- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 232 เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดีและการสนับสนุนของเสี่ยวอู่
ตอนที่ 232 เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดีและการสนับสนุนของเสี่ยวอู่
ตอนที่ 232 เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดีและการสนับสนุนของเสี่ยวอู่
"ที่ข้าบอกเรื่องพวกนี้แก่พวกเจ้าทั้งสอง ก็เพราะพวกเจ้าได้เข้าร่วมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรแล้ว"
"เหล่าผู้อาวุโสและสมาชิกทีมรบของพันธมิตร ข้าจะมอบวงแหวนประทานจากสวรรค์ให้แก่พวกเขาทุกคน"
"จะรับไว้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเจ้าเอง"
เย่มู่กล่าวเสริมในตอนท้าย ทำเอาทั้งสองคนถึงกับตื่นเต้นจนร่างสั่นสะท้าน
ถึงกับจะมอบวงแหวนประทานจากสวรรค์ให้พวกเขาเชียวหรือ?
หากสามารถปรับเปลี่ยนอายุวงแหวนวิญญาณของพวกเขาได้ ความแข็งแกร่งโดยรวมย่อมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
การเลื่อนระดับจากวงแหวนวิญญาณระดับร้อยปีไปสู่ระดับหมื่นปี พลังทำลายล้างที่เพิ่มขึ้นมานั้นไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองเท่าอย่างแน่นอน
"ท่านผู้นำ พวกข้ายอมรับ!" เฟิงฉี่อวิ๋นตอบกลับอย่างเด็ดขาด
เรื่องพรรค์นี้มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะปฏิเสธ
"ตกลง เช่นนั้นข้าจะช่วยยกระดับอายุวงแหวนวิญญาณให้พวกเจ้าคนละหนึ่งวงก่อน เพราะถึงอย่างไรมันก็มีระยะเวลาคูลดาวน์อยู่บ้าง"
"ขอบคุณท่านผู้นำ!"
แม้ตอนนี้จะสามารถยกระดับวงแหวนวิญญาณได้เพียงแค่วงเดียว แต่นั่นก็ถือเป็นโชคดีอันหาที่สุดไม่ได้สำหรับพวกเขาแล้ว
"วงแหวนวิญญาณวงที่แปดของผู้อำนวยการเฟิง น่าจะสามารถยกระดับขึ้นไปได้ถึงเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปี"
เย่มู่ให้ทั้งสองปลดปล่อยวงแหวนวิญญาณออกมา แสร้งทำเป็นพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยข้อสรุป
"ส่วนวงแหวนวิญญาณวงที่สี่ของเฟิงเสี้ยวเทียน สามารถยกระดับได้ถึงสองหมื่นปี"
พอได้ยินตัวเลขอายุวงแหวน ทั้งสองก็ถึงกับยืนอึ้งตาค้าง
เรื่องต่อจากนั้นก็ง่ายดายยิ่งนัก เขาเพียงแค่ให้ระบบสร้างภาพลวงตาของวงแหวนประทานจากสวรรค์ขึ้นมา เพียงพริบตาเดียวอายุวงแหวนวิญญาณของทั้งสองก็ถูกยกระดับขึ้นอย่างสมบูรณ์
การทำงานของระบบ ย่อมไม่มีใครสามารถจับสังเกตถึงความผิดปกติได้อย่างเด็ดขาด
เมื่ออายุวงแหวนวิญญาณเพิ่มสูงขึ้น เฟิงฉี่อวิ๋นก็ตื่นเต้นดีใจเสียจนแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น
นั่นก็เพราะวงแหวนวิญญาณวงที่แปดเดิมทีของเขาอยู่ที่หกหมื่นปี! แต่บัดนี้ มันห่างจากระดับแสนปีเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
การยกระดับอายุวงแหวนขึ้นมาเกือบสี่หมื่นปี พลังทำลายล้างที่เพิ่มขึ้นมาย่อมอยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัว
ส่วนเฟิงเสี้ยวเทียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง วงแหวนวิญญาณวงที่สี่ของเขาแต่เดิมคือระดับพันปี แต่ตอนนี้กลับก้าวกระโดดกลายเป็นสองหมื่นปี พลังที่เพิ่มพูนขึ้นมาย่อมแข็งแกร่งไม่แพ้กัน
เขายังรู้สึกด้วยซ้ำว่าพลังวิญญาณของตนเองก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ราวกับกำลังจะทะลวงเข้าสู่ระดับสี่สิบสี่แล้ว
"ทั้งสองท่าน อนาคตของพันธมิตรยังคงต้องพึ่งพาความพยายามร่วมกันของทุกคน"
"รอให้ระดับของพวกเจ้าเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ ข้าจะมอบวงแหวนประทานจากสวรรค์วงใหม่ให้พวกเจ้าอีก"
"วงแหวนวิญญาณวงที่เก้าของผู้อำนวยการเฟิง ระดับแสนปีย่อมไม่ใช่ปัญหา!"
