- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังบ่มเพาะขอบเขตจักรพรรดิ
- บทที่ 458.แผนการเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 458.แผนการเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 458.แผนการเริ่มต้นขึ้น
“ข้าพูดได้เพียงเท่านี้ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว...”
สิ้นคำพูดร่างอนาคตของเฉินเซวียนก็ค่อยๆเลือนหายไปเฉินเซวียนยืนมองลูกแก้วในมือนิ่งงันความรู้สึกนับพันประดังเข้ามาในจิตใจ
'ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีวันนี้วันที่ชีวิตต้องพลิกผันขนาดนี้เมื่อก่อนข้าก็เป็นแค่คนหนุ่มทั่วไปบนดาวสีคราม ใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวันๆแต่ใครจะไปคิดล่ะว่าในเวลาสั้นๆข้ากลับต้องผ่านเรื่องราวมากมายเหลือเกินจากคนธรรมดาคนหนึ่งกลายเป็นผู้กอบกู้ดาวสีครามทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันดูไร้สาระและเหลือเชื่อจริงๆ'
โลกใบนี้มีความลับซ่อนอยู่อีกเท่าไหร่เฉินเซวียนก็ไม่อาจรู้ได้เขารู้เพียงอย่างเดียวว่าความรับผิดชอบบนบ่าของเขานั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน
“ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามข้าจะไม่มีวันยอมให้ดาวสีครามเกิดเรื่องขึ้นเด็ดขาด!”
เมื่อคิดได้ดังนั้นเฉินเซวียนก็กำหมัดแน่นแววตามุ่งมั่นอย่างถึงที่สุด
เต๋าสวรรค์แห่งดาวสีครามเอ่ยขึ้นว่า “เช่นนั้นตอนนี้เจ้าก็คือเจ้าแห่งดวงดาวของดาวสีครามเราแล้ว”
“เจ้าแห่งดวงดาว?” เฉินเซวียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
เต๋าสวรรค์แห่งดาวสีครามพยักหน้า “อืม ทุกดวงดาวจะมีเจ้าแห่งดวงดาวอยู่หนึ่งคนตามชื่อเรียกก็คือผู้เป็นใหญ่เหนือหนึ่งดวงดาวคอยปกครองทั้งดวงดาวนั้นและเจ้าก็คือเจ้าแห่งดวงดาวคนใหม่ของดาวสีครามเรา!”
จากนั้นพลังงานสายหนึ่งที่อธิบายไม่ได้ก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเฉินเซวียนซึ่งนั่นหมายความว่า ณ ขณะนี้เฉินเซวียนได้กลายเป็นเจ้าแห่งดวงดาวของดาวสีครามอย่างแท้จริงแล้ว
เฉินเซวียนครุ่นคิด “50 ปี...อืม เวลาเท่านี้ก็น่าจะพอ...”
เฉินเซวียนหันไปมองเต๋าสวรรค์แห่งดาวสีครามแล้วกล่าวว่า “เต๋าสวรรค์ส่งข้ากลับไปที”
แม้เต๋าสวรรค์แห่งดาวสีครามจะไม่รู้ว่าเฉินเซวียนคิดจะทำอะไรแต่ก็ยังทำตามที่เขาต้องการและส่งเขากลับไปเพราะอย่างไรเสียเขาก็คือผู้กอบกู้ดาวสีครามในตอนนี้เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เฉินเซวียนลืมตาขึ้นมองดูทิวทัศน์ที่คุ้นเคยคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเวลาเหลือเพียง 50 ปีเท่านั้นเขาต้องคว้าโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ให้ได้ถึงจะสามารถรักษาชีวิตมนุษย์นับร้อยล้านบนดาวสีครามเอาไว้ได้
เฉินเซวียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆทันใดนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้น
“โฮสต์ ยินดีด้วยนะที่ได้เป็นเจ้าแห่งดวงดาวของดาวสีครามเราแล้ว”
เฉินเซวียนเบะปาก “โฮ่ ระบบออกมาแล้วเหรอเมื่อกี้ทำไมไม่เห็นกล้าพูดล่ะ?”
ระบบตอบกลับอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “ข้า...ข้าจะกล้าได้อย่างไร? นั่นคือเต๋าสวรรค์แห่งดาวสีครามผู้สร้างระบบเชียวนะข้าไม่ได้โง่เสียหน่อย”
“ไม่พูดแล้วข้าจะไปจัดการเรื่องสำคัญ”
พูดจบเฉินเซวียนก็ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางห้วงมิติแห่งความโกลาหลมือใหญ่สะบัดออกเพียงครั้งเดียวทั่วทั้งห้วงมิติแห่งความโกลาหลก็พลันส่องประกายแสงสีทองออกมา
“กฎเกณฑ์กาลเวลา จงเปิด!” เฉินเซวียนตะโกนก้องทันใดนั้นพลังที่มองไม่เห็นก็แผ่ขยายออกไปอีกครั้ง
เฉินเซวียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“เรียบร้อยแบบนี้เวลาก็เพียงพอแล้ว”
ใช่แล้วเฉินเซวียนได้ปรับเปลี่ยนเวลาที่นี่เรียบร้อยแล้วโดยให้เวลาบนดาวสีคราม 1 ปี เท่ากับ 10,000 ปี ณ ที่แห่งนี้
หลังจากนั้นเฉินเซวียนก็เดินทางไปยังมิติระดับสูงสุดเพื่อรับซิวจู๋และคนอื่นๆทั้งหมดมายังหออมตะแห่งความโกลาหลในห้วงมิติแห่งความโกลาหลจากนั้นก็จัดแจงให้กูซิงซิง ซ่างกวนเซี่ยอวี่ และคนอื่นๆเข้าไปในหออมตะแห่งความโกลาหลอีกทั้งยังให้จอมมารว่านหลิงและคนอื่นๆออกตามหาเด็กหนุ่มอัจฉริยะประเภทบุตรแห่งโชควาสนา นำพวกเขาเข้ามาอยู่ใต้บัญชาใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อเพาะบ่มพวกเขาและเปิดเผยเคล็ดวิชาทั้งหมดให้คนภายนอกได้เข้าถึง
เรื่องเหล่านี้ต้องใช้พลังงานมหาศาลแต่เพื่อช่วยดาวสีครามเฉินเซวียนไม่มีทางเลือกอื่น
หลังจากเฉินเซวียนจัดแจงทุกอย่างในห้วงมิติแห่งความโกลาหลเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินทางไปยังมิติหงหยวนและก่อตั้งหอหงหยวนสูงสุดขึ้นอย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียง 2 ปีก็ครองความเป็นใหญ่ในมิติหงหยวนกลายเป็นขุมอำนาจอันดับ 1 ของมิติหงหยวน
ในขณะเดียวกันเขาก็ได้รวบรวมยอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วนยอดฝีมือคนใดที่ไม่พอใจหอหงหยวนสูงสุดเฉินเซวียนก็จัดการสังหารทิ้งทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมทำให้ผู้คนไม่ยอมรับแต่ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาดต่อให้พวกเขาไม่ยอมก็ต้องยอม
และเฉินเซวียนก็ได้พบกับชายชราคนนั้นจากเมื่อปีก่อนซึ่งเขาก็ได้ดึงตัวชายชราผู้นั้นเข้ามาร่วมกับหอหงหยวนสูงสุดด้วยเช่นกัน
หลังจากอยู่ในมิติหงหยวนได้ 2 เดือนเฉินเซวียนก็จากมาและหลังจากสื่อสารกับเต๋าสวรรค์แห่งดาวสีครามแล้วเขาก็ตัดสินใจเดินทางไปยังมิติที่ผู้ทะลุมิติคนอื่นๆจากดาวสีครามอาศัยอยู่
การจากไปครั้งนี้เฉินเซวียนเดินทางนานนับพันปีในระหว่างนั้นเขาเหยียบย่างไปทั่วทุกมิติแต่ละมิติที่ไปเขาจะอยู่ไม่ถึง 10 นาทีก็มุ่งหน้าไปยังมิติของผู้ทะลุมิติคนถัดไปจุดประสงค์ในการไปของเขามีเพียงเพื่อปรับเวลาของแต่ละมิติให้เท่ากับเวลาในห้วงมิติแห่งความโกลาหลเท่านั้นเพื่อให้พวกเขามีเวลามากพอที่จะเติบโต
ในระหว่างวันเวลาเหล่านั้นเฉินจวินเหยาและเฉินอี้ต่างก็ค่อยๆเติบโตขึ้นจนกลายเป็นบุคคลที่น่าตื่นตะลึงไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี
และเฉินอี้ก็ได้สืบทอดตระกูลเฉินไปก่อนหน้านี้แล้วอีกทั้งยังทำให้ตระกูลเฉินรุ่งเรืองจนกลายเป็นหนึ่งในตระกูลระดับสูงสุดของมิติหงหยวนในปัจจุบัน
ตลอดการเดินทางแม้จะมีเพียงเฉินเซวียนคนเดียวแต่เพราะมีระบบคอยอยู่เป็นเพื่อนเขาจึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไปนัก