- หน้าแรก
- เจ้าองค์ชายบ้านี่ จะเก่งไปทุกเรื่องไม่ได้นะ
- 134 - ตัวตนที่แท้จริง
134 - ตัวตนที่แท้จริง
134 - ตัวตนที่แท้จริง
134 - ตัวตนที่แท้จริง
หลายวันมานี้ จูจวินยุ่งกับงานต่างๆ
บางครั้งเข้าไปในวังเพื่อเยี่ยมจูอวี้ บางครั้งก็มุ่งมั่นกับแผนฟ้าลิขิต
แผลที่ขาของจูอวี้เกิดอาการอักเสบเป็นหนองตามที่คาดไว้ แต่ไต้หยวนหลี่ที่ชำนาญก็จัดการเปิดแผลระบายหนอง และฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์
จูอวี้ที่พิการไปแล้วไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดใดๆ
หลังจากทำซ้ำไปมาหลายครั้ง แผลเริ่มหายดีอย่างไม่น่าเชื่อ
เรียกได้ว่าโชคยังเข้าข้าง
ทางด้านจูหยวนจาง ดูเหมือนจะไม่ค่อยกังวลเรื่องที่จูจวินไม่ได้ไปเรียน และเหมือนจะตั้งใจแยกเขาออกจากจูอิงสง
จูจวินเข้าใจดีว่าเป็นเพราะอะไร
แต่ด้วยการที่หลี่เอี้ยนซีพักอยู่ที่วังของเขา จูหยวนจางจึงไม่ต้องกังวลมากนัก
ส่วนกรณีของกว๋อเหิงกลับลุกลามใหญ่โต ถึงขั้นที่จ้าวเหมิน เสนาบดีว่าการกรมพิธีการ และหวังตี้ เสนาบดีว่าการกรมอาญาถูกส่งเข้าคุกหลวง
ตอนนี้ในราชสำนักเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทุกวันมีคนถูกองค์รักษ์เสื้อแพรจับตัวไป
ความเกี่ยวข้องที่กว้างขวางของคดีนี้ทำให้หลายคนแทบไม่เชื่อสายตา
แต่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับจูจวิน เพราะคนที่ตกอยู่ในมือของจูหยวนจางนั้น สมควรแล้วที่จะต้องรับกรรม
ถึงเขาจะไม่ได้เป็นฮ่องเต้ แต่เขาก็ยังเป็นคนในตระกูลจู
เขาไม่อาจยอมให้พวกหนูตัวใหญ่ดูดเลือดของอาณาจักรต้าเย่ไปได้ เพราะหากต้าเย่ต้านทานอาณาจักรต้าโจวและเฉินฮั่นไม่ได้ เขาจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่เขาฝันไว้
วันนี้จูจวินเดินทางไปที่โรงงานฝีมือ โรงงานนี้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยเขาเอง โดยใช้แรงงานจากกลุ่มผู้ประสบภัยที่มีฝีมือ
ที่นี่ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของวังอู่อ๋อง
"เสี่ยวจี้ พวกเขาทำเสร็จไปถึงไหนแล้ว?"
หลี่จี้ป้านำป้ายทองแดงใบหนึ่งออกมา ป้ายนั้นมีลักษณะวงรี ด้านหน้าสลักลวดลายวิจิตร พร้อมคำสองคำว่า ฝึกหัด
ด้านหลังแกะสลักลายมังกร พร้อมคำว่า ฟ้าลิขิต และมีสัญลักษณ์เป็นดวงตาตั้งที่ดูเหมือนจริง
ป้ายทองแดงมีน้ำหนักพอดีมือ และถูกทำให้ดูเก่าเหมือนมีอายุหลายร้อยถึงพันปี
"ทำได้ดี!" จูจวินตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนพยักหน้า
หลี่จี้ป้าไม่รู้ว่าจูจวินทำป้ายนี้ไปเพื่ออะไร แต่เห็นได้ชัดว่าเขาให้ความสำคัญมาก และสั่งให้เฝ้าดูคนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทั้งหมด
นี่แสดงว่าป้ายนี้ต้องมีความสำคัญมาก
"เสี่ยวจี้ ข้าไว้ใจเจ้าได้ไหม?" จูจวินวางป้ายลง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลี่จี้ป้าชะงักเล็กน้อย "แน่นอน!"
จูจวินหันกลับมามองเขา "ข้าคิดอยู่นาน แต่ก็นึกไม่ออกว่ามีใครในอาณาจักรต้าโจวที่แซ่หลี่และมีความสามารถมากถึงขนาดนี้
เจ้าพาน้องสาวข้ามพันลี้มายังเมืองอิงเทียน ด้วยความสามารถของเจ้า การหาทางเลี้ยงชีพไม่ใช่เรื่องยากเลย
เจ้าไม่เพียงแต่เก่งในการฝึกทหาร แต่ยังสามารถสร้างเครือข่ายข่าวกรองได้อีก ช่างน่าทึ่ง
คนอย่างเจ้า ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ก็ย่อมประสบความสำเร็จ
แต่เจ้ากลับเลือกมาพึ่งพาข้า ข้าจึงไม่เข้าใจ!"
"ข้าสืบจนพบว่าเรื่องที่ขุนนางชั่วต้าโจวแย่งซินรั่วเป็นสนม อาจจะไม่ใช่เรื่องจริง!"
หลี่จี้ป้าคุกเข่าลงทันที "กระหม่อมมีความผิด!"
"อย่าเพิ่งรีบร้อนยอมรับผิด หากข้าสืบไม่ผิด บิดาของเจ้าควรจะเป็นหลี่ซือฉี ขุนนางที่ครั้งหนึ่งเคยสนับสนุนการต่อต้านกองทัพธงแดงในช่วงปลายมองโกล ก่อนจะแยกตัวออกมาปกครองแคว้นฉิน ใช่หรือไม่?"
จูจวินยิ้มเล็กน้อย "ปีที่สองแห่งรัชสมัยเสินอู่ หลี่ซือฉีสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรต้าโจว และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้าย ส่านซีกว๋อกง
ในปีที่เจ็ด เขาได้รับภารกิจจากฮ่องเต้ต้าโจวให้ไปเจรจากับหวังเป่าเป่า
แต่ระหว่างทาง นายทหารที่มาส่งได้กล่าวขึ้นว่า ‘ท่านข้่านมีคำสั่ง ขอของจากท่านเพื่อเป็นของขวัญลา’
(ความหมายคือไม่อนุญาตให้กลับไป)
หลี่ซือฉีตอบว่า ‘ข้าไม่มีสิ่งใดให้’
พลทหารกล่าวอีกว่า ‘เช่นนั้น ข้าขอแขนข้างหนึ่งของท่าน’
เมื่อรู้ว่าตนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หลี่ซือฉีจึงตัดแขนของตนเองมอบให้นายทหารคนนั้น"
หวังเป่าเป่ามีความตั้งใจเดิมที่จะรั้งตัวหลี่ซือฉีไว้ แต่กลับคาดไม่ถึงว่าหลี่ซือฉีจะมีจิตใจแน่วแน่ถึงขนาดตัดแขนตัวเองเพื่อตอบแทนคำขอ ทำให้เขาได้รับอนุญาตให้ออกมาได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ หลังจากกลับมา หลี่ซือฉีไม่เพียงแต่ไม่ได้รับความเข้าใจจากผู้คน กลับกลายเป็นถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับมองโกล
ในช่วงแรกทุกอย่างยังดูปกติ แต่ในช่วงต้นปีเสินอู่ที่เก้า ซึ่งก็คือต้นปีนี้ ตระกูลหลี่ถูกกล่าวหาว่ากบฏ และถูกกำจัดจนหมดสิ้นถึงเก้าชั่วโคตร
ท้ายที่สุด ฮ่องเต้ต้าโจวซึ่งมีใจคับแคบ แม้จะรู้ตัวว่าตัวเองทำผิดก็ไม่ยอมปล่อยหลี่ซือฉีไว้
จูจวินพูดไปพลาง สังเกตสีหน้าของหลี่จี้ป้า
ขณะที่หลี่จี้ป้ากำลังตกอยู่ในความวุ่นวายภายในใจ แม้จะพยายามเก็บอารมณ์ แต่ร่างกายที่สั่นเทาก็เผยให้เห็นความรู้สึกของเขา
เขาก้มหน้าลง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยน้ำตา
เส้นเลือดบนหน้าผากปูดขึ้น ขบฟันจนเกิดเสียงดัง ก่อนจะทุบพื้นอย่างแรงจนแตกร้าว
"ใช่ ข้าคือบุตรชายของหลี่ซือฉี!" หลี่จี้ป้ากล่าวเสียงหนักแน่น
เขาไม่คิดว่าจูจวินจะสามารถคาดเดาเรื่องนี้ได้อย่างแม่นยำ
จริงๆ แล้ว เขาเคยคิดที่จะหาโอกาสบอกความจริงกับจูจวิน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีโอกาสที่เหมาะสม
