เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3

บทที่ 3

บทที่ 3


ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปากชวนขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ

"ได้แน่นอนครับ!"

"แต่สถานที่จัดงานแต่งงานอยู่ใจกลางเมืองนะ เราควรลงรถแล้วต่อรถกันดีกว่า"

ขณะที่พูด ซูเฉินจงใจพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย

ลู่จ่านป๋อซึ่งอยู่ใกล้ ๆ เพิ่งรู้สึกตัวว่าเกือบเลยป้าย เขาจึงรีบคว้ากระเป๋าเดินทางแล้วเดินตามซูเฉินลงจากรถเมล์ทันที

เมื่อมองดูรถเมล์แล่นจากไป ลู่จ่านป๋อก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

จากนั้นเขาก็มองซูเฉินด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ

"เกือบไปแล้ว! ฉันเกือบจะนั่งเลยป้ายแล้วเชียว ครั้งนี้ต้องขอบคุณนายมากเลยนะซูเฉิน!"

ซูเฉินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรครับ คนเราออกข้างนอกบ้าน มีอะไรก็ต้องช่วย ๆ กันอยู่แล้ว"

【ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ช่วยให้ลู่จ่านป๋อรอดพ้นจากการนั่งเลยป้ายสำเร็จ ยินดีด้วยที่คุณได้รับรางวัล—เงินสดหนึ่งหมื่นหยวน!】

เดิมทีซูเฉินแค่คิดว่า ในอนาคตทุกคนจะต้องมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน มีอะไรช่วยได้ก็ช่วยไปก่อน

คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ลาภลอยแบบไม่คาดฝันขนาดนี้!

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึก ๆ ในใจ

ระบบนี้มันยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวจริง ๆ!

"คนนี้เพื่อนคุณเหรอคะ?"

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนดูเหมือนจะรู้จักกัน หลินหว่านยวี่จึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้

"อ๋อ นี่ลู่จ่านป๋อครับ เขา กำลังจะเข้าเมืองไปหาพี่สาว"

"ส่วนนี่หลินหว่านยวี่ เธอมาตามล่าหาสมบัติน่ะครับ"

ซูเฉินแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน

ตอนนี้ทั้งสามคนถือว่าทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้ว

ซูเฉินจึงเสนอขึ้นมาว่า "ในเมื่อเราสามคนไปทางเดียวกัน งั้นพวกเรานั่งแท็กซี่เข้าเมืองไปด้วยกันเลยดีไหมครับ?"

ลู่จ่านป๋อพยักหน้าเห็นด้วย "ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อีกอย่างสัมภาระฉันเยอะขนาดนี้ นั่งรถเมล์ก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่"

หลินหว่านยวี่จ้องมองซูเฉินแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "ฉันฟังคุณค่ะ!"

ตึกรัก

ห้อง 3601

"ใช่! ถูกต้อง! พรมแดงต้องยาวแปดสิบเมตร!"

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมันสั้นไปตั้งห้าเมตร! เถ้าแก่คนนี้หน้าเลือดชะมัด!"

"ช่วงนี้หมูแพงขึ้น แล้วนี่ลามมาโกงความยาวพรมด้วยเหรอ? พรมบ้านมันทำมาจากหนังหมูหรือไง!"

"แจ้งทนายเลย ฉันจะฟ้องมัน!"

หูอี้เฟยในชุดสีแดงเพลิงพร้อมผมยาวสลวย กำลังยืนแผดเสียงใส่เครื่องรับส่งวิทยุ (วอล์กเกอร์-ทอล์กเกอร์) อย่างดุเดือด

ในฐานะเพื่อนสนิทของเจ้าสาวมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และยังควบตำแหน่งผู้จัดงานแต่งงานในครั้งนี้ด้วย

หูอี้เฟยสาบานว่าจะต้องเนรมิตงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติและน่าประทับใจที่สุดให้เพื่อนรักของเธอให้ได้!

แต่ทว่า...

ก็เหมือนกับกฎของเมอร์ฟี ยิ่งคุณอยากให้งานออกมาสำเร็จราบรื่นมากเท่าไหร่ สวรรค์ก็ยิ่งไม่ยอมปล่อยให้คุณสมหวังง่าย ๆ เท่านั้น

ขณะที่หูอี้เฟยกำลังด่าทอร้านขายพรมแดงเรื่องโกงความยาวอยู่นั้น

ก็มีคนเดินถือเอกสารรายการของเข้ามาหา

"พี่อี้เฟยครับ รบกวนเซ็นรับกระเช้าดอกไม้ที่สั่งไว้หน่อยครับ"

ขณะที่กำลังเซ็นชื่อ หูอี้เฟยก็ถามขึ้นตามสัญชาตญาณ "แล้วกระเช้าดอกไม้อยู่ไหนล่ะ?"

