- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 448 การเดินทางสู่ดาวเมืองหลวง (8) : ยอดฝีมือระดับเก้า
บทที่ 448 การเดินทางสู่ดาวเมืองหลวง (8) : ยอดฝีมือระดับเก้า
บทที่ 448 การเดินทางสู่ดาวเมืองหลวง (8) : ยอดฝีมือระดับเก้า
รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ การโจมตีสุดกำลังที่อัดแน่นไปด้วยพลัง ของยอดฝีมือระดับเก้า พุ่งเข้าใส่ครูแอนดรูว์
เห็นได้ชัดว่าตอนที่ลงมือ อีกฝ่ายไม่ได้สนใจลูกสัตว์ตัวน้อย ในอ้อมแขนของครูแอนดรูว์เลยสักนิด
ครูแอนดรูว์ ที่ไม่เคยลงมือหนักมาตลอดแค่นหัวเราะเยาะ กางม่านพลังจิตปกป้องเฮยโม่ ในอ้อมแขนไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะสวนกลับด้วยพลังที่เท่าเทียมกัน
"ปัง——"
พลังอันมหาศาลปะทะกันกลางอากาศ ก่อให้เกิดแรงอัดกระแทกรุนแรง
ฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบ ๆ ซึ่งมีพลังอ่อนแอกว่า ถูกแรงอัดกระแทกจนล้มระเนระนาด
ผู้มาเยือนก็ถูกการโจมตีของครูแอนดรูว์ ผลักจนต้องไถลไปตามพื้นเป็นระยะทางสั้น ๆ
ครูเฮ่อรีบกางม่านพลังป้องกันลูกสัตว์ และคุณครูเพศเมียทั้งหมดไว้ด้านในทันที
ส่วนคุณครูเพศผู้คนอื่น ๆ น่ะเหรอ? ถ้าแค่คลื่นพลังตกค้างแค่นี้ยังรับไม่ไหว แพ็กเกจฝึกโหดทะลุขีดจำกัดของครูใหญ่อาเย่ ก็พร้อมจัดส่งให้ทุกเมื่อแหละ
กำลังเสริมของตระกูลที่ไคล์เรียกมาถึงแล้ว
มียอดฝีมือระดับเก้าถึงสามคน
คนหนึ่งลงมือเต็มกำลัง ส่วนอีกคนกางม่านพลังจิต ปกป้องนายน้อยของตนและว่าที่ภรรยาของเขาไว้
ส่วนเฟิงฮั่นหยางกับหร่วนฮ่าว ที่นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้นฝั่งตรงข้าม ไม่ได้โชคดีขนาดนั้น ทั้งคู่กระอักเลือดออกมาคำโต
เซเวอรัส รับบทนักพากย์จำเป็น: "แฟนคลับที่รักทุกท่าน ช่วงเวลาที่ทำให้มนุษย์สัตว์ตื่นเต้นเร้าใจมาถึงแล้วครับ ตอนนี้คือการแสดงสดของฉากคลาสสิกในละคร ที่เรียกกันว่า 'ตีเด็ก ผู้ใหญ่ก็แห่กันมา'"
ถนนที่เมื่อกี้ยังคึกคักจอแจ ตอนนี้โล่งโจ้งในพริบตา
ไม่มีใครอยากเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ของยอดฝีมือระดับเก้าหรอก
ชีวิตยังมีความหมาย พวกเขายังไม่อยากตายตอนนี้นะ
[นี่คือยอดฝีมือระดับเก้าเหรอ? แค่เห็นผ่านไลฟ์สดก็ทำเอาใจสั่นแล้ว]
[พวกนายไม่ตื่นเต้นกันบ้างเหรอ? นั่นยอดฝีมือตระกูลไวท์เลยนะ]
ถ้าเป็นตอนก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล เซเวอรัสก็คงเป็นเหมือนผู้ชมในไลฟ์สดนี่แหละ พอเห็นยอดฝีมือระดับเก้าก็ต้องตกใจกลัวจนทำตัวไม่ถูก
เพราะขนาดตระกูลเขาเอง ก็มียอดฝีมือระดับเก้าแค่คนเดียวเหมือนกัน
แต่ตัวเขาในตอนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ยอดฝีมือระดับเก้าเหรอ?
