- หน้าแรก
- ก่อนแสงสุดท้ายดับลง ผมขอร้องเพลงให้โลกฟัง
- บทที่ 4 ระเบิดอินเทอร์เน็ตสะเทือนเลื่อนลั่น แฟนคลับทะลุสิบล้านคน
บทที่ 4 ระเบิดอินเทอร์เน็ตสะเทือนเลื่อนลั่น แฟนคลับทะลุสิบล้านคน
บทที่ 4 ระเบิดอินเทอร์เน็ตสะเทือนเลื่อนลั่น แฟนคลับทะลุสิบล้านคน
บทที่ 4 ระเบิดอินเทอร์เน็ตสะเทือนเลื่อนลั่น แฟนคลับทะลุสิบล้านคน
หลังจากที่เหวินเหอและมารดาของเขาทางอาหารเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มลงมือเก็บกวาดอย่างคล่องแคล่ว สำหรับเขาแล้ว การล้างจานไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรเลย เขาทำมาตั้งแต่ยังเด็กจนเกิดความเคยชินนานแล้ว วันนี้บิดาของเหวินเหอและเหวินเจ๋อผู้เป็นน้องชายไม่ได้กลับมากินข้าวที่บ้าน สันนิษฐานว่าพวกคงจะออกไปกินมื้อใหญ่ข้างนอกกันอีกตามเคย เหวินเจ๋อคือน้องชายแท้ๆ ของเขา ซึ่งมีอายุห่างจากเขาแปดปี และเพิ่งจะอายุครบสิบขวบในปีนี้ น้องชายเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของครอบครัว เป็นลูกรักของบิดามารดาอย่างแท้จริง บิดาและมารดาของเหวินเหอไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับน้องชายเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าอะไรที่ดีๆ ก็ล้วนยินดีซื้อให้ทั้งสิ้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเหวินเหอเกิดมาผิดเวลา ในตอนนั้นฐานะทางบ้านยากจนและไม่มีเงินสำหรับทำแท้ง เขาจึงถูกบังคับให้ต้องลืมตาดูโลก เหวินเหอเป็นเพียงผลผลิตจากความอารมณ์ชั่ววูบของบิดามารดาเท่านั้น แต่เหวินเจ๋อนั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง บิดามารดาตัดสินใจที่จะมีลูกอีกคนในตอนที่พวกเขารู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่เริ่มดีขึ้นตามลำดับ แม้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวเดียวกัน ทว่าความคิดในตอนที่ให้กำเนิดกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เหวินเจ๋อได้รับความรักอย่างล้นพ้นจากบิดามารดามาตั้งแต่เกิด ต่อให้ผลการเรียนจะย่ำแย่ ต่อให้จะดื้อรั้นซุกซนเพียงใด หรือต่อให้จะไม่รู้จักความเลยก็ตาม แต่บิดามารดาก็มีความอดทนอดกลั้นให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเสมอ
ปัง!
ประตูห้องถูกเตะเปิดออกอย่างรุนแรงโดยกะทันหัน
"ยกมือขึ้น! พวกคุณถูกจับแล้ว!" เหวินเจ๋อซึ่งสวมหมวกนิรภัยลายพรางและถือปืนของเล่นที่มีแสงเรืองรอง กล่าวกับมารดาของเหวินเหอด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
เมื่อเห็นดังนั้น มารดาของเหวินเหอก็หัวเราะเบาๆ แล้วรีบยกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อเนียนร่วมมือด้วย "คุณตำรวจ ฉันจะให้ความร่วมมือค่ะ จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเลย"
"อย่ามาเล่นลิ้น ตามฉันมา" เหวินเจ๋อยกปืนขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้รวบรัดมารดาของเหวินเหอ
"เจ้าตัวแสบ นี่แกกล้ามาจับฉันเลยเหรอ!"
