บทที่ 5
บทที่ 5
จากนั้นเขาก็หยิบกุ้งขึ้นมาอีกตัวแล้วเริ่มเข้าสู่โหมดสอนแกะทันที
"คุณแค่ต้องบีบหัวมัน บิด แล้วก็ดึงออกพึ่บแบบนี้ เนื้อส่วนหางทั้งหมดก็จะหลุดออกมาแล้ว ง่ายไหมล่ะครับ?"
"อื้อ ๆ ๆ ซูเฉิน คุณเก่งจังเลย!" เมื่อเห็นซูเฉินแกะเนื้อกุ้งออกมาอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการขยับมือเพียงไม่กี่ที หัวเล็ก ๆ ของหลินหว่านยวี่ก็พยักหงึก ๆ ราวกับลูกไก่จิกข้าว ทว่า สายตาของเธอกลับจับจ้องไปที่เนื้อกุ้งในมือของซูเฉินตาไม่กระพริบ
ซูเฉินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยื่นเนื้อกุ้งไปจ่อที่ริมฝีปากของหลินหว่านยวี่ หลินหว่านยวี่อ้าปากเล็ก ๆ สีเชอร์รี่ของเธอออก เผยให้เห็นลิ้นน้อย ๆ สีชมพูอยู่รำไร เพื่อรอคอยให้เนื้อกุ้งแสนอร่อยส่งเข้าปาก แต่ทว่า ในวินาทีถัดมา ซูเฉินกลับส่งกุ้งตัวนั้นเข้าปากตัวเองหน้าตาเฉย
ตอนที่ 6: เสือผู้หญิงตัวจริง มองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง
"ซูเฉิน คุณคนนิสัยไม่ดี!" เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนซูเฉิน "แกล้ง" เข้าให้เต็ม ๆ หลินหว่านยวี่ก็ชูหมัดเล็ก ๆ ขึ้นมาด้วยความโมโหทันที พลางระดมทุบใส่ซูเฉินพัลวัน ซูเฉินเบี่ยงตัวหลบพร้อมตะโกนบอก
"มือคุณเปื้อนน้ำมันหมดแล้ว รีบเอาหมัดน้อย ๆ ที่สกปรกนั่นออกไปเลยนะ"
เมื่อเห็นซูเฉินแกล้งทำสีหน้ารังเกียจ หลินหว่านยวี่ก็ยิ่ง "เดือด" ขึ้นไปอีก เธอบ่นอุบอิบอย่างแง่งอน "หนอย! ฉันจะเอาน้ำมันพวกนี้มาเช็ดเสื้อคุณให้หมดเลย คนนิสัยไม่ดี! ใครใช้ให้คุณมาแกล้งฉันก่อนล่ะ!" "ใครกันแน่ที่เพิ่งสอนคุณแกะกุเมื่อกี้? ผมไปแกล้งคุณตอนไหน? อย่ามาทำตัวเป็นคนอกตัญญูสิครับ!" "หยุดเลยนะ! คนนิสัยไม่ดี!"
เมื่อเห็นทั้งสองคนหยอกล้อโปรยเสน่ห์ใส่กันต่อหน้าต่อตา หัวใจของลู่จ่านป๋อที่อุตส่าห์ฝืนฮึดสู้มาตลอดก็แตกสลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ! เขาไม่เข้าใจเลย ทุกคนก็เพิ่งจะรู้จักกันวันนี้แท้ ๆ ทำไมท่าทีที่หลินหว่านยวี่มีต่อเขา ถึงได้แตกต่างกับท่าทีที่มีต่อซูเฉินราวฟ้ากับเหวขนาดนี้? เป็นเพราะซูเฉินสูงกว่า หล่อกว่า ฉลาดเลือกใช้คำพูดกว่า และ... กว่าเขาอย่างนั้นเหรอ? นอกจากเรื่องพวกนี้แล้ว ซูเฉินยังมีดีอะไรอีก? แล้วนอกจากเรื่องพวกนี้ ซูเฉินเป็นใครกันแน่ฮะ!
แต่ก็ยังดีที่เขาเจอเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนชินชาแล้ว ลู่จ่านป๋อจึงทำใจยอมรับมันได้อย่างรวดเร็ว ส่วนกับซูเฉินนั้น เขาแค่รู้สึกอิจฉานิด ๆ เท่านั้นเอง
ขณะที่ซูเฉินและหลินหว่านยวี่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยมีลู่จ่านป๋อยืนคิดจินตนาการอยู่ข้าง ๆ ว่าเมื่อไหร่ตัวเองถึงจะยอดเยี่ยมได้แบบซูเฉิน รถบ่าวสาวก็ค่อย ๆ แล่นเข้ามาในบริเวณงานอย่างเงียบเชียบ! ...