วงแหวนวิญญาณระดับแสนปี!
เฟิงฉี่อวิ๋นใจเต้นระรัว เลือดในกายสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ถึงกับทิ้งตัวคุกเข่าลงต่อหน้าเย่มู่ในทันที
"ขอบพระคุณท่านผู้นำ!"
"ขอบพระคุณท่านผู้นำ!" เฟิงเสี้ยวเทียนเองก็รีบประสานมือคารวะอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนว่าต่อไปในอนาคต พวกเขาไม่จำเป็นต้องออกไปเสี่ยงตายล่าวงแหวนวิญญาณอีกแล้ว เพียงแค่รอรับวงแหวนประทานจากสวรรค์จากท่านผู้นำก็พอ
ผู้สืบทอดแห่งเทพซิวหลัวช่างมีพลังอำนาจที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาดเสียจริง ถึงกับสามารถเนรมิตเรื่องมหัศจรรย์ปานนี้ได้
(หากเทพซิวหลัวรู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็ คงได้แต่งุนงงเป็นไก่ตาแตก เพราะความสามารถนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิดเดียว)
"ทั้งสองท่านมิต้องเกรงใจ ทุกอย่างก็เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของพันธมิตรทั้งสิ้น"
"พวกข้าขอสาบานว่าจะติดตามท่านผู้นำตราบจนชีวิตจะหาไม่!"
คำตอบรับของทั้งสองทำให้เย่มู่พึงพอใจเป็นอย่างมาก
การงัดเอาวงแหวนประทานจากสวรรค์ออกมาใช้ แถมยังใช้วงแหวนในอนาคตมาเป็นเหยื่อล่อ สิ่งที่เขาต้องการก็คือผลลัพธ์เช่นนี้นี่แหละ
รอจนกว่าเวลาจะสุกงอม เขาก็จะสามารถใช้พันธสัญญาจักรพรรดิสวรรค์กับพวกมันได้ ถึงตอนนั้นเชื่อว่าพวกมันคงไม่มีทางปฏิเสธ
ตราบใดที่ลงนามในพันธสัญญาจักรพรรดิสวรรค์ พวกมันก็จะกลายเป็นทาสรับใช้ของเขาอย่างแท้จริง แบบนั้นสิถึงจะเรียกว่าสะใจของจริง!
