เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 551 ตอนพิเศษ: สมมติว่าพวกเขาทะลุมิติไปโลกบำเพ็ญเพียร (34)

บทที่ 551 ตอนพิเศษ: สมมติว่าพวกเขาทะลุมิติไปโลกบำเพ็ญเพียร (34)

บทที่ 551 ตอนพิเศษ: สมมติว่าพวกเขาทะลุมิติไปโลกบำเพ็ญเพียร (34)


หลังจากงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ผ่านพ้นไป

พวกของฮิลเชอร์ทั้งสามคน ก็ไปหาฉินเหยาหลินเพื่อยื่นข้อเสนอประการหนึ่ง

เฟรเดอริกเปิดประเด็น "ได้ยินมาว่า โลกบำเพ็ญเพียรของพวกคุณมีแท่นบูชาลึกลับที่สามารถตั้งคำถามต่อสวรรค์ได้? และยังสามารถสื่อสารกับจิตวิญญาณแห่งมรรคาฟ้าของพวกคุณได้ด้วยงั้นเหรอครับ?"

ฮิลเชอร์กล่าวเสริม "ทางเราหวังว่าสำนักควบคุมสัตว์อสูรจะช่วยสร้างแท่นบูชาถามสวรรค์ให้กับตระกูลเจียงของเราครับ!"

"อะไรนะคะ? พวกคุณต้องการถามสวรรค์เหรอคะ?" ฉินเหยาหลินตกตะลึง

ฮิลเชอร์ตอบรับ "ใช่ครับ! ขอร้องให้ท่านเจ้าสำนักฉินช่วยตระกูลเจียงของเราด้วยเถอะครับ"

สือหยวนกล่าวต่อ "ส่วนเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระหว่างนี้ ทางตระกูลเจียงของเราจะเป็นคนออกเองทั้งหมดครับ! นอกจากนี้ หมีดำวารีเหมันต์ หรือผลมังกรสมุทรที่พวกคุณชื่นชอบกันนักหนาก่อนหน้านี้... ทางเราก็ยินดีจะนำออกมาเป็นค่าตอบแทนสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วยครับ"

ฉินเหยาหลินนึกไปถึงสัตว์อสูรและพืชวิญญาณหายากนานาชนิด ที่ถูกตระกูลเจียงนำมาทำเป็นวัตถุดิบทำอาหารในงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่

ของเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สูญหายไปจากโลกบำเพ็ญเพียรนานแล้วทั้งสิ้น

หลังจากงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่จบลง ผู้อาวุโสหลายท่านที่ติดอยู่ในคอขวดมานานก็สามารถทะลวงผ่านระดับขั้นไปได้สำเร็จ

ฉินเหยาหลินตอบ "แท่นบูชาถามสวรรค์ ในสำนักควบคุมสัตว์อสูรของเรา มีเพียงปรมาจารย์อาวุโสใหญ่เท่านั้นที่สามารถสร้างได้ค่ะ"

ปรมาจารย์อาวุโสใหญ่งั้นเหรอ?

เฟรเดอริกนึกโยงไปถึงบุคคลเป้าหมาย ก่อนจะขมวดคิ้ว

สือหยวนถาม "คนอื่นทำไม่ได้เหรอครับ?"

เท่าที่เขารู้ ปรมาจารย์อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูร เพิ่งจะบอกว่าขอตัวไปเก็บตัวบำเพ็ญเพียรหลังจากกินข้าวเสร็จไม่ใช่เหรอ?

หากเป็นไปตามวิธีการเก็บตัวบำเพ็ญเพียรของโลกบำเพ็ญเพียร เอะอะก็กินเวลาเป็นสิบปีหรือร้อยปี แบบนี้จะไม่ต้องรอจนเหงือกแห้งเลยหรือไง?!

ฉินเหยาหลินพยักหน้า "ในสำนักควบคุมสัตว์อสูรของเรา มีเพียงปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ในสมัยที่ท่านยังหนุ่มเท่านั้น ที่เคยสร้างแท่นบูชาถามสวรรค์ และทำได้สำเร็จค่ะ"

"ส่วนคนอื่น ๆ ล้วนไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย"

ก็เพราะความสำเร็จจากการถามสวรรค์ในครั้งนั้นนั่นแหละ ที่ทำให้การบำเพ็ญเพียรของปรมาจารย์อาวุโสใหญ่เกิดปัญหาขึ้นมา ดูเหมือนว่าท่านจะเกิดจิตมาร และหมดสิ้นกำลังใจไปเลย

ทำให้อัจฉริยะที่ควรจะได้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงที่อายุน้อยที่สุดในรอบพันปีของสำนักควบคุมสัตว์อสูร ต้องเงียบหายไปจากโลกบำเพ็ญเพียรนานนับร้อยปี

โชคดีที่ในท้ายที่สุด ปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ก็สามารถเอาชนะจิตมารได้สำเร็จ

เมื่อหวนคืนสู่วงการในร้อยปีให้หลัง ระดับการบำเพ็ญเพียรของท่านก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น

