- หน้าแรก
- ฉันร้องเพลงปลุกใจแล้ว ไหงพวกแกหาว่าฉันเป็นปฏิวัติล่ะ
- บทที่ 1 ทิ้งคุณธรรม แล้วชีวิตจะราบรื่น!
บทที่ 1 ทิ้งคุณธรรม แล้วชีวิตจะราบรื่น!
บทที่ 1 ทิ้งคุณธรรม แล้วชีวิตจะราบรื่น!
"พืชเอ๊ย" ชายหนุ่มในห้องเช่ากำลังสบถใส่ความว่างเปล่าด้วยความหัวเสีย
"พับผ่าดิ กำลังจะได้แกรนด์สแลมอยู่แล้วเชียว จะส่งฉันมาโลกนี้เพื่ออะไรวะ?"
"แล้วดูหน้าตาหล่อเหลาขั้นเทพขนาดนี้ หล่อกว่าเหลียงเฉาเหว่ยกับทาเคชิ คาเนชิโระ อีกมั้ง แล้วทำไมถึงโดนดองจนเค็มได้? ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน!?" ชายหนุ่มหน้าตาดีราวกับสวรรค์ตั้งใจปั้นบ่นอุบอิบอยู่หน้ากระจกด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
[ติ๊ง! เนื่องจากโฮสต์จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงศีลธรรมและคุณธรรม จึงขอมอบ "บทเพลงสีแดง 300 บทเพลง" ให้เป็นพิเศษ!!]
"???"
"อะไรวะเนี่ย ระบบเฮงซวย แกหมายความว่าไง! แกรู้อะไรบ้างไหม!"
"ถ้าไม่มีคุณธรรม คนอื่นก็เอาศีลธรรมมาผูกมัดฉันไม่ได้ แค่ทิ้งคุณธรรมไป ชีวิตก็ราบรื่นไร้อุปสรรคแล้วไม่ใช่หรือไง!?"
"ไอ้หมา ออกมาคุยกันเดี๋ยวนี้เลยนะ!!"
[ติ๊ง! แพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่มาถึงแล้ว กรุณากดรับโดยด่วน]
[ภารกิจหลัก: โปรดขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรี โดยเพลงจะถูกสุ่มเลือกจาก "บทเพลงสีแดง 300 บทเพลง"]
[รางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จ: ทักษะการร้องเพลงระดับปรมาจารย์ และเงินรางวัล 10 ล้านหยวน]
ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า หยวนอี้ ชาติก่อนเขาเป็นศิลปินสารพัดประโยชน์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในวงการภาพยนตร์ โทรทัศน์ และดนตรี
ในด้านดนตรี อัลบั้มของเขามียอดขายทะลุเกินล้านชุด ส่วนด้านการแสดง เขาก็กำลังจะคว้าแกรนด์สแลมรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และเคยได้รางวัลจักรพรรดิแห่งจอแก้วมาแล้วด้วย
ทว่าในตอนที่กำลังจะเดินทางไปรับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมรางวัลสุดท้ายเพื่อเติมเต็มความสำเร็จแกรนด์สแลม เครื่องบินกลับตก
พอตื่นขึ้นมาอีกทีเขาก็มาอยู่ในโลกนี้แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโจวจวงฝันว่าเป็นผีเสื้อ หรือผีเสื้อฝันว่าเป็นโจวจวงกันแน่
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขามีทั้งความทรงจำของร่างนี้และระลึกชาติก่อนได้ราวกับไม่ได้ดื่มน้ำแกงยายเมิ่ง วันนี้เขาแค่เดินชนโน่นชนนี่จนหัวโน แล้วจู่ๆ ระบบสุดกวนก็โผล่เข้ามาในหัว
โลกใบนี้คือโลกคู่ขนานที่เรียกว่า "ดาวบลูสตาร์" เพลงและรายการทีวีทั้งหมดที่เขาเคยได้ยินในชาติก่อนไม่มีอยู่บนโลกนี้เลย
ตอนนี้เขาเซ็นสัญญาอยู่กับบริษัทบันเทิงที่ชื่อว่า เฉิงซิงเอนเตอร์เทนเมนต์
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะเขาปฏิเสธกฎลับของบอร์ดบริหารจอมหื่นและอ้วนฉุ เลยโดนสั่งพักงานยาวจนถูกลืม
"เฮ้อ!"
