เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2: พ่อผู้พึ่งพาไม่ได้

บทที่ 2: พ่อผู้พึ่งพาไม่ได้

บทที่ 2: พ่อผู้พึ่งพาไม่ได้


"คุณหลิน ขอบคุณมากนะครับ ถ้าผมไม่ได้สั่ง ห้ามขายหุ้นตัวนี้เด็ดขาด"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น น้ำเสียงของเจิ้งคุนก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที มาร์เก็ตติ้งหลินรู้ดีว่านักเขียนนิยายดาวรุ่งคนนี้กำลังพูดจริงจัง

"วางใจได้เลยครับคุณเจิ้ง นี่มันอาชีพเลี้ยงปากท้องของพวกผมอยู่แล้ว"

...

หลังจากเดินออกจากตลาดหลักทรัพย์เกาลูน เขาก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันที ไม่ใช่ว่าโลกภายนอกไม่มีอะไรน่าสนุก แต่การอยู่บ้านมันประหยัดกว่า การออกไปข้างนอกมีแต่เรื่องให้ต้องเสียเงิน และค่าครองชีพในฮ่องกงยุคนี้ก็แพงหูฉี่ วันนี้เขาเพิ่งกู้เงินมาห้าแสนดอลลาร์ฮ่องกง ดังนั้นเพื่อความประหยัด เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า

ทว่ายังไม่ทันจะถึงตัวตึก เขาก็เหลือบไปเห็นเจิ้งฟู่กุ้ยผู้เป็นพ่อ กำลังยืนคุยโวหัวเราะร่าอยู่กับคุณน้าคนหนึ่งอายุราว ๆ สามสิบปี ดูมีความสุขเป็นล้นพ้น

พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็ได้ยินเสียงพ่อพูดกับคุณน้าคนนั้นว่า "เสี่ยวหลี่ คืนนี้มีหนังฉายนะ ผมขอเลี้ยงคุณเอง ซื้อตั๋วไว้เรียบร้อยแล้วด้วย ถ้าคุณไม่ไป ผมคงต้องนั่งเหงาเศร้าสร้อยอยู่คนเดียวแน่ ๆ"

เหอ ๆ...

เจิ้งคุนที่เดินเข้ามาได้ยินเข้าพอดีแทบจะสำลัก ใครใช้ให้เขามาเกิดเป็นลูกชายของตาแก่นี้กันล่ะ ทำได้เพียงก้มหน้ารับกรรมและแบกรับภาระอันหนักอึ้งที่เด็กวัยนี้ไม่ควรต้องมาเจอ

คุณน้าที่ชื่อเสี่ยวหลี่เอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก "คืนนี้มาทานข้าวเย็นที่บ้านฉันก่อนสิคะ แล้วค่อยไปดูด้วยกัน"

"ดีเลย ดีเลย! เสี่ยวหลี่คุณนี่รู้ใจจริงๆ งั้นเราไปซื้อกับข้าวกันตอนนี้เลยไหม..."

เจิ้งฟู่กุ้ยกำลังคุยจ้ออย่างออกรสออกชาติกับคุณน้าคนนั้น ทันใดนั้นคุณน้าก็เหลือบมาเห็นและทักขึ้นว่า "อาคุนกลับมาแล้วเหรอ คืนนี้มาทานข้าวเย็นที่บ้านน้าเสี่ยวหลี่นะ"

"ขอบคุณครับน้าเสี่ยวหลี่ ผมขอตัวขึ้นบ้านก่อนนะครับ จะได้ไม่รบกวนน้ากับพ่อ ไปก่อนนะครับ"

เขาพูดจบก็รีบเดินเข้าตึกตรงกลับห้องทันที ท่าทางของเขาในสายตาของคุณน้าคนนั้นช่างดูเป็นเด็กหนุ่มที่รู้ความเหลือเกิน

"ไปซื้อกับข้าวกันเถอะค่ะ จะได้รีบทำรีบกินแล้วไปดูหนังกัน"

เจิ้งฟู่กุ้ยที่ตอนแรกกะจะหันมาดุเจิ้งคุนเสียหน่อย พอได้ยินคำพูดของคุณน้าเสี่ยวหลี่ก็เปลี่ยนอารมณ์ทันควัน รีบเดินตามไปซื้อกับข้าวด้วยความเบิกบานใจ