เมื่อทั้งสามกลับมายังหอประชุม งานเลี้ยงก็สิ้นสุดลงแล้วและผู้คนกำลังทยอยแยกย้าย
"เสี่ยวอู่ พวกข้ากลับไปพักผ่อนก่อนนะ"
"อื้ม มาแล้วๆ" เสี่ยวอู่กระโดดโลดเต้นเข้ามาหา งานเลี้ยงคืนนี้สำหรับนางถือว่าสนุกใช้ได้เลยทีเดียว
เมื่อกลับมาถึงเรือนพักที่โรงเรียนวายุเทพจัดเตรียมไว้ให้ ภายในห้องพัก เสี่ยวอู่นอนทาบทับอยู่บนร่างของเย่มู่ ปลายนิ้วของนางลากวนเป็นวงกลมบนแผงอกของเขาอย่างเหม่อลอย
"พี่มู่จัดการผู้อำนวยการเฟิงกับเฟิงเสี้ยวเทียนคนนั้นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
"แน่นอนสิ ภายใต้วงแหวนประทานจากสวรรค์ พวกมันก็เริ่มจงรักภักดีต่อข้าแล้ว"
เย่มู่เผยอรอยยิ้มเต็มใบหน้า เสี่ยวอู่รู้ความลับของเขามากมายจริงๆ
ทว่าเรื่องของระบบ เขายังไม่ได้บอกให้นางรู้
"ดูท่าโรงเรียนวายุเทพคงจะค่อยๆ ตกเป็นของพวกเราในไม่ช้า"
เสี่ยวอู่กล่าวพร้อมรอยยิ้มซุกซน ก่อนจะพลิกตัวขึ้นมานั่งคร่อมบนร่างของเขาอย่างกะทันหัน
เย่มู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จังหวะที่กำลังจะดึงร่างนางลงมา เสี่ยวอู่กลับจับมือของเขาเอาไว้แน่น
"อย่าสิ ครั้งนี้ข้า... ข้าอยากอยู่ข้างบนบ้าง"
"ถ้าอย่างนั้นเจ้าคงต้องเหนื่อยหน่อยนะ มันเป็นงานใช้แรงล้วนๆ เลยล่ะ"
เย่มู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ จากนั้นเขาก็นอนนิ่งๆ ปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับการปรนนิบัติอย่างตั้งอกตั้งใจของเสี่ยวอู่
แต่ความเป็นจริงก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้ระดับพลังฝึกตนของเสี่ยวอู่จะเพิ่มสูงขึ้น พละกำลังและความทนทานจะมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะสามารถอดทนรับศึกหนักได้เป็นเวลานานนัก
สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเย่มู่ที่ต้องลงมือจัดการด้วยตัวเอง
เรื่องนี้ทำให้เสี่ยวอู่แอบตัดสินใจอย่างเด็ดขาดอยู่ภายในใจ
เจ้าหมอนี่มันสัตว์ประหลาดจอมพลังชัดๆ ดุดันเกินไปแล้ว! ขืนรับมืออยู่คนเดียวมีหวังตายแน่ๆ ต้องหาพี่น้องมาช่วยแบ่งเบาภาระเสียแล้ว
หรงหรงกับจู๋ชิงก็เป็นพี่น้องที่สนิทที่สุด ให้พวกนางมาช่วยสักหน่อยคงไม่มีปัญหาหรอกมั้ง?
……
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ขบวนของโรงเรียนสื่อไหลเค่อก็เดินทางออกจากโรงเรียนวายุเทพ มุ่งหน้าตรงไปยังโรงเรียนวารีสวรรค์
ภายในรถม้า เสี่ยวอู่กำลังสัปหงก เมื่อคืนนางเหนื่อยล้าเกินไปจนตอนนี้แทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลย
นิ่งหรงหรงและจูจู๋ชิงมองสบตากัน ทั้งคู่ต่างเห็นความระอาใจฉายชัดอยู่ในแววตาของอีกฝ่าย
ความสัมพันธ์ระหว่างเย่มู่กับเสี่ยวอู่นั้น พวกนางต่างรู้ดีแก่ใจ
ทุกครั้งที่เสี่ยวอู่อยู่ในสภาพอิดโรยเช่นนี้ ก็เดาได้ทันทีเลยว่าเมื่อคืนพวกเขาสองคนต้องไปทำเรื่องพรรค์นั้นกันมาแน่ๆ
นิ่งหรงหรงโอบกอดเสี่ยวอู่เอาไว้ ช่วยนวดเฟ้นผ่อนคลายร่างกายให้นาง
ส่วนจูจู๋ชิงมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า ภายในใจรู้สึกขัดเขินอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
แม้จะเคยเผชิญกับบรรยากาศเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังอดรู้สึกกระดากอายไม่ได้อยู่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงฐานะของเย่มู่... อดีตองค์ชายสี่แห่งจักรวรรดิซิงหลัว
ส่วนนาง... ก็คืออดีตคู่หมั้นขององค์ชายสามแห่งจักรวรรดิซิงหลัว
สถานะที่พัวพันกันเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ทั้งตื่นเต้นตึงเครียด และเร้าใจในเวลาเดียวกัน
"กว่าจะถึงโรงเรียนวารีสวรรค์ก็ต้องใช้เวลาอีกตั้งสามวัน ช่วงนี้พวกเจ้าก็พักผ่อนกันให้เต็มที่เถอะ"
เย่มู่เห็นบรรยากาศเงียบงันเกินไปจึงเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ
"หรงหรง จู๋ชิง พวกเจ้าก็ต้องเร่งรัดการฝึกฝนด้วยนะ"
"อื้ม เข้าใจแล้ว" นิ่งหรงหรงพยักหน้ารับ
ทว่าระหว่างที่กำลังพูดอยู่นั้น จู่ๆ เสี่ยวอู่ก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วเบียดร่างของนิ่งหรงหรงให้ถลาเข้าไปหาเย่มู่ จนร่างกายของทั้งสองคนแทบจะแนบชิดติดกัน
"เสี่ยวอู่ ข้า..."