"ทุกฝ่ายโปรดฟัง ทุกฝ่ายโปรดฟัง! เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงแล้ว ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมในสภาพที่ดีที่สุด!" "ย้ำ นี่ไม่ใช่การซ้อม ขอซ้ำอีกครั้ง นี่ไม่ใช่การซ้อม! ไป ๆ ๆ ๆ ๆ!" "เปิดเพลงต้อนรับได้!"
หลังจากเปิดศึกแย่งชิงกับเจิ้งเสี่ยวเสียนอยู่พักใหญ่ ในที่สุดหูอี้เฟยก็สามารถยึดอำนาจการสั่งการในงานแต่งงานมาครองได้สำเร็จ ก่อนที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเดินทางมาถึงอย่างเป็นทางการ เมื่อรู้ว่าบ่าวสาวใกล้จะมาถึง เธอจึงหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาสั่งการขั้นสุดท้าย
ท่ามกลางเสียงเพลงอันไพเราะ ตัวเอกทั้งสองของงานอย่างเจ้าบ่าว "หวังเถี่ยจู้" ในชุดสูทสุดหล่อ และเจ้าสาว "เถียนเอ้อร์นิว" ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ก็เดินเคียงข้างจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ ท่ามกลางวงล้อมของดอกไม้สดและเสียงปรบมือต้อนรับจากฝูงชน!!
การมาถึงของบ่าวสาวทำเอาซูเฉินและหลินหว่านยวี่ต้องยอมสงบศึกชั่วคราว ทั้งสองคนรวมถึงคนอื่น ๆ ต่างพากันยืนขนาบข้างพรมแดง มองดูคู่รักข้าวใหม่ปลามันจูงมือกันเดินเข้าสู่ฮอลล์จัดงานด้วยความชื่นชม ทว่าตอนที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินผ่านหน้าไป หลินหว่านยวี่กลับอินกับภาพความสุขตรงหน้ามากเสียจนถึงขั้นเอามือปิดหน้าและร้องไห้ออกมา!
ลู่จ่านป๋อเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความงุนงง ก่อนจะถามขึ้นมาแบบผิดกาลเทศะว่า "ร้องไห้เสียใจขนาดนี้ นี่เธอรู้จักพวกเขาด้วยเหรอ?" หลินหว่านยวี่ส่ายหน้าพลางสะบัดบ๊อบใส่โดยไม่สนใจเขาเลย
ซูเฉินยื่นกระดาษทิชชู่ให้เธออย่างใส่ใจ พลางตบไหล่หลินหว่านยวี่เบา ๆ เมื่อเทียบกับลู่จ่านป๋อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรแล้ว ซูเฉินย่อมเข้าใจความรู้สึกของหลินหว่านยวี่ดีที่สุด ผู้หญิงมักจะอ่อนไหวและประทับใจกับเรื่องโรแมนติกได้ง่ายเสมอ ยิ่งนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้มาเห็นความสุขของคนอื่นอย่างใกล้ชิดในโลกความเป็นจริงขนาดนี้ การจะหลั่งน้ำตาออกมาบ้างจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
หลินหว่านยวี่รับกระดาษทิชชู่มาซับน้ำตา พลางปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปไกล เหตุผลที่เธอหนีออกจากบ้านมาที่นี่ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการนัดบอดคลุมถุงชน เธอเคยคิดว่างานแต่งงานเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก แท้จริงแล้วมันกลับดูมีความสุขขนาดนี้ แต่ความสุขตรงนี้ถึงอย่างไรก็เป็นของคนอื่น แล้วตัวเธอเองจะสามารถตามหาความสุขของตัวเองเจอไหมนะ?
"ฮือ ๆ ๆ —" เมื่อคิดถึงตรงนี้ จู่ ๆ หลินหว่านยวี่ก็ยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักกว่าเดิม เธอกำลังเบลอ ๆ จึงเผลอซบหน้าลงบนไหล่ของซูเฉินโดยไม่รู้ตัว ...
ขณะที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวก้าวผ่านเส้นทางแห่งความสุขที่ปูด้วยพรมแดงและดอกไม้สดจนเดินขึ้นไปบนเวทีเรียบร้อยแล้ว เจิ้งเสี่ยวเสียนในฐานะพิธีกรของงานแต่งงาน ก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเองทันที
"ทุกท่านครับ ในช่วงเวลาอันเป็นมงคลและน่าเฉลิมฉลองนี้ ก่อนอื่นขอให้ผมได้เป็นตัวแทนของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ขอบคุณทุกท่านสำหรับเสียงปรบมืออันอบอุ่นและคำอวยพรอย่างสุดซึ้งครับ!" "และในโอกาสนี้ พวกเรายังได้รับจดหมายอวยพรฉบับพิเศษจากพ่อสื่อคนสำคัญของคู่รักคู่นี้ ซึ่งท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งตึกอพาร์ตเมนต์ของเราอีกด้วยครับ!" "'ฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นคู่รักวัยรุ่นมาลงเอยกันในบ้านของฉัน และขอส่งมอบคำอวยพรให้แก่พวกเขาทั้งสอง'" "'พวกคุณได้ทำความปรารถนาของฉันให้เป็นจริง ฉันยินดีต้อนรับคู่รักทุกคู่ให้ย้ายเข้ามาอยู่ในตึกอพาร์ตเมนต์ของเรา ดังนั้นฉันจึงขอมอบของขวัญสองชิ้นให้เป็นรางวัล!'" "'ของขวัญชิ้นแรกสำหรับคู่บ่าวสาว: ฉันจะช่วยทำให้ความปรารถนาของพวกเขาเป็นจริงหนึ่งข้อตามกำลังที่ฉันพอจะทำได้'" "'ของขวัญชิ้นที่สองสำหรับทุกคน: คู่รักคู่ไหนก็ตามที่มาตกหลุมรักกันในอพาร์ตเมนต์ของเรา จะได้รับสิทธิ์ฟรีค่าน้ำค่าไฟ และลดค่าเช่าห้องเหลือครึ่งราคา!'"
พอได้ยินสิทธิประโยชน์ก้อนโตอย่าง "ฟรีค่าน้ำค่าไฟ ลดค่าเช่าครึ่งราคา" ลู่จื่อเฉียวและเฉินเหม่ยเจียที่เดิมทีกำลังยืนแยกเขี้ยวใส่กันอยู่ข้างล่างเวที ก็ตาโตเป็นประกายขึ้นมาทันที! พวกเขาสลับหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะตะโกนขึ้นพร้อมกันว่า "ได้ยินหรือเปล่า?!"
หลังจากนั้นเพียง 0.25 วินาที ต่างฝ่ายต่างก็อ่านความคิดผ่านสายตาของอีกฝ่ายออกทะลุปรุโปร่ง พวกเขาก็ตะโกนประสานเสียงขึ้นอีกครั้งว่า "งั้นพวกเรายังจะรออะไรกันอยู่เล่า!!"
เห็นได้ชัดว่าภายใต้สิ่งล่อใจจากผลประโยชน์อันมหาศาลนี้ คู่รักคู่กัดที่ท่องโลกด้วยกันมาหลายปีจนรู้ใจกันเป็นอย่างดี คอนเฟิร์มเลือกที่จะพักรบและวางความแค้นในอดีตลงชั่วคราวอย่างเด็ดขาด เพื่อแท็กทีมปลอมตัวเป็นแฟนกัน ย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์แห่งนี้เพื่อหวังจะสูบผลประโยชน์ให้หนำใจ!!
ตอนที่ 7: ผู้หญิงคือสิ่งมีชีวิตที่ปากไม่ตรงกับใจ
หลังจากเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นไปประจำที่บนเวทีเรียบร้อยแล้ว ลู่จื่อเฉียว บาทหลวงตัวปลอมคนนี้ก็โดนสถานการณ์บังคับให้ต้องก้าวขึ้นเวทีไปทำหน้าที่ด้วย แต่ระดับภาษาอังกฤษของลู่จื่อเฉียวนั้นบอกเลยว่าไม่ได้ความเอาเสียเลย แถมหูอี้เฟยยังคอยส่งสัญญาณกดดันอยู่ข้างล่างเวทีตลอดเวลาว่าให้พูดภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้น การทำหน้าที่พิธีกรแบบภาษาอังกฤษล้วนในครั้งนี้ จึงสร้างเสียงหัวเราะและเรื่องตลกขบขันให้คนในงานอยู่ไม่น้อย
หูอี้เฟยถึงกับเอามือกุมขมับทำหน้าสุดเจ็บปวด "ภาษาอังกฤษแบบนี้... มันจะมั่วซั่วเกินไปแล้ว!"
แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของลู่จื่อเฉียวนั้นถือว่าไม่เลวเลย ประกอบกับในวันมงคลแบบนี้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจึงค่อนข้างใจดีและโอนอ่อนผ่อนตามให้เขามาก ดังนั้น โดยภาพรวมแล้ว ขั้นตอนทั้งหมดจึงถือว่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้จะมีข้อบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างก็ไม่ทำให้งานกร่อย
ทว่าในตอนที่ขั้นตอนทั้งหมดกำลังจะเสร็จสิ้นลงนั้นเอง จู่ ๆ ลู่จื่อเฉียวก็เปลี่ยนประเด็นกะทันหัน!