มารดาของเหวินเหอหัวไว อาศัยจังหวะแย่งปืนของเล่นของเขามาได้ แล้วหันปากกระบอกปืนกลับไปเล็งที่ศีรษะของเหวินเจ๋อแทน
"คุณพ่อ คุณแม่โกงครับ!" เหวินเจ๋อรีบหันไปฟ้องทันที
"หืม? แกมีความเห็นงั้นเหรอ?" มารดาของเหวินเหอหันไปมองบิดาของเหวินเหอพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น
"ไม่มี ไม่มีครับ..." บิดาของเหวินเหอยกมือขึ้นพลางส่งยิ้มให้
"คืนนี้แกไปกินของอร่อยอะไรกับคุณพ่อมาล่ะ?"
"พวกเราไปกินเคเอฟซีมาครับ! ฮิฮิ! ไก่น่องใหญ่เท่าปืนพกเลย! ใหญ่กว่าหน้าผมอีกครับ!"
"จริงเหรอ?"
"จริงสิครับ ผมกินไปตั้งสองชิ้นแน่ะ!" เหวินเจ๋อกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
"สมกับเป็นลูกชายสุดที่รักของแม่ เก่งที่สุดเลย!"
การมาถึงของเหวินเจ๋อและบิดาของเหวินเหอทำให้บ้านที่เคยหนาวเหน็บและเงียบเหงาพลันกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันตา เสียงหัวเราะของพวกเขาเติมเต็มให้บ้านอบอวลไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น
"ฤดูใบไม้ร่วงแล้วสินะ..."
เหวินเหอมองดูปฏิทิน ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมถึงรู้สึกหนาวขึ้นมาเล็กน้อย มันหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว
เคเอฟซี...
ในชีวิตนี้เขาไม่เคยได้ลิ้มลองเลยสักครั้ง
ทว่าเขาเคยได้กินวอลเลซ
แต่นั่นก็เป็นเพราะเหวินเจ๋อไม่ชอบกิน มันจึงตกมาถึงมือเขา จะไปโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะเหวินเหอก็รู้สึกว่ามันไม่อร่อยเช่นกัน เขาเพียงแต่รู้สึกว่าแฮมเบอร์เกอร์และมันฝรั่งทอดนั้นมีรสชาติขมขื่นอย่างยิ่ง ขมยิ่งกว่ายาสมุนไพรจีนโบราณเสียอีก
เหวินเหอรู้ดีว่าเขาไม่ควรจะอิจฉาน้องชายแท้ๆ ของตัวเอง และเขาก็ไม่ได้คาดหวังให้บิดามารดาปฏิบัติกับพวกเขาทั้งสองอย่างเท่าเทียมกัน เขาเพียงแค่อยากได้รับความสนใจสักเล็กน้อย... ต่อให้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวก็ยังดี และไม่ใช่เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้
ไม่มีที่ว่างสำหรับเขาเลยในบ้านหลังนี้
เมื่อฟังเสียงหัวเราะและเสียงตะโกนหยอกล้อที่ดังมาจากห้องนั่งเล่น สายตาของเหวินเหอก็ตกลงไปที่รายงานผลตรวจมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เรื่องอัปมงคลเช่นนี้ไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึงหรอก
"คุกๆๆ!" เขาไอออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
เสียงอึกทึกครึกโครมจากภายนอกพลันเงียบสงบลงโดยพลัน สภาพแวดล้อมที่เงียบสงัดทำให้เหวินเหอรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง เขาเสนอหน้าไอออกมาในตอนที่พวกเขากำลังมีความสุขที่สุด เขาไม่ควรไปเตือนสติพวกเขาเลยว่าพวกเขายังมีลูกอีกคนหนึ่งอยู่ตรงนี้
ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออก เหวินเหอซ่อนรายงานผลตรวจไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณทันที
"แม่ของแกบอกว่าช่วงนี้อาการมันแย่ลงงั้นเหรอ?"
