บทที่ 3
บทที่ 3
ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปากชวนขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ
"ได้แน่นอนครับ!"
"แต่สถานที่จัดงานแต่งงานอยู่ใจกลางเมืองนะ เราควรลงรถแล้วต่อรถกันดีกว่า"
ขณะที่พูด ซูเฉินจงใจพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย
ลู่จ่านป๋อซึ่งอยู่ใกล้ ๆ เพิ่งรู้สึกตัวว่าเกือบเลยป้าย เขาจึงรีบคว้ากระเป๋าเดินทางแล้วเดินตามซูเฉินลงจากรถเมล์ทันที
เมื่อมองดูรถเมล์แล่นจากไป ลู่จ่านป๋อก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
จากนั้นเขาก็มองซูเฉินด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ
"เกือบไปแล้ว! ฉันเกือบจะนั่งเลยป้ายแล้วเชียว ครั้งนี้ต้องขอบคุณนายมากเลยนะซูเฉิน!"
ซูเฉินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรครับ คนเราออกข้างนอกบ้าน มีอะไรก็ต้องช่วย ๆ กันอยู่แล้ว"
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ช่วยให้ลู่จ่านป๋อรอดพ้นจากการนั่งเลยป้ายสำเร็จ ยินดีด้วยที่คุณได้รับรางวัล—เงินสดหนึ่งหมื่นหยวน!】
เดิมทีซูเฉินแค่คิดว่า ในอนาคตทุกคนจะต้องมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน มีอะไรช่วยได้ก็ช่วยไปก่อน
คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ลาภลอยแบบไม่คาดฝันขนาดนี้!
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึก ๆ ในใจ
ระบบนี้มันยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวจริง ๆ!
"คนนี้เพื่อนคุณเหรอคะ?"
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนดูเหมือนจะรู้จักกัน หลินหว่านยวี่จึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้
"อ๋อ นี่ลู่จ่านป๋อครับ เขา กำลังจะเข้าเมืองไปหาพี่สาว"
"ส่วนนี่หลินหว่านยวี่ เธอมาตามล่าหาสมบัติน่ะครับ"
ซูเฉินแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน
ตอนนี้ทั้งสามคนถือว่าทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้ว
ซูเฉินจึงเสนอขึ้นมาว่า "ในเมื่อเราสามคนไปทางเดียวกัน งั้นพวกเรานั่งแท็กซี่เข้าเมืองไปด้วยกันเลยดีไหมครับ?"
ลู่จ่านป๋อพยักหน้าเห็นด้วย "ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อีกอย่างสัมภาระฉันเยอะขนาดนี้ นั่งรถเมล์ก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่"
หลินหว่านยวี่จ้องมองซูเฉินแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "ฉันฟังคุณค่ะ!"
ตึกรัก
ห้อง 3601
"ใช่! ถูกต้อง! พรมแดงต้องยาวแปดสิบเมตร!"
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมันสั้นไปตั้งห้าเมตร! เถ้าแก่คนนี้หน้าเลือดชะมัด!"
"ช่วงนี้หมูแพงขึ้น แล้วนี่ลามมาโกงความยาวพรมด้วยเหรอ? พรมบ้านมันทำมาจากหนังหมูหรือไง!"
"แจ้งทนายเลย ฉันจะฟ้องมัน!"
หูอี้เฟยในชุดสีแดงเพลิงพร้อมผมยาวสลวย กำลังยืนแผดเสียงใส่เครื่องรับส่งวิทยุ (วอล์กเกอร์-ทอล์กเกอร์) อย่างดุเดือด
ในฐานะเพื่อนสนิทของเจ้าสาวมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และยังควบตำแหน่งผู้จัดงานแต่งงานในครั้งนี้ด้วย
หูอี้เฟยสาบานว่าจะต้องเนรมิตงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติและน่าประทับใจที่สุดให้เพื่อนรักของเธอให้ได้!
แต่ทว่า...
ก็เหมือนกับกฎของเมอร์ฟี ยิ่งคุณอยากให้งานออกมาสำเร็จราบรื่นมากเท่าไหร่ สวรรค์ก็ยิ่งไม่ยอมปล่อยให้คุณสมหวังง่าย ๆ เท่านั้น
ขณะที่หูอี้เฟยกำลังด่าทอร้านขายพรมแดงเรื่องโกงความยาวอยู่นั้น
ก็มีคนเดินถือเอกสารรายการของเข้ามาหา
"พี่อี้เฟยครับ รบกวนเซ็นรับกระเช้าดอกไม้ที่สั่งไว้หน่อยครับ"
ขณะที่กำลังเซ็นชื่อ หูอี้เฟยก็ถามขึ้นตามสัญชาตญาณ "แล้วกระเช้าดอกไม้อยู่ไหนล่ะ?"
คิดไม่ถึงเลยว่า พอเธอหันหลังกลับไป จะเจอเข้ากับกระเช้าดอกไม้ขนาดมหึมาที่แทบจะทิ่มหน้าเธออยู่รำไร
"ขอร้องเถอะ! นี่มันที่อยู่สำหรับเก็บเงิน ไม่ใช่ที่อยู่จัดส่ง!"
"พวกคุณจะให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวจัดงานแต่งงานกันในห้องนอนหรือไง? รีบขนกระเช้าดอกไม้ลงไปไว้ที่ลานสนามหญ้าข้างล่างเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หูอี้เฟยเอามือกุมขมับด้วยความรู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
คนพวกนี้ไม่มีใครพึ่งพาได้สักคน สุดท้ายเธอต้องลงมือทำเองทุกอย่าง
ยังไม่ทันจะได้พักหายใจ โทรศัพท์จากเจ้าสาวก็ดังเข้ามาอีก
หูอี้เฟยต้องเค้นพลังงานทั้งหมดออกมาอีกครั้งแล้วกดรับสาย
"ฮัลโหลจ้าตูดู ไม่ต้องห่วงนะ ทางนี้ทุกอย่างโอเคเรียบร้อยดีจ้า~ ตัวเองแค่เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดก็พอ ถึงเวลาละก็รับรองว่าต้องทำทุกคนตะลึงแน่ ๆ"
น้ำเสียงบีบเล็กบีบน้อยที่ดูดัดจริตของหูอี้เฟย ทำเอาคนอื่น ๆ ที่กำลังยุ่งอยู่แถวนั้นพากันขนลุกซู่ไปตาม ๆ กัน
พอวางสายปุ๊บ หูอี้เฟยก็สลับโหมดกลับมาเป็นสาวแกร่งสุดโหดทันที
"มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่? ฝ่ายพร็อพ, ฝ่ายจัดเลี้ยง, ฝ่ายฉาก, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย แล้วก็... ฝ่ายอะไรก็ไม่รู้ที่อยู่ตรงนั้นน่ะ—ทุกคนขยับด่วน ไป ๆ ๆ ๆ ๆ!!!"
"ว้าว นี่คือสถานที่จัดงานแต่งงานเหรอคะ? สวยจังเลย"
ทั้งสามคนลงมาจากรถ หลินหว่านยวี่มองดูซุ้มประตูโค้งสีแดงที่ประดับด้วยดอกไม้สด พลางเอ่ยชมออกมาจากใจจริง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นงานแต่งงานของจริงในชีวิต เธอจึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งรอบตัว
ลู่จ่านป๋อเองก็ดูตกตะลึงไม่แพ้กัน "ซูเฉิน ฉันคิดไม่ถึงเลยว่างานแต่งเพื่อนมัธยมของนาย กับงานแต่งเพื่อนมหาวิทยาลัยของพี่สาวฉันจะเป็นที่เดียวกัน พวกเรานี่มีพรหมลิขิตต่อกันจริง ๆ!"
ซูเฉินยิ้มรับแต่ไม่ได้พูดอะไร
ทั้งสามคนเดินเข้าไปข้างในพร้อมกัน
จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางทางไว้
"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาฝากซองช่วยงานหรือยังคะ?"
ลู่จ่านป๋อทำหน้าซื่อพร้อมถามด้วยความสงสัย "ฉันมาหาพี่สาวน่ะ ทำไมต้องจ่ายเงินด้วยล่ะ?"
หญิงคนนั้นขมวดคิ้วแล้วถามกลับ "พี่สาวคุณเป็นเจ้าสาวเหรอคะ?"
ลู่จ่านป๋อตอบ "พี่สาวฉันไม่ใช่เจ้าสาวหรอก คร้บเธอเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าสาว..."
ยังไม่ทันที่ลู่จ่านป๋อจะพูดจบ หญิงคนนั้นก็พูดแทรกขึ้นมาทันควัน
"ถ้าไม่ใช่เจ้าสาวก็ต้องจ่ายเงินช่วยงานค่ะ เมื่อกี้เพิ่งมีผู้ชายถือยาบำรุงกำลังแอบเนียนเข้ามาหาของกินฟรี ๆ ฉันเพิ่งแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยไปเองนะคะ!"
"เพราะฉะนั้น ฉันแนะนำว่าอย่ามาเล่นตุกติกที่นี่จะดีกว่า!"
