- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 551 ตอนพิเศษ: สมมติว่าพวกเขาทะลุมิติไปโลกบำเพ็ญเพียร (34)
บทที่ 551 ตอนพิเศษ: สมมติว่าพวกเขาทะลุมิติไปโลกบำเพ็ญเพียร (34)
บทที่ 551 ตอนพิเศษ: สมมติว่าพวกเขาทะลุมิติไปโลกบำเพ็ญเพียร (34)
หลังจากงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ผ่านพ้นไป
พวกของฮิลเชอร์ทั้งสามคน ก็ไปหาฉินเหยาหลินเพื่อยื่นข้อเสนอประการหนึ่ง
เฟรเดอริกเปิดประเด็น "ได้ยินมาว่า โลกบำเพ็ญเพียรของพวกคุณมีแท่นบูชาลึกลับที่สามารถตั้งคำถามต่อสวรรค์ได้? และยังสามารถสื่อสารกับจิตวิญญาณแห่งมรรคาฟ้าของพวกคุณได้ด้วยงั้นเหรอครับ?"
ฮิลเชอร์กล่าวเสริม "ทางเราหวังว่าสำนักควบคุมสัตว์อสูรจะช่วยสร้างแท่นบูชาถามสวรรค์ให้กับตระกูลเจียงของเราครับ!"
"อะไรนะคะ? พวกคุณต้องการถามสวรรค์เหรอคะ?" ฉินเหยาหลินตกตะลึง
ฮิลเชอร์ตอบรับ "ใช่ครับ! ขอร้องให้ท่านเจ้าสำนักฉินช่วยตระกูลเจียงของเราด้วยเถอะครับ"
สือหยวนกล่าวต่อ "ส่วนเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระหว่างนี้ ทางตระกูลเจียงของเราจะเป็นคนออกเองทั้งหมดครับ! นอกจากนี้ หมีดำวารีเหมันต์ หรือผลมังกรสมุทรที่พวกคุณชื่นชอบกันนักหนาก่อนหน้านี้... ทางเราก็ยินดีจะนำออกมาเป็นค่าตอบแทนสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วยครับ"
ฉินเหยาหลินนึกไปถึงสัตว์อสูรและพืชวิญญาณหายากนานาชนิด ที่ถูกตระกูลเจียงนำมาทำเป็นวัตถุดิบทำอาหารในงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่
ของเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สูญหายไปจากโลกบำเพ็ญเพียรนานแล้วทั้งสิ้น
หลังจากงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่จบลง ผู้อาวุโสหลายท่านที่ติดอยู่ในคอขวดมานานก็สามารถทะลวงผ่านระดับขั้นไปได้สำเร็จ
ฉินเหยาหลินตอบ "แท่นบูชาถามสวรรค์ ในสำนักควบคุมสัตว์อสูรของเรา มีเพียงปรมาจารย์อาวุโสใหญ่เท่านั้นที่สามารถสร้างได้ค่ะ"
ปรมาจารย์อาวุโสใหญ่งั้นเหรอ?
เฟรเดอริกนึกโยงไปถึงบุคคลเป้าหมาย ก่อนจะขมวดคิ้ว
สือหยวนถาม "คนอื่นทำไม่ได้เหรอครับ?"
เท่าที่เขารู้ ปรมาจารย์อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูร เพิ่งจะบอกว่าขอตัวไปเก็บตัวบำเพ็ญเพียรหลังจากกินข้าวเสร็จไม่ใช่เหรอ?
หากเป็นไปตามวิธีการเก็บตัวบำเพ็ญเพียรของโลกบำเพ็ญเพียร เอะอะก็กินเวลาเป็นสิบปีหรือร้อยปี แบบนี้จะไม่ต้องรอจนเหงือกแห้งเลยหรือไง?!
ฉินเหยาหลินพยักหน้า "ในสำนักควบคุมสัตว์อสูรของเรา มีเพียงปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ในสมัยที่ท่านยังหนุ่มเท่านั้น ที่เคยสร้างแท่นบูชาถามสวรรค์ และทำได้สำเร็จค่ะ"
"ส่วนคนอื่น ๆ ล้วนไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย"
ก็เพราะความสำเร็จจากการถามสวรรค์ในครั้งนั้นนั่นแหละ ที่ทำให้การบำเพ็ญเพียรของปรมาจารย์อาวุโสใหญ่เกิดปัญหาขึ้นมา ดูเหมือนว่าท่านจะเกิดจิตมาร และหมดสิ้นกำลังใจไปเลย
ทำให้อัจฉริยะที่ควรจะได้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงที่อายุน้อยที่สุดในรอบพันปีของสำนักควบคุมสัตว์อสูร ต้องเงียบหายไปจากโลกบำเพ็ญเพียรนานนับร้อยปี
โชคดีที่ในท้ายที่สุด ปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ก็สามารถเอาชนะจิตมารได้สำเร็จ
เมื่อหวนคืนสู่วงการในร้อยปีให้หลัง ระดับการบำเพ็ญเพียรของท่านก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น
ภายหลังท่านยังสามารถใช้ระดับการบำเพ็ญเพียรที่ต่ำกว่า ต่อสู้ข้ามระดับ เอาชนะผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงในรุ่นเดียวกันที่เคยทิ้งห่างท่านไปไกลลิบ ทำลายข่าวลือเรื่อง 'การร่วงหล่นของอัจฉริยะแห่งยุค' ลงได้อย่างราบคาบ
แต่ก็เพราะการ 'ถามสวรรค์' ของปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ในครั้งนั้นนั่นแหละ ที่ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นหลังมากมายเกิดความหวาดกลัวต่อการ 'ถามสวรรค์'
ฉินเหยาหลินกล่าว "แผ่นหยกบันทึกข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับการถามสวรรค์ภายในสำนักของเรา ได้ถูกสั่งปิดผนึกไปหมดแล้วค่ะ"
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ขึ้นอีก และเพื่อเป็นการสยบข่าวลือบางอย่างที่อาจสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้แก่โลกบำเพ็ญเพียรอย่างเด็ดขาด
ฮิลเชอร์เอ่ยถาม "ไม่ทราบว่าการเก็บตัวบำเพ็ญเพียรของปรมาจารย์อาวุโสใหญ่แห่งสำนักท่าน จะใช้เวลานานเท่าไหร่ครับ?"