บิดาของเหวินเหอที่เพิ่งจะอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้กลับมีน้ำเสียงที่ค่อนข้างเย็นชา
"เปล่าครับ... คุกๆ... ผมไม่เป็นไรครับ..." เหวินเหอมักจะไอออกมาเมื่อเวลาที่เขารู้สึกประหม่า
บิดาของเหวินเหอเหลือบมองไปที่ถังขยะ กระดาษทิชชู่ที่เปื้อนคราบเลือดนั้นเด่นชัดเป็นพิเศษ
"ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวแล้ว ใส่เสื้อผ้าให้หนาๆ หน่อย แล้วก็อย่าใช้กระดาษฟุ่มเฟือยนัก" หลังจากทิ้งท้ายไว้เช่นนี้ บิดาของเหวินเหอก็เดินจากไป
เมื่อได้ยินดังนั้น เหวินเหอก็พลันแข็งทื่อไปในทันที
เขาค่อยๆ กำรายงานผลตรวจในมือแน่นเข้า
ต่อให้เป็นเพียงคำพูดแสดงความห่วงใยตามมารยาท มันจำเป็นต้องเอาเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวด้วยงั้นหรือ? ทำไมประโยคสุดท้ายนั้นต้องถูกเติมเข้ามาด้วย... เป็นห่วงว่าเหวินเหอจะเป็นหวัด หรือเป็นห่วงว่าหากอาการไอทรุดลงหลังจากเป็นหวัดแล้ว เขาจะต้องใช้กระดาษทิชชู่เปลืองมากขึ้นกันแน่? มื้ออาหารที่เหวินเจ๋อกินทิ้งกินขว้างข้างนอกบ้านนั้น คงจะมากพอที่จะซื้อกระดาษทิชชู่มาตุนไว้ใช้ได้ทั้งปีเลยไม่ใช่หรืออย่างไร? เหวินเหอไม่เข้าใจเลย ตัวเขานั้นมีค่าตัวถูกแสนถูกขนาดนั้นเลยเชียวหรือ... ถูกเสียจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะมีสิทธิ์เจ็บไข้ได้ป่วย ถูกเสียจนการใช้กระดาษทิชชู่เพิ่มอีกไม่กี่แผ่นก็ต้องโดนตำหนิลงทัณฑ์
เหวินเหอกอดเข่า คู้ตัวอยู่ตรงมุมเตียง บนถังขยะที่เต็มไปด้วยกระดาษทิชชู่เปื้อนเลือด มีเศษกระดาษที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ทับถมเพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง นั่นคือรายงานผลตรวจของเหวินเหอนั่นเอง
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือมือสองที่มีหน้าจอแตกยับเยินออกมา แม้ว่ามันจะอืดอาดอย่างยิ่ง แม้ว่าบางครั้งมันจะค้าง และแม้ว่าเขาจะไม่สามารถเล่นเกมใดๆ บนเครื่องนี้ได้เลยก็ตาม แต่นี่คือหนึ่งในทรัพย์สมบัติอันมีค่าเพียงไม่กี่ชิ้นของเหวินเหอ
"คุกๆ... คุกๆๆ..."
เมื่อมองดูข้อความที่ค้างอยู่มากกว่าเก้าสิบเก้ารายการ เหวินเหอก็กดเข้าไปดูโดยไม่รู้ตัว นี่คือกลุ่มแฟนคลับของเขา ซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มรวมแล้วเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น แต่พวกเขาทุกคนล้วนเป็นคนคุยเก่ง มักจะชวนคุยกันไม่หยุดหย่อนทั้งวันทั้งคืน เหวินเหอชอบดูพวกเขาสนทนากัน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถสอดแทรกเข้าไปในเรื่องที่พวกเขากำลังพูดคุยกันได้เลยก็ตาม แต่พวกเขาก็มักจะดูแลเอาใจใส่เหวินเหอเป็นอย่างดี คอยอธิบายสิ่งใดก็ตามที่เขาไม่เข้าใจด้วยความอดทนเสมอ
"ว้าว! เหวินเหอกลายเป็นคนดังบนอินเทอร์เน็ตระดับแนวหน้าแล้วจริงๆ! ต่อจากนี้ไป พวกเราพี่น้องทุกคนก็คือแฟนคลับตัวยงของคนดังระดับบิ๊กเนมแล้วนะ!"
"พวกนายคิดดูสิ ถ้าเจ้าเด็กเหวินเหอรู้ตัวกะทันหันว่าตัวเองกลายเป็นสุดยอดคนดังอินเทอร์เน็ตระดับยอดผู้ติดตามหลายล้านคนภายในข้ามคืน เขาจะตะลึงงันไปเลยไหม?"