ตอนที่ 4: คู่ปรับตามโชคชะตา ลู่จื่อเฉียวผู้ถูกต้อนจนมุม
ผู้ชายที่ผู้หญิงคนนั้นพูดถึงว่าถือยาบำรุงกำลังเข้ามาเนียนกินฟรี จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่จื่อเฉียว
หญิงคนนั้นเพิ่งจะโดนลู่จื่อเฉียวหลอกมาหยก ๆ
ตอนนี้เธอเลยพาลมองพวกเขาสามคนเป็นพวกสิบแปดมงกุฎไปด้วย
เมื่อเห็นดังนั้น ซูเฉินจึงรีบหยิบเงินหนึ่งพันหยวนออกมาส่งให้ทันที
—พวกเราสามคนเป็นเพื่อนของเถี่ยจู้น่ะครับ นี่เป็นเงินช่วยงานของพวกเรา"
เมื่อเห็นว่าซูเฉินรู้ชื่อของเจ้าบ่าว แถมยังควักเงินช่วยงานออกมาให้จริง ๆ
ท่าทีของหญิงคนนั้นก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
"อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเพื่อนของคุณเจ้าบ่าวนี่เอง ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ค่ะ เชิญด้านในเลยค่ะ เชิญทางนี้เลย"
เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนท่าทีมาต้อนรับซูเฉินอย่างนอบน้อม ลู่จ่านป๋อก็ทำหน้าเซ็ง
"ผู้หญิงเมื่อกี้ไร้เหตุผลชะมัด ฉันก็บอกอยู่ว่ามาหาพี่สาว มีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้เข้า!"
"แถมยังระแวงว่าฉันจะเป็นพวกต้มตุ๋นอีก เกินไปหน่อยไหมเนี่ย"
ซูเฉินตบไหล่ลู่จ่านป๋อพลางปลอบใจ
"เธอแค่นิสัยทำตามหน้าที่น่ะครับ พอเราจ่ายเงินช่วยงานแล้ว เธอก็เชิญเราเข้างานอย่างดีไม่ใช่เหรอ?"
"เอาหน่าจ่านป๋อ วันนี้เป็นวันมงคล อย่าคิดมากเลยครับ"
หลินหว่านยวี่เดินตามหลังมาพลางฟังบทสนทนาของทั้งคู่ และความรู้สึกดี ๆ ที่เธอมีต่อซูเฉินก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง
"ซูเฉินนี่พึ่งพาได้จังเลย แมนสุด ๆ ผู้ชายที่แก้ปัญหาได้เนี่ย มีเสน่ห์ที่สุดแล้ว!"
ลู่จ่านป๋อพยักหน้าเห็นด้วย "ซูเฉิน นายพูดถูก ขอบใจนายมากนะที่ช่วยออกเงินแก้สถานการณ์ให้เมื่อกี้"
"พอดีตอนนี้ฉันไม่มีเงินสดติดตัวเลย เดี๋ยวเจอพี่สาวแล้ว ฉันจะให้พี่คืนเงินให้นะ"
หลินหว่านยวี่ก็ก้าวเข้ามาพูดด้วยเช่นกัน "ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่ามาร่วมงานแต่งต้องจ่ายเงินด้วย ไว้ฉันหางานทำได้แล้ว จะรีบหาเงินมาคืนให้นะคะ?"
เนื่องจากหนีงานแต่งงานมา บัตรธนาคารทั้งหมดของหลินหว่านยวี่จึงถูกคุณพ่อสั่งอายัดไว้เรียบร้อย
ตอนนี้เธอเรียกได้ว่าถังแตกจนแทบไม่มีเงินกินข้าวด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้น ตอนนี้เธอจึงไม่มีปัญญาจะคืนเงินให้เขาจริง ๆ
ซูเฉินพยักหน้ารับ "ไม่มีปัญหาครับ ไม่ต้องรีบ"
เงินก้อนนี้เป็นเงินที่ระบบเพิ่งแจกให้ซูเฉินมาสด ๆ ร้อน ๆ เขาจึงไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยสักนิด
ถ้าไม่กลัวว่าทั้งสองคนจะคิดมาก ซูเฉินก็ไม่ได้กะจะให้พวกเขาคืนเงินอยู่แล้ว
เนื่องจากพิธีแต่งงานยังไม่ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ซูเฉินจึงตัดสินใจพาหลินหว่านยวี่เดินเที่ยวชมรอบ ๆ งานก่อน
ส่วนลู่จ่านป๋อขอตัวขึ้นไปบนห้องพักในตึกเพื่อเอาสัมภาระไปเก็บ และไปรายงานตัวกับพี่สาวของเขา
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของงาน
ลู่จื่อเฉียวที่ปลอมตัวเป็นบาทหลวง บังเอิญเดินมาชนเข้ากับเฉินเหม่ยเจียที่แอบเนียนเข้ามาหาของกินฟรีเหมือนกัน
"เฉินเหม่ยเจีย?"
"ลู่จื่อเฉียว!"