จู่ ๆ เฟรเดอริกก็แทรกขึ้นมา "ฮิลเชอร์ คุณน่าจะถามเธอดีกว่า ว่าโอกาสที่ผู้อาวุโสท่านนั้นของพวกเขาจะออกจากด่านบำเพ็ญเพียรมาได้สำเร็จ มีสักกี่เปอร์เซ็นต์!"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ใบหน้าของฉินเหยาหลินก็ซีดเผือดลงทันที
สือหยวนตวัดสายตาคมกริบมองเฟรเดอริก "หมายความว่ายังไง?"
ฉินเหยาหลินลูบถุงสัตว์วิเศษบนตัว เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ดิฉันไม่เข้าใจความหมายที่ท่านผู้นำเจียงเย่กล่าวค่ะ ปรมาจารย์อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเรามีระดับการบำเพ็ญเพียรที่สมบูรณ์พร้อม การทะลวงผ่านระดับขั้นก็เป็นเพียงเรื่องของความพร้อมตามธรรมชาติ ตอนนี้ที่ต้องการก็มีเพียงเวลาเท่านั้น"
ไม่ว่าจะเป็นสือหยวนหรือฮิลเชอร์ ล้วนไม่มีใครเชื่อคำพูดของฉินเหยาหลินเลยสักคน
ผู้ชายอย่างเฟรเดอริก ถึงแม้จะใจแคบ เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบแกล้งทำตัวน่าสงสารและพูดจาแซะเป็นชาเขียวต่อหน้าภรรยาผู้เป็นนาย...
แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับภรรยาผู้เป็นนาย เขาไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง
"อ้อ ผมก็นึกว่าท่านเจ้าสำนักฉินจะรู้เสียอีก? ก็แหม คนสุดท้ายที่ผู้อาวุโสท่านนั้นของพวกคุณเจอก่อนเข้าด่านเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ก็คือคุณไม่ใช่เหรอครับ? ที่แท้เขาก็ไม่ได้บอกคุณหรอกเหรอ?"
คำพูดที่ฟังดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจของเฟรเดอริก ทำให้ร่างของฉินเหยาหลินถึงกับโอนเอนไปเล็กน้อย เธอต้องลอบสวดเคล็ดวิชารวมจิตอยู่ในใจ
"ท่านผู้นำเจียงเย่ล้อเล่นแล้วค่ะ" เธอปฏิเสธด้วยท่าทีสงบนิ่ง
เฟรเดอริกเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา "งั้นเหรอครับ? ถ้างั้นก็คงเป็นเพราะประสาทสัมผัสของผมมีปัญหาเองกระมัง ผมยังแอบคิดเลยนะว่า ร่างกายของปรมาจารย์อาวุโสใหญ่ของพวกคุณน่ะเสื่อมถอย สัมผัสวิญญาณก็ได้รับความเสียหาย ระดับการบำเพ็ญเพียรก็ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์พร้อม แต่ทว่า อายุ-ขัย-ใกล้-จะ-หมด-ลง-แล้ว ก็เลยต้องอาศัยโอกาสอะไรสักอย่าง เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จเป็นสามส่วน ก่อนจะฝืนเข้าด่านเก็บตัวเพื่อทะลวงระดับขั้นเสียอีก"
เฟรเดอริกมองดูสีหน้าของฉินเหยาหลินที่ยิ่งซีดเซียวลงเรื่อย ๆ "ที่แท้ผมก็รู้สึกไปเองจริง ๆ ด้วย ขอโทษทีครับ ผมคงเข้าใจผิดแล้วก็พูดผิดไปเอง"
ปากของเขาร่ายคำว่า 'ผิด' ออกมาติด ๆ กันถึงสามคำ ทว่าในน้ำเสียงกลับไม่ได้มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
หัวใจของฮิลเชอร์พลันดิ่งวูบลง
(จบบท)