จูจวินเองก็ไม่ได้มั่นใจทั้งหมด เขาเพียงใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาเรียบเรียงและวิเคราะห์
เพราะความรู้บางอย่างสามารถเรียนรู้จากหนังสือได้ แต่การฝึกทหารและสร้างเครือข่ายข่าวกรองนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำได้
หลี่จี้ป้าปฏิบัติตามคำแนะนำของจูจวินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ไม่ด้อยไปกว่าผู้นำขององค์รักษ์เสื้อแพร ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขามีประสบการณ์การบัญชาการทหารมาไม่น้อย
ในอาณาจักรต้าโจว มีเพียงไม่กี่คนที่มีความสามารถแบบนี้
ถึงแม้ว่าหลี่จี้ป้าอาจเป็นนักต้มตุ๋น แต่ความเป็นตัวตนที่แท้จริงบางอย่างในตัวเขาก็ไม่อาจปลอมแปลงได้
จูจวินรอให้หลี่จี้ป้าสงบสติอารมณ์ก่อนจะพูดต่อ
"ข้าชื่อหลี่ซื่อชาง ส่วนน้องสาวข้าชื่อหลี่ติ้งถง ชื่อจี้ป้ากับซินรั่วเป็นเพียงนามแฝง หากไม่มีนามแฝงพวกนี้ เราคงหนีมาไม่ถึงที่นี่" หลี่จี้ป้ากล่าว "ในโลกนี้ไม่มีหลี่ซื่อชางและหลี่ติ้งถงอีกต่อไป จากนี้เราจะใช้ชื่อนี้ตลอดไป"
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "ท่านอ๋องกล่าวถูกต้อง บิดาของข้ากลับมาแล้วล้มป่วยหนัก แต่นั่นกลับทำให้ฮ่องเต้สุนัข จางเฉิง ระแวงและสงสัย
เมื่ออ๋องสุนัขจางซินน้องชายของเขาปลุกปั่น บิดาของข้าก็ถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับหวังเป่าเป่า และครอบครัวของข้าก็ถูกจับกุมและสังหาร
บิดาข้าเป็นคนซื่อสัตย์และมั่นคง แต่กลับต้องมาพบจุดจบเช่นนี้
อย่างที่ท่านอ๋องกล่าวไว้ แม้ว่าครอบครัวของเราจะมีโทษประหารทั้งตระกูล แต่ท่านพ่อเคยเป็นขุนศึกที่ปกครองดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล ยังมีทหารไม่น้อยที่ยินดีสละชีวิตเพื่อช่วยชีวิตข้ากับน้องสาวออกมา
น้องสาวของข้าได้รับความเสียใจจากการตายของท่านพ่อท่านแม่ แม้หมอจะบอกว่าสุขภาพร่างกายไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่จิตใจของนางยังคงติดอยู่ในความเจ็บปวดจนแทบเป็นบ้า"
จูจวินพยักหน้า เขารู้ดีว่าหลี่ซินรั่วไม่เคยออกจากประตูวังเลยสักครั้ง
ตอนแรกเขาคิดว่านางเป็นคนเก็บตัว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเป็นผลกระทบทางจิตใจที่รุนแรงจากเหตุการณ์ในอดีต
"แล้วทำไมเจ้าถึงเลือกมาพึ่งพาข้า?" จูจวินถาม "ถ้าเจ้าต้องการแก้แค้น ทำไมไม่ไปหาพี่รองหรือเสด็จพี่สี่ของข้า มันไม่ดีกว่าหรือ?
และอย่าเอาคำว่าบุญคุณเลี้ยงข้าวมาหลอกข้า ข้าไม่ยอมรับข้ออ้างแบบนั้น!"
หลี่จี้ป้าหน้าแดง "ถ้าข้าพูดออกไป ขอท่านอ๋องอย่าโกรธ!"
"พูดมาเถอะ ข้าผ่านพายุใหญ่พายุน้อยมานับไม่ถ้วนแล้ว" จูจวินตอบ
"คนเขาลือกันว่าท่านอ๋องมีทรัพย์สินมากมาย ใจกว้าง ชอบช่วยเหลือผู้คน หากได้เป็นมิตรกับฝ่าบาทก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างที่คาดไม่ถึง"
………..