เจิ้งคุนกลับมายังห้องเช่าปัจจุบันของพวกเขา ห้องนี้เขาเป็นคนออกเงินค่าเช่าเอง จะเรียกว่าอพาร์ตเมนต์หรูขนาดพันตารางฟุตก็ได้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะเช่าห้องใหญ่โตขนาดนี้ แต่เป็นเพราะพ่อของเขาเรียกร้อง ค่าเช่าปีแรกรวมเงินประกันแล้วตกอยู่ราว ๆ สามหมื่นดอลลาร์ฮ่องกง

ส่วนเหตุผลที่พ่ออยากมาเช่าที่นี่ ตอนแรกเจิ้งคุนก็ไม่เข้าใจ จนกระทั่งย้ายเข้ามาอยู่แล้วเห็นพ่อชอบวิ่งไปที่ห้องฝั่งตรงข้ามบ่อย ๆ แถมยังได้ยินคนในตึกซุบซิบกันว่า ห้องตรงข้ามมีคุณน้าม่ายอาศัยอยู่คนเดียว แว่ว ๆ ว่าเธอได้รับมรดกมาเป็นเงินก้อนโต ทว่านั่นก็เป็นเพียงข่าวลือที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน

เขาไม่รู้ว่าพ่อไปขายขนมจีบท่าไหนจนได้ลงเอยกัน แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถ้าเธอรวยจริง ๆ พ่อของเขาจะได้ไม่ต้องลำบากทำงานอีกต่อไป และตัวเขาเองก็จะได้อัปเกรดเป็นลูกคนรวย ทางสะดวกเห็น ๆ

แบบนี้มันช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้ชีวิตไม่ใช่หรืออย่างไร เจิ้งคุนคิดว่าตัวเองเป็นคนสายตากว้างไกลเสมอ

เย็นวันนั้น พ่อกับคุณน้าออกไปดูหนังด้วยกัน ทิ้งให้เขาอยู่บ้านตามลำพัง ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่เรื่องการหาเงินให้ได้มาก ๆ เพื่อที่จะได้นอนตื่นสายโดยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก มีคนคอยปรนนิบัติเวลากินข้าว และมีรถหรูพร้อมคนขับกับบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันเวลาออกไปข้างนอก

อ้อ ใช่แล้ว... ยังต้องมีคฤหาสน์หลังใหญ่ รถสปอร์ตหรู ๆ และสาวสวยเคียงข้างด้วย พอคิดถึงตรงนี้ เจิ้งคุนก็รู้สึกเหมือนมีพลังงานขับเคลื่อนในตัวพุ่งพล่านขึ้นมาทันที

เขาลงมือเขียนนิยายเรื่องใหม่ชื่อ "มรสุมตลาดหุ้น" ภาค 1 โดยนำข้อมูลที่เพิ่งไปเก็บมาผสมผสานลงไปด้วย พอมองดูเวลาก็เห็นว่าสี่ทุ่มแล้วแต่พ่อยังไม่กลับ เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร ทว่าครู่ต่อมาก็ได้ยินเสียงประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิดและปิดลง แต่พ่อก็ยังคงไม่กลับมาที่ห้อง

"หึหึ ตาแก่นี่ร้ายไม่เบาแฮะ นับถือเลย"

เจิ้งคุนจัดเก็บข้าวของแล้วเข้านอน เพราะพรุ่งนี้เขาต้องไปตลาดหลักทรัพย์เกาลูนแต่เช้า คืนนั้นผ่านไปอย่างราบรื่น เช้าวันรุ่งขึ้น พ่อก็ตะโกนเรียกเขาให้มากินข้าว

"ไอ้ลูกชาย ตื่นมากินข้าวเช้าได้แล้ว"

เจิ้งคุนตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียและรู้สึกแปลกใจ อะไรกันเนี่ย เช้าตรู่ขนาดนี้คนจะหลับจะนอนไม่ได้หรือไง

"พ่อ ทำอะไรเนี่ย ผมยังวัยรุ่นอยู่เลยนะ ต้องการเวลาพักผ่อน"

พอเห็นพ่อทำหน้าไม่พอใจ เจิ้งคุนก็รู้ชะตากรรมว่าตัวเองต้องเดือดร้อนแน่ พ่อรีบเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วดึงตัวเขาขึ้นมาทันทีโดยไม่สนใจว่าเขายังอยากนอนอยู่ไหม

"รีบแต่งตัวเข้า จะไปกินข้าวเช้าที่บ้านเสี่ยวหลี่กัน แกนี่มันจะขี้เกียจเกินไปแล้ว"

เจิ้งคุนรีบสวนกลับทันที "ครบร้บ ๆ ตื่นแล้ว อย่างน้อยก็ให้ผมแต่งตัวก่อนสิ ตาแก่ พ่อจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย"

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องไปตลาดหุ้น เขาจึงรีบสวมเสื้อผ้าและไปล้างหน้าแปรงฟัน ตอนแรกคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก แต่นาฬิกาปลุกหายไป พ่อกลับกลายมาเป็นเครื่องปลุกชั้นยอดแทนเสียอย่างนั้น

"พระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตกแน่ ๆ ไม่รู้ตาแก่นี่วางแผนอะไรไว้อีก"

ไม่นานนักเขาก็แต่งตัวเสร็จและมาถึงห้องของคุณน้า วันนี้คุณน้าคงแต่งหน้าจัดเต็มเป็นพิเศษ ดูแต่งตัวฉูดฉาดอยู่ไม่น้อย พอหันไปมองพ่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็เห็นสีหน้ามีความสุขจนเนื้อเต้น

สองคนนี้ต้องมีลับลมคมนัยอะไรกันแน่ ๆ มีซัมติงกันใช่ไหม ใช่แน่ ๆ เขาขยิบตาจับผิดทั้งคู่ ทว่าพอเห็นอาหารเช้าอันน่ารับประทานที่วางอยู่เต็มโต๊ะ เขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรกันมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาสักหน่อย

เมื่อเห็นเจิ้งคุนก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย คุณน้าก็พลอยมีความสุขไปด้วย

"อาคุน กินช้า ๆ ก็ได้ ลูก ยังมีอีกเยอะแยะ"

พ่อเองก็เริ่มลงมือกินเช่นกัน และดูท่าทางจะอารมณ์ดีมาก

หลังจากทานเสร็จ คุณน้าก็เก็บกวาดโต๊ะอาหาร เจิ้งคุนสังเกตเห็นว่าทั้งสองคนดูเหมือนมีอะไรอยากจะพูด แต่กลับท่าทางอึกอักไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนไม่ยอมพูด เด็กอย่างเขาก็คงต้องเป็นฝ่ายเปิดประเด็นเอง

"มีอะไรจะบอกผมก็รีบพูดมาเถอะครับ เดี๋ยวผมต้องออกไปทำธุระข้างนอกต่อ"

พ่อกับคุณน้าหันมามองหน้ากัน ในที่สุดพ่อก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมา "อาคุน คือพ่อกับเสี่ยวหลี่เราคบหากันอยู่ เมื่อวานพ่อขอเธอแต่งงานแล้ว และเธอก็ตอบตกลง ดังนั้นเลยอยากจะบอกให้แกรับรู้ไว้"

เจิ้งคุนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขานึกว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร ที่ไหนได้ก็แค่เรื่องขี้ผงแค่นี้เอง

"น้าเสี่ยวหลี่ น้าตาถั่วไปมองเห็นอะไรในตัวพ่อผมเนี่ย เพราะเขาแก่ หรือเพราะเขาไม่ชอบอาบน้ำกันแน่ ตาแก่นี่ไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียวเลยนะ มีเรื่องแค่นี้ใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมจะได้ไปทำธุระต่อ"

พอได้ยินลูกชายเผาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ หน้าแก ๆ ของพ่อก็เริ่มถอดสี เขาถลึงตาใส่เจิ้งคุนอย่างดุดัน ก่อนจะหันไปส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้เสี่ยวหลี่ "เสี่ยวหลี่คือ..."

"อาคุน อย่าไปพูดถึงพ่อแบบนั้นสิจ๊ะ พ่อเขาเป็นคนดี คารมดี แถมยังมีความสามารถ น้าชอบเขามากเลยล่ะ"

เจิ้งคุนถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณน้าคนนี้โดนความรักบังตาจนถอนตัวไม่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่างเถอะ คนขี้เกียจกับคนคลั่งรักมาเจอกันก็เหมาะสมกันดีแล้ว เขาจึงยื่นมือไปตรงหน้าคุณน้าทันที

พ่อกับคุณน้าไม่เข้าใจความหมายจึงเอ่ยถามขึ้นมา "ไอ้ลูกชาย แกจะทำอะไรของแก"

"ก็อั่งเปาไงครับ พ่อกับน้าเสี่ยวหลี่จะแต่งงานกัน ผมก็ต้องได้อั่งเปาสิ"

ถึงแม้คุณน้าจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้อั่งเปาด้วย อาจจะเป็นธรรมเนียมฮ่องกงที่เธอไม่รู้หรือเปล่า แต่เธอก็ยอมเดินไปเตรียมซองอั่งเปามาส่งให้เขาแต่โดยดี

จบบทที่ บทที่ 2: พ่อผู้พึ่งพาไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว