- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนทางหลวง ใครปล่อยเธอเข้ามา โดนปล้นจนเกลี้ยง
- ตอนที่ 308 มนุษย์เงือกสังเคราะห์
ตอนที่ 308 มนุษย์เงือกสังเคราะห์
ตอนที่ 308 มนุษย์เงือกสังเคราะห์
.
.
คืนแรกหลังเข้าสู่ดันเจี้ยน ไม่มีใครถูกส่งตัวกลับมา
กระดานจัดอันดับทั้งสองรายการแสดงสถานะว่า ผู้เล่นทุกคนที่เข้าร่วมดันเจี้ยนถูกตัดการเชื่อมต่อ
ช่องแชทโลกตกอยู่ในความโกลาหล
ส่วนความคิดเห็นเต็มไปด้วยการคาดเดาเกี่ยวกับดันเจี้ยน บางคนบอกว่าดันเจี้ยนสวนเอเดนยากเกินไป จนผู้เล่นที่สมัครเข้าร่วมตายหมด ไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว บางคนก็บอกว่าระบบเกิดข้อผิดพลาด ทำให้ผู้เล่นติดอยู่ภายในดันเจี้ยน…
วันถัดมาหลังดันเจี้ยนเปิด ผู้คนที่เข้าร่วมก็ยังไม่กลับมา แม้แต่ระบบ 04 ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
นี่คือคืนที่สามแล้วนับตั้งแต่พวกเขาหายตัวไป
เจียงนั่วมองอวาตาร์ที่ถูกตัดการเชื่อมต่อทั้งสองอันแล้วถอนหายใจยาว ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาก็คงไม่กลับมา
เธอไม่เชื่อว่าเสิ่นชงเยว่กับซ่งฉูจะตาย
นี่เป็นเพียงการตัดการเชื่อมต่อ ไม่ใช่ออฟไลน์เสียหน่อย!
เสิ่นชงเยว่เป็นคนมีโชค ดันเจี้ยนแค่นี้ไม่มีทางกักตัวเธอไว้ได้
ความโชคดีของเจียงนั่วไม่ได้มีแค่เรื่องดวง แต่ประสาทสัมผัสของเธอยังเฉียบคมอย่างยิ่ง
สัญชาตญาณบอกเธอว่าคนพวกนั้นยังมีชีวิตอยู่ และพวกเขาจะกลับมา
วันนี้เป็นวันที่ 11 หลังเข้าสู่โลกหมอกสีเทา
ช่วงเวลาปลอดภัยถูกลดลงอีก 3 ชั่วโมง และท้องฟ้าก็มืดตั้งแต่เวลา 15.00 น.
นอกจากนี้ เธอยังสัมผัสได้โดยสัญชาตญาณว่า จำนวนมอนสเตอร์ในหมอกเพิ่มขึ้น และระยะเวลาการเผาไหม้ของเชื้อไฟก็สั้นลงอย่างมาก
[แมรี่ซูตัวจริง: วันนี้วันที่สามแล้วใช่ไหม? ยังไม่มีใครที่เข้าดันเจี้ยนกลับมาเลยสักคน]
[ปีกไก่โคล่า: เพราะงั้นฉันถึงบอกว่าดันเจี้ยนสวนเอเดนเป็นกับดัก!]
[ขอให้โชคดีตลอดไป: ตั้งแต่แรกหมายเลข 04 ก็ไม่ได้ใจดีอยู่แล้ว ทำไมระบบถึงปล่อยหีบสมบัติมาให้ผู้เล่นเยอะขนาดนั้นก่อนเปิดดันเจี้ยนปกติ? เพื่อนสนิทของฉันที่สุ่มได้พรสวรรค์ “โชคร้าย” เก็บหีบได้แปดสิบเก้าสิบใบในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว แถมทั้งหมดเป็นหีบระดับ 2 ขึ้นไป นี่มันอาหารมื้อสุดท้ายของระบบชัด ๆ]
[ชีวิตฉันก็เป็นแบบนี้แหละ: มีพิรุธตั้งนานแล้ว! คนที่ยังกระโดดเข้าไปอีกไม่ใช่เอาชีวิตไปทิ้งหรอกเหรอ? เก็บหีบบนทางหลวงแล้วเอาตัวรอดไปเรื่อย ๆ ก็พอแล้ว ถึงจะฝืดหน่อยแต่อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอ?!]
[ชีวิตง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ: เรื่องสวนเอเดนช่างมันก่อน พวกคุณไม่สังเกตเหรอว่าเวลาการเผาไหม้ของเชื้อไฟปกติลดลงแล้ว? ฉันลองทดสอบดู เวลาเจ้าพวกนั้นด้านนอกเพิ่มขึ้น ระยะเวลาเผาไหม้ 2 ชั่วโมงจะหายไปครึ่งหนึ่ง…]
[บะหมี่เย็นย่างสุดเศร้า: เชื้อไฟระดับสูงกว่าขั้นเริ่มต้นผลกระทบไม่ค่อยชัด เชื้อไฟระดับกลางแทบไม่เปลี่ยน ส่วนเชื้อไฟระดับสูงฉันยังไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าร้านค้าจะมีขายไหม?]