ภายหลังท่านยังสามารถใช้ระดับการบำเพ็ญเพียรที่ต่ำกว่า ต่อสู้ข้ามระดับ เอาชนะผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงในรุ่นเดียวกันที่เคยทิ้งห่างท่านไปไกลลิบ ทำลายข่าวลือเรื่อง 'การร่วงหล่นของอัจฉริยะแห่งยุค' ลงได้อย่างราบคาบ

แต่ก็เพราะการ 'ถามสวรรค์' ของปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ในครั้งนั้นนั่นแหละ ที่ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นหลังมากมายเกิดความหวาดกลัวต่อการ 'ถามสวรรค์'

ฉินเหยาหลินกล่าว "แผ่นหยกบันทึกข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับการถามสวรรค์ภายในสำนักของเรา ได้ถูกสั่งปิดผนึกไปหมดแล้วค่ะ"

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ขึ้นอีก และเพื่อเป็นการสยบข่าวลือบางอย่างที่อาจสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้แก่โลกบำเพ็ญเพียรอย่างเด็ดขาด

ฮิลเชอร์เอ่ยถาม "ไม่ทราบว่าการเก็บตัวบำเพ็ญเพียรของปรมาจารย์อาวุโสใหญ่แห่งสำนักท่าน จะใช้เวลานานเท่าไหร่ครับ?"

จู่ ๆ เฟรเดอริกก็แทรกขึ้นมา "ฮิลเชอร์ คุณน่าจะถามเธอดีกว่า ว่าโอกาสที่ผู้อาวุโสท่านนั้นของพวกเขาจะออกจากด่านบำเพ็ญเพียรมาได้สำเร็จ มีสักกี่เปอร์เซ็นต์!"

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ใบหน้าของฉินเหยาหลินก็ซีดเผือดลงทันที

สือหยวนตวัดสายตาคมกริบมองเฟรเดอริก "หมายความว่ายังไง?"

ฉินเหยาหลินลูบถุงสัตว์วิเศษบนตัว เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ดิฉันไม่เข้าใจความหมายที่ท่านผู้นำเจียงเย่กล่าวค่ะ ปรมาจารย์อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเรามีระดับการบำเพ็ญเพียรที่สมบูรณ์พร้อม การทะลวงผ่านระดับขั้นก็เป็นเพียงเรื่องของความพร้อมตามธรรมชาติ ตอนนี้ที่ต้องการก็มีเพียงเวลาเท่านั้น"

ไม่ว่าจะเป็นสือหยวนหรือฮิลเชอร์ ล้วนไม่มีใครเชื่อคำพูดของฉินเหยาหลินเลยสักคน

ผู้ชายอย่างเฟรเดอริก ถึงแม้จะใจแคบ เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบแกล้งทำตัวน่าสงสารและพูดจาแซะเป็นชาเขียวต่อหน้าภรรยาผู้เป็นนาย...

แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับภรรยาผู้เป็นนาย เขาไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง

"อ้อ ผมก็นึกว่าท่านเจ้าสำนักฉินจะรู้เสียอีก? ก็แหม คนสุดท้ายที่ผู้อาวุโสท่านนั้นของพวกคุณเจอก่อนเข้าด่านเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ก็คือคุณไม่ใช่เหรอครับ? ที่แท้เขาก็ไม่ได้บอกคุณหรอกเหรอ?"

คำพูดที่ฟังดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจของเฟรเดอริก ทำให้ร่างของฉินเหยาหลินถึงกับโอนเอนไปเล็กน้อย เธอต้องลอบสวดเคล็ดวิชารวมจิตอยู่ในใจ

"ท่านผู้นำเจียงเย่ล้อเล่นแล้วค่ะ" เธอปฏิเสธด้วยท่าทีสงบนิ่ง

เฟรเดอริกเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา "งั้นเหรอครับ? ถ้างั้นก็คงเป็นเพราะประสาทสัมผัสของผมมีปัญหาเองกระมัง ผมยังแอบคิดเลยนะว่า ร่างกายของปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ของพวกคุณน่ะเสื่อมถอย สัมผัสวิญญาณก็ได้รับความเสียหาย ระดับการบำเพ็ญเพียรก็ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์พร้อม แต่ทว่า อายุ-ขัย-ใกล้-จะ-หมด-ลง-แล้ว ก็เลยต้องอาศัยโอกาสอะไรสักอย่าง เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จเป็นสามส่วน ก่อนจะฝืนเข้าด่านเก็บตัวเพื่อทะลวงระดับขั้นเสียอีก"

เฟรเดอริกมองดูสีหน้าของฉินเหยาหลินที่ยิ่งซีดเซียวลงเรื่อย ๆ "ที่แท้ผมก็รู้สึกไปเองจริง ๆ ด้วย ขอโทษทีครับ ผมคงเข้าใจผิดแล้วก็พูดผิดไปเอง"

ปากของเขาร่ายคำว่า 'ผิด' ออกมาติด ๆ กันถึงสามคำ ทว่าในน้ำเสียงกลับไม่ได้มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

หัวใจของฮิลเชอร์พลันดิ่งวูบลง

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 551 ตอนพิเศษ: สมมติว่าพวกเขาทะลุมิติไปโลกบำเพ็ญเพียร (34)

คัดลอกลิงก์แล้ว