คิดไม่ถึงเลยว่า พอเธอหันหลังกลับไป จะเจอเข้ากับกระเช้าดอกไม้ขนาดมหึมาที่แทบจะทิ่มหน้าเธออยู่รำไร

"ขอร้องเถอะ! นี่มันที่อยู่สำหรับเก็บเงิน ไม่ใช่ที่อยู่จัดส่ง!"

"พวกคุณจะให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวจัดงานแต่งงานกันในห้องนอนหรือไง? รีบขนกระเช้าดอกไม้ลงไปไว้ที่ลานสนามหญ้าข้างล่างเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

หูอี้เฟยเอามือกุมขมับด้วยความรู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

คนพวกนี้ไม่มีใครพึ่งพาได้สักคน สุดท้ายเธอต้องลงมือทำเองทุกอย่าง

ยังไม่ทันจะได้พักหายใจ โทรศัพท์จากเจ้าสาวก็ดังเข้ามาอีก

หูอี้เฟยต้องเค้นพลังงานทั้งหมดออกมาอีกครั้งแล้วกดรับสาย

"ฮัลโหลจ้าตูดู ไม่ต้องห่วงนะ ทางนี้ทุกอย่างโอเคเรียบร้อยดีจ้า~ ตัวเองแค่เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดก็พอ ถึงเวลาละก็รับรองว่าต้องทำทุกคนตะลึงแน่ ๆ"

น้ำเสียงบีบเล็กบีบน้อยที่ดูดัดจริตของหูอี้เฟย ทำเอาคนอื่น ๆ ที่กำลังยุ่งอยู่แถวนั้นพากันขนลุกซู่ไปตาม ๆ กัน

พอวางสายปุ๊บ หูอี้เฟยก็สลับโหมดกลับมาเป็นสาวแกร่งสุดโหดทันที

"มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่? ฝ่ายพร็อพ, ฝ่ายจัดเลี้ยง, ฝ่ายฉาก, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย แล้วก็... ฝ่ายอะไรก็ไม่รู้ที่อยู่ตรงนั้นน่ะ—ทุกคนขยับด่วน ไป ๆ ๆ ๆ ๆ!!!"

"ว้าว นี่คือสถานที่จัดงานแต่งงานเหรอคะ? สวยจังเลย"

ทั้งสามคนลงมาจากรถ หลินหว่านยวี่มองดูซุ้มประตูโค้งสีแดงที่ประดับด้วยดอกไม้สด พลางเอ่ยชมออกมาจากใจจริง

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นงานแต่งงานของจริงในชีวิต เธอจึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งรอบตัว

ลู่จ่านป๋อเองก็ดูตกตะลึงไม่แพ้กัน "ซูเฉิน ฉันคิดไม่ถึงเลยว่างานแต่งเพื่อนมัธยมของนาย กับงานแต่งเพื่อนมหาวิทยาลัยของพี่สาวฉันจะเป็นที่เดียวกัน พวกเรานี่มีพรหมลิขิตต่อกันจริง ๆ!"

ซูเฉินยิ้มรับแต่ไม่ได้พูดอะไร

ทั้งสามคนเดินเข้าไปข้างในพร้อมกัน

จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางทางไว้

"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาฝากซองช่วยงานหรือยังคะ?"

ลู่จ่านป๋อทำหน้าซื่อพร้อมถามด้วยความสงสัย "ฉันมาหาพี่สาวน่ะ ทำไมต้องจ่ายเงินด้วยล่ะ?"

หญิงคนนั้นขมวดคิ้วแล้วถามกลับ "พี่สาวคุณเป็นเจ้าสาวเหรอคะ?"

ลู่จ่านป๋อตอบ "พี่สาวฉันไม่ใช่เจ้าสาวหรอก คร้บเธอเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าสาว..."

ยังไม่ทันที่ลู่จ่านป๋อจะพูดจบ หญิงคนนั้นก็พูดแทรกขึ้นมาทันควัน

"ถ้าไม่ใช่เจ้าสาวก็ต้องจ่ายเงินช่วยงานค่ะ เมื่อกี้เพิ่งมีผู้ชายถือยาบำรุงกำลังแอบเนียนเข้ามาหาของกินฟรี ๆ ฉันเพิ่งแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยไปเองนะคะ!"

"เพราะฉะนั้น ฉันแนะนำว่าอย่ามาเล่นตุกติกที่นี่จะดีกว่า!"