"ใครจะไม่ตะลึงบ้างล่ะ? เป็นนาย นายจะไม่ตะลึงเหรอ? มันเหมือนกับถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่เลยนะนั่น!"
"อย่าพูดจาเหลวไหลน่า เหวินเหอได้แฟนคลับมาเพราะความสามารถล้วนๆ เพลงนี้ของเขาทำเอาอินเทอร์เน็ตระเบิดเป็นจุลไปเลย มีนักร้องต้นฉบับคนไหนบ้างที่เพลงแรกในชีวิตจะมีคุณภาพระดับนี้?"
"ตอนนี้เขาคือนักร้องต้นฉบับแล้ว แต่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขายังเป็นแค่สตรีมเมอร์ตัวเล็กๆ ที่มีแฟนคลับอยู่แค่ไม่กี่สิบคนเอง"
วันนี้ในกลุ่มแลดูคึกคักมากกว่าปกติเป็นพิเศษ สมาชิกทั้งสิบกว่าคนในกลุ่มต่างพากันออกมาปรากฏตัวครบทุกคน ราวกับว่าแต่ละคนได้รับการฉีดสารกระตุ้น ความเร็วในการพิมพ์ข้อความสนทนาพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว เหวินเหอมองดูรอบๆ และดูเหมือนว่าพวกเขาทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องของเขาอยู่ทั้งสิ้น... เรื่องคนดังอินเทอร์เน็ตระดับยอดผู้ติดตามหลายล้านคน เรื่องการระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต แม้ว่าเหวินเหอจะเข้าใจในสิ่งที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ทว่าในจิตใต้สำนึกของเขาก็ยังคงไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
"พวกคุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่ครับ?" เหวินเหอส่งข้อความเข้าไป
ถ้าไม่ส่งก็แล้วไป แต่พอเขาส่งข้อความเข้าไปเท่านั้น ทั้งกลุ่มก็พลันระเบิดความตื่นเต้นขึ้นมาทันที
"คุณพระช่วย! เหวินเหอ ในที่สุดนายก็ยอมโผล่หัวมาแล้ว! รีบไปเช็กแอปพลิเคชันโต่วยินเดี๋ยวนี้เลย! เพลงของนายมันระเบิดระเบ้อไปแล้ว ยอดผู้ติดตามในโต่วยินของนายทะลุเกินสิบล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว!"
"ไม่หรอกเพื่อน ตอนที่นายบอกว่าจะร้องเพลง ฉันคิดว่านายจะมาทำเรื่องหน้าแตกให้พวกเราดูซะอีก แต่ฉันคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่านายจะสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้!"
"เจ้าหนู ฉันรู้มาตั้งแต่เด็กแล้วว่านายต้องได้ดี นายไม่รู้หรอกว่าตอนนี้พอฉันออกไปข้างนอกแล้วบอกว่าฉันรู้จักกับนาย พวกเขาไม่มีใครเชื่อฉันเลย ชื่อเสียงของฉันพุ่งทะยานทะลุเพดานไปแล้ว!"
"ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป รีบเปิดไลฟ์สตรีมโกยเงินด่วนเลย ถ้าเปิดไลฟ์ตอนนี้ ฉันบอกให้นะ อย่างน้อยที่สุดนายก็สามารถหาเงินได้ถึงเจ็ดหลักเลยทีเดียว!"
เมื่อได้เห็นข้อความเหล่านี้จากสมาชิกในกลุ่ม สมองของเหวินเหอก็พลันว่างเปล่าราวกับระบบล่มไปชั่วขณะ หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงค่อยๆ เปิดแอปพลิเคชันโต่วยินขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ยังไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน สิบล้าน...
ยอดผู้ติดตามสิบสามจุดห้าแปดล้านคน!
จากนั้นเขาก็กดเข้าไปที่แถบค้นหา และต้องตกตะลึงเป็นล้นพ้นเมื่อพบว่า ในบรรดาหัวข้อการค้นหายอดนิยมสิบอันดับแรกบนโต่วยิน มีถึงหกอันดับที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาทั้งสิ้น!