ในโรงเรียนอนุบาลแสงตะวันที่ระดับสิบเดินกันให้ควั่ก ระดับสิบเอ็ดมีอยู่เกลื่อนกลาด ยอดฝีมือระดับเก้าที่ว่าแน่ ๆ ก็เป็นแค่คนจับกังเท่านั้นแหละ เป็นครูสอนวิชาต่อสู้จริงยังไม่ได้เลย
ยกตัวอย่างเช่นเขา ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับเก้ามาหมาด ๆ ระดับยังไม่ทันจะคงที่เลย
"รนหาที่ตาย!" ยอดฝีมือตระกูลไวท์คนหนึ่ง พอได้ยินคำพูดของเซเวอรัส ก็ซัดคมมีดพลังจิตใส่เขาทันที
[พลังจิตก่อตัวเป็นรูปร่าง! นี่ก้าวขาข้างนึงเข้าระดับสิบแล้วเหรอ?]
[ระดับสิบครึ่งก้าวในตำนาน มีชีวิตอยู่จนได้เห็นกับตาตัวเองด้วย?]
[นั่นมันผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลไวท์นี่! บรรลุระดับเก้าขั้นสูงสุดตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนแล้ว!]
[หนีเร็ว!]
ครูเฮ่อเหลือบมอง คมมีดพลังจิตปรากฏขึ้นกลางอากาศ พุ่งเข้าปะทะทันที
อีกฝ่ายโจมตีใส่เซเวอรัส ตามหลักแล้วเขาไม่ควรสอดมือเข้าไปยุ่ง
แต่ช่วยไม่ได้นี่นา อุปกรณ์ไลฟ์สดอยู่ข้าง ๆ เซเวอรัสนี่
เซเวอรัส จะเจ็บตัวก็ช่างเถอะ แต่อุปกรณ์ไลฟ์สดจะให้เกิดรอยขีดข่วนไม่ได้เด็ดขาด
ได้ยินมาว่าอุปกรณ์ไลฟ์สดเครื่องนี้ เป็นเครื่องแรกที่ครูใหญ่ซีซียอมทุ่มเงินเก็บทั้งหมดซื้อมาเลยนะ ขนาดครูใหญ่อาเย่ยังคอยเช็ดฝุ่น ที่เกาะอยู่เป็นประจำเลย
อุปกรณ์ไลฟ์สดเครื่องนี้ ถือเป็น "ของล้ำค่า" อันดับต้น ๆ ของโรงเรียนอนุบาลพวกเขาเลยนะ ถึงราคาจะถูกที่สุดก็เถอะ
ขืนมีรอยขีดข่วนขึ้นมา พวกเขาไม่ได้แค่โดนถลกหนังชั้นเดียวแน่ ๆ
เซเวอรัสที่เป็นระดับเก้าแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่มีทางปกป้องอุปกรณ์ไลฟ์สดได้หรอก
คมมีดพลังจิตสองสาย ปะทะกันกลางอากาศ แรงอัดกระแทกที่ควรจะเกิดขึ้นกลับไม่เกิดขึ้น แต่กลับสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยแทน
[กะ เกิดอะไรขึ้น? หายไปแล้ว?]
[ที่โผล่มาเมื่อกี้ใช่คมมีดพลังจิตหรือเปล่า? ทำไมดูไม่ค่อยเหมือนเลย?]
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลไวท์ ที่มีสีหน้าสุขุมเยือกเย็นมาตลอด ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
อานุภาพของคมมีดพลังจิต ที่เขาซัดออกไปเมื่อกี้ เขารู้ดีแก่ใจ
แต่มนุษย์สัตว์หนุ่มฝั่งตรงข้าม กลับสามารถทำลายคมมีดพลังจิตของเขาได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ขยับมือ
ทำลายทิ้งนะ ไม่ใช่แค่ต้านรับไว้
จะเป็นไปได้ยังไง?
เซเวอรัส สะดุ้งโหยง: "ตาแก่ ไม่รู้จักกฎกติกาเลยนะ! แอบลอบกัดเหรอ?!" เขาอุ้มอุปกรณ์ไลฟ์สด มากอดไว้แนบอกด้วยความตื่นตระหนก แล้วค่อย ๆ เช็ดถูอย่างระมัดระวัง
ผู้อาวุโสสามที่อยู่ข้าง ๆ ผู้อาวุโสใหญ่ตวาดลั่น: "ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจนักนะ!"
"ถุย ๆ ๆ! พวกแกนั่นแหละ! ไอ้ตาแก่บังอาจนักนะ!" เซเวอรัสด่ากราด
หลิ่วหลิงหลงกระแอมไอเบา ๆ: นักเรียนยังอยู่นะ
เซเวอรัส เปลี่ยนคำพูดอย่างแนบเนียน น้ำเสียงอ่อนโยนลงทันที: "โอ๊ย ๆ ๆ คุณตา ทำไมทำตัวแบบนี้ล่ะฮะ~"
"รนหาที่ตาย!"
ผู้อาวุโสสาม ทำท่าจะเข้าไปสั่งสอนไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่ถูกผู้อาวุโสใหญ่กดไหล่ไว้ก่อน: "น้องสาม ใจเย็น!"