[โรคกลั้นเงินไม่อยู่: ข้างบนลืมไปแล้วเหรอว่าพวกบอสอยู่ในดันเจี้ยน?]
[ดีก้าแห่งแดนตงเป่ย: โอ๊ย! งั้นพวกเราก็ซื้อน้ำยาฟื้นฟูไม่ได้แล้วสิ? ไม่เอาน่า! หมายเลข 04 รีบคายผู้เล่นพวกนั้นออกมาเร็ว ๆ ดันเจี้ยนจะยากแค่ไหนก็คงไม่ถึงขั้นอัตราตาย 100% หรอกมั้ง]
[แมลงสาบสาวเซ็กซี่วัย 90 ปี: ถ้าไม่พูดขึ้นมาฉันก็ลืมไปแล้วจริง ๆ]
เจียงนั่วเหลือบมองช่องแชท ส่วนใหญ่ก็เป็นบทสนทนาไร้สาระ
ตูม!!
เสียงกระแทกดังขึ้นจากด้านนอกรถ ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนจนตัวรถโยกไหว
หมอกสีเทานอกกระจกหน้ารถค่อย ๆ จางลง และมีผีรูปร่างสูงผอมจำนวนนับไม่ถ้วนขวางอยู่ห่างจากรถเพียงไม่กี่เมตร
ในโลกหมอกสีเทา สิ่งต้องห้ามที่สุดคือการสบตากับผีและมอนสเตอร์
[ติ๊ง! ค่าสติของผู้เล่นลดลง 20 แต้ม พลังชีวิตลดลง 5 แต้ม]
เจียงนั่วรีบละสายตา จอดรถ แล้วหยิบน้ำพลูด่างออกมาฉีดใส่ตัวเอง กลิ่นอายเย็นเยียบค่อย ๆ สลายไป
เธอตุนของสิ่งนี้ไว้หลายขวด ใช้ได้นานพอสมควร
สมแล้วที่เป็นสินค้าจากร้านของบอสใหญ่ แม้แต่น้ำพลูด่างที่ดูธรรมดาก็ยังมีผลช่วยฟื้นฟูจิตใจ
ภายในรถไร้ซึ่งสายลม เปลวไฟในเตาอั้งโล่เบาะหลังสั่นไหวไม่หยุด…
เจียงนั่วหยิบเชื้อไฟธรรมดาออกมาจุด แสงไฟส่องเงาร่างด้านนอกรถให้ปรากฏชัด ขณะที่หมอกค่อย ๆ ถอยห่างออกไป
ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติ
เมื่อเจียงนั่วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผีรูปร่างสูงผอมเหล่านั้นก็หายไปแล้ว
ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตา
…
สนามประลองแอปเปิลแดง
บนเวทีประลอง มนุษย์เงือกเมโลดี้กางแขนออก ราวกับต้องการโอบกอดเสิ่นชงเยว่
เสิ่นชงเยว่เดินเข้าไปหาเขาทีละก้าวอย่างโซเซ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“สมแล้วที่เป็นมนุษย์เงือกคุณภาพสูงที่เมืองศูนย์กลางเพาะเลี้ยงขึ้นมา แค่เริ่มต้นก็ควบคุมเสิ่นเยว่ได้แล้ว”
“เสียงเพลงของมนุษย์เงือกมีพลังสะกดจิต เป็นเรื่องปกติที่คนจะตกหลุมพราง ถ้าไม่ใช่เพราะสนามประลอง พวกเราเองก็คงถูกเสียงเพลงล่อลวงเหมือนกัน”
“เมโลดี้ ฆ่าเธอซะ แล้วนายจะชนะ!”
“รีบฆ่าเสิ่นเยว่เร็วเข้า!!”
ผู้ชมใต้เวทีต่างตะโกนโห่ร้อง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความคลุ้มคลั่ง ราวกับถ้าพวกเขาขึ้นเวทีได้ ก็คงลงมือเองไปแล้ว
“คุณหนูลิลิธ จะเลิกล้มเรื่องน้ำยาฟื้นฟูแล้วหรือคะ?”
ความจริงสิ่งที่แม็กกี้อยากพูดคือ
คุณควรเลิกล้มความคิดเรื่องเสิ่นเยว่ได้แล้ว
มนุษย์เงือกเป็นผลิตภัณฑ์สังเคราะห์จากห้องทดลองของตระกูลอานูร์ และพวกเขายังฉีดสารมลพิษเข้าไปในร่างของมันด้วย
เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา เสียงของเมโลดี้สามารถทำให้คู่ต่อสู้สูญเสียตัวตนของตนเองได้
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะตายง่าย ๆ”
ในฐานะผู้มีพลังคาดการณ์อนาคต ลิลิธมีความไวต่อแนวโน้มของอนาคตสูงเป็นพิเศษ
เสิ่นเยว่คงไม่ตาย
แม็กกี้รับคำแล้วถอยไปยืนด้านหลังลิลิธอย่างนอบน้อม
มีเพียงเธอ นักปรุงยา และป้าของตระกูลอานูร์เท่านั้นที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์เงือก
แม้แต่ผู้อาวุโสของสายตระกูลรองก็ยังจมอยู่ในอาณาเขตของมนุษย์เงือก
บนเวที
ดวงตาของเสิ่นชงเยว่ไร้โฟกัส ขณะที่เธอเหลือระยะห่างจากมนุษย์เงือกเพียงไม่กี่ก้าว
ทันใดนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงของอีกฝ่าย
ดวงตาลวงตา ทำงาน
[มนุษย์อสูรสังเคราะห์เทียม: มนุษย์เงือก / มนุษย์ปลา?]