นิ่งหรงหรงสะดุ้งตกใจ รีบกดเสียงต่ำลง ใบหน้างามแดงระเรื่อ ทำตัวไม่ถูกและประหม่าเป็นอย่างมาก
เสี่ยวอู่หรี่ตาลง นางรู้อยู่เต็มอกว่าลึกๆ แล้วพวกนางคิดอะไรอยู่
แต่เพราะติดที่สถานะของตนเอง พวกนางจึงไม่กล้าแสดงออกใดๆ
เพราะฉะนั้น ตอนนี้นางสมควรเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ให้นางพวกนี้มาช่วยแบ่งเบาภาระเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นนางคงได้สงสัยจริงๆ ว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะต้องเหนื่อยตายหรือเปล่า
"หรงหรง ข้ารู้นะว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ ได้นั่งเบียดกับพี่มู่แบบนี้ รู้สึกดีใช่ไหมล่ะ?" เสี่ยวอู่ขยับเข้าไปกระซิบข้างหู
"ข้า..."
นิ่งหรงหรงเกิดอาการร้อนตัวขึ้นมาทันที เมื่อถูกเสี่ยวอู่จี้ใจดำ นางก็ยิ่งลุกลี้ลุกลน
แต่ปฏิกิริยาของเสี่ยวอู่ดูเหมือนจะแปลกไปสักหน่อย
"พวกเราเป็นพี่น้องที่แสนดีต่อกันนี่นา อีกอย่าง... อีกอย่างพี่มู่ก็แข็งแกร่งเกินไป ข้ารับมือเขาไม่ไหวหรอก" เสี่ยวอู่ยังคงกระซิบกระซาบเสียงแผ่ว
ทว่าประสาทการได้ยินของเย่มู่นั้นเป็นเลิศ เขาได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน ทำเอาเจ้าตัวถึงกับพูดไม่ออก
ถึงขั้นเป็นธุระหาผู้หญิงมาให้ผู้ชายของตัวเองเลยงั้นหรือ? เสี่ยวอู่นี่มันสุดยอดจริงๆ!
นิ่งหรงหรงถูกคำพูดไม่กี่คำของเสี่ยวอู่ทำเอาเขินอายจนหน้าแดงก่ำ แต่ที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้นคือ จู่ๆ เสี่ยวอู่ก็จับมือของเย่มู่มาวางแหมะลงบนเอวคอดกิ่วของนาง!
และเย่มู่... กลับไม่มีทีท่าว่าจะชักมือกลับเลยแม้แต่น้อย
เรื่องนี้ทำให้นางทั้งตื่นเต้นและคาดหวัง หรือว่า เย่มู่เองก็มีความรู้สึกแบบนั้นกับนางเหมือนกัน?
ภายในใจพลันสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก
จูจู๋ชิงที่นั่งอยู่อีกด้านถึงกับหนังตาตุก... มาทำเรื่องบ้าบิ่นต่อหน้านางแบบนี้ มันจะไม่อุกอาจเกินไปหน่อยหรือ?
---