"ต้องขออภัยทุกท่านด้วยครับ นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้ทำหน้าที่นี้ หลังจากนี้ผมอาจจะไม่สามารถเป็นบาทหลวงได้อีกต่อไปแล้ว"
พอสิ้นเสียงของเขา ทุกคนในงานต่างก็พากันอึ้งไปตาม ๆ กัน ส่วนลู่จื่อเฉียวก็ยังคงเล่นละครตบตาต่อไป
"เพราะในสถานที่ที่อบอวลไปด้วยความรักแห่งนี้ ตัวผมเองก็ไม่สามารถต้านทานเสียงเรียกร้องของความรักได้เช่นกัน" "พรหมลิขิต มันคือพรหมลิขิตชัด ๆ! บังเอิญมาก! บังเอิญที่สุดเลยครับ!" "ในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ผมเพิ่งจะได้พบกับผู้หญิงที่ผมตามหามาตลอดทั้งชีวิต เธอคือเหม่ยเจียของผมครับ!"
ลู่จื่อเฉียวต้องการใช้ฉากใหญ่ในงานนี้ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเขากับเหม่ยเจียเป็นแฟนกัน เพื่อที่จะได้สิทธิ์ลดค่าเช่าครึ่งราคาและฟรีค่าน้ำค่าไฟอย่างเป็นทางการ เมื่ออารมณ์บิ้วไปจนถึงขีดสุด ลู่จื่อเฉียวถึงกับทิ้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวไว้บนเวที แล้วหันหลังเดินตรงดิ่งลงมาหาเฉินเหม่ยเจีย
"ดวงตาของเธอช่างกลมโตและน่าเอ็นดู มือของเธอช่างนุ่มนวลอ่อนหวาน หัวใจของเธอช่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง..." "อ้อมแขนของนายช่างทรงพลัง แผ่นอกของนายช่างกว้างขวางดั่งขุนเขา ผิวพรรณของนายช่างหนาจนเตะไม่เข้า..."
สองนักแสดงเจ้าบทบาทเล่นใหญ่ใส่ไข่กันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ดึงดูดความสนใจจากทุกคนในงานไปในทันที จนทุกคนพากันลืมไปหมดแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นพระเอกนางเอกของงานแต่งในวันนี้!
หวังเถี่ยจู้และเถียนเอ้อร์นิวยืนอยู่บนเวที ได้แต่มองภาพตรงตาด้วยสีหน้าทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ซูเฉินช่วยแก้สถานการณ์ไว้ได้ทันท่วงที โดยเขาตะโกนขึ้นมาว่า "คุณเจ้าบ่าวคุณเจ้าสาวครับ! เมื่อกี้ท่านเจ้าของตึกบอกว่าจะช่วยทำให้ความปรารถนาเป็นจริงหนึ่งข้อ ไม่ทราบว่าพวกคุณมีความปรารถนาอะไรเหรอครับ? พอจะแชร์ให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม?"
"แย่แล้ว! เจ้าบ่าวเจ้าสาวยังอยู่บนเวทีนี่นา!" พอโดนซูเฉินตะโกนเตือนสติ หูอี้เฟยก็เพิ่งจะรู้สึกตัว เธอรีบวิ่งหน้าตั้งขึ้นไปบนเวที แล้วยื่นไมโครโฟนให้เจ้าบ่าวหวังเถี่ยจู้ทันที หวังเถี่ยจู้รับไมโครโฟนมา พลางส่งสายตาขอบคุณมาทางซูเฉิน
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ช่วยให้พิธีแต่งงานกลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง ยินดีด้วยที่คุณได้รับรางวัล—บัตรยกเว้นค่าใช้จ่ายหนึ่งใบ!】 【บัตรยกเว้นค่าใช้จ่าย: หลังจากใช้งานแล้ว การใช้จ่ายใด ๆ ก็ตามจะได้รับสิทธิ์ยกเว้นค่าใช้จ่ายฟรีทันที โดยมีวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านหยวน】
บัตรยกเว้นค่าใช้จ่ายงั้นเหรอ? เดิมทีซูเฉินก็แค่หวังดีเท่านั้น เพราะยังไงงานแต่งงานก็เป็นเรื่องใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิตและมีความหมายลึกซึ้งมาก ซูเฉินไม่อยากให้คนอื่นมาแย่งซีนของเจ้าบ่าวเจ้าสาวไป จึงได้เอ่ยปากช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้รับรางวัลตอบแทนกลับมาอีกแล้ว