"แล้วจะไปหาเทศกาลดนตรีจากไหนล่ะ? คงไม่ใช่เทศกาลดนตรีไก่กาที่ไหนก็ได้หรอกมั้ง?" หยวนอี้พึมพำกับตัวเอง
ก็อก ก็อก ก็อก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นรัวๆ ทันใดนั้น!
"พี่อี้ พี่อี้ เปิดประตูหน่อย!"
"ฉันเอง เสี่ยวสวี่!!" เสียงใสราวกับนกนกการเวกดังมาจากหน้าประตู
หยวนอี้เปิดประตูออกทันที และเห็น เสี่ยวอิ่ง ผู้ช่วยของเขาเดินหิ้วถุงพลาสติกสองใบเข้ามา
"พี่อี้ บริษัทเลิกดองพี่แล้วนะ"
"มีเทศกาลดนตรีงานหนึ่งที่พี่ต้องไปร่วมงาน!"
ได้ยินดังนั้น นัยน์ตาของหยวนอี้ก็เป็นประกาย นี่มันเหมือนมีคนเอาหมอนมาเสิร์ฟให้ถึงที่ในตอนที่กำลังง่วงนอนชัดๆ
"เทศกาลดนตรีอะไร? จัดที่ไหน? เริ่มเมื่อไหร่?" หยวนอี้มองไปรอบๆ ห้องเช่าซอมซ่อ ในหัวคิดแต่เรื่องจะทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อเอาเงินรางวัลสิบล้าน
สัญญาของเขากับบริษัทจะหมดลงในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ถึงตอนนั้นต่อให้เป็นหมาเขาก็จะไม่ยอมเหยียบเข้าวงการบันเทิงเน่าๆ นี่อีกเด็ดขาด
"คือว่า... คือ..." ผู้ช่วยสาวเริ่มอึกอัก
"???"
"พูดมาเถอะ! เลิกอึกอักได้แล้ว มันอึดอัดนะ!" หยวนอี้กลอกตา มองไปที่เสี่ยวอิ่ง
"คืออย่างนี้ค่ะพี่อี้ แม้ว่าบริษัทจะยอมให้พี่เข้าร่วมงาน แต่เทศกาลดนตรีนี้ไม่ได้จัดในประเทศนะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยวนอี้ก็ตาโตขึ้นมาอีก
"จัดที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ทางนั้นจัดเทศกาลดนตรีและเชิญศิลปินจากหลายๆ ประเทศไปร่วมงาน"
"ในฐานะที่บริษัทเราเป็นหนึ่งในห้าบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ของจีน ก็เลยตอบรับคำเชิญนี้ด้วย!!"
หลังจากฟังเสี่ยวอิ่งพูด หยวนอี้ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า
"แบบนั้นก็ไม่เลวนะ ถือเป็นการเปิดตลาดต่างประเทศด้วย ว่าแต่เรื่องดีๆ แบบนี้ตกมาถึงท้องฉันได้ยังไง?"
เมื่อได้ยินคำถามของหยวนอี้ ผู้ช่วยสาวก็ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"พี่คะ... พวกเขาเชิญแต่พวกนักร้องที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง พูดตรงๆ ก็คือส่งไปเป็นบันไดให้พวกนักร้องญี่ปุ่นเหยียบเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเองนั่นแหละค่ะ!!"
หยวนอี้เข้าใจในทันที
แต่มันก็ไม่สำคัญหรอก ระบบบอกแค่ให้ไปแสดง ไม่ได้มีข้อกำหนดอื่นใด ขอแค่เขาแสดงบนเวทีจนจบก็สามารถรับเงินสิบล้านหยวนได้สำเร็จ
ถึงตอนนั้นเขาก็แค่หาอำเภอเล็กๆ สักแห่ง ซื้อบ้านสักหลัง สมัครเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย แล้วเกษียณอายุล่วงหน้าหาความสุขไปอีกสี่สิบปีได้เลย
เขาเหนื่อยหน่ายกับการแก่งแย่งชิงดีจากชาติก่อนมามากพอแล้ว ในเมื่อมีโอกาสได้เริ่มใหม่ เขาจะไม่ขออยู่ในวงการบันเทิงที่น่าเบื่อนี้อีกต่อไป
"ไปบอกบริษัทเถอะว่าฉันตกลงจะเข้าร่วมเทศกาลดนตรีนี้ แต่พอจบงานนี้แล้ว สัญญาของฉันต้องสิ้นสุดลงทันที"
เมื่อได้ยินว่าหยวนอี้ยอมตกลง เสี่ยวอิ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะภารกิจของเธอในครั้งนี้คือการเกลี้ยกล่อมให้หยวนอี้ยอมไปร่วมงานนี้ให้ได้
"ผู้จัดการหวังเซิ่งบอกว่า ขอแค่พี่ยอมตกลงไปร่วมงานนี้ จะยกเลิกสัญญาตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ!!"