[อายุ: 56 ปี]
[ค่าร่างกาย: 340 แต้ม (ฟื้นฟูแขนขา)]
[พละกำลัง: 290 แต้ม (พละกำลังมหาศาล)]
[ความเร็ว: 490 แต้ม (รวดเร็วดุจสายลม ดุจสายฟ้า)]
[พรสวรรค์: เสียงเพลงสามารถสะกดผู้ที่ได้ยิน ดวงตาสามารถล่อลวงและควบคุมผู้อื่น พื้นที่ครอบคลุมของความสามารถในการสะกดอยู่ที่ 10-20 กิโลเมตร การสัมผัสกับร่างกายจะก่อให้เกิดมลพิษทางจิต…]
ค่าสถานะของมนุษย์เงือกตัวนี้สูงที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
ที่แท้อาณาเขตของมนุษย์เงือกก็ถูกกางเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นสู่เวทีเสียอีก
เสิ่นชงเยว่รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
ค่าสถานะของมนุษย์เงือกสูงเกินไป ต่อให้ใช้สกิล เธอก็มีแต่จะถูกสังหาร
แล้วทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ลงมือ?
แม้จะคิดเช่นนั้น แต่ในวินาทีที่สายตาทั้งสองประสานกัน เสิ่นชงเยว่ก็ลากอีกฝ่ายเข้าสู่ภาพลวงตาหลายชั้น และได้เห็นอดีตของมนุษย์เงือกเมโลดี้
มนุษย์เงือกมีคู่ครองเพียงคนเดียวตลอดชีวิต
เช่นเดียวกับมนุษย์เงือกส่วนใหญ่ในเผ่าพันธุ์ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เมโลดี้ก็ได้พบคู่ครองที่ตนรัก และเดิมทีพวกเขาควรใช้ชีวิตอยู่ในมหาสมุทรด้วยกัน
กระทั่งวันหนึ่ง เมโลดี้ได้รับบาดเจ็บและถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง ก่อนจะถูกชาวประมงจับตัวไป
ชาวประมงนำมนุษย์เงือกไปแลกเป็นเหรียญดวงดาว และเมโลดี้ก็กลายเป็นวัตถุทดลองของตระกูลอานูร์
ไม่นานหลังจากนั้น มนุษย์เงือกชุดใหม่ก็ถูกส่งเข้าห้องทดลอง
ในนั้นมีคู่ครองของเขาอยู่ด้วย
ผู้สังเกตการณ์ค้นพบเรื่องนี้ เมโลดี้จึงเปลี่ยนจากการต่อต้าน กลายเป็นยอมให้ความร่วมมือ…
พวกเขาฉีดสารดัดแปลงพันธุกรรมและสารมลพิษหลากหลายชนิดเข้าสู่ร่างของเขา
หลังจากนั้น เมโลดี้ก็กลายเป็นนายพลประจำสนามประลองของเมืองศูนย์กลาง และสถาบันวิจัยก็มอบอำนาจมหาศาลให้แก่เขา
ตราบใดที่เขายังคงให้ความร่วมมือในการทดลอง
สิ่งที่เมโลดี้ร้องขอมีเพียงอย่างเดียว
นั่นคือการได้พบคู่ครองของตนเดือนละครั้ง
แต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ความสามารถของเขาลดลงอย่างหนัก และเจ้าหน้าที่ห้องทดลองก็ย้ายเขามายังเมืองเซอร์เบีย
มนุษย์เงือกที่เป็นคู่ครองกันจะมีลวดลายสัตว์อสูรอยู่บนร่างกาย
ลวดลายสัตว์อสูรสามารถรับรู้การมีอยู่ของอีกฝ่ายได้
แต่เมื่อครึ่งเดือนก่อน ลวดลายสัตว์อสูรของเมโลดี้กลับหายไป
เวลาเพียงไม่กี่วินาที สรุปเรื่องราวทั้งชีวิตของมนุษย์เงือกเอาไว้ทั้งหมด!
เสิ่นชงเยว่สัมผัสได้ว่า มนุษย์เงือกไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าเธอเลย
แม้กระทั่งตอนที่ภาพลวงตาบุกรุกเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกของเขา… อีกฝ่ายก็ยังไม่คิดต่อต้านแม้แต่น้อย
.
.
จบ.