอกลวงของภูตผี"
พวกผู้เล่นรู้สึกราวกับถูกค้อนทุบเข้าที่ศีรษะจนตื่นจากภวังค์
"ทวดครับทวด ผมว่าผมไม่ไปกับทวดดีกว่า อยู่ที่นี่ผมก็สบายดี หากทวดเสวยสุขจนพอใจแล้ว ก็รีบไปเกิดใหม่เถอะครับ! มาเกิดในท้องแฟนของผมก็ได้ ชาตินี้ผมจะยอมเป็นพ่อของทวดเอง แล้วจะดูแลทวดให้เป็นอย่างดีเลย!"
"เจ้าลูกหลานทรพี เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!"
"เหอะ พวกคุณสองคนคือปู่กับย่าของฉันงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นโครงกระดูกสองร่างที่ฉันอัญเชิญออกมานี่คือใครล่ะ? ปู่กับย่าของฉันถูกฝังอยู่ใต้ดิน โดนฉันอัญเชิญออกมาทันทีหลังจากที่ฉันกลายเป็นเนโครแมนเซอร์ เอาล่ะ ในเมื่อพวกคุณสองคนมีสติปัญญาไม่เลว การผสานวิญญาณเข้าไปในอันเดดของฉันย่อมช่วยยกระดับคุณภาพของพวกมันได้ คาถาผูกวิญญาณ!"
"อ๊าก ไม่นะ! ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันไม่ใช่ย่าของแก!"
ในเวลาเดียวกัน ชายหญิงคู่หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายหลิงเวยรุ่ย
ฝ่ายชายนั้นหล่อเหลาและรูปงาม ฝ่ายหญิงเองก็เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณอันห้าวหาญ พวกเขาดูเที่ยงธรรม สวมชุดเครื่องแบบสีเขียว และเดินตรงเข้ามาหาหลิงเวยรุ่ย
"รุ่ยรุ่ย อยู่ทางนี้สบายดีไหมลูก?"
"อยากไปอยู่กับพ่อและแม่ไหม?"
หลิงเวยรุ่ยยืนอยู่บนถนน พลางเพ่งมองอย่างละเอียด เธอพบว่าแม้ท่าทางของชายหญิงคู่นี้จะดูคุ้นเคย ทว่าภายใต้สายตาของเธอ ใบหน้าของพวกเขากลับเริ่มพร่าเลือน
ตอนนี้หลิงเวยรุ่ยเป็นผู้เล่นระดับ 30 เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นผสานแกนทองคำ ย่อมมีวิชาอาคมอยู่บ้าง
อันที่จริง เธอจำใบหน้าของพ่อแม่ตัวเองไม่ได้แล้ว ดังนั้นใบหน้าของผีสองตนนี้ที่พยายามจะหลอกลวงเธอจึงพร่าเลือนไปด้วยเช่นกัน
นี่คือความสามารถในการมองทะลุปรุโปร่ง
คอยย้ำเตือนหลิงเวยรุ่ยว่าสองตนนี้เป็นตัวปลอม
ในเวลานี้เองที่หลิงเวยรุ่ยเข้าใจว่า เหตุใดในชาติก่อน มนุษย์บรรพกาลถึงไม่จัดกิจกรรมเทศกาลผีอีกต่อไป
มนุษย์บรรพกาลสร้างเกมคอสมิกขึ้นมาเพื่อให้มนุษยชาติต่อต้านเผ่าพันธุ์ผู้รุกรานจำนวนนับไม่ถ้วน
หลิงเวยรุ่ยจำได้ว่า ในช่วงกิจกรรมเทศกาลผีตอนนั้น มีผู้เล่นกลุ่มใหญ่เปลี่ยนเผ่าพันธุ์ของตนเองบนหน้าต่างระบบของเกมให้กลายเป็นเผ่าผี
พวกเขาทั้งหมดถูกล่อลวงให้ข้ามผ่านประตูผีไปยังมิติอื่น
ประเทศจีน ในฐานะประเทศที่มีผู้เล่นเกมมากที่สุด ได้รับความเสียหายอย่างหนักหนาสาหัส
การคาดคะเนของเธอสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
ทว่าการจะให้เธอลงมือจู่โจมกลับและฆ่าพวกเขา เธอกลับทำใจลงมือไม่ลงจริงๆ
โชคดีที่ในเวลานี้ ทั่วทั้งโลกไม่ได้มีเพียงผีที่ดูปกติทว่าเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้บินออกมาเท่านั้น
แต่ยังมีโคมไฟสีเขียว ปรากฏขึ้นมาดวงแล้วดวงเล่า
คำแจ้งเตือนจากระบบ สัมผัสโคมไฟผีเพื่อเข้าสู่การท้าทายและกำจัดวิญญาณชั่วร้าย หากทำภารกิจท้าทายสำเร็จจะได้รับเหรียญผลึกผีเป็นจำนวนมาก
อันดับการสังหารในเทศกาลผีได้ปรากฏขึ้นแล้ว