หยวนอี้ไม่คิดว่าจะได้ประโยชน์สองเด้งขนาดนี้ หากสามารถตัดขาดจากพันธะได้ เขาย่อมเลือกที่จะยกเลิกสัญญาเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว!
"ไปๆๆ ไปยกเลิกสัญญากันตอนนี้เลย คืนนี้ฉันจะได้บินไปญี่ปุ่นซะที!!"
เสี่ยวอิ่งเองก็คาดไม่ถึงว่าหยวนอี้จะคุยง่ายขนาดนี้ เธอนึกว่าเขาจะปฏิเสธเสียงแข็งเหมือนทุกที เพราะโอกาสนี้เห็นได้ชัดว่าส่งไปให้เขาขายหน้าแท้ๆ ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อก่อนเขาเคยเป็นถึงศิลปินแถวหน้าในระดับสาม แต่บริษัทอื่นๆ กลับส่งแค่ดาราระดับปลายแถวไปเท่านั้น
โลกใบนี้มีการแบ่งลำดับขั้นที่ชัดเจนมาก ตั้งแต่ราชาเพลง, ราชินีเพลง, แถวหน้าหน้าระดับหนึ่ง, ระดับสอง, ระดับสาม, ระดับสี่ ไล่ไปจนถึงระดับปลายแถว
ทำเนียบจัดอันดับนี้ไม่เพียงแต่รวมนักร้อง นักแสดง ดาราวาไรตี้ และนักแสดงตลกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเขียนและเน็ตไอดอลชื่อดังที่มีกระแสด้วย ระบบนี้จะมีการเก็บสถิติความนิยมอย่างสมบูรณ์ และสามารถกำหนดอันดับได้โดยตรงจากความนิยมในปัจจุบัน
เฉิงซิงเอนเตอร์เทนเมนต์ ในฐานะหนึ่งในห้าบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ของจีน มีราชาเพลงคอยหนุนหลัง มีศิลปินระดับหนึ่ง 2 คน ระดับสอง 5 คน และระดับสามอีกสิบกว่าคน
หยวนอี้เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ปลายแถวของระดับสาม แต่ก็ถูกสั่งพักงานไปสองปีเพราะข่าวลือเรื่องท่านประธาน ตอนนี้ความนิยมของเขาลดฮวบลงจนแทบไม่ต่างจากดาราปลายแถว
หยวนอี้เดินตามเสี่ยวอิ่งไปที่บริษัทและได้พบกับประธานบริษัทอย่างผู้จัดการหวังเซิ่ง ผู้จัดการหวังเซิ่งมองหยวนอี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดาย
ตามจริงแล้ว ด้วยคุณสมบัติของหยวนอี้ แค่ออกอัลบั้มและประคองตัวให้อยู่ตัวสักปี เขาก็มีโอกาสเต็มที่ที่จะก้าวขึ้นสู่ศิลปินระดับสองหรือระดับหนึ่งได้ไม่ยาก แต่ติดตรงที่บอร์ดบริหารคนนั้นดันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท ตัวเขาเองก็มานั่งตำแหน่งประธานได้เพราะคนๆ นั้นช่วยหนุนหลังอยู่เบื้องหลังเช่นกัน
หยวนอี้รับสัญญาของตัวเองมาแล้วยิ้มให้ผู้จัดการหวังเซิ่ง
"ขอบคุณครับผู้จัดการหวังเซิ่ง หลังจากเทศกาลดนตรีนี้จบลง ถือว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกนะ"
ในคืนนั้นเอง หยวนอี้ถือตั๋วเครื่องบินที่ได้จากผู้จัดการหวังเซิ่ง และก้าวขึ้นเครื่องบินจากปักกิ่งมุ่งหน้าสู่ประเทศญี่ปุ่นเพียงลำพัง