แต่ไคล์ที่มองสถานการณ์ไม่ออก กลับยังมาพูดเติมเชื้อไฟอยู่ข้าง ๆ: "ลุงใหญ่ ลุงรอง ลุงสาม พวกมันนี่แหละที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ มาล่วงเกินผม! พวกคุณลุงรีบจัดการพวกมันให้ผมที ว่าที่ภรรยาผมสั่งไว้ว่า..."
ไคล์เล่าคำสั่ง ของหวังหย่าฉินให้ฟังทีละข้อ
หลิ่วหลิงหลง ยิ้มมุมปาก: "อะไรกัน คุณตา จะไม่ถามไถ่ต้นสายปลายเหตุเลยเหรอ จะใช้กำลังและอิทธิพลของตระกูล มาจัดการพวกเรากลุ่มนี้เลยงั้นสิ?"
ดวงตาขุ่นมัวของผู้อาวุโสใหญ่จ้องเขม็งไปที่หลิ่วหลิงหลง ราวกับอสรพิษที่แสนเย็นชาและมีพิษร้าย
เขามองออกว่า มนุษย์สัตว์เพศเมียตรงหน้าคือหัวหน้าของคนกลุ่มนี้
"เธอคือใคร?"
หลิ่วหลิงหลงยิ้มกว้าง ตอบว่า: "ไม่เปลี่ยนชื่อ ไม่เปลี่ยนแซ่ ตระกูลหลิ่วแห่งระบบสุริยะไห่หลาน หลิ่วหลิงหลง" ในที่สุดก็ได้พูดประโยคที่เตรียมตัวมานานแสนนาน หลิ่วหลิงหลงรู้สึกสะใจสุด ๆ
เมื่อก่อนตอนที่อ่านนิยาย แล้วตัวเอกพูดว่า "ไม่เปลี่ยนชื่อ ไม่เปลี่ยนแซ่" เธอรู้สึกว่ามันเท่มาก ๆ และตอนนี้มันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ด้วย
ตระกูลหลิ่ว ระบบสุริยะไห่หลาน? ไม่เคยได้ยินมาก่อน
แต่หลิ่วหลิงหลง...
ชื่อนี้คุ้นหูพิลึก
ผู้อาวุโสใหญ่กวาดสายตามองหลิ่วหลิงหลงอย่างพินิจพิเคราะห์
คนที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นชื่อได้ ย่อมไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียงแน่
แพทริกที่ยืนอยู่ท้ายแถวอย่างไร้ตัวตน ค่อย ๆ เดินมาบังหน้าหลิ่วหลิงหลง บดบังสายตาของผู้อาวุโสใหญ่
สัญชาตญาณของเพศผู้ ทำให้เขาทนไม่ได้ที่เพศผู้คนอื่นจะมาจ้องภรรยาตัวเองตาเป็นมันแบบนี้
ต่อให้เพศผู้ฝั่งตรงข้าม จะหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยริ้วรอยก็เถอะ
มนุษย์สัตว์ ที่ดูระดับไม่ออกโผล่มาอีกคนแล้ว!
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ในกลุ่มคนตรงหน้า นอกจากลูกสัตว์สิบเอ็ดตัวนั่นแล้ว ก็ไม่มีมนุษย์สัตว์คนไหนเลยที่เขามองระดับออก
ผู้อาวุโสใหญ่หน้ากระตุก เขามีลางสังหรณ์ว่า คราวนี้ตระกูลไวท์คงไปตอแยคนที่สู้ไม่ได้เข้าให้แล้ว
ในขณะที่ผู้อาวุโสใหญ่ กำลังคิดหาทางลงให้กับเรื่องในวันนี้ ก็มีคนมาพอดี
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลไวท์! ได้โปรดไว้หน้าด้วยเถอะครับ!"
เสียงคุ้นเคยของชายหนุ่มดังมาจากอีกฝั่งของถนน กวนเหวินเยวี่ยหันไปมองด้วยความดีใจ: "พี่คะ..."
ทว่าวินาทีต่อมา ที่เห็นสีหน้าของผู้มาเยือน รอยยิ้มก็เลือนหายไปทันที
มนุษย์สัตว์ที่รีบร้อนมาถึง ก็คือพี่ชายแท้ ๆ เพียงคนเดียวของกวนเหวินเยวี่ย
พี่ชายที่เมื่อก่อนเคยถูกยกย่องว่าเป็น "ลูกรักสวรรค์" ในบรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกัน
แต่ตอนนี้ กลับมีใบหน้าซีดเซียว และเดินโซเซไปมา
(จบบท)