ตอนที่ 4: คู่ปรับตามโชคชะตา ลู่จื่อเฉียวผู้ถูกต้อนจนมุม

ผู้ชายที่ผู้หญิงคนนั้นพูดถึงว่าถือยาบำรุงกำลังเข้ามาเนียนกินฟรี จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่จื่อเฉียว

หญิงคนนั้นเพิ่งจะโดนลู่จื่อเฉียวหลอกมาหยก ๆ

ตอนนี้เธอเลยพาลมองพวกเขาสามคนเป็นพวกสิบแปดมงกุฎไปด้วย

เมื่อเห็นดังนั้น ซูเฉินจึงรีบหยิบเงินหนึ่งพันหยวนออกมาส่งให้ทันที

—พวกเราสามคนเป็นเพื่อนของเถี่ยจู้น่ะครับ นี่เป็นเงินช่วยงานของพวกเรา"

เมื่อเห็นว่าซูเฉินรู้ชื่อของเจ้าบ่าว แถมยังควักเงินช่วยงานออกมาให้จริง ๆ

ท่าทีของหญิงคนนั้นก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที

"อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเพื่อนของคุณเจ้าบ่าวนี่เอง ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ค่ะ เชิญด้านในเลยค่ะ เชิญทางนี้เลย"

เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนท่าทีมาต้อนรับซูเฉินอย่างนอบน้อม ลู่จ่านป๋อก็ทำหน้าเซ็ง

"ผู้หญิงเมื่อกี้ไร้เหตุผลชะมัด ฉันก็บอกอยู่ว่ามาหาพี่สาว มีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้เข้า!"

"แถมยังระแวงว่าฉันจะเป็นพวกต้มตุ๋นอีก เกินไปหน่อยไหมเนี่ย"

ซูเฉินตบไหล่ลู่จ่านป๋อพลางปลอบใจ

"เธอแค่นิสัยทำตามหน้าที่น่ะครับ พอเราจ่ายเงินช่วยงานแล้ว เธอก็เชิญเราเข้างานอย่างดีไม่ใช่เหรอ?"

"เอาหน่าจ่านป๋อ วันนี้เป็นวันมงคล อย่าคิดมากเลยครับ"

หลินหว่านยวี่เดินตามหลังมาพลางฟังบทสนทนาของทั้งคู่ และความรู้สึกดี ๆ ที่เธอมีต่อซูเฉินก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง

"ซูเฉินนี่พึ่งพาได้จังเลย แมนสุด ๆ ผู้ชายที่แก้ปัญหาได้เนี่ย มีเสน่ห์ที่สุดแล้ว!"

ลู่จ่านป๋อพยักหน้าเห็นด้วย "ซูเฉิน นายพูดถูก ขอบใจนายมากนะที่ช่วยออกเงินแก้สถานการณ์ให้เมื่อกี้"

"พอดีตอนนี้ฉันไม่มีเงินสดติดตัวเลย เดี๋ยวเจอพี่สาวแล้ว ฉันจะให้พี่คืนเงินให้นะ"

หลินหว่านยวี่ก็ก้าวเข้ามาพูดด้วยเช่นกัน "ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่ามาร่วมงานแต่งต้องจ่ายเงินด้วย ไว้ฉันหางานทำได้แล้ว จะรีบหาเงินมาคืนให้นะคะ?"

เนื่องจากหนีงานแต่งงานมา บัตรธนาคารทั้งหมดของหลินหว่านยวี่จึงถูกคุณพ่อสั่งอายัดไว้เรียบร้อย

ตอนนี้เธอเรียกได้ว่าถังแตกจนแทบไม่มีเงินกินข้าวด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้น ตอนนี้เธอจึงไม่มีปัญญาจะคืนเงินให้เขาจริง ๆ

ซูเฉินพยักหน้ารับ "ไม่มีปัญหาครับ ไม่ต้องรีบ"

เงินก้อนนี้เป็นเงินที่ระบบเพิ่งแจกให้ซูเฉินมาสด ๆ ร้อน ๆ เขาจึงไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยสักนิด

ถ้าไม่กลัวว่าทั้งสองคนจะคิดมาก ซูเฉินก็ไม่ได้กะจะให้พวกเขาคืนเงินอยู่แล้ว

เนื่องจากพิธีแต่งงานยังไม่ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ซูเฉินจึงตัดสินใจพาหลินหว่านยวี่เดินเที่ยวชมรอบ ๆ งานก่อน

ส่วนลู่จ่านป๋อขอตัวขึ้นไปบนห้องพักในตึกเพื่อเอาสัมภาระไปเก็บ และไปรายงานตัวกับพี่สาวของเขา

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของงาน

ลู่จื่อเฉียวที่ปลอมตัวเป็นบาทหลวง บังเอิญเดินมาชนเข้ากับเฉินเหม่ยเจียที่แอบเนียนเข้ามาหาของกินฟรีเหมือนกัน

"เฉินเหม่ยเจีย?"

"ลู่จื่อเฉียว!"

จบบทที่ บทที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว